เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 39 อะไรที่เรียกว่าเย่อหยิ่งเพราะได้รับความโปรดปราน

            สีหน้าของฮั่วเยี่ยนไหวมืดมนดูไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด

            จิ้งจอกน้อยปีนขึ้นโต๊ะ แล้วมองหน้าเขา

            เหตุใดจู่ๆถึงได้โกรธเล่า?

            มันก็ไม่ได้ทำอะไรนี่นา

            “หงิง!”

            เจ้าเป็นอะไรไป?

            ฮั่วเยี่ยนไหวไม่ได้ไม่เห็นที่จิ้งจอกน้อยแยกเขี้ยวยิงฟันใส่เขา

            ตอนนี้เพิ่งคิดได้ว่าต้องห่วงเขาหรือ?

            สายไปแล้ว!

            จิ้งจอกน้อยสูดจมูกจิตใจของบุรุษเปรียบดั่งเข็มในมหาสมุทรจริงๆ วินาทีก่อนยังอารมณ์ดีอยู่เลยวินาทีต่อมากลับชักสีหน้าใส่นางเสียแล้ว

            “กรร!”

            ไม่สนใจแล้ว!

            จิ้งจอกน้อยเปลี่ยนไปนั่งฝั่งตรงข้ามโดยยื่นใบหน้าเล็กๆ ออกนอกหน้าต่างครึ่งหนึ่ง

            เพื่อมองวิวทิวทัศน์

            ฮั่วเยี่ยนไหวแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ

            อะไรที่เรียกว่าเย่อหยิ่งเพราะได้รับความโปรดปราน!

            ดูเหมือนจิ้งจอกน้อยตัวนี้ที่เขาเลี้ยงจะเป็นเช่นนั้นเสียแล้ว

            “เมี้ยว”

            ท้ายที่สุดแล้วแมวสีขาวก็เป็นเพียงสัตว์ตัวหนึ่งมันแยกแยะบรรยากาศอันแปลกประหลาดภายในห้องส่วนตัวไม่ออก

            ฮั่วเยี่ยนไหวมุ่นคิ้ว เขาหันไปบอกอิ๋งเฟิงอย่างไม่สบอารมณ์ “พามันออกไปเสีย ส่งเสียงดังเกินไปแล้ว”

            “กรร!”

            อย่านะ พาออกไปไม่ได้นะ!

            ฮั่วเยี่ยนไหวไม่สนใจ เขาหันไปมองอิ๋งเฟิงที่มีสีหน้าลำบากใจก่อนจะหรี่ตาลงและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกไปถึงเก้าชั้นฟ้า “ยังไม่ทำตามคำสั่งอีก?”

            เขารู้สึกว่าการช่วยแมวสีขาวตัวนี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดของเขา

            จิ้งจอกน้อยยืนอยู่ตรงหน้าแมวสีขาวในสายตาของมัน แมวสีขาวตัวน้อยถูกจัดอยู่ในกลุ่มอ่อนแอ

            แม้ว่าไป๋เซี่ยเหอจะไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ๆฮั่วเยี่ยนไหวถึงได้โกรธขึ้นมา ทว่านางไม่อยากให้พาแมวสีขาวออกไป

            เมื่อเห็นท่าทีแยกเขี้ยวของจิ้งจอกน้อยฮั่วเยี่ยนไหวก็บันดาลโทสะขึ้นมาทันที

            จิ้งจอกน้อยที่ตนเลี้ยงดูมานานปานนี้นึกไม่ถึงว่าจะแยกเขี้ยวใส่เขาเพียงเพื่อแมวตัวหนึ่ง!

            บรรยากาศในห้องส่วนตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

            “จิ้งจอกน้อยเอ่อ...เจตนาของท่านอ๋องคือพาพวกมันกลับไป เพื่อตรวจดูว่าบาดเจ็บสาหัสหรือไม่”อิ๋งเฟิงรีบอธิบาย

            “เฮอะ”

            โชคดีที่หลังจากฮั่วเยี่ยนไหวแค่นเสียงอย่างเย็นชาแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

            จิ้งจอกน้อยจ้องมองอิ๋งเฟิงด้วยความสงสัยจ้องเสียจนอิ๋งเฟิงรู้สึกหนาวที่แผ่นหลัง

            จิ้งจอกตัวนี้อย่างน้อยต้องบำเพ็ญเพียรนานถึงพันปีหรืออะไรเทือกนั้นเป็นแน่

            อิ๋งเฟิงลอบคาดเดา

            จากนั้นเขาก็พาแมวที่‘ขวางหูขวางตา’ ท่านอ๋องออกไป

            จิ้งจอกน้อยผลักองุ่นบนโต๊ะไปตรงหน้าของฮั่วเยี่ยนไหวทีละน้อย

            ศีรษะเล็กที่มีขนปุกปุยถูไถเข้ากับมือของเขาทั้งยังแลบลิ้นเล็กๆ อันอ่อนนุ่มออกมาเลียนิ้วมือของเขาด้วย

            “หงิง!”

            จิ้งจอกน้อยสำนึกผิดแล้ว

            ข้าไม่ควรเข้าใจเจ้าผิดไป

            แววตาของเขาหม่นแสงลงความอุ่นร้อนและเหนียวเหนอะหนะที่ปลายนิ้วราวกับกระแสไฟฟ้าก็ไม่ปาน มันถือโอกาสที่เขาใจลอยไหลเวียนไปทั่วสรรพางค์กายของเขาอย่างรวดเร็วจากนั้นพุ่งเข้าไปที่ก้นบึ้งหัวใจ

            ก่อนจะอันตรธานหายไป

            เมื่อฮั่วเยี่ยนไหวมองจิ้งจอกน้อยที่ทำตัวน่ารักและเอาอกเอาใจโทสะก็ค่อยๆ สลายไป

            เขาดีดหน้าผากของจิ้งจอกน้อยอย่างเบามือ“ไม่อนุญาตให้มีครั้งต่อไป”

            ก็ได้

            จิ้งจอกน้อยผงกศีรษะราวกับลูกไก่จิกข้าวสารอย่างไรอย่างนั้น

            การทำตัวน่ารักโดยไม่ได้ตั้งใจต่างหากที่น่ารักจนถึงขีดสุด

            ฮั่วเยี่ยนไหวหยิบองุ่นที่จิ้งจอกน้อยผลักมาให้ขึ้นมาก่อนจะปอกองุ่นอย่างพิถีพิถันด้วยนิ้วเรียวยาวที่ข้อนิ้วเด่นชัด

            องุ่นดูแวววาว น้ำองุ่นอันหอมหวานค่อยๆไหลลงมาตามนิ้วมือเรียวยาวของเขา

            แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยทำเรื่องพรรค์นี้มาก่อน

            เมื่ออิ๋งเฟิงที่มอบแมวให้คนอื่นเรียบร้อยแล้วกลับมาเห็นเจ้านายที่สูงศักดิ์และน่าเกรงขามคนนั้นของเขา

            กำลังปอกองุ่นลูกแล้วลูกเล่าจากนั้นยื่นให้จิ้งจอกน้อยที่อยู่ตรงหน้า

            เหตุใดภาพนี้ถึงได้แปลกประหลาดและดูกลมกลืนเช่นนี้เล่า!

            “ท่านอ๋องแม่ทัพไป๋กลับเมืองหลวงเป็นการส่วนตัวแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

            นิ้วมือที่กำลังปอกองุ่นของฮั่วเยี่ยนไหวหยุดชะงักไปทันทีเพราะเขาเห็นว่าองุ่นที่จิ้งจอกน้อยถือไว้ในอุ้งมือหล่นลงมาจากมือของมันหลังจากอิ๋งเฟิงรายงานจบ

            ก่อนจะตกลงจากโต๊ะกระเด็นกระดอนอยู่บนพื้น และกลิ้งไปที่มุมห้อง

            จิ้งจอกน้อยตัวแข็งทื่อไปแล้วนางคิดไม่ถึงว่าไป๋เสียนอันจะกลับมาเร็วปานนี้

            กล่าวตามหลักแล้ว ระยะทางระหว่างชายแดนกับเมืองหลวงนั้นแม้ว่าจะลงแส้และใช้ม้าเร็ว อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหกหรือเจ็ดวัน

            แต่ไป๋เสียนอันกลับใช้ระยะเวลาน้อยลงถึงครึ่งหนึ่ง

            นี่มันหมายความว่าอย่างไร?

            เป็นห่วงไป๋เซี่ยเหอหรือ?

            หากเป็นห่วงจริงๆเหตุใดถึงปล่อยให้นางใช้ชีวิตตามยถากรรมและอาศัยอยู่ในเรือนที่เปลี่ยวร้างที่สุดภายในจวนตามลำพังเล่า!

            “ท่านอ๋อง!”

            อิ๋งเฟิงเห็นฮั่วเยี่ยนไหวจับจ้องท่าทีของจิ้งจอกน้อยก็รู้สึกตื่นกระหนกเล็กน้อย

            เซ่อเจิ้งอ๋องเป็นอะไรไป?

            ความหนาวเย็นคืบคลานบนแผ่นหลังของอิ๋งเฟิงอย่างอธิบายไม่ได้ปีศาจจิ้งจอกในนิทานปรัมปรานั้นกลืนกินพลังหยางของบุรุษ และล่อลวงจิตใจของผู้คน

            แม้ว่าจิ้งจอกที่อยู่ตรงหน้าจะไม่ได้จำแลงกายเป็นมนุษย์จึงไม่นับว่าเป็นปีศาจจิ้งจอกอย่างแท้จริง ทว่าอย่างน้อยก็ก้ำกึ่งกระมัง?

            ถึงอย่างไรเขาก็ไม่เคยได้ยินหรือได้เห็นจิ้งจอกที่มีสติปัญญาเช่นนี้มาก่อน

            “รู้สาเหตุหรือไม่?”ฮั่วเยี่ยนไหวเอ่ยถามโดยที่สายตาไม่ละไปจากจิ้งจอกน้อยแม้แต่น้อย ดูเหมือนเขาต้องการที่จะค้นหาอะไรบางอย่างจากแววตาของมัน

            “คุณหนูใหญ่สกุลไป๋ตายแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

            ฮั่วเยี่ยนไหวละสายตาไปมองอิ๋งเฟิงทันที“เป็นไปไม่ได้”

            ไม่แปลกที่คนอื่นไม่รู้ แต่มีหรือที่พวกเขาจะไม่รู้?

            แม้ว่าชาวบ้านจะลือกันว่าคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ถูกพิษจนตายทว่าพวกเขารู้ว่าคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ได้ดื่มเลือดจิ้งจอกแล้ว

            ฮั่วเยี่ยนไหวมองจิ้งจอกน้อยด้วยสายตาที่ล้ำลึกอย่างยิ่ง

            ในเมื่อจิ้งจอกน้อยเต็มใจที่จะสละโลหิตให้คุณหนูใหญ่สกุลไป๋ย่อมเห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองนั้นแน่นแฟ้นหากคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ตายจริงๆ มันไม่มีทางนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยท่าทีใจเย็นปานนี้แน่

            “หากอิงตามคำบอกเล่าจากหน่วยสอดแนมของพวกเรา ไม่มีใครเห็นคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ออกนอกประตูเรือนมาสองสามวันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            มุมปากของจิ้งจอกน้อยกระตุกอย่างอดไม่ได้

            พูดเช่นนี้ต่อหน้านางจะดีหรือ?

            นางไม่รู้ว่าฮั่วเยี่ยนไหวส่งหน่วยสอดแนมมาที่เรือนของนางตั้งแต่เมื่อใด

            หากนางไม่ได้จำแลงกายเป็นจิ้งจอกแล้วนั่งอยู่ตรงนี้และได้ยินกับหูตนเองนางคงไม่เชื่อเป็นแน่

            ข่าวนี้ลอยเข้าหูนางกะทันหันเกินไปนัก

            มุมปากของจิ้งจอกน้อยกระตุกร้องไห้ไม่ได้ หัวเราะไม่ออก

            แน่นอนว่าพวกเจ้าย่อมไม่เห็นคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ออกนอกเรือนเพราะนางอยู่ตรงหน้านี้แล้วไม่ใช่หรือไร!

            “เข้าใจแล้วจับตาดูไป๋เสียนอันเอาไว้”

            ฮั่วเยี่ยนไหวสังเกตท่าทีของจิ้งจอกน้อยและนั่นก็ทำให้เขายิ่งแน่ใจได้ว่าจิ้งจอกน้อยมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับสกุลไป๋

            จิ้งจอกน้อยเจ้ามาจากไหนกันแน่?

            ส่วนไป๋เซี่ยเหอ...

            เห็นอยู่ชัดๆ ว่านางยังมีชีวิตอยู่ทว่ากลับให้คนปล่อยข่าวว่าตนเองตายไปแล้ว นางคิดจะทำอะไรกันแน่?

            น่าสนใจ

            จิ้งจอกน้อยไม่ทราบว่าตนเองถูกสงสัยเข้าแล้วหลังจากได้ฟังข่าวที่ตนเองอยากรู้เรียบร้อยแล้ว ก็ก้มหน้าก้มตากินองุ่นต่อไป

            ปากของจิ้งจอกเล็กเกินไปจึงไล่ตามความเร็วในการปอกของฮั่วเยี่ยนไหวไม่ทัน

            “เอิ๊ก”

            จิ้งจอกน้อยกินองุ่นจนอิ่มแล้ว

            “เสด็จอาท่านอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วยเจ้าค่ะ” ฮั่วอวิ๋นเยียนผลักประตูเข้ามา

            มารดาแท้ๆของฮั่วอวิ๋นเยียนเสียเลือดมากยามที่ให้กำเนิดนาง จึงเสียชีวิตคาที่ นางจึงถูกเลี้ยงดูโดยฮองเฮามาตลอด

            ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับพี่น้องคนอื่นๆแล้ว นางย่อมใกล้ชิดกับฮ่องเต้มากกว่า และติดต่อกับฮั่วเยี่ยนไหวมากกว่าด้วย

            นางทั้งเคารพและหวาดกลัวเสด็จอาผู้นี้ของนาง

            อืม ส่วนใหญ่น่าจะเป็นหวาดกลัว

            ฮั่วอวิ๋นเยียนย่างกรายเข้ามาแม้ว่าจะดูระมัดระวังเล็กน้อย ทว่าหากเปรียบเทียบกับผู้อื่นเมื่ออยู่ต่อหน้าฮั่วเยี่ยนไหวก็นับได้ว่าท่าทีของนางกล้าหาญแล้ว

            “ว้าวจิ้งจอกน้อยน่ารักจัง”

            ฮั่วอวิ๋นเยียนอุ้มจิ้งจอกน้อยขึ้นมาอย่างระมัดระวัง

            เด็กสาวที่ปฏิบัติต่อสัตว์เล็กที่มีขนปุกปุยอย่างมีเมตตาคือมนุษย์ประเภทที่ไป๋เซี่ยเหอไม่อาจต่อต้านได้

            หากไม่ใช่เพราะจิ้งจอกตัวนี้เป็นของฮั่วเยี่ยนไหวนางคงอุ้มกลับไปแล้ว

            จิ้งจอกน้อยช่างนุ่มนิ่มขนปุกปุย ทั้งยังมีจมูกรั้นสีชมพูดูเย่อหยิ่งนั้นอีก

            น่ารักเกินไปแล้ว!

            “เสด็จอาท่านได้จิ้งจอกน้อยมาจากที่ใดหรือ? ข้าเองก็อยากได้บ้างเจ้าค่ะ”

            จิ้งจอกน้อยกลอกตาคิดว่าจิ้งจอกหิมะพันปีคือผักกาดขาวที่หาได้ทุกที่หรือไร!

            ฮั่วเยี่ยนไหวแย่งจิ้งจอกน้อยมาจากมือของฮั่วอวิ๋นเยียนก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจังโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ย่อมต้องเก็บมาได้”

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592