ในโลกมิติที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยพลังแห่งธรรมชาตินาฟใช้เวลาส่วนใหญ่ในการฝึกนั่งสมาธิและฝึกฝนจิตใจให้แข็งแกร่งขึ้น เขานั่งอยู่บนก้อนหินเรียบกลางลานฝึกฝนขณะที่ลมอ่อนพัดผ่านมาเบาๆเสียงน้ำตกที่ไหลรินเป็นเสียงพื้นหลังที่ช่วยให้เขาสงบจิตใจและลึกซึ้งเข้าไปในความรู้สึกของตนเอง
ทุกวัน นาฟจะเริ่มต้นด้วยการนั่งสมาธิใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีเถาวัลย์ไม้โบราณพันอยู่รอบลำต้นรากไม้หยั่งลึกลงไปในดิน ทำให้เขารู้สึกถึงความมั่นคงและความเชื่อมโยงกับธรรมชาติขณะนั่งสมาธิ เขามักจะสัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่รอบๆ ตัวเขาช่วยให้เขามีสมาธิที่ลึกขึ้นและสามารถควบคุมพลังของตนเองได้ดีขึ้น
เมื่อฝึกสมาธิเสร็จ นาฟจะไปเยี่ยมเจ้ารุ้งตัวน้อยซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่ช่วยเหลือเขามาตลอดนาฟจะใช้เวลาในการรักษาและดูแลเพื่อนตัวน้อยอย่างใส่ใจ เขาจะคอยป้อนผลไม้พลังเข้าไปในปากของเจ้ารุ้งทุกวัน
บางครั้งนาฟจะพูดคุยกับเจ้ารุ้งให้กำลังใจและเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการผจญภัยในโลกเบื้องนอก งูตัวน้อยจะฟังด้วยความสนใจและบางครั้งก็แสดงออกถึงความสุขด้วยการขยับตัวไปมาบนต้นไม้
ช่วงบ่าย นาฟจะฝึกทักษะการต่อสู้และทดลองพลังใหม่ๆที่ได้รับมา เขาจะฝึกการใช้ดาบ และฝึกการปลดปล่อยลมหายใจมังกร
การฝึกฝนอย่างหนักและต่อเนื่องนี้ทำให้นาฟมีความแข็งแกร่งและเสริมความมั่นใจในตัวเองพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งที่จะเข้ามาในอนาคต
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในโลกมิตินี้ แต่นาฟก็ไม่เคยรู้สึกเหงาหรือเบื่อหน่ายเขามีความสุขกับการมุ่งมั่นฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา นาฟหันมองบนฟากฟ้า
“คงใกล้เวลาแล้วสินะ!”
ค่ำคืนก่อนวันแข่งขันชิงชนะเลิศเมืองทั้งเมืองคึกคักและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แสงไฟส่องสว่างไสวตามถนนหลักทุกตรอกซอกซอยตกแต่งด้วยธงและป้ายประกาศต่างๆ ที่มีรูปภาพของนักแข่งชื่อดังร้านค้าทั้งหลายต่างเปิดให้บริการยาวนานเป็นพิเศษร้านขายของที่ระลึกและร้านขายอาหารมีลูกค้ามากมายต่อแถวกันยาวเหยียดเสียงหัวเราะและการพูดคุยดังระงมไปทั่ว
ที่จัตุรัสกลางเมืองมีการจัดงานมหกรรมเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ เวทีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางมีวงดนตรีแสดงสดสลับกับการแสดงต่างๆ
ผู้คนมากมายหลั่งไหลมาเข้าร่วมงาน บางคนสวมเสื้อที่มีรูปนักแข่งคนโปรดของตน
และมีการแต่งตัวเป็นนักแข่งที่พวกเขาชื่นชอบเด็กๆ วิ่งเล่นไปมาในขณะที่ผู้ใหญ่หยุดยืนดูการแสดงบนเวทีบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
บรรดากองเชียร์ต่างถือป้ายและภาพของนักแข่งรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ที่หน้าจัตุรัสทุกคนต่างพูดคุยเกี่ยวกับการแข่งขันที่จะมาถึง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าใครจะเป็นผู้ชนะการแข่งขันในวันพรุ่งนี้
เสียงเชียร์และเสียงโห่ร้องดังก้องไปทั่ว ในร้านค้าริมทางนักวิเคราะห์และผู้สื่อข่าวต่างก็นั่งกันอยู่เต็มร้าน กำลังสัมภาษณ์ช่างเครื่องที่มีส่วนร่วมในการเตรียมรถแข่งทุกคำถามและคำตอบถูกจับจ้องและบันทึกลงไปในบันทึกเพื่อเตรียมรายงานข่าวสำหรับการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ในวันรุ่งขึ้น
แม้แต่ในสถานศึกษาซึ่งโดยปกติแล้วจะเงียบสงบในเวลากลางคืน ก็เต็มไปด้วยความคึกคัก นักศึกษาต่างพูดถึงการแข่งขันอย่างตื่นเต้น
กลุ่มของเจ้าอ้วนคิมถึงกับจัดการประชุมลับเพื่อวางแผนการเชียร์และสนับสนุนนาฟมีการทำป้ายและธงเชียร์มากมายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้
ท่ามกลางความคึกคักและเสียงหัวเราะ ก็ยังไม่มีใครเห็นนักแข่งคนโปรดของเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะ
นาฟเดินทางไปสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่หรูหราโอ่อ่า อยู่บริเวณใจกลางเมือง หน้าประตูทางเข้ามีสัญลักษณ์ดอกไม้กับเถาวัลย์พาดผ่าน
นาฟเข้ามาภายในอาคารผ่านประตูใหญ่ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาทุกย่างก้าวของเขาได้รับการเฝ้าระวังจากหน่วยรักษาความปลอดภัยและกล้องกลไกบันทึกภาพ
เขาเดินผ่านโถงทางเดินที่ประดับประดาด้วยภาพวาดและรูปปั้นเก่าแก่ไปยังห้องประชุมใหญ่ที่อยู่ชั้นบนของอาคารห้องประชุมนี้ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา
แสงไฟอ่อนๆจากโคมไฟระย้าที่ห้อยลงมาจากเพดานทำให้บรรยากาศดูเคร่งขรึมและลึกลับ
เมญ่านั่งรออยู่ที่โต๊ะประชุมใหญ่ เมื่อนาฟเดินเข้ามานางหันมายิ้มให้เขา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความห่วงใย
"เจ้ามาแล้ว" เมญ่ากล่าวด้วยเสียงเบาแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
นาฟพยักหน้ายิ้มสีหน้าแสดงความสุขอย่างไม่ปิดบัง
“เจ้าเป็นยังไงบ้าง”
"ทุกอย่างปลอดภัย" เมญ่าตอบพลางขยับเก้าอี้ให้นาฟนั่งลงข้างตัวเธอ
ทั้งสองนั่งคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ แผนการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ข้อมูลและเอกสารถูกกางออกบนโต๊ะ เมญ่าที่ช่วยสืบหาข้อมูลของนักแข่งคนอื่นอธิบายข้อมูลในเชิงลึกอย่างละเอียดรวมถึงรูปแบบพลังของแต่ละคน เมญ่าช่วยเสริมความคิดและให้ข้อเสนอแนะต่างๆ
รวมถึงแผนการและยุทธวิธี
"ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เจ้าก็ทำมันให้ดีที่สุดก็พออย่ากดดันตัวเองจนเกินไป” เมญ่าเอ่ยพร้อมจับมือเบาๆ นาฟได้รับสัมผัสอันอบอุ่นทำให้เขารู้สึกมั่นใจและมีพลังมากขึ้น
หญิงสาวยิ้มให้กับชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น
“ข้าเชื่อในตัวเจ้า!”