คิดได้ดังนั้น เขาก็ะเิพลังปราณออกมาวูบหนึ่ง เกิดลมพายุหมุนวนพัดกรรโชกไปทั่วถ้ำ ผู้าุโเฟิงปรายตามอง ลอบพยักหน้าในใจ เ้าเด็กนี่... มีของดีอยู่กับตัวจริงๆ
เมื่อเห็นว่าพลังปราณโคจรถึงขีดสุด ซูหยุนก็ส่งจิตสั่งการ ถ่ายเทพลังปราณอันมหาศาลราวกับคลื่นั์ถาโถมเข้าไปในตัวกระบี่ ทันใดนั้นกระบี่ยาวก็เปล่งแสงเจิดจ้า ยิ่งซูหยุนอัดพลังเข้าไปมากเท่าไหร่ แสงก็ยิ่งสว่างจ้าบาดตามากขึ้นเท่านั้น เห็นดังนั้น ซูหยุนจึงแอบเร่งพลังเพิ่มเข้าไปอีกเฮือกใหญ่
ดูเหมือนกระบี่ยาวจะทนรับไม่ไหวอีกต่อไป มันไม่อาจต้านทานการชะล้างของพลังปราณที่บริสุทธิ์ถึงขีดสุดนี้ได้
แครก...
เสียงแตกหักเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของถ้ำ ซูหยุนก้มลงมอง ก็เห็นรอยร้าวเล็กละเอียดดุจเส้นผมปรากฏขึ้นบนตัวกระบี่...
หางตาของผู้าุโเฟิงกระตุกยิกๆ แม้จะยังคงหลับตานิ่ง แต่ในใจก่นด่าไปแล้วเรียบร้อย ไอ้เด็กเวรนี่... มันตัวหายนะชัดๆ พลังอะไรของมันวะเนี่ย?
ซูหยุนแอบชำเลืองมองผู้าุโเฟิง เห็นอีกฝ่ายยังเงียบ ก็วางกระบี่ลง แล้วหันไปคว้าหอกสั้นขึ้นมาแทน...
ไม่นานนัก เสียง แครก ที่คุ้นหูก็ดังขึ้นอีกครั้ง บนตัวหอกสั้นปรากฏรอยร้าวแบบเดียวกันเปี๊ยบ ซูหยุนถอนหายใจยาว พึมพำเสียงค่อย (แต่จงใจให้ได้ยิน) "เฮ้อ... เปราะบางเหลือเกิน..."
ใบหน้าของผู้าุโเฟิงกระตุกอย่างรุนแรง พอเห็นซูหยุนกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกระจกบานเล็ก เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ตวาดลั่น
"พอได้แล้ว! ไอ้เด็กเปรต! เ้าตั้งใจจะพังของข้าใช่ไหม!"
ซูหยุนรีบวางกระจกลง ถูมือไปมา ทำหน้าตาใสซื่อแกมรู้สึกผิด "ผู้าุโเฟิงเข้าใจผิดแล้วขอรับ ศาสตราพวกนี้ดูภายนอกก็สวยดี แต่ใช้งานจริงกลับ 'สวยแต่รูปจูบไม่หอม' ทนรับพลังปราณของศิษย์ไม่ได้เลย... ศิษย์ได้ยินผู้าุโเฉียนยกย่องว่าท่านคืออันดับหนึ่งในห้าสำนัก ของมีตำหนิพวกนี้ต้องไม่ใช่ฝีมือท่านแน่ๆ ดังนั้น..."
ยังพูดไม่ทันจบ แต่ผู้าุโเฟิงก็เข้าใจแจ่มแจ้ง ไอ้เด็กนี่มันอยากได้ของที่ข้า 'ตั้งใจ' หลอมจริงๆ สินะ
แต่สิ่งที่ซูหยุนไม่รู้คือ ของบนโต๊ะพวกนี้ แม้จะไม่ใช่ระดับท็อป แต่มันก็เป็ผลงานสมัยหนุ่มๆ ของผู้าุโเฟิงจริงๆ!
ถึงฝีมือตอนนั้นจะยังดิบเถื่อนเทียบกับตอนนี้ไม่ได้ แต่โดนเด็กเมื่อวานซืนมาวิจารณ์ซึ่งหน้าแบบนี้ มันเสียหน้าโว้ย! เขาแอบด่าผู้าุโเฉียนในใจ ไอ้จิ้งจอกเฒ่า! เ้าต้องแค้นข้าเื่เก่าๆ แน่ๆ ถึงส่งไอ้เด็กนรกนี่มาป่วนข้า!
เขาแค่นเสียงฮึดฮัด ดูท่าถ้าไม่เอาของจริงออกมาโชว์ คงโดนเด็กมันดูถูกเอาได้...
คิดได้ดังนั้น เขาโบกมือวูบเดียว บนโต๊ะหินก็ปรากฏศาสตราวุธชุดใหม่นับสิบชิ้น แต่ละชิ้นเปล่งรัศมีแห่งจิติญญาวูบวาบ สว่างไสวไปทั่วทั้งถ้ำ รูปลักษณ์ภายนอกกินขาดของชุดตะกี้แบบไม่เห็นฝุ่น!
เขามองซูหยุนด้วยสายตาเ็า "เ้าหนู ในเมื่อเ้าอยากลองของ งั้นวันนี้ข้าจะเปิดหูเปิดตาให้!"
ซูหยุนเห็นแสงวิบวับตระการตาก็น้ำลายแทบหก รีบถาม "ผู้าุโ... นี่มัน..."
"ไม่ใช่ ศาสตราเวท กระจอกๆ!" ผู้าุโเฟิงสวนทันควัน "นี่คือ 'ศาสตราิญญา'! นอกจากจะใช้วัตถุดิบหายากล้ำค่าในการหลอมแล้ว ภายในยังบรรจุจิติญญาเอาไว้ ทำให้สามารถยกระดับคุณภาพตามการบ่มเพาะของผู้ใช้ได้ ของพวกนี้เทียบกับขยะเมื่อกี้ คนละชั้นกัน!"
เห็นซูหยุนทำตาโตเท่าไข่ห่าน ผู้าุโเฟิงก็ลอบยิ้มเยาะ ของน่ะดีจริง... แต่ปัญหาคือเอ็งจะมีปัญญาใช้หรือเปล่าเถอะ!
ซูหยุนไม่สนสีหน้าใครแล้ว เขาคว้ากำไลข้อมือที่ดูโบราณชิ้นหนึ่งขึ้นมา ลูบคลำอย่างหลงใหล
ผู้าุโเฟิงเห็นดังนั้น ก็อารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย ยอมอธิบายให้ฟัง "นั่นคือ 'กำไลแสงกระจ่าง' ภายในซ่อนปราณกระบี่อันคมกริบไว้สิบสามสาย เมื่อกระตุ้นใช้งาน แต่ละสายจะมีอานุภาพเทียบเท่าการโจมตีเต็มกำลังของผู้ฝึกตน ขั้นเชื่อมจิต ระดับสูงสุด! และเมื่อใช้หมด เพียงหมั่นบำรุงรักษา ปราณกระบี่ก็จะฟื้นฟูกลับมาเองได้... เป็ไง ลองดูไหม?"
ซูหยุนตาเป็ประกายวาวโรจน์ ขั้นเชื่อมจิตระดับสูงสุดเชียวนะ! ถ้าได้มา ข้าเดินกร่างทั่วสำนักได้เลยสิเนี่ย! เขารีบถ่ายเทพลังปราณเข้าไปในกำไลทันที
แต่ทว่า... ไม่ว่าจะพยายามอัดพลังเข้าไปแค่ไหน พลังปราณก็หายวับไปเหมือนหินจมทะเล กำไลไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ทั้งสิ้น
ซูหยุนชะงัก หันไปมองผู้าุโเฟิงด้วยสายตาเป็คำถาม
ผู้าุโเฟิงรู้สึกสะใจเหมือนได้ระบายความแค้น เขาลูบเคราอย่างผู้ชนะ กล่าวอย่างภาคภูมิใจ "อ้อ ลืมบอกไป... ศาสตราิญญาพวกนี้ ต้องเป็ผู้ฝึกตน ขั้นเชื่อมจิต ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะควบคุมได้... ตัดใจซะเถอะเ้าหนู!"
ซูหยุนหน้าเหี่ยวลงทันที เข้าใจแล้วว่าทำไมตาแก่นี่ถึงเปลี่ยนท่าที ที่แท้ก็กะจะแกล้งให้เขาอยากแล้วจากไปนี่เอง! รังแกคนไม่มีทางสู้ชัดๆ!
เขาเกิดความดื้อรั้นขึ้นมา ไม่ได้! วันนี้ข้าจะไม่ยอมกลับมือเปล่าเด็ดขาด! จะใช้ได้ไม่ได้ไม่รู้ ข้าจะเอาไปก่อน รอเวลถึงเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน จะให้ข้ายอมกินแห้วกลับไป ฝันไปเถอะ!
ผู้าุโเฟิงเหมือนอ่านใจออก รีบดักคอ "เ้าหนู! ข้าบอกไว้ก่อน! ของในนี้ ถ้าเ้าควบคุมชิ้นไหนได้ ก็เอาไปได้เลย! แต่ถ้าทำไม่ได้... ก็จงเลือก 'ศาสตราเวท' ธรรมดาๆ ไปหนึ่งชิ้น แล้วไสหัวไปซะ!"
ซูหยุนจุกจนพูดไม่ออก ไอ้พวกตาแก่นี่ไม่มีใครคบได้สักคน! ทั้งผู้าุโเฉียน ทั้งผู้าุโเฟิง จ้องจะเอาเปรียบข้าตลอดเวลา... ฮือออ มีแต่ผู้าุโลู่เท่านั้นแหละที่รักข้าจริง!
แต่เขายังไม่ยอมแพ้ กวาดตามองไปทั่วโต๊ะ หวังจะเจอของที่พอจะลักไก่ได้บ้าง
ผู้าุโเฟิงมองซูหยุนด้วยหางตา ต่อให้เ้าจะพิสดารแค่ไหน ก็ไม่มีทางข้ามขั้นไปควบคุมศาสตราิญญาได้หรอก การจะควบคุมของพวกนี้ มันต้องใช้มากกว่าแค่พลังปราณ...
ขณะกำลังคิดเพลินๆ จู่ๆ ซูหยุนก็ร้องเสียงหลง "ผู้าุโเฟิง! นี่มันคือสิ่งใดหรือขอรับ?"
ผู้าุโเฟิงหันไปมอง หัวใจกระตุกวูบ ฉิบหาย... ข้าเผลอเอาเ้านั่นออกมาด้วยเหรอ?
ที่ขอบโต๊ะหิน มีวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีดำสนิท ขนาดเท่าฝ่ามือวางสงบนิ่งอยู่ จะเรียกว่าศาสตราวุธก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะแม้แต่ผู้าุโเฟิงเองก็ยังไม่รู้ว่ามันทำมาจากอะไร ดูเหมือนโลหะแต่ก็ไม่ใช่ เหมือนหยกก็ไม่เชิง นอกจากความหนักอึ้งและความแข็งแกร่งทนทานแล้ว ก็ไม่มีคุณสมบัติพิเศษอะไรอีกเลย ดูแตกต่างจากศาสตราทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ของชิ้นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาหลอมขึ้น แต่เขาเก็บได้โดยบังเอิญตอนเข้าไปใน แดนลับหลิงเสวียน สมัยยังหนุ่ม เขาพยายามศึกษามันมาหลายปีแต่ก็คว้าน้ำเหลว รู้เพียงว่ามันต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่ๆ เขาจึงเก็บรักษามันไว้อย่างดี กะว่าถ้าระดับพลังสูงขึ้นจนทะลุไปยัง 'มหาพิภพ' ได้เมื่อไหร่ ค่อยเอามาวิจัยใหม่
ใครจะไปนึกว่าวันนี้ด้วยความรีบร้อนอวดรวย เลยเผลอหยิบปนออกมาด้วย
เขาปลอบใจตัวเอง ไม่เป็ไรหรอก เ้าก้อนดำๆ นี่หน้าตาอัปลักษณ์จะตาย เ้าเด็กนี่คงไม่สนใจหรอก อย่างมากข้าก็ยอมลงมือหลอมกระบี่ดีๆ ให้มันสักเล่มเป็การแลกเปลี่ยน...
แต่ทว่า... ยิ่งซูหยุนมองเ้าก้อนดำนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตาอย่างประหลาด แม้ขนาดจะเล็กไปนิด แต่มันช่างเหมือนกับ... 'อิฐบล็อก' (ก้อนอิฐ) อาวุธคู่กายนักเลงหัวไม้ในชาติก่อนของเขาเปี๊ยบเลยไม่ใช่เหรอ?
เขาอดใจไม่ไหว เอื้อมมือไปหยิบเ้าก้อนดำขึ้นมา...
อึก!
ทันทีที่ัั น้ำหนักมหาศาลก็ถ่วงมือจนเขาเซถลาเกือบหัวทิ่ม ต้องรีบใช้สองมือประคองไว้อย่างทุลักทุเล ทรงตัวแทบไม่อยู่
เชี่ย! ทำไมมันหนักขนาดนี้วะ?
ต้องเข้าใจก่อนว่าเขาคือผู้ฝึกตน พลังกายเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปเป็พันเท่า ศาสตราวุธหนักแค่ไหนพอถือในมือก็จะเบาหวิวด้วยพลังปราณ แต่เ้าก้อนอิฐก้อนเล็กๆ นี่ กลับทำให้เขาต้องออกแรงถือจนหน้าดำหน้าแดง แสดงว่ามันต้องมีความลับซ่อนอยู่แน่ๆ!
ผู้าุโเฟิงเห็นซูหยุนยืนโอนเอน ก็โล่งใจ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย "เ้าหนู ของสิ่งนี้เ้าใช้ไม่ได้หรอก วางลงเถอะ ข้าไม่แกล้งเ้าแล้ว... เอาอย่างนี้ ข้าจะยอมลงมือหลอมศาสตราวุธที่เหมาะกับเ้าให้เป็กรณีพิเศษ ตกลงไหม?"
ซูหยุนรู้สึกทะแม่งๆ เมื่อกี้ยังไล่ข้าอย่างกับหมูหมา ไหงตอนนี้มาพูดดีด้วย? หรือว่า... ไอ้ก้อนอิฐในมือข้านี่ มันจะเป็ของสำคัญสำหรับผู้าุโเฟิง?
ยิ่งหวงก็ยิ่งอยากได้!
เขาเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก กัดฟันพูด "ผู้าุโเฟิง... ข... ขอศิษย์ลองดูสักครั้งเถอะขอรับ..."
ผู้าุโเฟิงไม่ห้าม เชิญเลย ให้มันรู้ซะบ้างว่าไผเป็ไผ
ซูหยุนรู้สึกว่าเ้าก้อนอิฐในมือหนักขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะรับไม่ไหว หลังเริ่มงอ เขากัดฟันกรอด รวบรวมสมาธิ แล้วถ่ายเทพลังปราณเข้าไปในตัวมัน...
ภายใน วังม่วง ของซูหยุน โม่หิน ที่หมุนวนช้าๆ จู่ๆ ก็สั่นระริกราวกับััได้ถึงบางอย่าง! ละอองแสงลึกลับบางอย่างถูกปลดปล่อยออกมาผสมผสานเข้ากับพลังปราณของซูหยุน แล้วไหลทะลักเข้าไปในก้อนอิฐ
วิ้ง!
ซูหยุนเห็นก้อนอิฐเปล่งแสงสีดำทึบวูบหนึ่ง ทันใดนั้น ร่างกายเขาก็เบาหวิว น้ำหนักมหาศาลในมือจางหายไปราวกับเื่โกหก! แถมยิ่งเขาอัดพลังเข้าไป มันก็ยิ่งเบาและคล่องตัวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็ส่วนหนึ่งของร่างกาย!
ซูหยุนน้ำตาจะไหล ไม่ว่าชาติก่อนหรือชาตินี้... ข้ากับ 'ก้อนอิฐ' นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ!
ผู้าุโเฟิงมองตาค้าง หัวใจแทบวาย เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นชัดเจน ตลอดเวลาที่เขามัน ไม่ว่าจะอัดพลังเข้าไปแค่ไหน มันก็นิ่งสนิทเหมือนหินตายซาก แต่ซูหยุน... แค่เด็กขั้นผลัดเปลี่ยนกายา กลับกระตุ้นให้มันแสดงปาฏิหาริย์ได้? หรือว่า์จะลิขิตมาให้มันเป็ของเด็กคนนี้?
เขาขมวดคิ้วถาม "เ้าหนู! เ้าทำได้ยังไง?"
ซูหยุนถืออิฐสีดำในมืออย่างสบายอารมณ์ ยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ "ศิษย์ก็ไม่ทราบสาเหตุขอรับ รู้แค่ว่า..."
ผู้าุโเฟิงถามย้ำด้วยความอยากรู้ "ว่า?"
ซูหยุนทำหน้าจริงจัง "สมบัติชิ้นนี้... มีวาสนากับข้าอย่างยิ่งขอรับ!"
เห็นเส้นเืบนขมับผู้าุโเฟิงเต้นตุบๆ เหมือนจะะเิ ซูหยุนรีบหุบยิ้ม แล้วตอบอย่างนอบน้อม "ผู้าุโ ศิษย์ไม่ทราบจริงๆ ว่าทำไม แต่หลังจากถ่ายพลังปราณเข้าไป แม้มันจะดูเบาหวิวในมือศิษย์... แต่ศิษย์ััได้ว่า น้ำหนักที่แท้จริงของมันตอนนี้ น่าจะหนักกว่าเดิมเป็สิบเท่า!"
ผู้าุโเฟิงตกอยู่ในห้วงความคิด หรือว่าที่มันมาอยู่กับข้า ก็แค่เพื่อรอเวลาให้ซูหยุนมาเจอมัน? ข้าเป็แค่คนเก็บรักษาอย่างนั้นรึ?
เมื่อคิดถึงเื่เวรกรรมและวาสนา เขาก็อดทอดถอนใจไม่ได้ วิถีแห่ง์ช่างลึกลับซับซ้อน
แต่จะให้ยกสมบัติลับชิ้นนี้ให้ไปง่ายๆ เขาก็ทำใจไม่ได้จริงๆ เขาลังเล "เ้าหนู... ของสิ่งนี้..."
ยังพูดไม่ทันจบ ซูหยุนก็ทำท่าเหมือนแมวหวงก้าง กอดก้อนอิฐไว้แน่นแนบอก ถอยหลังกรูด มองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง
"ผู้าุโพูดแล้วคืนคำไม่ได้นะขอรับ! ท่านบอกเองว่าถ้าข้าควบคุมมันได้ ก็เอาไปได้เลย! นี่ไง ข้าใช้ได้แล้ว! มันเป็ของข้าแล้ว!"
ผู้าุโเฟิงจุกจนพูดไม่ออก คำแก้ตัวที่เตรียมไว้กลืนหายลงคอไปหมดสิ้น...
เขาโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ "เออๆๆ! เอาไป! ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้!"
ซูหยุนไม่รอให้ไล่ซ้ำสอง และไม่กล้าถามเื่เ้าสำนักรุ่นก่อนอีกแล้ว ดูจากสีหน้าผู้าุโเฟิง ขืนอยู่นานกว่านี้อาจโดนทวงของคืน เขาโค้งคำนับเร็วๆ หนึ่งที แล้วใส่เกียร์หมาวิ่งแน่บหายไปพร้อมกับ 'อิฐวิเศษ' ทันที...