อาหลางก้าวขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ไปตามทางเดินชั้นสอง ฝีเท้าของเขาเบาหวิวราวกับขนนกที่ร่วงหล่นบนพื้นหญ้า แต่ละก้าวถูกคำนวณอย่างแม่นยำ ไม่ให้เกิดเสียงดังเกินไปจนดึงดูดความสนใจ แต่ก็ไม่เงียบจนเกินไปจนดูผิดปกติ เขาเดินผ่านประตูห้องพักต่างๆ ที่มีแขกคนอื่นพักอยู่ ได้ยินเสียงสนทนาเบาๆ และเสียงหัวเราะลอยออกมาจากบางห้อง
บรรยากาศในทางเดินชั้นสองแตกต่างจากความวุ่นวายของชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เงียบสงบและมีกลิ่นหอมของไม้จันทน์ที่จุดไว้ในโถเซรามิกเล็กๆ ตามมุมต่างๆ แสงจากโคมไฟกระดาษส่องแสงอ่อนๆ สร้างเงาที่เต้นระบำบนผนังไม้ ทำให้ทั้งทางเดินดูอบอุ่นและเป็ส่วนตัว
เขาหยุดอยู่หน้าประตูห้องพักที่แม่นางหลินเข้าพัก ประตูไม้สักแกะสลักลวดลายดอกบัวอย่างประณีต ดูแข็งแรงและมีเกียรติ เหมาะสมกับผู้มีฐานะสูงส่งอย่างนาง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ครั้งหนึ่ง รู้สึกถึงความตื่นเต้นที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอก แต่เขาบังคับตัวเองให้สงบ ปรับสีหน้าให้ดูนอบน้อมที่สุด ก่อนจะเคาะประตูเบาๆ
เสียงเคาะประตูของเขาเป็จังหวะ สามครั้งสั้นๆ ตามมาด้วยการหยุดพัก แล้วจึงเคาะอีกสองครั้ง นี่คือมารยาทการเคาะประตูแบบดั้งเดิมที่แสดงความเคารพต่อผู้มีฐานะสูงกว่า เขาเรียนรู้มารยาทเหล่านี้มาั้แ่เด็ก เพื่อให้สามารถปลอมตัวเข้าไปในสังคมชั้นสูงได้อย่างไม่มีใครสงสัย
"ขออภัยขอรับแม่นาง ข้าน้อยนำน้ำชาหอมหมื่นลี้มาส่งตามที่ท่านสั่งแล้ว" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ถ่อมตนและเต็มไปด้วยความเคารพ แต่ไม่ได้ดูเกินจริงจนน่าสงสัย น้ำเสียงของเขาใสและมั่นคง ไม่มีการสั่นเครือที่จะบ่งบอกถึงความประหม่าหรือความผิดปกติใดๆ
ความเงียบครอบงำอยู่ครู่หนึ่ง เขาได้ยินเสียงเบาๆ จากภายในห้อง เสียงผ้าไหมเสียดสีกัน เสียงฝีเท้าเบาๆ บนพื้นไม้ และเสียงหายใจที่สงบเสมอต้นเสมอปลาย แม่นางหลินกำลังพิจารณาว่าจะให้เขาเข้าไปหรือไม่ เขารู้ดีว่านางเป็คนระมัดระวัง ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ได้ง่ายๆ
เสียงตอบกลับมานั้นเย็นเยียบ "เข้ามา"
เสียงของแม่นางหลินมีคุณภาพที่พิเศษ เ็าแต่ไม่แข็งกระด้าง มีความนุ่มนวลแฝงอยู่ภายใต้ความเข้มงวด เป็เสียงของผู้หญิงที่ได้รับการศึกษาดี มีวัฒนธรรม และเคยชินกับการสั่งการ แต่ในหูของอาหลางที่ฝึฝนมา เขาได้ยินสิ่งที่ลึกกว่านั้น ความเหงาที่ซ่อนอยู่ ความปรารถนาที่ถูกกดขี่ และความ้าที่ไม่เคยได้รับการตอบสนอง
เมื่อเปิดประตูเข้าไป เขาก็พบกับภาพที่งดงามราวกับภาพวาดของจิตรกรผู้ชำนาญ แม่นางหลินนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ท่าทางของนางสง่างามและเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี แสงจันทร์สาดส่องลงมาผ่านหน้าต่างไม้ที่เปิดกว้าง อาบไล้ร่างระหงในชุดขาวสะอาดตาราวกับเทพธิดาที่ลงมาจาก์
ชุดที่นางสวมเป็ผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูเรียบง่ายแต่หรูหรา ไม่มีลวดลายวิจิตรบรรจง แต่การตัดเย็บและคุณภาพของผ้าบ่งบอกถึงราคาที่แพงลิบลิ่ว ชุดนั้นพอดีกับรูปร่างของนางอย่างสมบูรณ์แบบ เผยให้เห็นเส้นสายที่งดงามของไหล่ที่เรียวเล็ก เอวที่บาง และขาที่ยาวสง่า
ผมยาวสลวยสีดำขลับของนางทิ้งตัวลงมาถึงเอวบาง ไม่ได้ถูกมัดหรือประดับด้วยเครื่องประดับใดๆ ปล่อยให้ไหลลื่นตามธรรมชาติ เส้นผมแต่ละเส้นดูเหมือนจะเปล่งประกายใต้แสงจันทร์ ทำให้ดูเหมือนมีชีวิตของมันเอง ใบหน้าของนางหันไปทางหน้าต่าง เผยให้เห็นโปรไฟล์ที่สมบูรณ์แบบ จมูกโด่ง ริมฝีปากที่อิ่มเอิบ และคางที่เรียวเล็กแต่เด็ดเดี่ยว
นางไม่ได้หันมามองเขาแม้แต่น้อย สายตายังคงทอดออกไปยังทิวทัศน์ยามค่ำคืนภายนอก ราวกับกำลังมองหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป หรือหลงใหลในความคิดที่ลึกซึ้ง ท่าทางของนางสงบนิ่ง แต่อาหลางสังเกตเห็นความตึงเครียดเล็กน้อยในกล้ามเนื้อที่ไหล่ และการหายใจที่ช้าและลึกเกินไป ราวกับกำลังพยายามควบคุมอารมณ์บางอย่าง
อาหลางเดินเข้าไปอย่างสำรวม เท้าของเขาเหยียบบนพื้นไม้ที่ขัดเงาจนเป็เงา ส่งเสียงเบาๆ ที่ไม่รบกวน เขาสังเกตเห็นรายละเอียดต่างๆ ในห้อง ห้องนี้ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่มีรสนิยม เฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้หายาก โต๊ะเขียนหนังสือที่มีหมึกและกระดาษวางเรียงเป็ระเบียบ และแจกันดอกไม้สีขาวที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ
เขาวางถาดลงบนโต๊ะไม้เตี้ยที่วางอยู่ใกล้ที่นั่งของแม่นางหลิน การเคลื่อนไหวของเขาช้าและระมัดระวัง ไม่ให้เกิดเสียงดังหรือการสั่นะเืที่จะทำให้ชาในถ้วยกระเซิก กลิ่นหอมละมุนของดอกหมื่นลี้อบอวลไปทั่วห้องทันที ผสมผสานกับกลิ่นหอมของดอกไม้ในแจกันและกลิ่นไม้จันทน์ที่จุดอยู่ในมุมห้อง
แต่นั่นเป็เพียงฉากหน้า เพราะภายในกาน้ำชานั้น 'น้ำค้างมาร' ได้หลอมรวมเข้ากับน้ำชาอย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่มีร่องรอยใดๆ ที่จะบ่งบอกถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ กลิ่นหอมที่ลอยขึ้นมาบริสุทธิ์และน่าดื่ม ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้ผู้ที่มีประสาทััเฉียบคมอย่างแม่นางหลินสงสัย
"น้ำชานี้ข้าน้อยตั้งใจชงเป็พิเศษ ใช้ยอดใบชาที่เก็บยามรุ่งสางและน้ำค้างแรกของวัน เพื่อให้ได้รสชาติที่บริสุทธิ์ที่สุดสำหรับแม่นางขอรับ" เขาเอ่ยพลางรินน้ำชาสีเหลืองทองอำพันลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบใบงาม
น้ำชาไหลออกจากกาเป็เส้นบางๆ สม่ำเสมอ ตกลงในถ้วยด้วยเสียงเบาๆ ที่ไพเราะ สีของชาเป็ทองอำพันที่สวยงาม ใสและเปล่งประกาย ไอน้ำที่ลอยขึ้นมาสร้างลวดลายที่งดงามในอากาศก่อนจะค่อยๆ จางหายไป กลิ่นหอมที่แผ่ออกมาหวานหอมและผ่อนคลาย ทำให้บรรยากาศในห้องดูอบอุ่นและเป็กันเองขึ้นเล็กน้อย
แม่นางหลินเหลือบสายตามามองเขาแวบหนึ่ง การเคลื่อนไหวของนางช้าและสง่างาม ราวกับนกยูงที่ค่อยๆ หันหัวมามอง แววตาของนางนิ่งสงบดุจผิวน้ำในฤดูหนาว สีตาสีน้ำตาลเข้มที่เหมือนจะมองทะลุผ่านทุกสิ่ง ขนตายาวโค้งงามทำให้ดวงตาดูลึกลับและน่าหลงใหล แต่ในแววตานั้นมีความเ็าที่ทำให้คนธรรมดาต้องหลีกสายตา
แต่ทว่าในสายตาของอาหลางที่มองผ่าน 'ศิลาเนตรมาร' เขากลับเห็นกระแสความปั่นป่วนบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้น ราวกับพายุที่กำลังก่อตัวใต้ผิวน้ำที่สงบ ตัวเลขค่าราคะของนางที่เคยแสดงแปดสิบห้าอย่างคงที่ ตอนนี้กลับขยับขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าสนใจ แปดสิบหก... แปดสิบเจ็ด... ความปรารถนาที่ถูกกดขี่มานานกำลังเริ่มตื่นตัว
เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ในท่าทางของนาง การหายใจที่เริ่มลึกขึ้นเล็กน้อย การที่นิ้วมือเรียวขาวเริ่มเคลื่อนไหวอย่างไม่รู้ตัว ลูบไล้ผ้าไหมของชุดที่สวมอยู่ และที่สำคัญที่สุด ความตึงเครียดในกล้ามเนื้อที่เริ่มคลายตัวลงเล็กน้อย ราวกับร่างกายของนางกำลังเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
นางยื่นมือเรียวขาวขึ้นมาหยิบถ้วยชา มือของนางเคลื่อนไหวอย่างสง่างามและมั่นใจ ปลายนิ้วของนางดูบอบบางแต่แฝงไว้ด้วยพลังที่น่าเกรงขาม เล็บที่ตัดแต่งเรียบร้อยเป็รูปอัลมอนด์สีชมพูอ่อน ิัเนียนนุ่มไร้ที่ติ ไม่มีรอยแผลเป็หรือตำหนิใดๆ ที่จะบ่งบอกถึงการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ที่เข้มงวด
เขาสังเกตเห็นว่าเมื่อนางหยิบถ้วย การเคลื่อนไหวของนางช้าลงเล็กน้อย ราวกับกำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกของเซรามิกเย็นๆ ที่ัักับิั นางหยุดชั่วครู่ ก่อนจะยกถ้วยขึ้นมาใกล้จมูก สูดกลิ่นหอมของชาอย่างช้าๆ และลึกๆ
นางยกถ้วยขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มเอิบสีชมพูอ่อนัักับขอบถ้วยอย่างนุ่มนวล รสััแรกนั้นนุ่มนวลและหอมหวานจนนางเผลอหลับตาลงเพื่อซึมซับรสชาติ ขนตายาวสั่นไหวเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยเ็าเริ่มผ่อนคลายลง กล้ามเนื้อที่แข็งตึงเริ่มคลายตัว
ชาหอมหมื่นลี้มีรสชาติที่ซับซ้อนและลึกซึ้ง เริ่มต้นด้วยความหวานอ่อนๆ จากผงหิมะพันปี ตามมาด้วยความหอมกรุ่นของใบชาที่คัดสรรมาอย่างดี และลงท้ายด้วยรสชาติที่กลมกล่อมและยาวนาน แต่ภายใต้รสชาติที่สมบูรณ์แบบนั้น น้ำค้างมารกำลังเริ่มออกฤทธิ์อย่างเงียบๆ
ในวินาทีต่อมา ความร้อนบางอย่างก็เริ่มแผ่ซ่านออกจากช่องท้อง เริ่มต้นเป็ความอบอุ่นเบาๆ ที่ไม่น่าสงสัย แต่ค่อยๆ ขยายตัวและลามไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว ความร้อนนั้นไม่เหมือนความร้อนจากไข้หรือการออกกำลังกาย แต่เป็ความร้อนที่มาจากภายใน ความร้อนที่ปลุกเร้าและกระตุ้น ทำให้เืในร่างกายไหลเวียนเร็วขึ้น
แม่นางหลินเปิดตาขึ้นอย่างช้าๆ ความประหลาดใจปรากฏในแววตา ดวงตาที่เคยเ็าเริ่มมีประกายวาววับ ราวกับดาวดวงเล็กๆ ที่เริ่มส่องแสงในความมืด การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ชัดเจน จากความเ็าสู่ความอบอุ่น จากความแข็งกระด้างสู่ความนุ่มนวล
"ชา... รสชาตินี้..." นางพึมพำเบาๆ น้ำเสียงที่เคยเย็นเยียบเริ่มมีความนุ่มนวลแฝงอยู่ จังหวะการหายใจของนางเริ่มผิดเพี้ยนไปเล็กน้อย ลึกขึ้นและช้าลง ราวกับกำลังพยายามควบคุมความรู้สึกใหม่ที่เกิดขึ้นในร่างกาย
เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในสีหน้าของนาง แก้มที่เคยซีดขาวเริ่มมีสีชมพูอ่อนๆ ปรากฏขึ้น ริมฝีปากดูชุ่มชื้นและอิ่มเอิบขึ้น ิัเริ่มเปล่งประกายเล็กน้อย ราวกับมีแสงไฟภายในส่องออกมา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างช้าๆ และธรรมชาติ ไม่มีใครที่ไม่ได้สังเกตอย่างใกล้ชิดจะเห็นได้
นางหันมามองหน้าอาหลางที่ยืนก้มหัวอยู่อย่างนอบน้อม การเคลื่อนไหวของนางช้าลงเล็กน้อย ราวกับเวลากำลังเดินช้าลง สายตาของนางเริ่มมีความลึกซึ้งและความปรารถนาที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ในความทรงจำของนาง ภาพเสี่ยวเอ้อซื่อๆ ที่เคยดูไร้อันตรายกลับถูกเน้นย้ำด้วยความรู้สึกและอันตรายที่แฝงอยู่ในตัวเขา ซึ่งเธอมองข้ามไปเมื่อครู่
ในจิตใจของนาง ภาพของอาหลางเริ่มเปลี่ยนไป จากเด็กหนุ่มธรรมดาที่ทำงานในโรงเตี๊ยม กลายเป็ชายหนุ่มที่มีเสน่ห์และน่าสนใจ ใบหน้าที่เคยดูซื่อๆ ตอนนี้กลับดูมีความลึกลับ ดวงตาที่เคยดูไร้เดียงสา ตอนนี้กลับดูมีความหมาย ร่างกายที่เคยดูผอมแห้ง ตอนนี้กลับดูแข็งแรงและน่าดึงดูด
"เ้า... เ้าใส่อะไรลงไปในชานี้?" นางถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นพร่า แต่ไม่ใช่เพราะความกลัวหรือความโกรธ แต่เป็เพราะความรู้สึกใหม่ที่เกิดขึ้นในร่างกายที่นางไม่เคยประสบมาก่อน ความโกรธในน้ำเสียงนั้นกลับดูเบาบางลง แทนที่ด้วยความปรารถนาบางอย่างที่นางเองก็ไม่เข้าใจว่าคืออะไร
เสียงของนางมีความนุ่มนวลและเซ็กซี่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ราวกับมีใครกระซิบข้างหู น้ำเสียงที่เคยเย็นเยียบและสั่งการ ตอนนี้กลับมีความอ่อนโยนและเชิญชวน การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้อาหลางรู้ว่าน้ำค้างมารกำลังออกฤทธิ์อย่างสมบูรณ์แบบ
อาหลางเงยหน้าขึ้นสบตา การเคลื่อนไหวของเขาช้าและมั่นใจ ไม่มีความตื่นตระหนกหรือความผิดปกติใดๆ รอยยิ้มซื่อๆ ยังคงประดับอยู่บนใบหน้า แต่แววตาของเขากลับแฝงความหมายที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ดวงตาที่เคยดูไร้เดียงสา ตอนนี้กลับมีประกายที่เฉียบคมและมั่นใจ
"ข้าน้อยเพียงแต่ใส่ 'ใจ' ลงไปเท่านั้นเองขอรับ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและมีความหมาย คำว่า 'ใจ' ถูกเน้นเสียงเป็พิเศษ ทำให้ฟังดูมีความหมายซ่อนเร้น
คำตอบนั้นทำให้แม่นางหลินรู้สึกสับสน ในจิตใจที่เริ่มมัวเมา นางพยายามวิเคราะห์ความหมายของคำพูด แต่ความคิดของนางเริ่มลอยตัว ไม่สามารถมุ่งความสนใจได้อย่างเดิม ความร้อนในร่างกายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นางรู้สึกอึดอัดกับชุดที่สวมอยู่
เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด การเคลื่อนไหวของเขาช้าและมีจุดหมาย ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังเข้าใกล้เหยื่อ จงใจให้ชายเสื้อของเขาัักับข้อมือของนางเบาๆ การัันั้นดูเหมือนจะเป็อุบัติเหตุ แต่อาหลางคำนวณมาอย่างแม่นยำ
เพียงแค่การััเพียงนิดเดียว นางก็สะดุ้ง ร่างกายของนางสั่นเครือเล็กน้อย ราวกับถูกไฟฟ้าช็อต ความร้อนในส่วนที่ถูกััเหมือนถูกไฟลน แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว ทำให้นางหายใจหอบและดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
การัันั้นปลุกเร้าความรู้สึกที่นางไม่เคยรู้ว่าตัวเองมี ความปรารถนาที่ถูกกดขี่และซ่อนเร้นมานานหลายปีเริ่มตื่นตัว ราวกับสัตว์ป่าที่ถูกปลดปล่อยจากกรง ในจิตใจของนาง ภาพของอาหลางเริ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเด็กหนุ่มธรรมดา กลายเป็ชายที่เธอปรารถนา
นางมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่สายตาของนายหญิงที่มองคนรับใช้ แต่เป็สายตาของหญิงสาวที่กำลังมองชายที่เธอ้า ความปรารถนาที่แท้จริงของนางเริ่มปรากฏขึ้น ความ้าที่จะถูกสยบ ที่จะมอบการควบคุมให้กับใครสักคน ที่จะเป็ผู้ตาม ไม่ใช่ผู้นำ
อาหลางยิ้มในใจ เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงในสายตาของนาง เห็นความปรารถนาที่เริ่มเผยออกมา และที่สำคัญที่สุด เขาเห็นตัวเลขค่าราคะของนางที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แปดสิบแปด... แปดสิบเก้า... เก้าสิบ... และยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
นั่นคือจุดเริ่มต้น... ของชัยชนะที่อาหลางกำลังจะได้รับในท้ายที่สุด เกมที่เขาวางแผนมานานหลายเดือนกำลังเริ่มต้นขึ้น และเขามั่นใจว่าผลลัพธ์จะเป็ไปตามที่เขา้า แม่นางหลินผู้เ็าและเข้าถึงไม่ได้ กำลังจะกลายเป็ของเขา ทั้งร่างกายและจิตใจ
ในความมืดของห้อง แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่าง ทำให้เงาของทั้งคู่ยาวออกไปบนพื้น เงาที่เคยห่างกันตอนนี้เริ่มเข้าใกล้กัน ราวกับเป็ลางบอกเหตุของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น