(17)
ดีใจไม่สุด
แม้ว่าค่ำคืนแห่งความเ็ปและทุกทรมานของธงรบจะผ่านพ้นไปแล้ว ทว่าคนที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงกลับยังคงอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ เขียนฟ้าเฝ้าดูสามีไม่เคยห่างั้แ่ถูกนำตัวมาส่งโรงพยาบาลเขาไม่นึกฝันว่ามันจะเกิดเื่ร้ายแรงอย่างนี้ขึ้นทั้งที่คิดเอาไว้ว่ามันจะเป็วันที่มีความสุขที่สุด
ตอนนี้ธงรบนอนอยู่บนเตียงท่ามกลางสายระโยงรยางค์เพื่อช่วยพยุงอาการไม่ให้ทรุดหนักมากกว่านี้แม้คุณหมอจะช่วยล้างท้องให้แล้ว ทว่ายังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องรอดูอาการไปอีกสักระยะ
“ผมจะนั่งให้กำลังใจคุณอย่างนี้จนกว่าคุณจะฟื้นขึ้นมา เข้มแข็งเข้าไว้นะครับคุณรบ”
เ้าตัวเอ่ยขณะกุมมือเขาไว้จ้องมองใบหน้าหล่ออันซีดเซียวผ่านม่านน้ำตา มองหน้าเขาทีไรก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้หากตนยอมใจอ่อนั้แ่แรก คงไม่มีเื่อย่างนี้เกิดขึ้น
ในขณะที่เขียนฟ้ากำลังนั่งเฝ้าคนป่วยอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงประตูห้องถูกเปิด หันไปมองก็พบว่าเป็บรรดาพ่อกับแม่ของทั้งคู่นั่นเองเขียนฟ้าสะดุดตากับชายหนุ่มซึ่งเดินรั้งท้ายเข้ามา เป็ศิวะนั่นเองที่ส่งยิ้มให้หลังจากไม่ได้เจอกันมานาน
“ตารบลูกแม่”
เมื่อเห็นสภาพลูกชายที่นอนโทรมอยู่บนเตียงกิ่งดาวก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ รีบปรี่เข้ามาที่ข้างเตียง โน้มตัวลงไปสวมกอด ส่วนทรงกลดเองก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เช่นเดียวยืนมองลูกชายด้วยความสงสารจับใจ
“แม่มาแล้วนะลูก อย่าเป็อะไรไปนะไม่งั้นแม่คงอยู่ไม่ได้ ฮือ...” คนเป็แม่เงยหน้าขึ้นไปเอ่ยกับลูกชายแม้ว่าจะยังคงนอนหลับตาไร้การตอบสนอง
หทัยรัตน์เองก็โอบกอดให้กำลังใจลูกชายเพราะรู้ว่าเขียนฟ้าคงรู้สึกผิด คิดว่าตัวเองเป็ต้นเหตุให้ธงรบต้องทำอย่างนี้ลงไป
“ผมขอโทษนะครับคุณแม่ที่เป็ต้นเหตุให้คุณรบต้องทำอย่างนี้” เ้าตัวยกมือไหว้แม่สามีอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็ไรหรอกลูกมันไม่ใช่ความผิดของฟ้าแต่เป็ความผิดของนังผู้หญิงคนนั้นที่ตามมาสร้างเื่ถึงที่นี่ ทั้งที่ตารบเลิกยุ่งกับมันไปนานแล้วแต่ก็อย่างว่าล่ะถ้าตารบไม่ไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นั้แ่แรกคงไม่เกิดเื่อย่างนี้ขึ้น”เมื่อกล่าวถึงดาววดี กิ่งดาวก็รู้สึกโกรธแค้น แต่ก็ไม่ได้อาฆาตแค้นขนาดนั้นเพราะส่วนหนึ่งก็เป็ความผิดของธงรบด้วยที่ไปยุ่งกับหล่อนั้แ่ต้น
ศิวะก้มหน้าอย่างรู้สึกผิดเมื่อได้ยินชื่อดาววดีความผิดในครั้งนั้นยังคงทำให้เ้าตัวเป็กังวลมาจนถึงตอนนี้ เมื่อเห็นธงรบต้องมาอยู่ในสภาพนี้เพราะดาววดียิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่
“แต่ถึงอย่างไรผมก็ผิดอยู่ดี หากผมไม่ตัดสินใจมาที่นี่ก็คงไม่เกิดเื่ขึ้น”
“ไม่เป็ไรหรอกลูก แม่เข้าใจฟ้าทุกอย่างตอนนั้นตารบเองก็ใจร้ายกับหนูมากหากจะมีใครผิดคงเป็แม่เองที่บังคับให้เราทั้งสองแต่งงานกัน”
“คุณแม่อย่าพูดอย่างนั้นสิครับต้องขอบคุณคุณแม่ต่างหากที่ทำให้ผมได้รู้จักกับคุณรบ ได้รู้จักกับคำว่าความรักครั้งแรกในชีวิต”
“แม่ดีใจนะที่หนูไม่โกรธตารบแล้วหลังจากนี้เรามาช่วยกันภาวนาให้ตารบฟื้นกลับขึ้นมาเป็ปกติครอบครัวเราจะได้มีความสุขกันเสียที” กิ่งดาวส่งยิ้มให้ลูกสะใภ้แม้ว่าตอนนี้ใบหน้าของเธอจะแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาก็ตามที
“ผมก็หวังว่ามันจะเป็อย่างนั้นครับ”
“แล้วฟ้าได้พักผ่อนบ้างหรือยังเนี่ยดูสภาพเหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืนเลย”
“ไม่เป็ไรครับคุณแม่”
“แม่ว่าหนูไปพักผ่อนเอาแรงก่อนดีกว่าเดี๋ยวทางนี้แม่เฝ้าให้”
“แต่...”
“ทำตามที่ผู้ใหญ่บอกเถอะลูก หนูต้องพักผ่อนบ้างนะเกิดเป็อะไรขึ้นมาจะทำยังไง อย่าลืมว่าตอนนี้กำลังท้องกำลังไส้อยู่นะ”
“นั่นสินะ แม่ก็ลืมไปว่าตอนนี้หนูฟ้ากำลังท้องดูแลหลานแม่ให้ดี ๆ นะ”
“ครับคุณแม่ ถ้าอย่างนั้นผมจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านแล้วจะกลับมาใหม่นะครับ”
“ไม่ต้องรีบนะถ้ามีความคืบหน้ายังไงแม่จะโทรไปบอกเอง”
“ครับ”
“คุณฟ้าจะกลับบ้านใช่ไหมครับเดี๋ยวผมขับรถไปส่ง”
“ไม่เป็ไรครับ” เขียนฟ้ายังคงโกรธศิวะเื่นั้นอยู่ไม่อยากแม้แต่จะคุยด้วย
“ให้พี่เขาไปส่งเถอะลูกแม่จะได้สบายใจ”
“ก็ได้ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” เขายกมือไหว้ทุกคนแล้วหันมามองหน้าศิวะแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินนำหน้าออกไปจากห้อง
ศิวะได้แต่เดินตามหลังมาเงียบ ๆไม่พูดไม่จาอะไร ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายไม่อยากจะสนทนาด้วยสักเท่าไหร่เข้าใจว่าอาจเป็เพราะเครียดเื่ที่ธงรบอยู่ในอาการโคม่าอย่างนี้
ระหว่างทางมีเพียงความเงียบงัน เขียนฟ้าไม่ยอมเอ่ยปากพูดกับอีกฝ่ายเลยสักนิดไม่แม้แต่จะชายตาแล เป็อย่างนั้นจนมาถึงบ้าน
“ทำไมคุณฟ้าดูเหมือนมีเื่โกรธผมมีอะไรพูดมาตรง ๆ ได้นะครับ” ในที่สุดศิวะก็ตัดสินใจเอ่ยถามความจริงไม่อยากคิดเพียงฝ่ายเดียวอีกแล้ว มันรู้สึกหงุดหงิดและกดดันเหลือเกิน
“จริง ๆ ผมก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะครับเพราะถึงพูดไปก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้” เ้าตัวถอนหายใจอย่างรู้สึกอึดอัด จึงอยากจะเคลียร์ให้มันจบๆ ไป
“คุณฟ้าหมายความว่ายังไงไปรู้อะไรมางั้นเหรอครับ” ศิวะทำหน้าเลิ่กลั่กอย่างมีพิรุธคิดในใจว่าคงไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะรู้เื่นั้น เพราะมีแค่ตนและดาววดีเท่านั้นที่รู้เื่
“ดาววดีบอกความจริงผมหมดแล้วครับเื่ที่คุณศิวะวางแผนทำลายความสัมพันธ์ของผมกับคุณรบ ผมไม่เคยรังเกียจที่คุณคิดยังไงกับผมแต่โกรธที่อุตส่าห์คิดว่าคุณคือคนที่ไว้ใจได้ที่สุด แต่กลับตลบหลังมาทำลายผมอย่างนี้”
“คุณฟ้า...คือ...ผมขอโทษผมยอมรับผิดทุกอย่าง ขอร้องอย่าโกรธหรือเกลียดผมเลยนะครับ ผมรักคุณมากจนไม่ได้คิดอะไรให้รอบคอบต่อไปนี้ผมจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว” ศิวะกล่าวด้วยสีหน้าเศร้ารู้สึกผิดกับเื่ที่เกิดขึ้นอย่างสุดซึ้ง
“ผมให้อภัยคุณครับแต่คงไม่สามารถให้ความสนิทใจได้เหมือนแต่ก่อน ขอบคุณที่มาส่ง คุณกลับไปพักผ่อนเถอะครับผมขอตัว”
“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณฟ้า”
เขียนฟ้าชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามองเขาอีกครั้ง“มีอะไรอีกเหรอครับ”
“ผมยังรอคุณเสมอนะครับไม่ว่าจะยังไงผมก็จะรอ”
“อย่าเลยครับ เสียเวลาเปล่า ๆ คุณศิวะควรจะเลิกหวังกับอะไรที่มันเป็ไปไม่ได้เพราะไม่ว่าคุณรบจะฟื้นขึ้นมาหรือไม่ ผมก็จะไม่มีวันรักใครอีกแล้ว”กล่าวจบก็เดินเข้าไปในบ้าน
ศิวะยืนมองตามหลังอย่างอาลัยอาวรณ์ก้มหน้ายอมรับความผิดที่เคยทำเอาไว้ หากตนไม่ทำอย่างนั้นลงไป เขียนฟ้าคงยังพอมีความรู้สึกดีๆ หลงเหลืออยู่บ้าง
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...
ทุกคนยังรอการฟื้นขึ้นมาของธงรบโดยเฉพาะเขียนฟ้าที่คอยเฝ้าดูแลแทบไม่ห่างแม้แต่วินาทีเดียวใช้เวลาส่วนมากอยู่ที่โรงพยาบาลมากกว่าบ้าน
แม้ว่าคนป่วยจะพ้นขีดอันตรายและมีการตอบสนองบ้างแล้วแต่ยังคงไม่ฟื้นขึ้นมาสักที นั่นทำให้เ้าตัวยังคงมีความเป็กังวลใจไม่ต่างจาก่แรกๆ
ส่วนกิ่งดาวและทรงกลดเดินทางกลับกรุงเทพฯหลังจากเฝ้าดูอาการลูกชายได้เพียงสามวันและจะกลับมาใหม่อีกครั้งหลังจากเคลียร์งานที่โน่นจนเสร็จแล้ว
“เมื่อไหร่คุณจะฟื้นขึ้นมาครับผมอยากได้ยินเสียงคุณ อยากเห็นรอยยิ้มของคุณ อยากพูดคุยกับคุณเหลือเกิน” เ้าตัวนั่งอยู่ข้างเตียงจับมือคนป่วยเอาไว้ จ้องมองใบหน้าหล่อที่ตอนนี้เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นไม่ซีดเซียวเหมือน่แรก ๆ
“ผมรักคุณนะครับ”บอกรักเขาอย่างนี้วันละหลาย ๆ ครั้งโดยไม่รู้สึกเบื่อก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่กลางหน้าผาก เพื่อมอบกำลังใจให้สามีฟื้นขึ้นมาหาเขาในเร็ววัน
“เป็ยังไงบ้างฟ้า”
เสียงเพื่อนรักดังมาจากฝั่งประตูทำให้เขาต้องหันกลับไปมอง เห็นกรนัมถือกระเช้าเครื่องดื่มบำรุงร่างกายมาพร้อมกับชายหนุ่มหน้าหวานอีกคน เขาจ้องมองหน้าเพื่อนเชิงตั้งคำถาม
“ยังเหมือนเดิมนั่นล่ะแก ว่าแต่นี่ใครกัน”
“สวัสดีครับ”ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีครับ”
“นี่นัทเป็เอ่อ...น้องที่รู้จักน่ะ”ว่าพลางปรายตามองคนที่ยืนข้างกันอย่างมีเลศนัย
“น้องจริง ๆ เหรอ” เขียนฟ้าหรี่ตามองเพื่อนอย่างไม่เชื่อเห็นแววตาที่ทั้งสองมองกันแล้วมันไม่น่าจะใช่แค่พี่น้อง
“ถามแบบนี้คงไม่เชื่อสินะ”
“ใครจะเชื่อล่ะ ก็เห็น ๆอยู่ว่ามองกันหวานหยาดเยิ้มขนาดนี้”
ได้ยินอย่างนั้นหนุ่มน้อยที่มาด้วยกันก็ยิ้มเขิน
“เลิกแซวได้แล้ว แฟนฉันเขินจะแย่แล้วเนี่ย”
“เห็นไหมล่ะ ในที่สุดก็ออกปากจนได้แฟนแกนี่น่ารักดีเนอะ เป็คนที่ไหนเหรอครับ”
“ผมเป็คนกรุงเทพฯครับแต่มาเรียนที่เชียงใหม่”
“อ๋อ แล้วโดนไอ้นี่มันหลอกยังไงบ้างถึงได้ยอมเป็แฟนมันเนี่ย”
“ฟ้า! แกจะถามอะไรให้มากความ พอได้แล้ว ๆ นัทไปนั่งรอเฮียตรงมุมนั้นก่อนนะ” กรนัมรีบสั่งให้คนรักไปนั่งรอเพราะกลัวว่าเพื่อนจะถามเซ้าซี้จนเกินไป
“ครับ” นัทยิ้มให้เขียนฟ้าแล้วเดินไปนั่งบนโซฟาที่มุมห้อง เล่นโทรศัพท์มือถือรอ
ทั้งสองต่างก็มองดูหนุ่มน้อยหน้าหวานแล้วหันมามองหน้ากันอีกครั้ง นี่ถือเป็ครั้งแรกที่กรนัมพาแฟนมาเปิดตัว นั่นทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
“คิดยังไงถึงพามาเปิดตัว”
“ก็ฉันเห็นเื่ของแกกับคุณรบแล้วรู้สึกว่าควรจะชัดเจนกับความรักก่อนที่มันจะสายเกินไปน่ะสิ”
“อย่าบอกนะว่าแกจะพาน้องไปหาพ่อกับแม่ที่บ้านด้วย”
“อื้ม หลังจากนี้นั่นล่ะ ฉันกับนัทคบกันมาเกือบปีแล้วเราเข้ากันได้ทุกอย่าง จนคิดว่าคนนี้คือคนที่ใช่ที่สุดแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอให้แกโชคดีนะขอให้พ่อกับแม่ยอมรับในตัวแกและแฟนของแกด้วย” เขียนฟ้าส่งรอยยิ้มแห่งความปรารถนาดีให้พร้อมกับตบไหล่เพื่อนเบา ๆ
“ขอบใจมากเพื่อนว่าแต่แกเถอะตอนนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยัง”
“ฉันไม่มีวันรู้สึกดีขึ้นหรอก จนกว่าคุณรบจะฟื้น”แววตาของเขาเศร้าลงทันที หันไปมองหน้าคนป่วยที่นอนหลับตาอยู่บนเตียง
“สู้ ๆ นะแก คุณรบจะต้องฟื้นขึ้นมาแน่นอนฉันเอาใจช่วยเสมอ”
“ขอบใจแกมากนะที่ช่วยเหลือฉันทุกเื่ถ้ามีโอกาสฉันจะตอบแทนแกบ้างเหมือนกัน”
“ไม่เป็ไรหรอกน่าเราเพื่อนกันถ้าเพื่อนไม่ช่วยเพื่อนแล้วใครจะช่วยเราล่ะ จริงไหม”
“อื้ม...ฉันดีใจที่มีเพื่อนดี ๆอย่างแกนะ”
“ฉันก็ดีใจที่มีเพื่อนอย่างแกเหมือนกันเอาไว้ว่าง ๆ ฉันจะมาเยี่ยมแกอีกนะ ขอให้คุณรบหายไว ๆ ฉันต้องพานัทไปไหว้พ่อกับแม่ที่บ้านก่อน”
“ขอให้แกโชคดีเช่นกัน ฉันจะรอฟังข่าวดีนะ”
“โอเคครับผม”ยิ้มให้เพื่อนแล้วก็กวักมือเรียกคนรัก “นัทมานี่เร็ว”
ได้ยินเสียงเรียกเ้าตัวก็ละสายตาจากหน้าจอมือถือลุกขึ้นเดินมาหาอย่างว่าง่าย
“ว่าไงครับเฮีย”
“ถึงเวลากลับแล้ว”
“อ้าว! ทำไมกลับเร็วจัง”
“ก็วันนี้เฮียจะพาเราไปไหว้พ่อกับแม่ที่บ้านไง”
“อ่อ ตื่นเต้นจังแล้วก็กลัวด้วย”
“มีเฮียอยู่ข้าง ๆแล้วจะกลัวอะไรครับ” กรนัมคว้ามือคนรักมาจับไว้ให้มั่น ส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ
เห็นอย่างนั้นเขียนฟ้าก็ยิ้มตามเห็นเพื่อนมีความสุขก็รู้สึกดีใจ หันไปมองคนที่นอนอยู่บนเตียง พลางคิดในใจว่าเขาจะมีโอกาสอย่างนี้หรือเปล่านะ
“ผมกลับก่อนนะครับพี่ฟ้า”
“ขอให้โชคดีนะครับน่ารักอย่างนี้ผ่านด่านพ่อกับแม่กรได้สบาย ๆ เลยล่ะ”
“ขอบคุณครับ”
“งั้นไปแล้วนะแก บาย”
“บาย”
เขียนฟ้าโบกมือให้ชายหนุ่มทั้งสองด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันกลับมาหาผู้เป็สามีอีกครั้ง ตอนนี้ธงรบยังคงนอนหลับอยู่เช่นเดิมไม่มีอะไรเป็สัญญาณบ่งชี้ว่าจะฟื้นขึ้นมานอกจากสภาพร่างกายที่ดูเหมือนจะมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง
“ตอนนี้เื่ทุกอย่างคลี่คลายหมดแล้วนะครับเหลือแค่รอให้คุณฟื้นขึ้นมา เราจะได้เริ่มต้นกันใหม่ มีพ่อ แม่ และลูกของเราฟื้นขึ้นมาหาลูกเรานะครับ” เ้าตัวอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ หยาดน้ำใส ๆไหลลงผ่านพวงแก้มเป็ทาง นอนฟุบหน้าร้องไห้อยู่ข้างเตียงอย่างนั้นจนหลับไปในที่สุด
“ฟ้า!”
“ฟ้าครับ”
ได้ยินเสียงทุ้มดังอยู่ใกล้หู ปลุกให้เขียนฟ้ารู้สึกตัวเ้าตัวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา แวบแรกที่เห็นรอยยิ้มของคนที่เฝ้ารอน้ำตาเขาก็ไหลพรากธงรบนั่งยิ้มอยู่บนเตียง อ้าแขนรอให้เข้าไปสวมกอด
“คุณรบ! ในที่สุดคุณก็ฟื้นแล้ว” เขียนฟ้ายิ้มกว้างด้วยความดีใจ โผเข้ากอดผู้เป็สามีรู้สึกโล่งใจเหมือนยกูเาออกจากอก ในที่สุดธงรบก็ฟื้นขึ้นมาหาเขาแล้วจริง ๆ
“ขอบคุณนะที่คอยดูแลฉันมาตลอด นายคงจะเหนื่อยมากสินะ”คนที่เพิ่งจะฟื้นโน้มใบหน้าเข้ามาจุมพิตที่กลางหน้าผากนุ่ม โอบกอดไว้อย่างแแ่
“ไม่เหนื่อยเลย ผมเต็มใจที่จะดูแลคุณและจะดูแลไปตลอดชีวิต”
“ได้ยินอย่างนี้ฉันก็ดีใจ อย่างน้อยนายก็ให้อภัยฉันแล้วฉันรักนายนะฟ้า และจะรักตลอดไป”
“ผมก็รักคุณครับ” กำลังกอดอยู่ดี ๆร่างของธงรบก็จางหายไปต่อหน้าต่อตา เหลือแค่เพียงอากาศที่ว่างเปล่า เ้าตัวมองไปรอบตัวเพื่อหาเขาคนนั้นทว่าตอนนี้ตนเองยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงสว่างส่องมาจาก้าแสงนั้นค่อย ๆ สว่างจ้าขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องเอามือมาบังหน้าไว้
“เฮือก...”
เขียนฟ้าเบิกตาโพลงในทันทีลุกขึ้นนั่งหายใจเหนื่อยหอบ ทั้งใบหน้าและลำคอเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“คุณรบ” เขากล่าวออกมาอย่างเบาเสียงมองไปที่เตียงก็ใ เมื่อบนนั้นไม่มีร่างของธงรบอยู่เหมือนเดิม จำได้ว่าก่อนจะหลับไปเขานั่งอยู่ข้างเตียงทว่าตอนนี้กลับมานอนอยู่บนโซฟา ใครกันอุ้มเขามานอนที่นี่
“หรือว่าเมื่อครู่จะไม่ใช่ความฝันคุณฟื้นแล้วจริง ๆ ใช่ไหม” คิดได้อย่างนั้นเ้าตัวก็ยิ้มอย่างมีความหวังรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปที่เตียงพบว่าทุกอย่างถูกเคลียร์ออกไปจนหมดเหลือเพียงแค่เตียงเปล่า ๆ
“คุณรบครับ คุณอยู่ที่ไหน”
“อ้าว! ตื่นแล้วเหรอคะ”
“คุณพยาบาลครับ เห็นแฟนผมไหม”
“อ๋อคนไข้เพิ่งออกไปเมื่อสักครู่นี้เองค่ะ”
“ออกไปไหนครับ ใครพาออกไปหรือว่าเขาฟื้นแล้ว”
“คนไข้ฟื้นแล้วค่ะแต่มีผู้หญิงคนนึงพาออกไป เห็นบอกว่าจะพากลับบ้าน” แม้จะดีใจทว่าเขียนฟ้ายังคงเป็กังวลเพราะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ใคร จะมีจุดประสงค์ดีหรือร้ายก็หารู้ไม่
“ใครกันนะ แล้วทำไมไม่มีใครปลุกผมเลยครับผมเป็แฟนเขาควรที่จะต้องรู้เื่ก่อนเป็คนแรก” เ้าตัวต่อว่าพยาบาลเสียงดัง
“เอ่อ...คือว่า ดิฉันต้องขอโทษด้วยนะคะดิฉันเห็นตอนเขาออกไปกันแล้วค่ะ” พยาบาลหน้าเสียเล็กน้อยเมื่อโดนต่อว่า
“ไม่เป็ไรครับ ขอโทษด้วยนะครับที่ขึ้นเสียงใส่คุณพอดีผมเป็ห่วงแฟนมาก”
“ไม่เป็ไรค่ะดิฉันเข้าใจมีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมไหมคะ”
“ไม่มีแล้วครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“เชิญตามสบายค่ะ”
เขียนฟ้ารีบเดินออกไปจากห้องด้วยความเร่งรีบโดยไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นจากตรงไหน คนที่เขาสงสัยมากที่สุดในตอนนี้จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากดาววดีเท่านั้น
“ขออย่าให้เป็อย่างที่คิดเลยนะหวังว่าคุณคงจะปลอดภัย ไม่ว่าจะยังไงผมก็ต้องตามหาคุณให้เจอ” เ้าตัวเอ่ยด้วยสีหน้ามุ่งมั่นก่อนจะรีบวิ่งออกตามหาธงรบทั่วทั้งโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกหวั่นกลัวว่าผู้เป็สามีจะตกอยู่ในอันตราย