พรานบุญแน่นิ่งขาสั่นอ้าปากค้างเมื่อสบสายตาอันดุร้ายแห่งจ้าวอสรพิษ
พญานาคร่างั์ดุจเรือเดินสมุทร ตามร่างเรียงรายด้วยเกล็ดแข็งนับไม่ถ้วน สวมเครื่องเพชรอินเดียประดับหัวเลื้อยออกมา ตระหง่านต่อหน้าแขกผู้มาเยือน
“ พรานเอ๋ย หากเ้ามิขัดขวางยักษาเ่าั้ ข้ากับบริพารมิแคล้วตกตระลำบากเป็แน่ " แม้นเนื้อความประสงค์ดี แต่ถ้อยวาจาอันกึกก้องกังวานจนผนังถ้ำสั่นไหวชวนให้พรานหวาดผวาแทน
เช่นนั้นนาคถอนหายใจ ปลดปล่อยพลังบางอย่างรอบกายแล้วจำแลงกายเป็ครึ่งคนครึ่งงู
ท่อนบนนั้นเป็ชายอินเดียในเครื่องแต่งกายดูมีภูมิฐานส่วนครึ่งล่างนั้นเป็งูดังเดิม บนแผ่นหลังปรากฏเงาแขนหลายคู่อันเลือนรางยื่นออกมา
“ แม้นข้าจะสามารถเนรมิตกายให้เหมือนพวกเ้าได้ทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าเพียงเท่านี้คงเพียงพอสำหรับคลายความกังวลแด่เ้าได้กระมัง " พอกล่าวเสร็จก็เลื้อยเข้ามากราบทักทายพรานอย่างอ่อนน้อม ส่วนพรานคลายกังวลลงแทนที่ด้วยความตกตะลึงจนอดถามไม่ได้
“ ท่านเป็ผู้วิเศษแห่งบ่อน้ำศักสิทธิ์กระนั้นหรือครับ ? “ พรานบุญกล่าวอย่างเลื่อมใส
“ ข้ามิใช่มนุษย์แต่เป็ราชันย์แห่งนาคราทั้งปวง นามของข้าคือชมพูจิต ! “
" นาครา !? " พรานตอบด้วยความงุนงงเพราะเพิ่งได้ยินคำนี้เป็ครั้งแรก
“ จงถือว่าข้าเป็สัตว์ฤทธิ์เดชและพลังมนตราเฉกเช่นมนุษย์เสีย จะสนทนาตรงนี้ก็ใช่ที โปรดตามข้าเข้ามาในเรือนเถิดมนุษย์! "
สิ้นวาจาาานาคในร่างจำแลงกาย เลื้อยพาพรานบุญเข้าไปในถ้ำ ยิ่งเข้าไปลึกเพียงใดก็ปรากฏหินสลักลวดลายแปลกประหลาด ทว่ากลับมีความงดงามและความดึงดูดอย่างน่าประหลาด
จนกระทั่งเข้าไปถึงบริเวณห้องโถงของถ้ำ พรานบุญกลับต้องใจนผงะไปข้างหลัง เมื่อเห็นซากปลาฉลามขาวร่างใหญ่ั์กำลังถูกนาคราผู้น้อยร่างเล็กกว่าผู้นำของมันกำลังรุมกัดกินอย่างตะกละตะกลาม
" พวกเ้า ! ใยทำข้าขายหน้าต่อหน้าแขกผู้มาเยือนเยี่่ยงนี้ !!!! "
เสียงพิโรธสลับแผ่แม่เบี้ยกึกก้องกังวานทั่วถ้ำ จนเหล่าข้าบริพาร พากันขดตัวขออภัยผู้นำของมัน
" มนุษย์เอ๋ย ขออภัยในถ้อยเสียงของข้า จงดื่มกิน ผ่อนคลายในท้องพระโรงข้าเถิด !! "
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงถ้ำเล็กๆที่เปรียบเสมือนห้องหนึ่งในสิ่งปลูกสร้าง ถูกตกแต่งด้วยคริสตัลสีวารีมากมายทว่ามิมีสิ่งใดจะดึงดูดสายตาของพรานไปมากกว่าวารีรวมตัวกันเป็บัลลังก์ใหญ่ั์ !!!
มิช้านาคราร่างเล็กประจำท้องพระโรงจำแลงกายเป็ครึ่งคนครึ่งงูเช่นกัน ทว่าท่อนบนนั้นเป็หญิงงามผิวคล้ำ ผมยาวสลวยดั่งชาวอินดัสแทน !!
" เ้าจงจักหาเครื่องดื่มชั้นเลิศแด่ผู้มาเยือนเสีย !! "
" น้อมรับคำบัญชาเพคะ "
พอนางนาคออกไปแล้วก็ปรากฏวารีปั้นตัวเป็เก้าอี้กับโต๊ะรับแขก หนำซ้ำพอทอดตัวนั่งลงไปกลับไม่สร้างความเปียกปอนอย่างน่ามหัศจรรย์ !!
หลังจากตื่นตาตื่นใจพองาม พรานบุญจึงเริ่มเปิดประเด็นอันค้างคาใจตน
“ ราหูคือผู้ใดกัน ? อมุษย์กับพราหมณ์ห่มดำเ่าั้้าสิ่งใดจากบ่อน้ำแห่งนี้ ? ข้าจำต้องทราบอย่างกระจ่างแจ้งแล้วกลับไปรายงานแก่พ่ออยู่หัว
อีกประการหนึ่งหากข้ามิได้ฝันเฟื่องไปเอง ผู้สังหารผู้คนเ่าั้ถูกแม่นางผู้หนึ่งสังหารสิ้น ข้าคิดว่านางสมควรได้รับการตอบแทนจากท่านมิใช่ข้า "
าานาคราในคราบมนุษย์ครุ่นคิดขมวดคิ้วพักนึง
“ หากปราศจากเ้าขัดขวางล่ะก็พวกมันคงประกอบพิธีสำเร็จเป็แน่ ส่วนนามว่าราหู ข้ามิอาจบอกได้และเ้าต้องสาบานกับข้าว่าจะไม่เอ่ยชื่อนี้อีกเมื่อย่างเท้าออกจากถ้ำแห่งนี้ !! "
พอกล่าวจบนาคจำแลงกายแสดงสีหน้าดุร้ายเผยดวงตาอสรพิษแทนที่ตามนุษย์ แลบลิ้นสองแฉกออกมาพร้อมส่งเสียงแผ่แม่เบี้ยขู่
“ มิเช่นนั้นเ้าจะได้เป็ผีเฝ้าบ่อน้ำแห่งนี้ตราบชั่วนิรันดร์ !!! หากชื่อนั้นแพร่งพร่ายออกไป อาเพศใหญ่คงอุบัติเป็แน่”
พรานบุญสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจทำตามข้อเสนอ
" โปรดวางใจข้าเถิดท่านข้าขอสาบานด้วยชีวิตว่าจะไม่กล่าวคำว่าราหูออกมา ทว่าหากเกิดเหตุเช่นนี้อีก ข้าควรทำเยี่ยงไร? "
" เื่นั้นเ้ามิต้องกังวลเพราะข้าจะมอบของวิเศษให้เ้าไปต่อกรกับคนพวกนั้น จากนี้ไปเ้าจะเป็ตัวแทนของข้าในการปราบปรามและรักษาความลับ " พอสิ้นเสียงนาคจึงปรากฏรอยสักลึกลับรอบข้อมือข้างขวาของพราน
“ ข้าขอมอบบ่วงนาคบาศแก่เ้า!!! บ่วงมนตรานี้จะช่วยให้เ้าต่อกรกับไพรีที่มีพลังเวทมนต์อาคมนานาชนิด หนำซ้ำยังเหมาะสมแด่พรานมือฉมังเช่นเ้า ทว่าจักจำให้ขึ้นใจว่ามันเป็บ่วงระหว่างเ้ากับข้าเช่นกัน
หากเ้าใช้มันในทางอกุศลล่ะก็ ข้าจะสั่งให้มันปลิดชีพเ้าในบัดดล !! ”
พรานพินิจข้อมือขวาของตน แล้วแสร้งทำเป็เหวี่ยงเชือก ทันใดนั้นปรากฏเชือกเขียวมรกตโปร่งใส รูปร่างเป็นาคตัวเล็กเรียวดังเชือกเหวี่ยงไปในทางที่พรานบุญ้าเคลื่อนไหวคดเคี้ยวได้อย่างอิสระ
พรานมองมันอย่างประทับใจก่อนจะหันไปถามนาคผู้ประทานอาวุธให้
“ แล้วบ่วงนี้มีฤทธิ์วิเศษอันใดหรือท่าน ? ”
" เื่นั้นเ้าต้องค้นหาเอง พลังมนตราของมันจะขึ้นอยู่กับผู้ใช้ วันหนึ่งเ้าจักเข้าใจด้วยตนเอง
บัดนี้เ้าได้ช่วยข้าถึงสองประการ จักบอกข้าทีว่าเ้าปรารถนาสิ่งใด อา ! เ้าสนใจจะลิ้มลองมัจฉาเลิศรสแห่งห้วงสมุทรลึกอันหาไม่ได้จากท้องตลาดแห่งอินดัสไหม ? ” นาคาในร่างจำแลงครึ่งคนครึ่งงูเลื้อยเข้ามาส่วนพรานบุญครุ่นคิดพักหนึ่ง
“ ขะ ข้าขอขอบพระคุณในน้ำใจของท่านทว่าบัดนี้ท้องข้านั้นบริบูรณ์ด้วยอาหารแล้ว ส่วนพรดลบันดาลจากท่านนั้น.. ใจข้ามิปรารถนาสิ่งใดมากกว่านี้แล้วท่าน ” สิ้นประโยคพรานฉุกคิดบางอย่างขึ้นมา
“ ท่านพญานาคข้าขอความกรุณาให้ท่านอนุญาตให้ข้าใช้บ่วงนี้จับสตรีนางหนึ่งเถิด ! ”
“ เ้าว่าเช่นใดนะ ? ”
พรานบุญจึงเล่าเื่ภาพสตรีงดงามเรืองแสงอันเลือนราง
" ตอนนี้พ่ออยู่หัวกังวลว่า ทั่วอาณาจักรหามีสตรีนางไหนจะสามารถพิชิตใจของเ้าชายสุธนได้ ทว่าแม่นางผู้นั้นทั้งรูปงามดุจนางอัปสรอีกทั้งยังเชี่ยวชาญยุทธ อาจจะเป็สตรีผู้พิชิตดวงใจเ้าชายคนแรกก็เป็ได้
แม้นนางไม่ตกลงปลงใจด้วย ข้ามั่นใจว่าเ้าชายคงสั่งให้ปล่อยนางไปเป็แน่ ท่านพญานาคมิต้องกังวลใจ !! "
าานาคคิดหนักหลังได้ยินข้อเสนอ
หลายวันถัดไปยามรุ่งอรุณ..
พรานบุญดักซุ่มในพุ่มไม้ใกล้บ่อน้ำใสแห่งหนึ่งบริเวณตีนเขาเทือกเขาหิมาลายันอันสูงตระหง่านสูงเสียดฟ้า และเป็ที่เลื่อมใสและยำเกรงของชาวอินดัส
ว่ากันว่าบนยอดเขาเป็ประตูแห่งแดนสนธยา มีเพียงผู้มีบุญญาธิการและเปี่ยมด้วยฤทธิ์เดชเท่านั้นจะย่างกรายขึ้นไปบนยอดแล้วกลับมาได้
ตามวาจาของท่านพญานาคชนเผ่าของนางผู้นั้นจะมาเล่นน้ำ ณ เวลานี้ ระหว่างครุ่นคิดนกป่าหลายสายพันธุ์เกาะยอดไม้จ้องมองพรานสลับกับหันหน้ามองกันเองแล้วเปล่งเสียงราวกับพูดคุยกันเอง บ้างบินจากไปเพื่อให้ตัวใหม่บินมาแทนที่
ผ่านไปไม่กี่ชั่วยาม แว่วเสียงกระพือปีกราวกับฝูงปักษาั์บินผ่านทว่าพอมองขึ้นไป กลับกลายเป็สตรีงามหลายนางสยายปีกจากด้ายเรืองแสงนับไม่ถ้วนร้อยรวมกันโบยบินลงมาจากยอดเขาลงมายังบ่อน้ำ
ทุกนางล้วนแต่งเครื่องทรงประหลาดแวววับดุจแก้วแต่แข็งแกร่งราวเพชร รูปลักษณ์แต่ละชิ้นนั้นดูไม่คุ้นตาชาวอินดัส
ทว่ากลับมีภาพอัศจรรย์ยิ่งกว่า เมื่อเครื่องทรงของพวกนางได้สลายเป็ละอองแสง เหลือเพียงผ้าอ่อนนุ่มปกปิดส่วนสำคัญของเรือนร่างอันอรชร โดยมิต้องปลดเปลื้องด้วยตนเอง ทุกคนล้วนผิวขาวนวลเรืองแสงผิดกับผู้คนภูมิภาคนี้
พรานบุญเคลิบเคลิ้มกับภาพนางเ่าั้เล่นน้ำด้วยกันด้วยกิริยาอ่อนช้อยและงดงามไปพักหนึ่ง ก่อนจะตั้งสติเตือนตัวเองด้วยจุดมุ่งหมายที่แท้จริง
ยกมือขวาข้างตระเตรียมบ่วงนาคบาศจากรอยสักนาครารอบข้อมือ
ทว่าทันใดนั้นเอง !!
" จงหยุดเพียงนั้นแหละมนุษย์!! มิฉะนั้น...." เสียงสตรีแม้นดุดันทว่ากลับเสนาะหูดุจดนตรีดังจากเื้ั
พรานบุญชะงักครู่นึง ครุ่นคิดในใจ
นี่ข้ากลับเป็ผู้ถูกล่าเสียเองทว่า.... เสี้ยววินาทีแห่งไหวพริบสามารถพลิกผันสถานการณ์ได้ ตั้งสติหายใจแล้วหันกลับไปเหวี่ยงบ่วงมนตราใส่เ้าของเสียง!!!!