โรงเตี้ยมที่พักของหวังเหว่ย
ขณะที่หวังเหว่ยกำลังนั่งกินซาลาเปาอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ภายในโรงเตี้ยมพร้อมกับฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู พยัคฆ์ครามได้ทำการติดต่อสื่อสารทางจิตกับหวังเหว่ยอีกครั้ง “นายท่านขอรับ ข้าพยัคฆ์ครามเองขอรับ พวกเราทราบข้อมูลเรื่องของเมืองโบราณแล้วขอรับ เมืองโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับป่าหลังหมู่บ้านอสูรสีฟ้า เป็นเมืองที่มีขนาดไม่ถึงกับใหญ่โตมากนักขอรับ” “อืม ข้าเข้าใจแล้ว เรื่องราวภายในคฤหาสน์องครักษ์เป็นอย่างไรบ้างในช่วงนี้” “คฤหาสน์องครักษ์ มีเพียงเหตุการณ์ถูกก่อกวนจากผู้ไม่หวังดีขอรับนายท่าน นายหญิงจินฟางได้ส่งตัวคนพวกนั้น ไปให้ทางจวนเจ้าเมืองตัดสินลงโทษแล้วขอรับ” “อืม ถ้ามีเหตุการณ์อะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นภายในคฤหาสน์องครักษ์หรือภายในเมืองอสูรจันทรา เจ้าต้องรีบแจ้งให้ข้ารู้ทันที” “รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากพูดคุยสื่อสารทางจิตกับทางพยัคฆ์ครามเป็นที่เรียบร้อย หวังเหว่ยได้หยุดกินซาลาเปาและได้บอกกับพนักงานของโรงเตี้ยมว่าต้องการพักห้องที่ใหญ่ที่สุดภายในโรงเตี้ยมแห่งนี้ พนักงานของโรงเตี้ยมเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้ไปแจ้งกับเจ้าของโรงเตี้ยม เจ้าของโรงเตี้ยมจึงได้มาหาหวังเหว่ย และได้กล่าวกับหวังเหว่ยว่า “คุณชายขอรับ ห้องพักที่ใหญ่ที่สุดภายในโรงเตี้ยมของเราสามารถพักได้ถึงสิบคน ราคาค่าห้องพักวันละ 1เหรียญทองขอรับ” “เข้าใจแล้วขอรับท่านเจ้าของโรงเตี้ยม นี่ขอรับเงิน 3เหรียญทอง พวกข้าต้องการพักสามวันขอรับ” หวังเหว่ยได้กล่าวกับเจ้าของโรงเตี้ยมพร้อมกับยื่นเงินให้กับเจ้าของโรงเตี้ยม 3เหรียญทอง จากนั้นเจ้าของโรงเตี้ยมได้ให้พนักงานของโรงเตี้ยมนำทางหวังเหว่ยรวมถึง ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน และเหม่ยจู ไปที่ห้องพักของโรงเตี้ยม หลังจากที่หวังเหว่ยรวมถึงหญิงสาวทั้งสามได้เข้าไปในห้องพักของโรงเตี้ยมเรียบร้อยและพนักงานของโรงเตี้ยมได้กลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อแล้ว หวังเหว่ยได้กล่าวกับหญิงสาวทั้งสามว่า “ข้าจะพาพวกเจ้ากลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร พวกเจ้าพร้อมแล้วหรือยัง” “พวกเราพร้อมแล้วเจ้าค่ะ นายท่าน” หลังจากพูดจบหวังเหว่ยได้นำ ฉิงเหม่ย เหม่ยหลินและเหม่ยจู เข้าไปภายในมิติแดนอสูร วูบ “เอาล่ะ ถึงตาของข้าเข้าไปบ้างแล้ว” วูบ
ภายในมิติแดนอสูร
“นาย... นายท่านกลับมาแล้ว การประลองเป็นเช่นไรบ้างขอรับนายท่าน พวกข้าเองก็อยากออกไปยืดเส้นยืดสาย ประลองฝีมือกับผู้อื่นบ้างเช่นกันขอรับ” ราชาหมูอสูรเขี้ยวตันได้กล่าวอย่างติดขัดเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าใหม่ที่ไม่คุ้นชินของหวังเหว่ย “ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าทั้งสามไม่ต้องแปลกใจไป ข้าได้ใช้ "ทักษะเปลี่ยนแปลงใบหน้า" เพื่อความสะดวกในการทำสิ่งต่างๆ ภายในเมืองแห่งนี้ หลังจากที่เรากลับไปถึงเมืองอสูรจันทรา ข้าจะกลับไปใช้ใบหน้าเดิมของข้าอีกครั้ง” “พวกข้าทราบแล้วขอรับนายท่าน” 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้กล่าวกับหวังเหว่ย ด้วยท่าทางร่าเริง เมื่อเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว “ในอนาคต ข้าจะให้พวกเจ้าได้เข้าร่วมการประลองด้วยแน่นอน ว่าแต่พวกเจ้าพอจะรู้ที่อยู่ของสัตว์อสูรบริเวณใกล้ๆแถวนี้บ้างหรือไม่ ?” “บริเวณใกล้ๆแถวนี้ มีป่าอยู่หลายแห่งที่มีสัตว์อสูรอาศัยอยู่ขอรับนายท่าน” ราชาแมวป่าอสูรวายุได้กล่าวตอบหวังเหว่ยอย่างรวดเร็ว จนทำให้ราชาหมูอสูรเขี้ยวตันและราชาหนูอสูรพงไพรเขม่นตามองราชาแมวป่าอสูรวายุอยู่เล็กน้อยที่ชิงตอบคำถามสร้างผลงานอย่างรวดเร็ว “ดีเลย ถ้าเช่นนั้นอีกไม่นานหลังจากนี้พวกเราจะออกไปตามล่าสัตว์อสูร เพื่อหาสัตว์อสูรที่เหมาะสมมาทำสัญญากับข้า” “รับทราบขอรับนายท่าน” 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้กล่าวกับหวังเหว่ยด้วยความตื่นเต้นดีใจ ที่จะได้ออกไปยืดเส้นยืดสาย หวังเหว่ยจึงได้ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นถึงความตื่นเต้นดีใจของ 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ “พวกเจ้า 3ราชาสัตว์อสูรฟังข้าให้ดี จากนี้เป็นต้นไป ราชาหมูอสูรเขี้ยวตันต่อไปข้าจะเรียกเจ้าว่า "เฟิงเค่อ" ราชาหนูอสูรพงไพรต่อไปข้าจะเรียกเจ้าว่า "เฟิงเฟย" ราชาแมวป่าอสูรวายุต่อไปข้าจะเรียกเจ้าว่า "เฟิงเป้า" จากนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าจงใช้ร่างมนุษย์เป็นร่างหลักและกลายร่างเป็นร่างสัตว์อสูรเฉพาะยามจำเป็นเท่านั้นเหมือนกับฉิงเหม่ย เหม่ยหลินและเหม่ยจู พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่” “รับทราบขอรับนายท่าน” ระดับเลเวลในปัจจุบันของกลุ่มหวังเหว่ย ราชาหมูอสูรเขี้ยวตัน เฟิงเค่อ เลเวล34 ราชาหนูอสูรพงไพร เฟิงเฟย เลเวล33 ราชาแมวป่าอสูรวายุ เฟิงเป้า เลเวล33 สัตว์อสูรชั้นสูงจิ้งจอกขาวราตรี ฉิงเหม่ย เลเวล20 สัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอก เหม่ยหลิน เลเวล20 สัตว์อสูรสุนัขจิ้งจอก เหม่ยจู เลเวล20 “เอาล่ะ เฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า ในตอนนี้พลังปราณอสูร ภายในร่างกายของพวกเจ้ามีความสมดุล อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะเริ่มต้นฝึกฝนทักษะใหม่แล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะเริ่มสอนทักษะใหม่ให้กับพวกเจ้าทั้งสาม” “พวกข้ารอเวลานี้มานานแล้วขอรับนายท่าน” 3ราชาสัตว์อสูรร่างมนุษย์ ได้กล่าวกับหวังเหว่ยด้วยความตื่นเต้นดีใจ ที่จะได้ฝึกฝนทักษะใหม่ที่รอคอย “พวกเจ้าตั้งใจฟังให้ดี ข้าคิดค้นทักษะนี้ขึ้นเพื่อพวกเจ้าโดยเฉพาะ ทักษะนี้มีชื่อว่า "ทักษะสามประสานพลิกปฐพี" “ราชาหมูอสูรเขี้ยวตันเฟิงเค่อ ทักษะที่ข้าจะสอนเจ้าคือ "ทักษะปฐพีแห่งการป้องกัน" ทักษะนี้ช่วยเพิ่มพลังป้องกันของเจ้าให้แข็งแกร่งดุจหินผา” “ส่วนราชาหนูอสูรพงไพรเฟิงเฟย ทักษะที่ข้าจะสอนเจ้าคือ "ทักษะพฤกษาแห่งการฟื้นฟู" ทักษะนี้ช่วยเพิ่มพูนพลังชีวิตของเจ้าให้เปี่ยมล้นดุจพฤกษา” “และเจ้าราชาแมวป่าอสูรวายุเฟิงเป้า ทักษะที่ข้าจะสอนเจ้าคือ "ทักษะวายุแห่งความเร็ว" ทักษะนี้ช่วยเพิ่มความเร็วของเจ้าให้รวดเร็วดุจสายลม” “เมื่อพวกเจ้านำทักษะทั้งสามมาประสานกัน จะก่อให้เกิดเป็น "ทักษะสามประสานพลิกปฐพี" ที่เป็นค่ายกลช่วยเพิ่มพลังต่อสู้ของพวกเจ้าอีกหลายเท่าตัวตามระดับขั้นของทักษะ ทักษะนี้มีทั้งหมดสามขั้น ขั้นที่หนึ่งเพิ่มพลังต่อสู้ขึ้นหนึ่งเท่า ขั้นที่สองเพิ่มพลังต่อสู้ขึ้นสองเท่า ขั้นที่สามเพิ่มพลังต่อสู้ขึ้นสามเท่า พวกเจ้าเข้าใจที่ข้ากล่าวทั้งหมดหรือไม่” “พวกข้าเข้าใจแล้วขอรับนายท่าน” “ดี เช่นนั้นข้าจะเริ่มสอน "ทักษะสามประสานพลิกปฐพี" ให้กับพวกเจ้าตั้งใจฟังให้ดี” “ขอรับนายท่าน” เวลาผ่านไปสามชั่วโมง ในที่สุด ราชาหมูอสูรเขี้ยวตันเฟิงเค่อ ราชาหนูอสูรพงไพรเฟิงเฟย ราชาแมวป่าอสูรวายุเฟิงเป้า ก็ได้เข้าใจถึงรายละเอียดของวิธีการฝึกฝน "ทักษะสามประสานพลิกปฐพี" ทั้งหมด จากนั้นหวังเหว่ยได้ให้ เฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า เริ่มต้นฝึกฝนทักษะร่วมกับ ฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู เพื่อให้ทั้งหกคนได้ทำความรู้จักสนิทสนมกันมากขึ้น “พวกนั้นน่าจะใช้เวลาฝึกฝนอีกหลายวันข้าจะทำอะไรต่อดีล่ะ อืม... แต่ในตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วนอนพักผ่อนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้เช้าลองแวะไปสำรวจที่โรงประมูลสินค้าดู ก็น่าจะดี” หวังเหว่ยได้นอนลงบนพื้นดิน จากนั้นได้จ้องมองท้องฟ้าและคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่แสนร่มรื่นภายในมิติแดนอสูร หลังจากนั้นผ่านไปอีกครู่หนึ่งหวังเหว่ยได้ผล็อยหลับไปในขณะกำลังนอนคิดถึงเรื่องราวในอดีตเพลินๆ แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า ได้ทอแสงลงมาแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งมิติแดนอสูร ไอร้อนจากแสงแดดอ่อนๆ ได้สัมผัสเข้ากับใบหน้าของหวังเหว่ย ทำให้หวังเหว่ยรู้สึกตัวและตื่นขึ้นมาขณะสัมผัสกับไอร้อนจากแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า “อื้ม... เช้าแล้วสินะ เมื่อคืนนี้นอนหลับสบายดีจริงๆ” “ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกนั้นดูท่าจะหลับสบายเหมือนกัน เมื่อวานคงฝึกฝนกันหนักจนหมดแรงเลยสินะ” หวังเหว่ยได้หัวเราะออกมาเมื่อเห็นเฟิงเค่อ เฟิงเฟย เฟิงเป้า รวมถึงฉิงเหม่ย เหม่ยหลิน เหม่ยจู นอนหลับอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มอย่างสนิทสนม ด้วยท่าทางตลกๆ “เอาล่ะวันนี้ปล่อยให้พวกนั้นนอนพักผ่อนกันต่อดีกว่า ส่วนข้าลองไปเยี่ยมชมโรงประมูลสินค้าของเมืองนี้ดูสักครั้งก็น่าจะดี” วูบ
โรงเตี้ยมที่พักของหวังเหว่ย
"ตามที่เด็กชายตัวน้อยได้เคยบอกเอาไว้ โรงประมูลสินค้า เป็นร้านค้าใหญ่แห่งหนึ่งที่มีสามชั้น ชั้นสามของร้านค้าแห่งนี้มีโรงประมูลสินค้าอยู่ ส่วนชั้นแรกของร้านค้ามีสินค้าวางขายอยู่หลายอย่างด้วยกัน ลองไปเดินดูสินค้าที่ชั้นแรกของร้านสักหน่อยก็น่าจะดี" หวังเหว่ยได้ยืนคิด หลังจากออกมาจากมิติแดนอสูร จากนั้นหวังเหว่ยได้ออกจากโรงเตี้ยมที่พักเดินทางไปยังโรงประมูลสินค้า เมื่อมาถึงยังโรงประมูลสินค้า หวังเหว่ยได้เดินเลือกดูสินค้าที่ชั้นแรกอยู่พักใหญ่จนพบกับสิ่งของที่น่าสนใจอย่างแหวนมิติ ถึงแม้หวังเหว่ยจะมีมิติแดนอสูรอยู่แล้ว แต่จะให้นำสิ่งของออกมาจากมิติแดนอสูรต่อหน้าผู้คนดูจะไม่ค่อยเหมาะนัก หวังเหว่ยจึงได้ตัดสินใจซื้อแหวนมิติวงหนึ่ง เพื่อเอาไว้ตบตาผู้คนเวลานำสิ่งของออกมาจากภายในมิติแดนอสูร ในขณะที่หวังเหว่ยกำลังเลือกดูแหวนมิติ ข้างๆหวังเหว่ยได้มีชายหนุ่มท่าทางหยิ่งยโสผู้หนึ่งกำลังเลือกซื้อแหวนมิติอยู่เช่นกัน เพื่อนำไปมอบเป็นของขวัญให้แก่หญิงสาวนางหนึ่ง ขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นกำลังจะกล่าวถามกับพนักงาน หวังเหว่ยได้พูดขึ้นมาก่อนว่า “แหวนมิติวงนี้มีพื้นที่จัดเก็บกี่ตารางเมตรและมีราคาเท่าไหร่หรือขอรับ ท่านพนักงาน” ชายหนุ่มได้หันไปมองหน้าหวังเหว่ยในทันที จากนั้นได้พินิจมองหวังเหว่ยอยู่ครู่หนึ่ง และได้พูดขึ้นว่า “ฮืม เจ้าเป็นเพียงเด็กน้อยที่มีระดับเลเวลเพียงแค่13 กลับคิดสนใจสิ่งของชิ้นเดียวกับข้างั้นรึ แหวนวงนี้ข้าจะเป็นคนซื้อเอง อย่างเจ้าน่าจะเหมาะกับแหวนของเล่นมากกว่านะเด็กน้อย” หลังจากได้ยินที่ชายหนุ่มกล่าว หวังเหว่ยได้ยืนสงบสติอารมณ์อย่างใจเย็น เพราะอยากรู้ที่มาที่ไปของชายหนุ่มผู้นี้ก่อน จากนั้นค่อยวางแผนลงมือเพื่อเอาคืนทีหลังก็ยังไม่สาย “คาราวะคุณชายหลี่เม่าขอรับ แหวนมิติวงนี้เป็นแหวนมิติที่ดีที่สุดของทางร้าน มีพื้นที่จัดเก็บ กว้าง 5เมตร ยาว 5เมตร รวมมีพื้นที่ 25ตารางเมตร แหวนมิติวงนี้มีราคา 3,000เหรียญทองขอรับคุณชายหลี่เม่า” พนักงานของร้านได้หันไปพูดคุยกับหลี่เม่าซึ่งเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าเมืองอสูรหมีเพลิงในทันที “ สมแล้วที่เป็นแหวนที่ดีที่สุดของร้านนี้ ข้าหลี่เม่าต้องการซื้อแหวนมิติวงนี้ นี่ถุงเงิน 3,000เหรียญทอง” “ขอบคุณที่ซื้อสินค้าจากทางร้านขอรับคุณชายหลี่เม่านี่คือส่วนลด 300เหรียญทองจากบัตรสมาชิกของท่านขอรับ” “คุณชายขอรับ ข้าได้สืบทราบจนรู้ที่พักของหญิงงามทั้งสามที่เข้าร่วมการประลองเมื่อวานนี้แล้วขอรับ” หนึ่งในผู้ติดตามของหลี่เม่าได้พูดกระซิบที่ข้างหูของหลี่เม่า “ดี เจ้ารีบนำทางข้าไปยังที่พักของพวกนาง” “ขอรับคุณชาย” หลี่เม่าได้เหลือบมองหน้าของหวังเหว่ย จากนั้นได้ทำสีหน้ายิ้มเยาะเย้ยหวังเหว่ยเล็กน้อย และได้เดินออกไปจากร้านพร้อมผู้ติดตามหลายคนในทันที หลังจากได้รับแหวนมิติวงที่ต้องการนำไปมอบให้กับหญิงงามแล้ว หวังเหว่ยได้ยื่นถุงเงิน 3,000เหรียญทองที่นำออกมาจากมิติแดนอสูรให้กับพนักงานของร้านเช่นกันเพื่อซื้อแหวนแบบเดียวกับที่หลี่เม่าได้ซื้อไป “ขออภัยด้วยขอรับคุณชายแหวนมิติแบบเดียวกับที่คุณชายหลี่เม่าได้ซื้อไปทางร้านเรามีอยู่เพียงวงเดียวขอรับ ตอนนี้แหวนที่ดีที่สุด ที่ทางร้านมีคือแหวนมิติขนาด กว้าง 3เมตร ยาว 3เมตร รวมมีพื้นที่ 15ตารางเมตร มีราคาอยู่ที่ 2,000เหรียญทองขอรับคุณชาย” “เช่นนั้นข้าเอาแหวนวงนั้นก็แล้วกัน นี่ถุงเงิน 2,000เหรียญทองรบกวนท่านช่วยนำแหวนมิติวงนั้นมาให้ข้าด้วย” “ทราบแล้วขอรับคุณชาย ขอบคุณที่ซื้อสินค้าจากทางร้านขอรับ นี่คือแหวนมิติของคุณชาย และในครั้งนี้คุณชายได้ซื้อสินค้าจากทางร้าน มูลค่าเกิน 1,000เหรียญทอง กรุณารอข้าสักครู่ ข้าจะไปนำบัตรสมาชิกมาให้คุณชายขอรับ” “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะรอท่านอยู่ตรงนี้” จากนั้นหวังเหว่ยได้ยืนคิดในใจอยู่เงียบๆ ระหว่างรอพนักงานไปนำบัตรสมาชิกมาให้ "หืม ลูกชายของเจ้าเมืองงั้นรึ ไว้มีโอกาสเหมาะข้าค่อยสั่งสอนเจ้าเด็กน้อยนั่นสักเล็กน้อย" เวลาห้านาทีผ่านไป พนักงานของร้านได้นำบัตรสมาชิกมามอบให้กับหวังเหว่ย จากนั้นพนักงานของร้านได้บอกกับหวังเหว่ยว่า "บัตรสมาชิกของร้านนี้ไม่มีวันหมดอายุ และมีสิทธิพิเศษอยู่หลายอย่างเช่น สามารถใช้ลดราคาสินค้าทุกอย่างภายในร้านแห่งนี้ได้ 10%" “ขอบคุณท่านพนักงานขอรับ ว่าแต่โรงประมูลที่ชั้นสามเปิดตอนไหนหรือขอรับ” หวังเหว่ยได้สอบถามพนักงานของร้าน “โรงประมูลเปิดเวลาบ่ายโมงของทุกวัน และจะปิดในเวลาที่ไม่มีสินค้า ที่นำมาประมูลในวันนั้นเหลืออยู่ขอรับ คุณชายมีบัตรสมาชิกของทางร้าน สามารถเข้าร่วมการประมูลในที่นั่งธรรมดาได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าประมูลขอรับ” “โอ้วดีเลย ถ้าเช่นนั้น ข้าขอตัวไปเดินเที่ยวเล่นในเมืองก่อน และจะกลับมาอีกครั้งตอนใกล้เวลาช่วงบ่ายโมง ขอบคุณท่านพนักงานที่ช่วยแนะนำรายละเอียดเรื่องราวต่างๆ ให้ข้าทราบขอรับ” “เป็นเกียรติของข้าที่ได้รับหน้าที่ดูแลคุณชายขอรับ” หลังจากพูดจบหวังเหว่ยได้ยิ้มให้พนักงานของโรงประมูลสินค้าเล็กน้อย จากนั้นได้ออกจากโรงประมูลสินค้าและเดินเที่ยวเล่นอยู่ภายในเมือง เพื่อรอเวลาเริ่มเปิดประมูลสินค้าของร้านค้าในตอนบ่ายโมง
จวนเจ้าเมืองอสูรหมีเพลิง
“เรื่องของหญิงสาวปริศนาทั้งสามคนกับผู้ดูแลของพวกนางที่ข้าให้เจ้าสืบ พบเบาะแสอะไรหรือไม่” “ข้าน้อยได้ลองสืบดูแล้ว แต่ยังไม่พบเบาะแสเรื่องที่มาของพวกนางรวมถึงที่มาของเด็กหนุ่มคนนั้นเลยขอรับท่านเจ้าเมือง” หัวหน้าผู้ดูแลจวนเจ้าเมืองได้กล่าวกับเจ้าเมือง “ฮืม อีกไม่นานตาเฒ่าพวกนั้น คงเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อดึงตัวพวกนางเข้าร่วมตระกูลเป็นแน่ เห็นทีข้าคงต้องไปพบพวกนางด้วยตัวเองสักครั้ง เพื่อเชิญพวกนางมาเข้าร่วมกับตระกูลของข้า” “ข้าน้อยเห็นด้วยกับความคิดของท่านขอรับ ในตอนนี้พวกนางยังเยาว์วัย ถ้าท่านให้พวกนางได้พึ่งพาท่านและตระกูลของท่าน พวกนางจะต้องรู้สึกซาบซึ้งและผูกพันกับท่านรวมถึงตระกูลของท่านแน่นอนขอรับ” “อืม ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า เจ้ารู้หรือยังตอนนี้พวกนางพักอยู่ที่ใด” “ในตอนนี้พวกนางและผู้ดูแลพักอยู่ที่โรงเตี้ยมนภาขอรับ” “เช่นนั้นข้าจะลองไปพูดคุยกับพวกนางดูสักครั้ง ไม่แน่บางทีพวกนางอาจกำลังต้องการหาตระกูลเป็นที่พักพิง พวกนางถึงได้ขึ้นเวทีประลองเพื่อสร้างชื่อให้กับตนเอง !”