วาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 105 ศึกตัดสิน


         มู่หรงฉือโมโหแล้วผลักเขา “ใครเป็นห่วงท่านกัน? ข้าก็แค่ไม่อยากจะให้ท่านด่วนตายไปก็เท่านั้น!”

            เพียงผลักเช่นนี้ เขาก็ล้มลงไปกับพื้นหญ้าราวเป็นมนุษย์กระดาษทั้งยังไอออกมาอีกสองสามครั้ง

            จิตใจของนางพลันสั่นไหว ก่อนจะประคองเขาขึ้นมาอย่างรู้สึกเสียใจภายหลังเล็กน้อย“ข้าทำท่านเจ็บแล้วหรือไม่?”

            มู่หรงอวี้รู้ว่าสตรีผู้นี้ปากไม่ตรงกับใจ วาจาที่นางกล่าวออกมาต้องฟังความหมายในทางตรงกันข้ามเขาจึงโอบนางเข้าสู่อ้อมแขน “จูบข้าสักที เป็นการชดเชย”

            นางถลึงตาใส่เขาอย่างไม่พอใจ ดีดดิ้นออกจากอ้อมแขนของเขา“รีบคิดหาทางกลับเมืองเร็วเข้า จะมัวรอความตายอยู่ที่นี่ไม่ได้นะ”

            “ไม่มีม้า หากประเมินจากเรี่ยวแรงของพวกเราแล้วนับว่ายากมากที่จะเดินกลับถึงเมืองได้”

            “เช่นนั้นลูกน้องของท่านจะหาที่นี่พบหรือไม่?” นางเองก็รู้ ที่นี่ห่างจากเมืองหลวงราวสามสิบลี้ หากรอให้พวกเขาฟื้นกำลังบางทีอาจจะยังมีความหวังอยู่เล็กน้อย

            “คงต้องดูโชคของพวกเราแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ

            “ท่านถูกพิษแล้วยังไม่ร้อนใจอีกหรือ?” มู่หรงฉือถามอย่างวิตก สีหน้าของเขาย่ำแย่มากจริงๆ

            “ตอนนี้ยังไม่ต้องกังวลไป” มู่หรงอวี้ไอออกมาสองที “เจ้าหิวแล้วหรือไม่ ทางนั้นมีต้นผลไม้อยู่ต้นหนึ่งข้าจะไปเด็ดกลับมาให้”

            “ข้าเองก็จะไปด้วย”

            “ร่างกายของเจ้ายังอ่อนแอ พักอยู่ที่นี่ อย่าวิ่งซนไปทั่ว”

            เขาสั่งความสองประโยค แล้วเดินไปทางทิศเหนือ

            นางมองเขาเดินออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นจุดเล็กๆ ความคิดพลันผุดขึ้นมาในหัวมากมาย

            สองวันนี้นางรู้สึกว่าเขาเอาอกเอาใจและปกป้องนางจนหวานล้ำรับรู้ได้ถึงหัวใจที่ร้อนแรงทั้งยังเต้นรัวของเขา รู้สึกถึงพละกำลังของเขากับความสามารถในการแบกรับของสามีคนหนึ่งสิ่งเล็กๆ น้อยๆ นางสัมผัสถึงมันได้จริงๆ น้ำแข็งในใจของนางค่อยๆ ถูกหลอมละลาย...

            นางได้แต่เตือนตัวเองอีกครั้ง จะจมลงไปไม่ได้จะอยากได้ความรักไม่ได้ จะทุ่มเทไม่ได้ แต่นางกลับไม่อาจควบคุมตนเอง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เริ่มคุ้นเคยกับการเอาอกเอาใจและการปกป้องของเขาเริ่มชินกับการกอดอย่างแนบชิดและจุมพิตของเขา เริ่มชินกับทุกสิ่งทุกอย่างของเขา

            นางรู้ว่านี่เป็นความเคยชินที่ไม่ดีเอาเสียเลย แต่นางกลับยังคงจมอยู่ในความหวานชื่นและอ่อนโยนนั้น

            จะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกไม่ได้!

            กลับถึงเมืองหลวงเมื่อไหร่ ทุกอย่างจะต้องกลับคืนสู่จุดเริ่มต้น

            นี่เป็นเรื่องร้ายแรง!

            มู่หรงอวี้นำผลไม้หกลูกกลับมา ใช้น้ำในแม่น้ำล้างก่อนที่พวกเขาจะเริ่มทาน

            ผลไม้หวานฉ่ำ นางที่กำลังหิวจัดเพียงครู่เดียวก็ทานไปแล้วสองลูกลูกที่สามก็ค่อยๆ กัด

            เขาค่อยๆ ทานเหมือนไม่หิวเท่าใดนัก ลูกเดียวก็ยังกินไม่หมด

            “ท่านเป็นอะไรไป? ทานไม่ลงหรือ?” นางถามด้วยความสงสัยเขาเองก็ใช้แรงไปไม่น้อย ไม่หิวหรือ?

            “พรวด...”

            เขาหันไปกระอักเลือดด้านข้าง เนื้อผลไม้กับเลือดสีม่วงคล้ำผสมเข้าด้วยกันอย่างน่าตกใจ

            มู่หรงฉือรีบเข้าไปหาเขาอย่างตื่นตระหนก ครั้นเห็นสีหน้าขาวซีดของเขาหัวใจพลันบีบรัด

            นางขมวดคิ้วแน่น ในใจรู้สึกเจ็บปวดยิบๆ “เหตุใดถึงได้กระอักเลือดอยู่ตลอดเช่นนี้?”

            เขาพูดเสียงแหบพร่า “ไม่เป็นอะไร...”

            นางไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรจู่ๆ ก็รู้สึกปวดที่หว่างคิ้วมาก ปวดถึงเพียงนั้น...

            มู่หรงอวี้เห็นขนตาของนางระยิบระยับเคล้าน้ำตาในใจก็ทั้งดีใจทั้งปวดใจ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าของนาง พูดเสียงแหบ “เด็กโง่ ข้าไม่มีทางเป็นอะไร...”

            “ถึงขนาดนี้แล้วยังจะบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก...” นางสะอึกสะอื้น หัวใจราวถูกคนเอามีดแทงจนหลั่งเลือด

            “เจ้าร้องไห้ให้ข้า...อาฉือเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าดีใจเพียงใด?” สายตาของเขาอ่อนโยน

            “ข้าก็แค่กังวล...ข้าคนเดียวกลับไปไม่ได้...”

            เขาหัวเราะอย่างไร้เรี่ยวแรง เผยความสุขบนใบหน้าไม่สนใจว่านางจะพูดอะไร เพียงจับนิ้วของนางไว้แน่น

            มู่หรงฉือกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา “กลับเมืองดีหรือไม่? ข้าจะแบกท่านเอง...”

            มู่หรงอวี้พยักหน้า “บางทีอาจจะไปขอยืมบ้านชาวบ้านพักเสียก่อน”

            คนของคุณชายชุดทองยังหาพวกเขาไม่พบ ถือว่าพวกเขายังโชคดี

            นางนำชุดที่ตากจนแห้งแล้วมาใส่ให้เรียบร้อยต่อมาก็ช่วยเขาสวมชุด รวบผมให้เขาอย่างง่ายๆ จากนั้นก็พยุงเขาเดินต่อไปข้างหน้า

            ...

            เดินไปได้ไม่ถึงสามจั้งมู่หรงฉือก็เห็นคุณชายชุดทองพาคนชุดดำหลายสิบคนเดินมาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ

            เสื้อคลุมสีทองชุดนั้นอยู่บนร่างของเขา ราวกับถูกแสงสีทองครอบเอาไว้ดั่งกรงอันหรูหรางดงามยามอรุณรุ่งที่กลางวันกับกลางคืนคาบเกี่ยวกันเช่นนั้นก็คงจะงดงามมาก

            นางถลึงตาใส่เขาเงียบๆ ครั้งนี้เขาถึงกับบัญชาการด้วยตนเอง?

            มู่หรงอวี้เอามือของนางออก ลำตัวยืดตรงแลดูผ่อนคลายองคาพยพทั้งห้าราวกับภูเขาคม

            “สามารถจัดการหนูทดลองสามคนนั้นของข้าได้ นับว่าไม่เลวจริงๆ” คุณชายชุดทองพูดด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความชั่วร้ายที่ชวนขนลุก                  

            “ก็แค่หนูทดลองตัวเล็กๆ เท่านั้น” มู่หรงอวี้พูดอย่างไม่พอใจ

            “หาได้ยากที่ข้าจะเจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อสักคนแต่น่าเสียดายคืนนี้เจ้าจะต้องตายอยู่ที่นี่ เสียดายจริงๆ”

            “เปิ่นหวางเองก็อยากจะประมือกับคุณชายจินสักสองสามกระบวนท่าดูความสามารถที่แท้จริงของเจ้า แต่ว่าช่างน่าเสียดายที่คุณชายจินต้องจากไปก่อนวัยอันควรหลังจากเปิ่นหวางสูญเสียคู่ค่อสู้ไป สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คงเป็นการดื่มสุราชมจันทร์อย่างหงอยเหงาเปล่าเปลี่ยวเท่านั้น”

            มู่หรงฉือมองฟ้าอย่างหมดคำพูด หงอยเหงาเปล่าเปลี่ยว?

            สองคนนี้เห็นอกเห็นใจกันขึ้นมาหรืออย่างไร? ปากของพวกเขากัดกันประหนึ่งคนที่มีนิสัยชอบพูดจิกกัดเพื่อความสุขจริงๆ

            หากครั้งนี้พวกเขาไม่มีใครชนะใครได้จะทำอย่างไรเล่า?

            “ผู้คนต่างเล่าลือกันว่าอวี้หวางวรยุทธ์เก่งกาจ ข้าย่อมต้องการรับคำชี้แนะไม่ทราบว่าท่านอ๋องคิดอย่างไร?” คุณชายชุดทองยิ้มบางเหมือนกำลังพูดเล่นเรื่อยเปื่อย

            “เปิ่นหวางมีความคิดนี้อยู่นานแล้ว” มู่หรงอวี้ตอบด้วยท่าทางสบายๆ “กลัวแต่ว่าคุณชายจินที่เหมือนเด็กแปดขวบรับการโจมตีเพียงครั้งเดียวก็จะไม่ไหวเสียแล้ว”

            “ข้าว่าคนที่ควรจะกังวลเรื่องนี้น่าจะเป็นท่านอ๋องมากกว่าท่านอ๋องทั้งได้รับบาดเจ็บทั้งยังถูกพิษ แม้ข้าจะไม่อยากฉวยโอกาสตอนคนบาดเจ็บทำร้ายท่านแต่โลกนี้กลับไม่ค่อยมีความยุติธรรมเท่าไหร่ หากจะโกรธแค้นก็คงได้แต่โกรธแค้นที่โชคไม่ดีเท่านั้น”

            “คุณชายจินวางใจ เปิ่นหวางไม่มีทางให้เจ้าได้รับชัยชนะไปเป็นแน่เปิ่นหวางไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อน ครั้งนี้ก็เช่นกัน”

            “เช่นกันๆ ข้าเองก็ไม่เคยแพ้ให้ผู้ใดมาก่อนคนชนะคือราชา ส่วนคนแพ้ก็เป็นได้แค่โจร คนที่แพ้ก็ต้องยอมมอบชีวิตให้อย่างเต็มใจท่านอ๋องคิดว่าอย่างไร?”

            “ดียิ่ง!”

            มู่หรงฉือเห็นพวกเขาเอาชีวิตมาเดิมพันกันอย่างสบายๆจึงอดกังวลใจขึ้นมาไม่ได้

            มองอย่างไรมู่หรงอวี้ก็เป็นฝ่ายแพ้ยังจะต้องสู้กันอีกหรือ?

            ถึงจะเอาชนะได้ แต่คุณชายจินก็ยังมีลูกน้องอีกสิบกว่าคนพวกเขาไม่อาจหนีรอดไปได้อยู่ดี

            มู่หรงอวี้พูดเสียงเบา “อีกประเดี๋ยวข้าจะสู้กับเขา เจ้าอาศัยจังหวะนี้หนีไปเสียอย่าหันหลังกลับมา จำเอาไว้”

            นางพูดอย่างหนักแน่น “ข้าไม่ไป!”

            เขาไม่รู้ว่าควรดีใจหรือว่าโกรธดี ช่างเถิด ถึงนางอยากจะหนีพวกคนชุดดำก็คงตามไปอยู่ดี

            คุณชายชุดทองโบกมือเป็นสัญญาณด้วยท่าทางสูงส่งแต่กลับมีความชั่วร้ายปรากฏอยู่ลึกๆ “ท่านอ๋อง เชิญ”

            มู่หรงอวี้ชักกระบี่ที่เอวออกมา ดวงตาหรี่ลงอย่างดุร้าย

            หน้ากากทองบนใบหน้าของคุณชายชุดทองเปล่งประกายวาววับก่อนที่จะทะยานกายขึ้นแล้วหายวับไปทันที!

            พริบตาต่อมา ตัวคนก็ปรากฏขึ้นมู่หรงฉือเห็นตรงหน้าของมู่หรงอวี้มีเงาคนเพิ่มขึ้นมา ทั้งแปลกประหลาด ทั้งรวดเร็วจึงอดตกใจไม่ได้

            ท่าไม้ตายที่รุนแรงถึงชีวิตถูกปล่อยออกมาส่วนมู่หรงอวี้เองก็กลายร่างเป็นสายพลังขุมหนึ่งที่ทรงอานุภาพรุนแรง

            นางเห็นพลังสองสายโจมตีกันอย่างดุเดือด ประเดี๋ยวอยู่ตรงนั้นอีกเดี๋ยวก็อยู่ตรงนี้ รวดเร็วจนมองเห็นไม่ชัดเจนว่าพวกเขากำลังทำอะไร

            แต่พวกเขาประมือกันไปสิบกระบวนท่าแล้ว

            การต่อสู้ของยอดฝีมือระดับสูงนั้นช่างแตกต่างจริงๆ!

            หัวใจของมู่หรงฉือเต้นแรง ตอนนี้เพิ่งจะเข้าใจ ความสามารถของนางไม่ถือว่าเก่งกาจอะไรมู่หรงอวี้รับมือด้วยไม้แข็งไม่ได้ก็ใช้ไม้อ่อน

            ทันใดนั้น พลังสองสายก็บินขึ้นฟ้าไปอยู่เหนือแม่น้ำก่อนจะเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดคลื่นสีขาวถูกปล่อยออกมาจากฝ่ามือของพวกเขาทีละลูก โจมตีไปยังอีกฝ่ายอย่างรุนแรงแสงเย็นราวหิมะแต่ก็เป็นเช่นดอกไม้ไฟ

            ปังปังปัง

            แม่น้ำเส้นเล็กมีน้ำสาดกระเซ็นขึ้นสูง คนผู้หนึ่งยังลอยอยู่กลางอากาศส่วนอีกคนร่วงหล่นแล้วลอยตัวกลับขึ้นมาใหม่อยู่หลายต่อหลายครั้ง บรรยากาศเปลี่ยนเป็นรุนแรง

            นางมองดูภาพการต่อสู้ตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก

            พวกเขายืนอยู่บนสายน้ำที่สาดซัดขึ้นมา จากนั้นพลังทั้งสองสายก็ร่วงลงมาอยู่เหนือพื้นหญ้าริมแม่น้ำ ปราณสีขาวเคลื่อนไหวราวคลื่นยักษ์แผ่อยู่รอบๆตัวของพวกเขา ทำให้คนที่มองดูตกใจ

            พลังปราณที่แข็งแกร่งสองขุมรวมกันก่อให้เกิดลมพัดรุนแรงน่าครั่นคร้าม

            ชุดสีทองสะบัดไหวราวเปลวเพลิงสีทอง อาภรณ์ดำพลิ้วไหวไปตามลมราวกับเพลิงสีดำที่กำลังลุกโหม

            พริบตานั้น คนผู้หนึ่งก็ร่วงหล่นลงพื้นอย่างแรง พร้อมกระอักเลือดสีดำออกมาเต็มพื้น

            มู่หรงฉือคาดเดาไว้แล้วว่าผลลัพธ์จะต้องเป็นเช่นนี้นางจึงรีบพุ่งเข้ามาประคองมู่หรงอวี้ ในใจเจ็บแปลบปลาบ “ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”

            เขาเช็ดเลือดที่มุมปาก แล้วรั้นจะยืนขึ้นมา

            คุณชายชุดทองร่อนตัวลงมา คลี่ยิ้มชั่วร้าย “อวี้หวาง องค์รัชทายาท ข้ามาส่งพวกเจ้าด้วยตนเองพวกเจ้าก็ควรจะรู้จักพอใจได้แล้ว”

            “เจ้าคิดว่าตัวเองชนะจริงๆ แล้วอย่างนั้นหรือ?” มู่หรงอวี้เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม ดวงหน้าเขียวคล้ำภายใต้ท้องนภายามค่ำคืนเต็มไปด้วยความเหนื่อยอ่อน

            “เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ลมหายใจรวยรินถึงเพียงนี้แล้วยังคิดว่าจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้อีกหรือ?” คุณชายชุดทองกางมือทั้งสองออกแล้วเดินเข้าไปหาพวกเขา พลางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

            “ไม่แน่ว่าในตอนสุดท้ายเจ้าจะต้องแพ้”

            “งั้นหรือ? เช่นนั้นข้าจะรอดู” คุณชายชุดทองมองไปบนฟ้าแล้วหัวเราะเสียงดังอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง “สวรรค์ ท่านเห็นแล้วหรือไม่? เขายังไม่ยอมแพ้ มิสู้ท่านลงมาให้ความช่วยเหลือแก่เขาเถิด! ฮ่าๆๆ…”

            สิบคนนั้นก็หัวเราะเสริมเข้าไปด้วย “คุณชายช่างเก่งกาจยิ่งนัก!”

            มู่หรงฉือพูดด้วยความโมโห “ชนะโดยที่ไม่ได้ใช้ความสามารถนั้นจะมีค่าให้ภูมิใจได้อย่างไร?”

            คุณชายชุดทองมองนางแล้วพูดขึ้นอย่างชั่วร้าย “หากเจ้ากลับแคว้นไปกับข้า ไปเป็นสาวรับใช้ของข้าข้าจะตกรางวัลให้เจ้า”

            นางตวาดลั่นด้วยความโกรธจัด “ฝันไปเถอะ!”

            เขายิ้มร้ายที่ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกปวดหัว “เช่นนั้นพวกเจ้าสองคนก็ตายไปเสียด้วยกัน ข้าต้องคิดให้ดีๆว่าจะให้พวกเจ้าตายอย่างไรถึงจะดีที่สุด”

            ทันใดนั้นเขาก็หรี่ตามองไปด้านหน้า ทหารกองหนุนของอวี้หวางมาถึงแล้ว

            ด้านหลังมีการเคลื่อนไหว!

            มู่หรงฉือหันไปมอง คนชุดดำยี่สิบคนกรูเข้ามาดั่งนกฮูกที่บินอยู่บนท้องฟ้ายามรัตติกาล

            นางจำได้คนที่นำกลุ่มคนชุดดำพวกนั้นก็คือองครักษ์เงาของมู่หรงอวี้

            กุ่ยหยิง อู๋หยิงโค้งตัวคำนับรอรับคำสั่ง “กระหม่อมมาช้า ขอท่านอ๋องโปรดลงโทษ”

            มู่หรงอวี้พยักหน้าใบหน้าเย็นชาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว “คุณชายจิน หากเมื่อครู่เจ้ารีบสังหารเปิ่นหวาง เปิ่นหวางก็คงไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านเจ้าเพียงแต่น่าเสียดาย เจ้าพลาดโอกาสไปเสียแล้ว”

            คุณชายชุดทองถอนหายใจ อยากจะตีอกชกหัวตนเองให้พอใจ

            ใช่สิ ขอเพียงสังหารอวี้หวางได้ เขาก็จะได้รับความดีความชอบอย่างล้นพ้นตำแหน่งรัชทายาทย่อมต้องตกอยู่ในกำมือของเขา

            แคว้นเป่ยเยี่ยนที่ไร้อวี้หวางย่อมวุ่นวายถึงตอนนั้นเขาร่วมมือกับแคว้นตงฉู่ แคว้นซีฉิน ยกกองทัพใหญ่มาตีแคว้นเป่ยเยี่ยน แคว้นเป่ยเยี่ยนจะไม่ล่มสลายหรือ?

            สูญเสียอวี้หวางไปแคว้นเป่ยเยี่ยนก็เหมือนกับเสืออ่อนแอตัวหนึ่งที่พร้อมจะพังทลายได้ตลอดเวลาพวกเขาสามารถแบ่งอาณาเขตแคว้นเป่ยเยี่ยนและเงินทองได้อย่างสบายๆ

            เพียงแต่น่าเสียดาย เขาพลาดโอกาสนั้นไปเสียแล้ว

     

    คล้ายกับเรื่องวาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730