ตอนที่ 143 เงาร้ายใต้รัตติกาล
วันนี้ที่โรงเรียนประถมแทบจะไม่มีคนอยู่เลย
หากรวมพี่น้องตระกูลหานแล้วก็มีเพียงสิบสองสิบสามคนเท่านั้น
คนเหล่านี้ส่วนใหญ่เมื่อมาถึงโรงเรียนประถมก็จะหยิบหนังสือและสมุดจดออกมาเริ่มเรียนทันที บางครั้งก็มีเสียงคนสองคนกระซิบพูดคุยกันบ้าง
หานชีเยวี่ยก็นั่งลงเรียนด้วยเช่นกัน
พูดก็พูดเถอะ บรรยากาศแบบนี้ก็ดีอยู่ไม่น้อย เหมือนกับเมื่อก่อนตอนที่เธอเคยเดินผ่านมหาวิทยาลัยแล้วเห็นนักศึกษาอ่านหนังสือเตรียมสอบ
หานชีเยวี่ยตั้งใจอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม้น เธอจมดิ่งลงสู่ห้วงสมุทรแห่งความรู้ในเวลาอันรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเธออ่านหนังสือไปนานเท่าไหร่ จู่ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาคุยกับเธอ
“ชีเยวี่ย เธออ่านหนังสืออะไรเหรอ? เธอเรียนจบมัธยมปลายแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมยังต้องเรียนอีกล่ะ?”
หานชีเยวี่ยเงยหน้าขึ้นมอง หญิงสาวคนนี้ชื่อหลี่ซางซาง อายุสิบแปดปี แก่กว่าหานชีเยวี่ยหนึ่งปี แต่หลี่ซางซางไม่มีโชคดีเท่าหานชีเยวี่ย เธอเรียนจบแค่ชั้นประถมสาม หลังจากนั้น ครอบครัวก็ให้เธอดูแลน้องๆ ไม่ให้ไปเรียนหนังสืออีก
ช่วงนี้ดูเหมือนว่าพ่อแม่ของหลี่ซางซางกำลังหาคู่ครองให้เธอ
หลี่ซางซางเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย ขึ้นชื่อว่าเป็นดอกไม้ประจำชุมชนถวนเจี๋ย ประกอบกับการทำงานที่คล่องแคล่ว ทำให้พ่อแม่ของหลี่ซางซางตั้งความหวังไว้สูงเล็กน้อย เรียกสินสอดแพงเอาเรื่อง
หนุ่มๆ บริเวณรอบชุมชนต่างก็หมายปองหลี่ซางซาง แต่พอเจอค่าสินสอดที่พ่อแม่ของเธอเรียก ก็พากันตกใจ ทำให้หญิงสาวหน้าตาสะสวยอย่างหลี่ซางซางยังหาคู่ไม่ได้เสียที
หานชีเยวี่ยสงสัยว่าหลี่ซางซางมาโรงเรียนประถมทำไม? ไม่ใช่ว่าเธอดูถูกหลี่ซางซาง แต่ว่าอย่าว่าแต่เรียนเลย แม้แต่สิ่งที่คนเหล่านี้พูดกัน หลี่ซางซางก็อาจจะฟังไม่เข้าใจด้วยซ้ำ
“ท่านผู้นำเคยกล่าวไว้ว่า ต้องเรียนไปจนแก่เฒ่า หลี่ซางซาง ถ้าเธอว่างๆ ก็มาหัดอ่านหัดเขียนบ้างก็ดีนะ”
คำพูดของหานชีเยวี่ย ทำให้หลี่ซางซางแทบจะร้องไห้ออกมา
เธอรู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าตัวเองถูกหานชีเยวี่ยดูถูก
หานชีเยวี่ยทำไมต้องพูดกับเธอแบบนี้?
“หานชีเยวี่ย…” หลี่ซางซางทำหน้าเศร้าสร้อย พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกหานชีเยวี่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“สหายหลี่ซางซาง ทุกคนกำลังเรียนอยู่ เธออย่าไปรบกวนพวกเขาสิ”
หลี่ซางซาง “…”
เธอมองไปรอบๆ ก็พบว่ามีหลายคนมองมาที่เธอด้วยสายตารังเกียจ โดยเฉพาะยุวชนชายที่เธอแอบชอบ ตอนนี้ก็มองเธอด้วยสายตาดูถูกเช่นเดียวกัน แววตาของเขาสื่อความหมายชัดเจนว่าเธอเป็นคนไปรบกวนการเรียนของพวกเขา
เมื่อถูกคนที่ตนแอบชอบมองด้วยสายตาแบบนี้ หลี่ซางซางก็รู้สึกอับอายอย่างมาก ใบหน้าที่สวยงามของเธอซีดเผือดลงในทันที
หานชีเยวี่ยเห็นเหตุการณ์นี้พอดี เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ในชุมชนมีข่าวลือว่าหลี่ซางซางชอบยุวชนเผิงเจิ้นเฉิง แต่เผิงเจิ้นเฉิงไม่ได้สนใจหลี่ซางซางเลย สุดท้ายเผิงเจิ้นเฉิงก็กลับเมืองไป ส่วนหลี่ซางซางก็เหมือนจะแต่งงานไป หลังจากนั้นหานชีเยวี่ยก็ไม่รู้ว่าชีวิตของหลี่ซางซางเป็นอย่างไร
หญิงงามทนสายตาเย็นชาของคนที่เธอแอบชอบไม่ไหว จึงปิดหน้าแล้ววิ่งออกจากโรงเรียนประถมไป
หานชีเยวี่ยไม่คิดว่าหลี่ซางซางจะอ่อนไหวขนาดนี้ เธอเองก็ยังไม่ได้พูดอะไรมาก ทำไมอีกฝ่ายถึงได้ทนไม่ไหวขนาดนั้น?
เธอนึกขึ้นได้ว่าหลี่ซางซางออกไปข้างนอกคนเดียวแบบนี้ อาจไม่ค่อยปลอดภัย?
ถึงแม้ว่าที่ชุมชนแห่งนี้จะปลอดภัยมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ก็มีหลี่เอ้อร์เป่ากับตู้ซิ่วอิงแม่ลูกคู่นั้นที่กำลังจ้องจะทำร้ายคนอื่นอยู่ การที่หลี่ซางซางออกไปคนเดียวแบบนี้ อาจจะเจออันตรายก็ได้?
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ หานชีเยวี่ยก็รู้สึกกังวลขึ้นมาทันที
“พี่ใหญ่ ไปเป็นเพื่อนหนูข้างนอกหน่อยได้ไหมคะ?”
หานชีเยวี่ยตั้งใจจะไปส่งหลี่ซางซางกลับบ้าน แต่เธอไม่วางแผนว่าจะออกไปคนเดียว ค่ำมืดแบบนี้ อย่าว่าแต่ไปส่งคนอื่นเลย เธออาจจะโดนทำร้ายก็ได้ ให้พี่ใหญ่ไปด้วยถึงจะปลอดภัย
หานเซี่ยงหยางไม่รู้ว่าน้องสาวต้องการออกไปทำอะไร แต่เขาก็ยังคงเดินตามออกไปด้วยกัน เมื่อพี่น้องทั้งสองออกมาจากโรงเรียนประถม ก็เห็นว่าหลี่ซางซางวิ่งไปไกลแล้ว
“พี่ใหญ่ เราต้องรีบตามไป หนูคิดว่าหลี่ซางซางกำลังตกอยู่ในอันตราย”
หานชีเยวี่ยรีบพูดกับหานเซี่ยงหยาง พี่คนโตไม่เข้าใจว่าจากโรงเรียนประถมไปบ้านหลี่ซางซางแค่ไม่กี่ก้าว ทำไมถึงเป็นอันตรายได้ล่ะ?
แต่มันก็แค่การเดินไม่กี่ก้าว หานเซี่ยงหยางจึงไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น และแล้ว พี่น้องทั้งสองก็เดินไปได้ไม่กี่ก้าว จึงเห็นว่ามีคนเดินตามหลี่ซางซางมาอยู่ไม่ไกลจากเธอเลย
ค่ำคืนอันแสนมืดมิด ต้นไม้สองข้างทางก็พัดไหวไปมา จึงทำให้หานชีเยวี่ยมองเห็นไม่ชัดว่าคนคนนั้นคือใครหานเซี่ยงหยางก็เห็นคนที่ตามหลี่ซางซางด้วยเช่นเดียวกัน เขาขมวดคิ้วแล้วมองหานชีเยวี่ย
“ชีเยวี่ย นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
หานเซี่ยงหยางรู้สึกว่าหานชีเยวี่ยกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่
“พี่ใหญ่คะ อย่าเพิ่งพูด รอกลับถึงบ้านแล้วฉันจะเล่าให้ฟัง”
หานชีเยวี่ยเห็นว่าคนข้างหน้ากำลังเร่งฝีเท้า เธอจึงรีบเร่งฝีเท้าตามไป ไม่ได้ตอบคำถามของหานเซี่ยงหยางหานเซี่ยงหยางรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคุยกัน เขาจึงก้าวเท้าใหญ่ๆ ไล่ตามไป
ในเวลานี้ หลี่ซางซางที่วิ่งอยู่ข้างหน้าเริ่มรู้สึกตัวว่ามีคนเดินตามเธอ เธอกลัวมาก ถึงขนาดที่ไม่กล้าหันหลังกลับไปมอง ได้แต่วิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต ด้วยความเป็นเด็กสาวที่ทำงานหนักมาโดยตลอด เธอจึงวิ่งได้เร็วมาก
หานชีเยวี่ยเห็นว่าหลี่ซางซางวิ่งสุดกำลังแบบนี้ ก็เดาว่าอีกฝ่ายคงรู้ตัวแล้วว่ามีคนเดินตาม
ดีที่ยังมีความระมัดระวังอยู่บ้าง
หานชีเยวี่ยจึงจงใจเดินช้าลง
ด้วยความเร็วแบบนี้ของหลี่ซางซาง ถ้าคนที่เดินตามเธอคือหลี่เอ้อร์เป่า คงไม่มีทางตามเธอทันแน่
หานเซี่ยงหยางไม่เข้าใจว่าทำไมหานชีเยวี่ยถึงจงใจเดินช้าลง แต่เขาอยากปกป้องน้องสาวมากกว่า ดังนั้นจึงเดินช้าลงเช่นกัน
ในที่สุดหลี่ซางซางก็มองเห็นบ้านของเธอเอง
“พ่อ แม่…” เมื่อใกล้ถึงหน้าบ้าน หลี่ซางซางก็ร้องเสียงแหลม
โชคดีที่คนในบ้านยังไม่นอน พอได้ยินเสียงของหลี่ซางซางก็รีบวิ่งออกมาจากบ้าน
“เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้น?” แม่ของหลี่ซางซางถาม
“แม่ หนูรู้สึกว่ามีคนเดินตามหนู…”
เด็กๆ ในชนบทล้วนใจกล้า การเดินข้างนอกยามวิกาลนั้นเป็นเรื่องปกติ แต่การที่หลี่ซางซางกลัวจนเป็นแบบนี้ ถือว่าเป็นเรื่องแปลก
เมื่อได้เจอพ่อกับแม่ เธอก็นั่งลงกับพื้นอย่างหมดแรง
“แกนี่มันเด็กบ้า! ดึกดื่นป่านนี้ยังออกไปข้างนอกอีก! อยู่บ้านดีๆ ไม่ชอบ” แม่ของหลี่ซางซางดึงหลี่ซางซางเข้าบ้านไป พร้อมกับบ่นพึมพำ
หลี่ซางซางตกใจมาก จนไม่มีแรงแม้แต่จะเถียง
พ่อของหลี่ซางซางวิ่งตามออกไปไกล แต่ไม่เห็นใคร จึงอดไม่ได้ที่จะบ่นว่า “เด็กคนนี้นี่ ชอบทำให้ตกใจจริงๆ”
พ่อของหลี่ซางซางไม่ได้สังเกตว่าในมุมมืดๆ ที่เขาเพิ่งเดินผ่านไป มีคนแอบซ่อนตัวอยู่
จนกระทั่งพ่อของหลี่ซางซางเดินกลับเข้าบ้านแล้วปิดประตู คนที่แอบซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดจึงค่อยๆ เดินออกมา
เขาถ่มน้ำลายใส่บ้านของหลี่ซางซาง
“เชอะ! ยัยเด็กบ้า! วิ่งเร็วเป็นบ้าเลย! เหนื่อยจนจะตาย”
คนคนนี้ไม่ใช่หลี่เอ้อร์เป่าแล้วจะเป็นใคร?
ในเวลานี้ หานชีเยวี่ยและหานเซี่ยงหยางพี่น้องทั้งสองก็ยืนอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ทั้งสองคนเดินอย่างระมัดระวัง แม้แต่หลี่เอ้อร์เป่าก็ยังไม่รู้ตัวว่ามีคนเดินตามเขาอยู่