บทที่ 19: มีตาหามีแววไม่
บทที่ 19: มีตาหามีแววไม่ ในตอนนั้น โปรเจคเชิงหลงได้รับการกดดัน ใครบางคนได้รายงานไปยังหน่วยงานรัฐบาล บอกว่าเครือบริษัทจ้งซานหลบเลี่ยงภาษี มันถูกกล่าวไว้ว่าคนของฮุ่ยโซ่งอยู่เบื้องหลัง หลี่เยว่เหยามักจะทำตัวตรงๆ มุ่งตรงไปที่เป้าหมาย เธอไปเจอกับประธานของฮุ่ยโซ่งในทันที จัดการเรื่องนี้แบบซึ่งๆ หน้า หรงชงหมิง ประธานเครือบริษัทฮุ่ยโซ่ง ไม่ได้คาดการณ์ถึงเรื่องนี้ไว้เลยแม้แต่น้อย การที่หลี่เยว่เหยามาหาเขาด้วยตนเองเพราะเรื่องนี้ ทำให้เขาค่อนข้างตั้งตัวไม่ทัน อย่างที่คาดเอาไว้ เครือบริษัทฮุ่ยโซ่งไม่ต้องการให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ฉากหน้าทำตัวเข้มแข็ง ลับหลังกลับเริ่มโยกย้ายคน ทำให้โปรเจคเชิงหลงสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปนั้น คือเชิงหลงบอกเลิกสัญญาอย่างกะทันหัน บริษัทโฆษณาเองก็หยุดการร่วมมือ หยุดการมีส่วนร่วมในโปรเจคนี้เอาไว้ทั้งอย่างนั้น เมื่อรู้แน่ชัดว่าทั้งหมดมีเงาของเครือบริษัทฮุ่ยโซ่งอยู่ หลี่เยว่เหยาก็รู้สึกหมดสิ้นหนทาง เพราะว่ามันไม่มีหลักฐานเลยแม้แต่น้อย จ้าวจื้อซาน ผู้จัดการการวางแผนการตลาดคนก่อนหน้าเป็นเพียงคนเดียวที่อาจจะเป็นพยานได้ ทว่าจู่ๆ ก็ลาออกไป ไร้ร่องรอย ตอนนี้ หลี่เยว่เหยารู้สึกหดหู่ท้อแท้ เดินกลับไปยังออฟฟิศของตนเองอย่างช้าๆ นั่งลงบนเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า ท่าทีเหม่อลอย กริ้งงง! ในตอนนี้เอง โทรศัพท์บนโต๊ะได้ดังขึ้นอย่างกะทันหัน หญิงสาวสะดุ้งขึ้น “อะไรนะ?” หลี่เยว่เหยารับโทรศัพท์ สามวินาทีต่อมา เธอก็พลันผุดลุกขึ้น สีหน้าแปรเปลี่ยนไปในทันที ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สีหน้าของหลี่เยว่เหยาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เธอวางโทรศัพท์ คว้ากระเป๋าถือแล้วเดินออกไป ในตอนนี้ ด้านนอกรั้วของเครือบริษัท หลินเซียวถือกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ หยุดยืนอยู่ที่ด้านหน้าประตู ปาดเหงื่อออกจากศีรษะของเขา แล้วพึมพำ: “ในที่สุด ก็ถึง” กระเป๋าของเขาบวมใหญ่ ของส่วนมากภายในคือสมุนไพร วัตถุดิบทำยาทั้งหมดภายในสวนเพาะที่บ้านในหมู่บ้านที่โตเต็มที่ ล้วนถูกเขาเก็บมาจนหมด เอามันมาด้วย ทั้งยังมีเครื่องเหล็กและหินบางอย่างสำหรับใช้ในการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน เขาเอาพวกมันมาทั้งหมด สมุนไพรเหล่านี้ แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ตั้งตัวภายในเมืองหลงเถิง อย่างน้อยเขาก็ยังมั่นใจได้ว่าไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเสื้อผ้าและอาหาร สามารถตามหาความทรงจำของเขาได้อย่างสบายใจ “นายทำอะไรของนาย?” พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองที่รั้วเห็นหลินเซียวในเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ทั้งยังถือกระเป๋าหนังงู ดูราวกับคนไร้บ้านผู้หนึ่ง หวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะมารบกวนการทำงานของเครือบริษัท รีบออกมาขัดขวางไม่ให้เขาเดินต่อไปในทันที “ฉันมาหาหลี่เยว่เหยา เธออยู่ที่นี่รึเปล่า?” หลินเซียวรู้เพียงว่าหลี่เยว่เหยาเป็นลูกสาวของเครือบริษัทจ้งซาน จึงมาที่นี่เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ “นายพูดว่าอะไรนะ? หลี่เยว่เหยา?” พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างอ้วนไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เขาเค้นเสียงเย้ย “ไอ้คนบ้านี่โผล่มาจากไหนกัน? ไป ไป ไป ออกไปที่อื่น” พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างผอมยื่นมือออกไปหมายจะผลักอีกฝ่าย ในเวลาเดียวกันก็เบิกตากว้าง: “ออกไป ออกไป ที่นี่คือสำนักงานของเครือบริษัทจ้งซาน ไม่ใช่ที่ที่จะมาขอทาน” ถูกผลักครั้งหนึ่ง ร่างของหลินเซียวยังคงยืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่น้อย ที่มุมปากของชายหนุ่มยังปรากฏรอยยิ้มบางขึ้นมา เขาชี้ไปยังประตูของเครือบริษัท: “ฉันจะเข้าไปตามหา หลี่เยว่เหยารู้จักฉัน” “นี่นายยังตื่นเต้นอยู่ใช่ไหม? ประธานหลี่จะรู้จักพวกเร่ร่อนอย่างนายได้ยังไง? อยากดังจนเป็นบ้าไปแล้วรึไง?” พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างผอมค่อนข้างหงุดหงิด ยื่นมือทั้งสองข้างออกไปดึงแขนของหลินเซียว ใช้แรงทั้งหมดในการลาก ทว่าคนกลับไม่ขยับ แทบจะทำเอาตนเองล้มลงแทน พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างอ้วนชะงักไปเล็กน้อย เขาขยับหมวก เดินมาพร้อมกับสบถไปด้วย เอ่ยขึ้นอย่างรำคาญ: “น่าสนใจจริงๆ วิ่งมาถึงประตูเครือบริษัทจ้งซานเพื่อสร้างเรื่อง นายคงไม่ได้คิดจริงๆ หรอกนะว่าพวกเราเป็นพวกกินพืช?” ทั้งสองคนหนึ่งอยู่ซ้าย คนหนึ่งอยู่ขวา ต่างก็พยายามลากดึงหลินเซียวออกไปพร้อมกัน ฮึบ! “เอ๋?” “ใต้เท้าของเจ้าเด็กนี่ปักตะปูเอาไว้รึไง?” ทั้งสองพยายามอย่างหนักอยู่นาน ทว่าก็ไม่อาจที่จะขยับหลินเซียวไปได้แม้สักชุ่น อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจขึ้นมา หลินเซียวรู้สึกจนปัญญา ดิ้นเบาๆ ตึก ตึก ตึก! ทั้งสองรู้สึกได้ถึงแรงแข็งแกร่งที่ส่งผ่านมาจากแขนของพวกเขา ทำให้พวกเขาล่าถอยไปอย่างไม่อาจควบคุม แทบจะล้มลงก้นกระแทกพื้น “นายยังกล้าลงมือกับคนอื่นอีกงั้นเหรอ?” พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองโมโห ชายร่างผอมหันศีรษะไปแล้วกระชากเสียง “เด็กๆ มีคนมาสร้างความวุ่นวาย รีบออกมาเร็ว!” โครม! ห้องรักษาความปลอดภัยแตกซ่าน คนจำนวนมากวิ่งตึกๆ กรูกันออกมา มีราวสิบสองสิบสามคน ด้านหลังสุดคือร่างแข็งแกร่งบึกบึนของชายผู้หนึ่ง เขาเป็นชายวัยกลางคนที่คาบบุหรี่เอาไว้ในปาก “มาสร้างความวุ่นวายถึงประตูของเครือบริษัทจ้งซาน ฮี่ฮี่ ข้าไม่เคยเห็นคนที่แน่วแน่ขนาดนี้มาก่อนเลย” ชายวัยกลางคนสูดควันเข้าไปก่อนจะพ่นออกมา มุมปากปรากฎรอยยิ้มขึ้น หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย ฟ่านเจียน วันนี้เขาเองก็ได้เดินตรวจตรา ออกมาจากตึกเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ เพียงแค่มาถึงยังประตูห้องรักษาความปลอดภัย ก็ได้เห็นเรื่องแบบนี้เข้า “เฮ้!” เท้าของฟ่านเจียนเพิ่งจะก้าวออกมา โทรศัพท์ก็ดังขึ้นพอดี เมื่อเห็นหมายเลขแล้ว เขาก็เร่งรีบลุกขึ้นยืน แย้มยิ้มเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีระมัดระวัง “ครับ ครับ…… ผมเข้าใจแล้ว …… ไม่ต้องกังวลครับ แน่นอนครับแน่นอน อืม!” หลังจากที่รับโทรศัพท์แล้ว สายตาของฟ่างเจียนก็อดไม่ได้ที่จะไปหยุดลงที่หลินเซียว ประกายแปลกประหลาดปรากฎวูบในดวงตาของเขา พนักงานรักษาความปลอดภัยจำนวนมาก ใช้จำนวนเข้าข่ม ร้องเอะอะไม่หยุด ราวกับคนชั่วร้ายที่มารวมตัวกัน “ไอ้หนู มาสร้างปัญหาที่นี่อย่างนั้นเหรอ? มีตาหรือไม่?” “ฉันบอกนายไว้ก่อนนะ ถ้ามาสร้างปัญหาที่ประตูของเครือบริษัทจ้งซาน ไม่มีทางได้ผลอะไรดีๆ หรอกนะ” หลินเซียวรู้สึกจนใจ เขาหยิบกระเป๋าออกจากบนหลังของตนเอง วางมันลงที่พื้น ตึง! ฝุ่นบนพื้นฟุ้งกระจายขึ้นมา สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคน ในใจสงสัยว่ากระเป๋านั่นหนักเท่าใด ยามวางลงเบาๆ ถึงได้รู้สึกราวกับแผ่นดินไหว “จงใจให้คนอื่นกลัวล่ะสิ? แข็งแรงนักใช่ไหม? เสแสร้งเก่งนักใช่ไหม?” พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างอ้วนเลิกคิ้วสูง โยนหมวกของเขาทิ้งไป พุ่งตรงเข้าไปในทันที ยกเท้าเตะไปทางกระเป๋าหนังงู “ฉันจะให้นายขวางทางดู!” ตูม! “เฮือก……” พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างอ้วนละเท้าออก กระเป๋าไร้รอยขีดข่วน แต่นิ้วโป้งเท้าของเขาแทบหัก ตาขาวแทบถลนออกมา เขากอดเท้าตนเองแล้วกระโดดไปมา “โอ้ย! มึง! นี่มันเหล็กรึไง ทำไมแข็งนัก?” “ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อสร้างปัญหา!” หลินเซียวยืนยันอีกครั้ง “ฉันมาที่นี่เพื่อมาหาหลี่เยว่เหยา นายไปแจ้งเธอได้ เธอบอกให้ฉันมาเอง” “ถุ้ย! พูดจาไร้สาระ!” ชายร่างผอมกระวนกระวาย เมื่อเห็นฟ่างเจียนมาถึง ดวงตาก็พลันทอประกาย เดินไปหาในทันที แสยะยิ้มพร้อมเอ่ยขึ้น “เจียนเกอ เด็กนั่นเอาแต่บอกว่ามาหาประธานหลี่ ผมคิดว่าเขาต้องมีจุดประสงค์ที่ชั่วร้ายแน่ ทำยังไงดีครับ?” “ถุ้ย!” ดวงตาของฟ่านเจียนทอประกายวูบ เขาพ่นควันออกมาวงหนึ่ง เดินโซเซไป ครืด! พนักงานรักษาความปลอดภัยคนอื่น ๆ ถูกนำมาโดยเขา ล้อมรอบเขาเอาไว้ มองไปยังหลินเซียวอย่างดุดัน ตราบเท่าที่ฟ่านเจียนเอ่ยสั่ง เด็กนี่ก็จะถูกกระทืบจนกลายเป็นหัวหมูในไม่ช้า จากนั้นก็โยนออกไป “มาหาประธานหลี่งั้นเหรอ?” ฟ่านเจียนเค้นเสียงหัวเราะ มองหลินเซียวขึ้นๆ ลงๆ อยู่สองสามครั้ง รู้สึกขยะแขยงกับชุดแสนพิเศษที่เขาสวมอยู่มาก ตะโกนออกมา “ประธานหลี่จะไปรู้จักคนป่าเถื่อนแบบนายได้ยังไง? พวกนายมัวเหม่ออะไรอยู่? ยังไม่เตะเขาออกไปจากหน้าฉันอีก!” “ครับ!” ทุกคนรับคำสั่งจากฟ่านเจียน ดวงตาทอประกาย พลันแยกเขี้ยวเผยกรงเล็บโถมตนเองไป คนจำนวนมากขนาดนี้จัดการกับเด็กที่ดูท่าทางผอมบางอ่อนแอคนหนึ่ง ก็เหมือนกับการยื่นมือออกไปแล้วรั้งกลับมา ง่ายดายอย่างแน่นอน ฮ่าห์! ชายร่างผอมหมายจะฉวยโอกาสได้เปรียบ วิ่งไปยังด้านข้าง ยกหมัดของเขาขึ้นและกระแทกมันลงไปที่เสื้อกล้ามของหลินเซียว ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความขบขัน คิดว่าหมัดนี้ ต้องทำให้อีกฝ่ายได้รับความเสียหายมากอย่างแน่นอน ตูม! ใครจะไปรู้ว่าหมัดนี้ที่กระแทกเข้าที่แผ่นหลังของหลินเซียวนั้น เบาราวกับสะกิด คนไม่แม้แต่จะขยับ ไม่มีการตอบสนองเลยแม้แต่น้อย “อ๋า?” พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างผอมนิ่งอึ้ง...