นายตัวป่วนกับก๊วนออนไลน์ (BEO)

    บทที่ 26

    “Change Shadow!” หลังจากเสียงเรียกใช้สกิลของชายหนุ่มกล่าวจบ ร่างของเขาก็กลายเป็นเงาสีดำ และวิ่งพุ่งผ่านกลุ่มเพลเยอร์หลายคนที่ถือชูอาวุธวิ่งเข้ามาในโรงพยาบาลประจำเมืองทราซิทฮิลล์ร่างของเพลเยอร์ผู้อุกอาจบุกรุกเข้ามานั้นล้มลงกับพื้นแล้วกลายเป็นแสงหายไปทันที ที่สำคัญคือพวกเขาตายลงด้วยในดาบเดียว ดาบที่เชือดเฉือนจุดสำคัญของร่างกายซึ่งเป็นจุดตายของมนุษย์ ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณลำคอที่เคออสตั้งใจจู่โจมให้โดนภายในดาบเดียว ซึ่งมันก็เป็นผลสำเร็จ แม้แต่ค็องที่ได้รู้ที่มาที่ไปของเพื่อนว่าเป็นเพลเยอร์ใหม่ที่เลเวลอัพด้วยความบังเอิญ ก็ไม่คิดว่าจะมีฝีมือการฟันดาบที่เฉียบคมขนาดนี้ ตัวเขาเองจึงมีหน้าที่เพียงยกโล่ป้องกันด้านหลัง และส่งยาให้กับเพื่อนเท่านั้น เพื่อให้เคออสจัดการศัตรูได้รวดเร็วยิ่งขึ้น จนเมื่อกลุ่มเพลเยอร์ที่พยายามเข้ามาโจมตีในโรงพยาบาลเริ่มน้อยลง ครูฝึกดาบผมทองก็ว่างพอที่จะเดินเข้ามาคุยกับทั้งสองหนุ่มอีกครั้ง“ฝีมือเจ้าพัฒนาขึ้นมากทีเดียวนะ ทั้งที่เพิ่งผ่านไปแค่สองวันเท่านั้นเอง” ครูฝึกวิคเตอร์พูดกับชายหนุ่มผมดำ“แหะๆ ผมก็ไม่นึกเหมือนกันว่าเพลงดาบที่ครูฝึกสอนมาจะเหมาะกับวิธีการโจมตีด้วยความเร็วแบบนี้เลยนะครับ ทั้งที่ผมก็ใช้แค่ดาบสั้นของทหารเท่านั้น แล้วก็ไม่เคยบอกครูฝึกเลยนะว่าผมใช้ได้สกิลนี้แค่สกิลเดียวเท่านั้น” ชายหนุ่มตอบกลับพร้อมด้วยความสงสัย“ข้าก็ไม่ได้ดูอะไรมากมายหรอก เห็นเพียงเจ้าใช้ดาบยาวคมเดียวแบบนี้ก็เลยเลือกวิชาที่น่าจะเหมาะมาสอนเท่านั้นแหละ นี่ก็แค่พื้นฐานเท่านั้น ถ้าต่อไปเจ้าหมั่นฝึกฝนรับรองว่าวิชานี้จะพัฒนาให้ตัวเจ้ากลายเป็นสุดยอดนักฆ่าเลยทีเดียว ฮ่าๆๆๆ” คำกล่าวที่เหมือนถ่อมตัว แต่ก็อวยตัวเองไปด้วยของชายผมทอง ทำให้ผู้ฟังรู้สึกแปลกๆชอบกล แถมเมื่อพูดจบก็เดินหัวเราะจากไปให้เคออสต้องงงกับท่าทางแปลกๆนั้น แต่เมื่อชายหัวเกรียนที่ยืนอยู่ข้างๆกันได้ฟังก็รู้สึกสะกิดใจบางอย่างขึ้นมา จึงกล่าวถามเพื่อนของเขา“นี่เคออส ครูฝึกนั้นสอนเพลงดาบให้ แต่ไม่ได้มอบสกิลให้นายงั้นเหรอ?” ค็องถามออกมาอย่างสงสัย“ใช่แล้วล่ะ เพลงดาบเขี้ยวค้างคาว เน้นการโจมตีด้วยความฉับไว และเล็งไปที่จุดอ่อน แต่ไม่เน้นการป้องกัน คิดว่าหลังจากนี้ฉันคงต้องไปหาฝึกเพลงดาบสายป้องกันเพิ่มด้วยจะดีกว่า” ชายหนุ่มผมยาวบอกถึงความตั้งใจของตัวเอง“หมายความว่าตะกี้นายฟันเพลเยอร์พวกนั้นด้วยตัวเองงั้นเหรอ!?” ค็องยิ่งประหลาดใจในการกระทำของเพื่อน“ใช่แล้ว ทำไมเหรอ? ตอนฉันใช้สกิลChange Shadow ภาพรอบตัวมันเหมือนกับช้าลง ฉันก็เลยฟันไปง่ายๆนั่นแหละ” เคออสตอบเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ฉันว่านายมันเรียนรู้เร็วเกินไปแล้วมั้งเนี่ย ถึงจะมีสกิลช่วยคนอื่นเขาก็ไม่ได้เก่งเร็วเท่านายหรอกนะ” ชายร่างใหญ่อธิบายสิ่งปกติที่เกิดขึ้นกับคนอื่น“สงสัยทั้งเพลงดาบทั้งสกิลนี่คงเป็นของดีน่ะนายไม่ต้องคิดมากไปหรอก ยังไงฉันก็จะระวังตัวแล้วก็ต่อไปจะตั้งใจฝึกฝนให้มากขึ้นจะได้เก่งไวๆให้สมกับเลเวลสักหน่อย” เคออสกล่าวแบบสบายๆไม่ให้เพื่อนต้องกังวล แต่ความจริงนั้นค็องไม่ได้กังวลเกี่ยวกับสกิลพวกนี้สักนิด สิ่งที่เขาสงสัยคือความสามารถของชายหนุ่มผมยาวตรงหน้าต่างหาก พวกเพลเยอร์ที่บุกรุกเข้ามานั้นล้วนเป็นพวกที่สังกัดกิลด์ทั้งสิ้น เหมือนกับว่ามีความตั้งใจจะยึดโรงพยาบาลให้ได้อย่างไรอย่างนั้น ไม่นานการจู่โจมระลอกใหม่ก็เกิดขึ้น คราวนี้มาพร้อมกันหลายด้าน พวกทหารที่ป้องกันไม่ทันจนเพลเยอร์เล็ดรอดเข้ามาได้ก็จะถูกค็อง และเคออสจัดการ เรื่องที่เพลเยอร์ในชุดทหารทั้งสองคนสังหารคนของกิลด์ที่โจมตีโรงพยาบาลไปจำนวนมาก ถูกรายงานไปยังหัวหน้ากิลด์ของพวกเขา ซึ่งนั่นก็คือกิลด์ดราก้อนไนท์นั่นเอง“บัดซบ! เพลเยอร์ที่รับเควสป้องกันโรงพยาบาลนั่นฝีมือมือไม่ธรรมดาเลย เราส่งแต่สมาชิกใหม่เข้าไปก็ตายหมด มังกรเหล็กพาทีมมังกรคลั่งไปจัดการพวกมัน เราต้องยึดโรงพยาบาลให้ได้ก่อนที่พวกในโบสถ์จะตีฝ่าไปทางตะวันออก!” หัวหน้ากิลด์นามว่าดราก้อนคิงออกคำสั่งลูกน้องคนสนิท“ครับผมหัวหน้า ผมจะไม่ทำให้ผิดหวัง” ชายหนุ่มหน้าโหดตอบรับคำสั่งหัวหน้ากิลด์ แล้วก็รีบพาคนแยกย้ายออกจากแนวป้องกันด้านหน้าโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ไปที่โรงพยาบาลทันที ในปัจจุบันที่เมืองทราซิทฮิลล์เข้าสู่สภาวะสงครามกลางเมือง ตามเงื่อนไขของระบบเกม ผู้เล่นจะไม่สามารถ Log Out ออกจากเกมภายในตัวเมืองได้ ผู้เล่นอิสระที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้เลย จึงรวมตัวกันเพื่อตีฝ่าไปทางตะวันออก เพื่อออกจากเมืองที่ปัจจุบันฝั่งตะวันตกถูกปิดประตูไปเรียบร้อยแล้ว บริเวณสะพานข้ามคลองทั้งสามแห่ง ซึ่งเป็นทางข้ามจากฝั่งตะวันตกไปยังตะวันออกของเมืองถูกสมาชิกบางส่วนของกิลด์ดราก้อนไนท์ยึดไว้ทั้งหมดเพื่อไม่ให้ศัตรูหนีไปได้ นั่นก็เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องสู้กับเพลเยอร์ไร้สังกัดเหล่านั้นด้วยเพราะต้องป้องกันฝ่ายศัตรูแทรกซึมออกไปเช่นกัน เพลเยอร์ไร้สังกัดส่วนใหญ่ในทราซิทฮิลล์ล้วนเป็นผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งสมัครเข้าเกมมา พวกเขามีเลเวลไม่ถึง 10 เสียด้วยซ้ำ แตกต่างจากฝ่ายของกิลด์ดราก้อนไนท์ที่มีเลเวลมากกว่าพร้อมทั้งยังเคยฝึกฝนการต่อสู้ร่วมกันมาแล้ว เพลเยอร์ใหม่นับร้อยจึงยังไม่อาจฝ่าออกไปได้นั่นเอง แต่เหมือนกับว่ากิลด์ดราก้อนไนท์จะไม่ค่อยโชคดีเท่าไรเมื่อเพลเยอร์ใหม่รวมตัวกันจากสะพานทั้งสามแห่งมาที่เดียวเพื่อตีฝ่าออกไปอย่างจริงจัง และที่พวกเขาสามารถทำเช่นนี้ได้ก็ด้วยการนำทัพของเพลเยอร์ระดับสูงจำนวนหนึ่ง“แถวหน้าตั้งแนวโล่ให้ชิดไว้ อย่าให้มีช่องว่าง! นักดาบอยู่แถวสอง นักเวทย์อยู่แถวสาม นักบวชอยู่แถวสี่ นักธนูอยู่แถวห้า นักฆ่าอยู่ด้านข้าง” เสียงชายชราผมหงอกมัดผมมวยกลางกระหม่อมใส่ชุดสีขาวเหมือนเซียนในหนังจีนตะโกนออกคำสั่งจัดแถวให้กับแนวหน้าของเหล่าผู้เล่นอิสระ“คุณตาให้หนูไปอยู่กับพวกนักดาบได้ไหม?” หญิงสาวผมยาวสีม่วงหุ่นนางแบบ ที่แต่งตัวเหมือนพวกนักฆ่ากล่าวถามชายชรา“โอ้ ได้สิ นี่เราเลเวลเยอะใช้ได้น่าจะเหมาะในจังหวะบุกนี่แหละนะ แต่ว่าตาขอแนะนำอย่างหนึ่ง พอเราตีฝ่าทะลวงเข้าไปแล้วให้เราลอบโจมตีหัวหน้าหน่วยของพวกมัน ถ้าให้ตายได้ยิ่งดีพวกมันจะได้แตกขบวนแล้วก็ย้อนกลับมาตีตลบหลังเราไม่ได้” ชายชราย้ำกับหญิงสาว“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูจัดการให้ โบว์ นุ่นไปประจำตำแหน่งกับคนอื่น ถ้าเราตีฝ่าออกไปได้แล้ว ก็ไปเจอกันที่หน้าโรงพยาบาลนะ” รับคำผู้นำทัพเสร็จเจนนิเฟอร์ก็หันไปบอกกับเพื่อนทั้งสองของเธอ ก่อนจะพุ่งไปอยู่ในแถวที่สองของกองทัพ“รับทราบค่ะ! นี่ฉันตื่นเต้นสุดๆเลยที่จะได้ทำสงครามเป็นครั้งแรกเนี่ย เล่นมาหลายเกมแล้วยังไม่เคยลง Guild War เลยสักครั้ง” นุ่นนี่กล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น แม้ว่าการใช้คัมภีร์เวทย์วาร์ปกลับเมืองมาจะทำให้พวกเธอต้องเข้าร่วมสงครามก็ตาม“อืม ฉันก็ตื่นเต้นเหมือนกัน” โบลี่กล่าวออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา และรอยยิ้มเล็กๆที่ดูไม่เหมือนตื่นเต้นเอาเสียเลย“โธ่! ยัยโบว์เธอถ้าตื่นเต้นเธอต้องตะโกนออกมาดังๆสิ มาพูดเบาๆอย่างนี้ได้ยังไง” นุ่นดุเพื่อนเล็กน้อย ยังไม่ทันที่หญิงสาวทั้งสองจะคุยกันจบ สัญญาณสงครามก็เริ่มขึ้น“นักเวทย์ และนักธนูโจมตีได้ แถวหน้าแปลงขบวนหัวลูกศร แล้วทะลวงเข้าไปเลย!!!!!!” ชายชราขึ้นไปอยู่หน้าสุดของกองทัพตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ แต่เขาก็สั่งการพร้อมกับชูกระบี่เงินเปล่งประกายอยู่หน้าสุดของกองทัพเพลเยอร์อิสระเกือบสามร้อยคน“เฮ้!!!!!!!!!” เหล่าเพลเยอร์เปล่งเสียเฮกึกก้องข่มขวัญกิลด์ที่ขวางสะพานไว้พร้อมกับวิ่งทะลวงไปด้านหน้าด้วยใจอันฮึกเหิมไร้ซึ่งความกลัว หลังจากนักเวทย์ และนักธนูเปิดการโจมตีจากแนวหลังไปที่แนวหน้าของศัตรู“ยัยโบว์ไปเร็วเข้า ตามพวกนั้นไป” นุ่นรีบตะโกนบอกเพื่อนท่ามกลางเสียงโห่ร้องที่ก้องดังไปทั่วเมือง แล้วทั้งสองก็วิ่งตามหลังแนวหน้าไปทั้งที่ยังไม่ทันทำอะไรแม้แต่เพียงนิดเดียว