บทที่ 4 คฤหาสน์ใบไม้แดง
หม่าคว่อไห่คือเ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ผู้โด่งดังแห่งเสาโจวที่ไม่มีใครไม่รู้จักและไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ
ต่อให้เป็ท่านนายกเทศมนตรีมาอยู่ตรงหน้า หม่าคว่อไห่คนนี้ก็ยังไม่จำเป็ต้องไว้หน้าแม้แต่น้อย
ทว่าในตอนนี้ เขากลับกำลังค้อมตัวลงขอโทษเด็กหนุ่มที่อายุน้อยขนาดนี้อย่างนอบน้อม
หากเื่นี้แพร่ออกไป ก็ย่อมเป็ข่าวใหญ่ที่สั่นะเืเสาโจวได้อย่างแน่นอน!
ในตอนนี้หม่าคว่อไห่เหงื่อกาฬไหลพรากไปทั้งตัว แม้จะมีหยดเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก เขาก็ยังไม่กล้ายกมือขึ้นเช็ด
เขาได้แต่หัวเราะขมขื่นอยู่ในใจ ‘บัตรธนาคารศตวรรษนั้นหายากมาก แม้แต่เศรษฐีอันดับหนึ่งของมณฑลก็ใช่ว่าจะทำได้ เพราะนอกจากจะต้องมีเงินแล้ว ยังต้องมีอำนาจด้วย มิฉะนั้น ธนาคารศตวรรษจะไม่รับทำให้เลย’
ดังนั้น เมื่อเขาเห็นเฉินอวี่ถือบัตรธนาคารศตวรรษอยู่ในมือ จึงรีบออกมาต้อนรับด้วยตัวเองอย่างเร่งรีบ ยิ้มแย้มแจ่มใส โดยไม่กล้าละเลยแม้แต่น้อย
เขาก็คิดไม่ออกเช่นกันว่า คนที่บัตรธนาคารศตวรรษได้นั้น จะมาปรากฏตัวในสถานที่เล็ก ๆ อย่างนี้ได้อย่างไร
นี่ไม่ใช่การแกล้งทำเป็หมูแล้วกลายเป็เสือ มาข่มเหงคนซื่อ ๆ อย่างตัวเขาหรอกหรือ?
เฉินอวี่เงยหน้าขึ้นมองไปที่หม่าคว่อไห่แย้มยิ้มที่อ่านไม่ออกว่ายิ้มหรือไม่ยิ้ม "คุณดูกังวลนะ?"
"ไม่มีอะไรหรอก แค่วันนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายเท่านั้นเอง" มุมปากของหม่าคว่อไห่กระตุก
ใครก็ดูออกว่าสิ่งที่หม่าคว่อไห่พูดนั้นเป็เื่โกหก
ตอนนี้เขาแค่อยากจะให้เื่นี้จบ เขากลัวว่าเฉินอวี่จะไม่พอใจและทำให้อนาคตของเขาพังทลาย
"ช่างเถอะ เอากุญแจมาให้ฉัน ฉันจะไปดูที่วิลล่าเอง" เฉินอวี่พูดด้วยน้ำเสียงเ็า
ทันใดนั้นหม่าคว่อไห่ก็สั่งให้หลี่เหวินไปเอากุญแจมา
หลี่เหวินหยิบกุญแจส่งให้เฉินอวี่ทันที นิ้วมือบางของเธอลูบไล้อย่างแเีบนฝ่ามือของเฉินอวี่ดวงตางามส่งสายตายั่วยวน
แต่สีหน้าของเฉินอวี่ยังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
หลังจากเฉินอวี่เดินออกไปไกลแล้ว หลิวอิ๋งก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของหม่าคว่อไห่ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าเขา มือทั้งสองวางอยู่บนต้นขาของเธอ นิ้วมือลูบไล้ไปมา พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า "เ้านาย ฉันทำผิดไปแล้วค่ะ ฉันจะ ‘ชดเชย’ ให้อย่างดี อย่าไล่ฉันออกได้ไหมคะ"
‘ผลัวะ!’
ในทันใดนั้น หม่าคว่อไห่ก็ฟาดฝ่ามือลงบนหน้าของหลิวอิ๋งอย่างจัง
"ชดเชยบ้านเตี่ยเธอสิ เมื่อกี้เธอยังเที่ยวไปด่าเขาว่าเป็คนจนอยู่เลย ทั้งที่ในบัตรเขามีเงินเป็หมื่นล้าน! เธอคิดว่าเธอเป็ใครกันฮะ?!" หม่าคว่อไห่โกรธจนตัวสั่น เขาะโลั่น
‘ตูม!’
หลิวอิ๋งตัวสะท้าน หัวใจปั่นป่วนเหมือนคลื่นถาโถม
หมื่นล้าน?
เฉินอวี่เขาเป็ใครกันแน่?
ตอนนี้เธอเสียใจจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ
ไม่เพียงแต่พลาดโอกาสทองครั้งยิ่งใหญ่
ยังทำให้ตัวเองไปขัดใจคนใหญ่คนโตอีกด้วย
จนถึงขนาดที่งานของตัวเองอาจต้องหลุดมือไป
เธอแทบอยากตบหน้าตัวเองสักสองทีเลยทีเดียว
หลิวอิ๋งรีบส่ายสะโพก โอบคอหม่าคว่อไห่ไว้ แล้วอ้อนวอนว่า "ขอร้องนะคะ ในฐานะที่ฉันดูแลคุณมาตลอด คุณต้องช่วยฉันนะคะ!"
"ตอนนี้เธอควรรีบไปขอโทษเขาทันที เขา้าให้เธอทำอะไรเธอก็ต้องทำ เธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รับการให้อภัยจากเขา ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่คุ้มครองเธอ" หม่าคว่อไห่กล่าว
ได้ยินดังนั้น ดวงตางามของหลิวอิ๋งก็เป็ประกายทันที เธอรีบมุ่งหน้าไปยังวิลล่าบนยอดเขา
คำพูดของหม่าคว่อไห่นั้นชัดเจนมากอยู่แล้ว ให้ไปขอโทษ และต้องไม่เลือกวิธีการในการขอขมา
ถ้าสำเร็จ ตัวเองก็อาจจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงกว่าได้
ไม่นานนักหลิวอิ๋งก็ปรากฏตัวขึ้นที่วิลล่าของ เฉินอวี่
"เธอมาทำอะไร?" เฉินอวี่ขมวดคิ้ว เขาคร้านที่จะถือสาหาความแล้ว ทำไมผู้หญิงคนนี้ยังตามมาอีก?
"เฉินอวี่ เมื่อกี้ฉันผิดไปแล้ว ไม่ต้องเป็ห่วงนะ ฉันจะขอโทษเื่ที่ทำตัวหยาบคายและไม่รู้จักมารยาทเมื่อกี้อย่างแน่นอน ฉันจะทำให้นายพอใจเอง" หลิวอิ๋งยิ้มอย่างยั่วเย้า
"โอ้ แล้วจะขอโทษยังไงล่ะ?" เฉินอวี่ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
หลิวอิ๋งถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เผยให้เห็นร่างกายอันขาวผ่องไร้ที่ติ ใบหน้างามของเธอแดงก่ำจนดูราวกับจะมีหยดเป็น้ำออกมา
"เฉินอวี่ ขอแค่ยอมให้อภัยฉันนายอยากทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น"
ถ้อยคำและท่าทางของเธอนั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์และความยั่วยวน
เธอเชื่อมั่นว่าด้วยความงามของตัวเอง ย่อมสามารถทำให้เฉินอวี่ใจอ่อนได้
ขอแค่เป็ผู้ชายปกติ เจอสถานการณ์เช่นนี้แล้ว เธอไม่เชื่อว่าจะมีใครสามารถอดกลั้นใจไว้ได้
และตราบใดที่เธอยอมก้มหัวประจบเฉินอวี่ เธอก็มีโอกาสได้ใช้ชีวิตแบบผู้หญิงระดับสูงแน่นอน
"ไสหัวไป!"
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เฉินอวี่ก็พูดออกมาเพียงสามคำ
หลิวอิ๋งถึงกับตะลึงงันอยู่กับที่ ปฏิกิริยาของเฉินอวี่ทำให้เธอตั้งตัวไม่ทัน
แต่เธอยังไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ เธอขยับเข้าไปใกล้เฉินอวี่พลางกะพริบตาปริบ ๆ
เรียวขาสวยที่สวมถุงน่องสีดำของเธอบดเบียดเสียดสีกันไปมา เธอส่งสายตายั่วยวนไปยังเฉินอวี่อย่างเต็มที่
‘เพียะ!’
เฉินอวี่ตบไปหนึ่งทีโดยไม่ออมแรง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเ็า "ฉันบอกว่าไปให้พ้น"
หลิวอิ๋งใช้มือกุมแก้มที่บวมเป่ง จ้องมองเฉินอวี่ด้วยความหวาดกลัวและความตกตะลึง
เมื่อนึกถึงท่าทีของหม่าคว่อไห่ที่ดูเคร่งขรึมและยอมก้มหัวขอโทษอย่างนอบน้อม
เธอก็เริ่มกลัวว่าจะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์ในวันพรุ่งนี้ จึงรีบสวมเสื้อผ้าแล้วหนีออกจากวิลล่าทันที
ไม่นานหลังจากที่หลิวอิ๋งจากไป เฉินอวี่ก็ได้รับโทรศัพท์จากถังเต๋อจงทันที
"ฮัลโหล คุณเฉิน หวังว่ายังไม่ลืมที่ผมบอกว่าจะเชิญคุณไปทานข้าวนะครับ"
"ไม่ลืมหรอก ผมจำได้"
"ผมจองห้องส่วนตัวที่คฤหาสน์ใบไม้แดงไว้แล้ว ตอนนี้กำลังเดินทางไปครับ"
"อืม เดี๋ยวผมไป"
เมื่อวางสายแล้ว เฉินอวี่ก็นั่งรถมุ่งหน้าตรงไปยัง คฤหาสน์ใบไม้แดง
สิบกว่านาทีต่อมา เมื่อเฉินอวี่มาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ใบไม้แดง เสียงเยาะเย้ยถากถางก็ดังขึ้น
"โอ้โห นี่มันเฉินอวี่ไม่ใช่เหรอเนี่ย"
เฉินอวี่หันกลับไปมอง พบว่าครอบครัวของฉินรั่วอวิ๋นพร้อมด้วยหลินอี้กำลังเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ
"นี่มันไอ้ขี้แพ้นี่!" ฉินรั่วเยียนพูดด้วยสีหน้าประหลาดใจ
"ไอ้ขอทานนี่มาทำอะไรที่คฤหาสน์ใบไม้แดง?" ฉินรั่วอวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม
"ทำไมล่ะ พวกคุณมากินข้าวที่นี่ได้ แต่ผมมาไม่ได้เหรอ?" เฉินอวี่พูดด้วยน้ำเสียงเ็า
"หน้าหนาจริง ๆ คิดว่าตัวเองเป็ใครกัน มีสตางค์พอจะมากินข้าวที่นี่เหรอ? สมองมีปัญหาหรือเปล่า? หรือจะแค่เข้ามาถ่ายรูปลงโซเชียลหรือไง?" หลินอี้พูดพลางแสยะยิ้ม สายตาเต็มไปด้วยความดูถูกโดยไม่ปิดบัง
"ไอ้ขอทานนี่ต้องมาถ่ายรูปอวดลงโซเชียลแน่ ๆ เลย" ฉินผานพูดเสริมขึ้น
"คนหนุ่มสาวนี่จริง ๆ เลย การอวดดีเกินไปไม่ใช่เื่ดีหรอกนะ" ฉินอันหัวส่ายหัว ทำท่าเหมือนกำลังสั่งสอน
ควรรู้ไว้ว่าคฤหาสน์ใบไม้แดงรองรับเฉพาะเศรษฐีและคนดังที่อยู่ในชนชั้นสูงเท่านั้น
อย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็คนรวยระดับตระกูลฉิน
เฉินอวี่ที่เป็แค่คนยากจนจะมีสิทธิ์อะไรจะมากินข้าวที่คฤหาสน์ใบไม้แดงล่ะ?
ใบหน้าของเฉินอวี่ยังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก
สำหรับเขาแล้วคนพวกนี้ก็เปรียบเสมือนมดปลวก ไม่มีค่าพอให้สนใจ
แต่…
ตระกูลฉินนั้นค่อนข้างพิเศษ เขาตั้งใจจะค่อย ๆ เล่นงานไปทีละนิด
เมื่อเห็นสีหน้าของเฉินอวี่ที่สงบเหมือนน้ำนิ่ง ไร้ซึ่งความปั่นป่วน
ทุกคนต่างรู้สึกเหมือนออกหมัดใส่ปุยนุ่น มันเป็ความรู้สึกที่อึดอัดขัดใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับมีพละกำลังแต่กลับไร้ที่ให้ระบาย
หลี่เม่ยเฟิงโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี "ไอ้สารเลวนี่ มันจะเก๊กท่าไปถึงไหน?"
"ก็แค่คนไร้ค่าคนหนึ่ง ไม่มีเงินไม่มีอำนาจแต่งงานกันมาสามปียังไม่เคยแตะมือเมียตัวเองเลย สุดท้ายก็โดนฉันแย่งเมียไปอยู่ดี แถมเมื่อคืน เธอก็ขึ้นเตียงกับฉันแล้ว รสชาติดีไม่ใช่เล่น" หลินอี้พูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
ขณะที่พูดเช่นนั้นหลินอี้ยังจงใจดึงฉินรั่วอวิ๋นเข้ามาแนบชิด สายตาเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความเย้ยหยัน
"คนเยอะแยะ พูดออกมาทำไมกันคะเนี่ย แต่ว่าคุณน่ะ ลีลาดีจริง ๆ นะ" ฉินรั่วอวิ๋นพูดเสียงหวาน
เธอรู้ดีว่าผู้ชายชอบฟังอะไร และยิ่งไปกว่านั้น การทำให้เฉินอวี่คลื่นไส้ก็เป็เื่ที่สนุกดีไม่น้อย
อย่างไรก็ตามเฉินอวี่ยังคงสงบเยือกเย็น ไม่มีความสั่นไหวแม้แต่น้อย
"พวกเธออยากให้ฉันโกรธด้วยวิธีนี้ อยากให้ฉันอิจฉา อยากเห็นฉันแทบคลั่งเพราะหมดหนทางแค่เพื่อสินค้าย้อมแมวคนหนึ่ง ก็คิดหาทุกวิถีทางมาทำให้ฉันโกรธ"
"ตระกูลฉิน ยังไม่คู่ควร และเธอน่ะ ยิ่งไม่คู่ควรเข้าไปใหญ่"
"พวกเธอก็เป็แค่พวกมดปลวกที่น่าเวทนาและน่าสมเพชเท่านั้นแหละ"
น้ำเสียงของเฉินอวี่ดูเฉยเมย แต่ทว่าคำพูดแต่ละคำกลับทิ่มแทงใจคนฟัง
คำพูดเ่าั้ราวกับดาบคมแทงทะลุหัวใจหลินอี้จนหน้าของเขาแดงก่ำเหมือนสีตับหมู
ส่วนผู้คนในตระกูลฉินนั้น ต่างหน้าเปลี่ยนสีด้วยความโกรธ แววตาเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความเดือดดาลและความสงสัย
หากเป็แต่ก่อน เฉินอวี่คงไม่กล้าทำเช่นนี้เป็อันขาด
แต่ในขณะนี้ เฉินอวี่พูดด้วยท่าทีสงบนิ่งมั่นคง ราวกับมีสิ่งที่เป็เสาหลักค้ำจุนอยู่เื้ั ไม่มีความกลัวใด ๆ ปรากฏออกมาเลย
นี่ยังจะเป็คนที่เคยถูกด่าไม่โต้ตอบ ถูกตีไม่สู้กลับ แม้แต่จะผายลมยังไม่กล้าทำอยู่คนเดิมนั้นอีกหรือ?
"ตระกูลฉินยังไม่คู่ควร แล้วไอ้คนไร้ค่าอย่างแกล่ะ?" หลี่เม่ยเฟิงะโด่าอย่างโกรธเกรี้ยว
อย่างไรก็ตามเฉินอวี่ไม่ได้ใส่ใจพวกมดที่ไม่มีค่าเ่าั้ แล้วก็หันหลังเดินเข้าสู่คฤหาสน์ใบไม้แดง
"คุณผู้ชาย ขอประทานโทษนะครับ คุณมีบัตรเชิญไหมครับ?"
เฉินอวี่เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู ก็ถูกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสกัดไว้
บัตรเชิญ?
เขาได้รับการเชิญจากถังเต๋อจงโดยตรงจึงไม่มีบัตรเชิญแต่อย่างใด
"ผมไม่มีบัตรเชิญ ผมถูกเชิญมา"
พอเฉินอวี่พูดจบ ฉินอันหัวก็พูดด้วยน้ำเสียงวางท่าแบบคนาุโว่า "ฮึ ไม่มีคำเชิญแล้วจะมาทำตัวยิ่งใหญ่อยู่ที่นี่ทำไม ระวังจะถูกไล่ออกไปให้ขายหน้าเถอะ"
"พี่รปภ. เขาก็แค่อดีตลูกเขยอาศัยของตระกูลฉินเท่านั้นเอง เขาจะไปรู้จักคนใหญ่คนโตได้ไงกันคะ รีบไล่เขาออกไปเถอะค่ะ แค่เห็นหน้าก็คลื่นไส้แล้ว" ฉินรั่วอวิ๋นพูดด้วยสายตาดูถูก
"พูดมากจริง น่ารำคาญ" เฉินอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
ทุกคนรู้สึกเหมือนถูกความหนาวเหน็บรุมเร้าในชั่วพริบตา ราวกับตกลงไปในห้องเก็บน้ำแข็ง
ใบหน้าของหลินอี้เปลี่ยนสีเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงผิดปกติ
'เฉินอวี่ก็แค่ขยะคนหนึ่ง ทำไมฉันต้องรู้สึกกลัวด้วย?'
ในชั่วพริบตา หลินอี้ก็รู้สึกอับอายและโกรธตัวเองที่เผลอไปหวาดกลัวเฉินอวี่
โดยเฉพาะต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้ เขาในฐานะคุณชายแห่งตระกูลหลินจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
"เกิดอะไรขึ้น?"
ในขณะนั้นเอง ชายสวมสูทท้องพลุ้ยและหัวล้านคนหนึ่งก็เดินเข้ามา