บทที่ 37 ไม่อยากทำให้เขาไม่มีความสุข
“จะให้ผมพูดอะไรอีก? เธอทำให้ผมเสียเวลาไปตั้งสามปีกว่า… แล้วคุณปู่ยังอยากให้เธอมาทำให้ผมเสียเวลาไปทั้งชีวิตอีกเหรอครับ?”
น้ำเสียงที่ถูกเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจนั้นทำให้ลู่จั่นเหยียนกัดริมฝีปากของตัวเองแน่น และมีบางอย่างพยายามจะเอ่อล้นออกมาจากดวงตา แต่เธอก็กดมันเอาไว้อย่างแน่นหนา
“อดทนอีกสิบวันก็แล้วกันนะ ฉันจะขอให้คุณมีความสุข คุณปู่คะ หนูมีธุระ ต้องขอตัวก่อนนะคะ”
เธอรีบหันหลังก้าวเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาในวินาทีสุดท้ายที่ได้สบตากับคนที่กำลังจะกลายเป็นอดีตสามี
แต่ท้ายที่สุดแล้วน้ำตาที่เอ่อล้นก่อนหน้านี้ก็ได้หยดลงมาบนหลังมืออันเย็นเฉียบ
“ไอ้หลานเวร!”
เมื่อเห็นลู่จั่นเหยียนจากไปจนลับสายตา ผู้เฒ่าฉีจึงยกไม้เท้าคู่กายฟาดลงไปที่ก้นของหลานชายตัวดีอย่างแรง พร้อมกับเอ่ยอย่างเสียงดังฟังชัด
“ฉีส่าวฉิง สักวันแกจะต้องเสียใจ!”
“คุณพ่อทำไมทำอย่างนั้นล่ะคะ!? ในเมื่อลู่จั่นเหยียนตั้งใจแน่วแน่แล้วที่จะหย่า… แล้วคุณพ่อจะตีส่าวฉิงทำไมล่ะคะ? ถ้าเป็นฉันนะ อยากจะหย่าก็หย่าไปเลย!”
ฮั่วหมิงเซียงรีบดึงลูกชายของตัวเองมาและออกโรงปกป้องอย่างเจ็บปวดที่เห็นเขาถูกตีจากคนเป็นปู่
ถ้าลู่จั่นเหยียนอยากจะหย่าก็ย่อมได้ แต่อย่าหวังว่าจะได้หุ้นของตระกูลฉีแม้แต่นิดเดียว!
“ฉันก็แค่อยากตีไอ้หลานชายตัวดีนี่ไง!”
ผู้เฒ่าฉีควงไม้เท้าเตรียมจะฟาดมาอีกครั้ง แต่ฉีส่าวฉิงกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง อีกทั้งใบหน้ายังแสดงความเย็นชาและปากบางก็เม้มแน่นไม่หยุด
เธอตั้งใจแน่วแน่ที่จะหย่า... แล้วทำไมเขาต้องเสียใจด้วย?
จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาดังขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้ผู้เฒ่าฉีที่กำลังเตรียมจะใช้ไม้เท้าฟาดก็หยุดไป ก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยความตื่นเต้น
“หนูเหยียนโทรมาหรือเปล่า?”
ทว่าฉีส่าวฉิงไม่ทันได้ตอบอะไรออกไป กลับรีบกดรับสายและกำลังจะเอ่ยปาก แต่ก็ได้ยินเสียงอ้อแอ้ของเด็กตัวน้อยดังมาจากปลายสายเสียก่อน
[พ่อ ผมคิดถึงพ่อจังครับ เมื่อไหร่พ่อจะกลับมาหาผมล่ะ?]
ทุกคนบริเวณนั้นมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยในทันที ฉีส่าวฉิงจึงเหลือบมองผู้เฒ่าฉีที่ตาแดงก่ำ ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากอย่างจงใจและเอ่ยขึ้นมา
[พ่อจะกลับไปหาเดี๋ยวนี้เลย]
“ไอ้…เวรนี่! ฉันจะตีแกให้ตายเดี๋ยวนี้เลย!”
ผู้เฒ่าฉีโมโหรุนแรงและเตรียมที่จะฟาดไม้เท้าลงไปอีกครั้ง แต่จู่ ๆ กลับถูกขัดขวางไว้ได้ทัน
“ในเมื่อเธอคนนั้นต้องการจะหย่า และหากในอนาคตจะต้องรู้สึกเสียใจ..คงเป็นเธอเท่านั้นที่ต้องเสียใจกับเรื่องนี้!”
เขาพูดจบด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเป็นอย่างมากและเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ไปในทันทีโดยไม่สนใจว่าผู้เฒ่าฉีจะโกรธหรือไม่
…
“แม่ครับ ผมโทรศัพท์ไปแล้ว พ่อจะมาหาผมใช่ไหม? พ่อจะไม่ทิ้งผมจริง ๆ ใช่ไหม?”
โต้วโต้วกอดหมีตัวใหญ่ที่ฉีส่าวฉิงเป็นคนให้ ก่อนจะเงยใบหน้าเล็กเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ
เซี่ยงหว่านจึงส่งยิ้มแล้วดึงลูกชายเข้ามาในอ้อมกอดของตัวเอง ก่อนจะลูบผมนุ่มละเอียดบนศีรษะเบา ๆ
“โต้วโต้วเป็นเด็กดีมาก ๆ แล้วพ่อจะทิ้งลูกได้ยังไงล่ะ? เชื่อแม่สิ พ่อจะกลับมาหาแน่นอน”
“แต่ผมไม่ได้เจอพ่อมาตั้งหนึ่งวัน… แล้วเมื่อกี้ในโทรศัพท์ก็เสียงดังมาก พ่อกำลังตีกับคนอื่นอยู่หรือเปล่า..?”
เจ้าตัวน้อยขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยอยู่พอสมควร เพราะครูที่โรงเรียนเคยบอกว่าการตีกันไม่ใช่สิ่งที่เด็กดีทำกัน
แล้วถ้าหากพ่อกำลังตีกับคนอื่นอยู่… งั้นแสดงว่าพ่อก็ไม่ใช่เด็กดีด้วยหรือเปล่า?
งั้นโต้วโต้วจะยอมให้พ่อเป็นพ่อต่อไปดีไหมล่ะ?
เซี่ยงหว่านจึงยิ้มอย่างอ่อนโยนยิ่งขึ้นราวกับคาดเดาได้ล่วงหน้าว่าตระกูลฉีจะตอบสนองเช่นไร ซึ่งก็ดูเหมือนว่าชายชราผู้เป็นใหญ่ของตระกูลฉีจะยังคงปกป้องลู่จั่นเหยียนเหมือนเดิม
แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่เซี่ยงหว่านเมื่อสามปีก่อนอีกต่อไปแล้ว เพราะครั้งนี้จะไม่มีใครสามารถขัดขวางในสิ่งที่เธอต้องการได้อีก
“แม่ครับ ถ้าพ่อกลับมาแล้ว… เราบอกพ่อไม่ให้ตีกับคนอื่นกันนะ”
เสียงของลูกชายที่เอ่ยขึ้นอีกครั้งดึงสติของเธอให้กลับคืนมา เธอจึงยิ้มเล็กน้อยแล้วจูบแก้มนุ่มนิ่มเนียนละเอียดของเจ้าตัวเล็กอย่างทะนุถนอม
“โต้วโต้ว บอกแม่หน่อยสิ… ว่ามีพ่ออยู่ด้วยแบบนี้มีความสุขไหม?”
“อื้ม! มีความสุขครับ ขอแค่ได้เห็นพ่อทุกวัน ผมก็รู้สึกดีใจมากแล้ว!”
อาจจะเป็นเพราะว่าโต้วโต้วยังเด็กอยู่มาก เขาจึงลืมเรื่องที่เพิ่งกังวลเมื่อครู่ในทันที แล้วมีแววตาเปล่งประกายของความสุขออกมาแทนที่ในทันใด
“ใช่แล้ว พอมีความสุขก็จะรู้สึกดีใจมาก ดังนั้นโต้วโต้วกับแม่ต้องรักษาความสุขนี้ไว้ให้ดี ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม เข้าใจไหม?”
เด็กน้อยส่ายหัวเล็กน้อยราวกับว่ายังมีบางอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยังคงพยักหน้าหงึกหงักตอบรับไปอย่างลังเล
“โต้วโต้วจะทำให้พ่ออยู่กับผมและแม่ตลอดไปครับ!”
“โต้วโต้วเป็นเด็กดีจริง ๆ ด้วย”
เซี่ยงหว่านมีรอยยิ้มแสนอ่อนโยนผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง แต่ในแววตากลับมีประกายเย็นยะเยือกวาบผ่านออกมา
แม้ว่าลู่จั่นเหยียนจะมีอิทธิพลต่อใจของส่าวฉิงมากกว่าที่เธอคิด... แต่ในครั้งนี้เธอจะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว
เพราะเธอจะทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องหมดหนทาง!
…
รถโรลส์รอยซ์คันหรูแล่นไปอย่างช้า ๆ บนท้องถนน และในที่สุดความเร็วที่แสนเชื่องช้านั้นค่อย ๆ ชะลอตัวและจอดลงในที่สุด
ฉีส่าวฉิงดับเครื่องยนต์แล้วเงยหน้ามองบ้านพักตากอากาศที่อยู่ไม่ไกลนัก แต่เขากลับลังเลที่จะลงจากรถและเข้าไปในบ้านหลังนั้น
เขาจึงเปิดหน้าต่างรถแล้วจุดบุหรี่หนึ่งมวน แต่ปล่อยให้มันไหม้จนมอดโดยไม่สูบแม้แต่ครั้งเดียว
เวลาผ่านล่วงเลยไปจนดึกมากขึ้น ทำให้ไฟในบ้านพักดับลงไปหลายดวง เขาจึงตัดสินใจขยับตัวและลงจากรถ
ฉีส่าวฉิงค่อย ๆ ผลักประตูบ้านและเปิดเข้าไปอย่างเชื่องช้า แต่กลับมีแสงของโคมไฟในห้องนั่งเล่นส่องสว่างออกมา
จนเผยให้เห็นร่างของเซี่ยงหว่านนั่งรออยู่บนโซฟาอย่างเงียบเฉียบราวกับผู้หญิงที่รอสามีกลับบ้าน และเมื่อได้ยินเสียงของประตู เธอจึงรีบหันหน้ามามองแล้วลุกขึ้นยืนทันที
“ฉันกลัวจริง ๆ ว่าคุณจะอยู่ข้างนอกแล้วไม่เข้ามา”
ฉีส่าวฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองประตูห้องที่ปิดอยู่ชั้นบน แล้วเอ่ยถามออกมา
“โต้วโต้วหลับแล้วเหรอ?”
“เขาทนรอไม่ไหวก็เลยหลับไปก่อน แต่ก่อนจะนอนเขายังบอกว่าถ้าคุณกลับมาแล้วให้รีบไปบอกเขาด้วย”
“ส่าวฉิง.. ฉันกับโต้วโต้วทำให้คุณลำบากใจใช่ไหม? แต่เรื่องข่าวพวกนั้นฉันได้โทรไปที่บริษัทของพวกเขาแล้ว และชี้แจงว่าเป็นแค่ความเข้าใจผิด…ฉันยังขอร้องให้พวกเขาช่วยลบข่าวที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกด้วย”
“ถ้าหากคุณพูดออกมาเพียงแค่คำเดียว ฉันจะพาลูกไปจากที่นี่และจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของคุณอีกเลย”
ฉีส่าวฉิงสูดลมหายใจ และขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอออกมา
“อย่าคิดมากไปเลย เดี๋ยวผมจะจัดการเอง… ผมขอขึ้นไปดูโต้วโต้วก่อนนะ”
เมื่อขึ้นมาถึงห้องนอนชั้นบน เขาจึงเปิดไฟหัวเตียงให้ส่องสว่างขึ้นมาท่ามกลางความมืดสนิท โต้วโต้วนอนหลับสนิทบนเตียงลายการ์ตูนตัวโปรด ส่าวฉิงจึงอดใจไม่ไหวที่จะใช้มือของตัวเองบีบแก้มของเด็กน้อยตรงหน้า
ฉีส่าวฉิงนั่งลงข้างเตียง และใช้นิ้วมือลูบใบหน้าเนียนนุ่มเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“ขอโทษนะ ที่ทำให้ต้องรอนาน…”
เด็กน้อยที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงก็พลิกตัวไปมาเล็กน้อย และเตะผ้าห่มไปอีกด้าน แล้วหลับต่อไปอย่างสบาย ๆ
ฉีส่าวฉิงจึงยื่นมือไปเช็ดเหงื่อบนเส้นผมอย่างเบามือเมื่อเห็นว่าผมของเด็กน้อยเปียกชื้น ทำให้มีเส้นผมนุ่ม ๆ เส้นหนึ่งติดมากับฝ่ามือและกำลังจะโยนทิ้งลงถังขยะข้างเตียง แต่จู่ ๆ ก็ชะงักไป
เขามองเด็กน้อยที่หลับสนิทอยู่บนเตียง จากนั้นก็ก้มลงมองเส้นผมในมือด้วยความลังเล และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเก็บเส้นผมนั้นใส่กระเป๋าสตางค์อย่างรวดเร็ว
เซี่ยงหว่านยังคงนั่งอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีเช่นเดิมในห้องนั่งเล่น เพียงแต่ในมือกลับถือโทรศัพท์เพิ่มขึ้นมา และบนหน้าจอขนาดไม่ใหญ่นักก็แสดงทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในห้องนอนของลูกชายตัวเองได้อย่างชัดเจน ไม่นานนักก็มีรอยยิ้มที่มุมปากของหญิงสาวอย่างเจ้าเล่ห์
‘ส่าวฉิง ถ้าหากคุณต้องการทำให้ฉันตายใจ… ฉันก็จะเล่นตามคุณ’
‘แต่หลังจากนั้นฉันจะเอาตำแหน่งที่ควรเป็นของฉันกลับคืนมาจากลู่จั่นเหยียน!’
…
ด้านลู่จั่นเหยียนที่เพิ่งกลับมาถึงอะพาร์ตเมนต์ แต่ก็ได้เจอกับเจียงจิ้งที่กำลังจะเข้านอนพอดี
“ทำไมเพิ่งกลับมาเนี่ย? เธอไปไหนมากันแน่? ลู่จั่นเหยียน… นี่เธอร้องไห้มาเหรอ?”
เจียงจิ้งจับแขนของเพื่อนสนิทเอาไว้ แล้วจ้องมองดวงตาที่ร้องไห้มาด้วยความตกใจ
“เป็นบ้าอะไรของเธอ!? ลู่จั่นเหยียนที่ฉันรู้จักไม่มีทางร้องไห้ง่าย ๆ หรอกนะ!”
“เจียงจิ้ง… ฉันคิดว่าการแต่งงานของฉันกับฉีส่าวฉิง… เป็นความผิดพลาดตั้งแต่แรกหรือเปล่า?”
ความรักที่เธอมอบให้เขาอย่างเงียบ ๆ มานานหลายปี…หรือการมีชีวิตฉันสามีภรรยานานกว่าสามปี…
แล้วเธอได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้าง!?
“ผิดพลาดอะไรกัน? เกิดอะไรขึ้นกันแน่? บอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ!”
“เธอรู้ใช่ไหมว่าทั้งฉัน คุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาวเธอจะคอยสนับสนุนเธออยู่เสมอ”
เจียงจิ้งเอ่ยถามออกมาด้วยความงุนงง แต่เธอก็ยังเห็นได้ชัดว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน และดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อีกด้วย
ลู่จั่นเหยียนทรุดตัวลงนั่งข้างโซฟาราวกับหมดแรงด้วยร่างกายที่ขดตัวและสั่นเทา อีกทั้งน้ำตายังไหลพรากออกมาทันทีที่ได้ยินเพื่อนสนิทพูดถึงคนในครอบครัวที่จากไปแล้ว
“เจียงจิ้ง พวกเขาไม่อยู่แล้ว! ไม่อยู่แล้ว!”
เธอสูญเสียคนในครอบครัวที่เหลืออยู่ไปหมดแล้ว และในไม่ช้าก็จะต้องสูญเสียสามีที่เธอรักและรอคอยมานานหลายปี