เมื่อเข้าไปด้านในเ้าต้องระวังตัวให้มาก เข้าใจมั้ย เฟิ่งจิวเตือน
"อืมเข้าใจแล้ว" เย่ซวนพยักหน้า
"ไกลแค่ไหนถึงจะเจอทางออก"
"ถ้าเ้ายังเดินอยู่แบบนี้ คงใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะเจอทางออก"
"งั้นเรารีบไปกันเถอะ"
หลังจากที่เย่ซวนพูดจบเขาก็ใช้เหยียบจันทราทันที
'นี้มัน !'
'เ้าเด็กนี้ใช้วิชาอะไรกัน' เฟิ่งจิวสงสัย
"นี้เย่ซวน"
"วิชาตัวเบาของเ้าไม่เลวเลย"
"ข้าไม่เคยเห็นวิชาตัวเบาที่ไหนร้ายกาจเท่านี้มาก่อนเลย"
"อาจารย์ของเ้าเป็ใครกัน"
"ข้าไม่มีอาจารย์หรอก" เย่ซวนส่ายหัว
"เ้าอย่ามาโกหกข้า"
"ข้าพูดเื่จริง ข้าเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งหมด" เย่ซวนตอบ
"เหลวไหล"
"เ้าไม่อยากบอกข้าก็ช่างเถอะ ไม่เห็นต้องโกหกเลย" เฟิ่งจิวถลึงตาใส่
"จริงๆ ข้าไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหกเ้า"
"แต่ว่า ถ้านับเ้าของตำราที่ข้าฝึกเป็อาจารย์ก็คงจะได้"
"แต่ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเขาชื่ออะไร"
"จรึงรึ ? ข้าไม่เชื่อ !"
"เ้าไม่เชื่อก็เื่ของเ้า" เย่ซวนหมดคำพูด
'เ้าเด็กนี้เหมือนจะไม่ได้โกหกจริงๆ'
'แต่จะเป็ไปได้ยังไงกัน ที่จะฝึกวิชาระดับนี้สำเร็จได้โดยไม่มีชี้แนะ'
"แล้วเ้าได้ตำรามาได้ยังไงกัน"
"บังเอิญได้มา"
"วิชาระดับนี้นะรึ บังเอิญได้มา"
"เ้าไปหลอกเด็กเถอะ ข้าไม่เชื่อ"
...
เย่ซวนมุ่งหน้าไปตามทางที่เฟิ่งจิวบอก ถ้ารักษาระดับความเร็วเท่านี้เอาไว้ได้ เฟิ่งจิวบอกหน้าจะใช้เวลา 5-6 วัน ก็จะถึงทางออกของป่ามรณะแล้ว
"จริงสิเฟิ่งจิว"
"ทำไมป่าแห่งนี้ถึงชื่อว่าป่ามรณะ"
"ทางที่ผ่านมา ข้าไม่เห็นอะไรที่หน้ากลัวเลย"
"จริงด้วย"
เมื่อเย่ซวนทักขึ้น เฟิ่งจิวถึงรู้สึกตัว
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าไม่ได้มาที่ป่าแห่งนี้นานแล้ว ั้แ่ที่ถูกขัง"
"สงสัย่เวลาที่ผ่านมา มันคงมีอะไรเปลี่ยนแปลงไป"
"เ้าระวังตัวเอาไว้หน่อยก็ดี"
เฟิ่งจิวอดเป็ห่วงไม่ได้ เพราะว่ามันรู้สึกเงียบผิดปกติจริงๆ สภาพของเฟิ่งจิวตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะต่อสู้ได้
"แต่ก่อนตอนที่ข้ายังไม่ถูกขัง ข้าเคยมาที่ป่าแห่งนี้บ่อยๆ"
"มันเต็มไปด้วยอสูรหลากหลายชนิด"
"ที่แข่งแกร่งที่สุดก็เป็เ้าอสูรแบบข้านี้แหละ"
...
"เ้าหยุดทำไม" เฟิ่งจิวถาม
เพราะอยู่ดีๆเย่ซวนก็หยุดดื้อๆ เย่ซวนมองซ้ายมองขวาเหมือนหาอะไรสักอย่าง เห็นเย่ซวนเป็แบบนั้นเฟิ่งจิวก็พยายามขยายประสาทััของตัวเองออกไป แต่เสียดายที่มันยังาเ็อยู่
"มีอะไรเกิดขึ้น ?" เฟิ่งจิวถามขึ้น และมองไปรอบๆ
"เ้าไม่ได้หยินหรอ เสียงเหมือนอะไรสักอย่างกำลังบินมาทางนี้"
"ไม่ ข้าไม่ได้ยินอะไรเลย" เฟิ่งจิวพยายามที่จะฟังเสียง แต่กลับไม่ได้ยินอะไร
"เสียงมันคล้ายเสียงของฝูงยุงที่กำลังบินเลย" เย่ซวนพูด
"ยุง ?" เฟิ่งจิวถามขึ้น
"หรือว่าจะเป็ยุงมรณะ ?"
"ข้าเคยได้ยินจากเ้าคนที่จับข้าขังเอาไว้"
"เขาบอกว่าภายในผืนป่านมรณะแห่งนี้ ด้านใต้มียุงมรณะหลับใหลอยู่"
"แย่แล้วหนีเร็ว !" เฟิ่งจิวะโออกมา
"ยุงมรณะมันคืออะไร น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ ?" เย่ซวนสงสัย
"อย่าเพิ่งถามรีบไปก่อน"
เมื่อฟังน้ำเสียงจริงจังของเฟิ่งจิว เย่ซวนก็ไม่รอช้าใช้เหยียบจันทราพุ่งไปยังด้านหน้าทันที
'เ้าเด็กนี่ยังเร็วได้อีก ?' เฟิ่งจิวตกตะลึง
"เสียงมันใกล้เข้ามาแล้ว" เย่ซวนพูด เพราะตอนนี้เย่ซวนได้ยินเสียงบินของพวกมัน ชัดขึ้น
"อืม ข้าก็เริ่มได้ยินแล้ว"
"เ้าเร่งความเร็วหน่อย เสียงมันเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว"
"ได้" เย่ซวนพยักหน้าตอบพร้อมกับเร่งความเร็วขึ้นอีก
'เหลือเชื่อเกินไปแล้ว !' เฟิ่งจิวใ
'เด็กหนุ่มอายุ 20 ปีคนนึง ทำไมวิชาตัวเบาถึงได้เก่งกาจขนาดนี้'
'ระหว่างที่ข้าถูกขัง มันเกิดอะไรขึ้นในโลกภายนอกกันแน่' เฟิ่งจิวอดสงสัยไม่ได้ (เฟิ่งจิวคิดว่าเย่ซวนเป็คนจาโลกภายนอก ที่หลงเข้ามาในป่า ที่ตนถูกขังอยู่)
"เฟิ่งจิว ตกลงยุงมรณะมันคือตัวอะไร" เย่ซวนถามขึ้น
"ยุงมรณะ เล่ากันว่ามันเป็ยุงที่อยู่ในยุคโบราณกาล ลักษณะของมันคือตัวเล็ก มองด้วยตาเปล่าแทบจะมองไม่เห็น มันมีทั้งความเร็วและพิษที่น่ากลัว เล่ากันว่าหลังจากที่ถูกมันกัด มันจะดูดพลังปราณในร่างกายเ้าจนหมด จากนั้นมันก็จะดูดเืของเ้าต่อ ให้เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก หลังจากนั้นมันจะฉีดพิษเข้าสู่ร่างกายของเ้า"
"หลังจากที่ถูกพิษของมันกระดูกของเ้าจะเริ่มละลาย ิัของเ้าก็จะเริ่มเปื่อยยุ่ย สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย"
"ถึงแม้ตัวมันจะเล็กก็เถอะ แต่มันสามารถที่จะดูดเืของเ้าจนหมดตัวได้"
"แล้วจะฆ่ามันได้ยังไง" เย่ซวนสงสัย
"มันจะตายก็ต่อเมื่อถูกแช่แข็ง เป็เวลา 1000 ปี"
"นั้นคือวิธีเดียวที่จะฆ่ามันได้"
"นี้คงเป็เหตุผลว่าทำไมสัตว์อสูรที่เคยอยู่ที่นี้หายไปจนหมด"
"แล้วแบบนี้มันจะไม่ออกไปก่อกวนด้านนอกป่าหรอ" เย่ซวนถามด้วยความสงสัย เพราะถ้ามีสัตว์ที่ร้ายกาจขนาดนี้ออกไปบินอยู่ข้างนอกแล้วหละก็ เย่ซวนไม่อยากจะคิด
"ไม่หรอก มันจะอยู่แค่ในอณาเขตของตัวเองเท่านั้น"
"ถ้ามันเกิดที่ไหนมันก็จะอยู่ที่นั้นจนตาย"
ผ่านไปสักพัก ก็ไม่มีเสียงของพวกมันบินตามมาแล้ว
"มันคงไม่ตามมาแล้วหละ" เฟิ่งจิวบอก
"อืม ข้าก็เริ่มรู้สึกหมดแรงแล้วเหมือนกัน" บนหน้าผากของเย่ซวนเริ่มมีเหงือซึมออกมา
"เราหาที่หยุดพักกันก่อนเถอะ" เย่ซวนบอกก่อนจะหาที่เหมาะๆในการนั่งพัก
"อีกไกลแค่ไหนถึงจะเจอทางออก"
"อีกไม่ไกลแล้วหละ ถ้าเ้าใช้ความเร็วแบบเดิมเหมือนตอนหนียุงมรณะ"
"น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 วันได้"
"อืม งั้นข้าขอพักก่อนแล้วกัน" เย่ซวนพูดก่อนที่จะหลับตาและนั่งเดินลมปราณ
...
ผ่านไปได้ 1 ชั่วยาม จุดตันเถียนของเย่ซวนก็ถูกเติมเต็ม เขาลืมตาขึ้นมาและมองหาเฟิ่งจิว ก่อนที่จะเห็นเฟิ่งจิวเล่นกับเฟิ่งจิ่วอยู่ ใน่เวลาที่ผ่านมาเฟิ่งจิ่วนั้นนอนหลับอยู่ใต้ปีกของเฟิ่งจิวอยู่ตลอด
"ว่าไงเฟิ่งจิ่วน้อย" เย่ซวนทักทาย
"เ้าออกไปห่างๆลูกข้าเลย" เฟิ่งจิวพูดออกมา เมื่อเห็นเย่ซวนกำลังเดินมา
"ข้าแค่จะเล่นกับเฟิ่งจิ่วเท่านั้น" เย่ซวนหัวเราะ
"แล้วพ่อของเฟิ่งจิ่วคือใครกัน"
"เฟิ่งจิ่วไม่มีพ่อ" เฟิ่งจิวหันมาตวาดใส่เย่ซวน
"ท่านไม่มีสามีรึ ?"
"มี แต่ตายไปแล้ว !" เฟิ่งจิวะโด้วยความโมโห ความจริงแล้วสามีของเฟิ่งจิวก็คือเฟิ่งหวงตัวหนึ่ง เ้าบ้านั้นไม่รู้ไปตายที่ไหน ตอนนางถูกขังอยุ่ที่ในป่า นางรอคอยให้เ้านั้นมาช่วยตนกับลูกอยู่ตลอด แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา ถ้าเฟิ่งจิ่วโตขึ้นมา คงถูกเฟิ่งจิวสอนให้เกลียดพ่อตัวเองแน่
"ข้าขอโทษแล้วกันที่ถามถึงสามีเ้า" เห็นท่าไม่มีเย่ซวนเลยรีบขอโทษ
"เราไปกันเถอะข้าพร้อมแล้ว"
อืมตกลง เฟิ่งจิวย่อขนาดตัวให้เล็กลงอีกครั้ง ก่อนที่จะบินขึ้นไปเกาะอยู่ที่บนบ่าของเย่ซวนเหมือนเคย ส่วนเฟิ่งจิ่วนั้นก็หลับอยู่ใต้ปีกของเฟิ่งจิวเหมือนเดิม
...
ขอบคุณที่ติดตามครับ
"ใกล้จะได้ออกจากป่าแห่งนี้สักที" เย่ซวนบ่น 555+
ตอนนี้ใช้เวลาเขียนนานหน่อยครับ ผมคิดบทพูดไม่ค่อยเก่ง ส่วนมากเน้นบรรยายซะมากกว่า ต้องขออภัยด้วยครับ /\