รถเมอร์เซเดสเบนซ์สีดำที่ไม่ได้เห็นบ่อยครั้งจอดอยู่ด้านหลังรถตู้เก่าๆประตูฝั่งคนขับถูกเปิดออก หลิงจื้อเฉิงที่แต่งตัวเนี้ยบเดินลงมาจากรถ
ทำไมเขาถึงมาโผล่ที่นี่ได้
เมื่อเห็นคนที่มาถึงสมาชิกทั้งสามคนของตระกูลซูที่ได้พบหน้ากันก็ตกตะลึง
คงไม่ได้มาแย่งตัวลูกสาวกลับไปใช่ไหมในใจของสองสามีภรรยาตระกูลซูเกิดความคิดนี้ขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ซูอินกลับไม่คิดเช่นนั้นเป็นพ่อลูกกันมาหลายปีทำให้เธอเข้าใจหลิงจื้อเฉิงดีคนคนนี้ภายนอกอาจดูเป็นมิตรและอัธยาศัยดี แต่ความจริงเป็นคนเย่อหยิ่งก่อนหน้านี้เธอพูดออกไปตรงๆ ขนาดนั้น อีกฝ่ายไม่ควรจะหน้าด้านโผล่มาเช่นนี้ด้วยซ้ำ
โรงแรมที่เธอพักอยู่เป็นหนึ่งในเครือข่ายธุรกิจของหลิงจื้อเฉิงธุรกิจของเขาใหญ่ขนาดนั้นจะต้องเคยไปมาหาสู่กันแน่นอนการมาที่นี่ก็อาจไม่มีเหตุผลอื่น จึงเป็นไปได้ที่จะมาเจอกันที่นี่โดยบังเอิญ
เมื่อเข้าใจในจุดนี้แล้ว ซูอินจึงปรับอารมณ์อีกครั้งก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คนตรงหน้าและเอ่ยด้วยท่าทีสบายใจ “อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านประธานหลิงมาทำธุระหรือคะ”
น้ำเสียงไร้เยื่อใยที่เรียก “ท่านประธานหลิง” ทำให้แววตาของหลิงจื้อเฉิงแข็งกร้าวขึ้น
นับตั้งแต่การไกล่เกลี่ยครั้งก่อนล้มเหลวและแยกกันไปโดยไม่แยแสที่หน้าสถานีตำรวจเขาก็กลับไปยุ่งเรื่องงาน การยื่นเรื่องขอเป็นโรงแรมห้าดาวมีความสำคัญเรื่องที่ควรแก้ไขเขาก็ทำแล้ว ส่วนการสื่อสารระหว่างบุคคลต่อให้ต้องนำเหล้ามาให้ด้วยตนเองเขาก็ต้องทำ
จ่ายเงินออกไปดั่งสายน้ำ ดื่มซุปเหลือง[1]จนเต็มท้อง แต่เรื่องที่ยื่นไปกลับไม่มีความคืบหน้าเลยสักนิด
เขารู้แล้วว่าปัญหามันติดอยู่ที่ไหน
เขาต่อสู้จนธุรกิจใหญ่โตได้ขนาดนี้ หลิงจื้อเฉิงย่อมมีท่าทีโอหังหากจะพูดตามตรง ก่อนหน้านี้ซูอินพูดเด็ดขาดเช่นนั้นแล้วเขาก็ไม่ควรโผล่มาให้ตนเองถูกปฏิเสธอีกแต่การยื่นขอจดทะเบียนเป็นโรงแรมห้าดาวสำหรับเขาสำคัญมากนี่คือการต่อสู้ที่สูงที่สุดในหน้าที่การงานของเขา หากผ่านอุปสรรคนี้ไปได้งานของเขาก็จะเหมือนปลากระโดดข้ามประตูมังกร[2] และข้ามผ่านไปยังโลกที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน
คนทำธุรกิจที่แสวงหาผลกำไรย่อมไม่ลังเลเขาตัดสินใจอย่างรวดเร็วและเดินทางมาหาซูอิน
ด้วยเครือข่ายท้องถิ่นของเขาในเมืองผิงไม่ยากเลยที่จะรู้ว่าซูอินพักอยู่ที่โรงแรมนี้และสาเหตุที่เขาเพิ่งมาเป็นเพราะก่อนหน้านี้เขามัวแต่เตรียมจัดงานเลี้ยงวันเกิด
ก่อนหน้านี้สร้างเรื่องไว้ขนาดนั้นหากต้องการฟื้นความสัมพันธ์ต้องมีเรื่องที่สมเหตุสมผล
แววตาของหลิงจื้อเฉิงฉายประกายความสับสนก่อนจะเอ่ยปาก “อินอิน พ่อมาหาลูกแน่ะ”
มาหาเธอหรือ
ซูอินไม่สามารถซ่อนความตกใจทางสีหน้า เป็นไปไม่ได้
หลิงจื้อเฉิงยิ้มอย่างขมขื่น มีอารมณ์มากมายในน้ำเสียงของเขา “อีกไม่กี่วันจะถึงวันเกิดของลูกหลายปีมานี้…ไม่ได้จัดงานวันเกิดจริงๆ จังๆ ให้ลูกสักครั้งจึงจะใช้โอกาสนี้ชดเชยให้”
วันเกิด
ซูอินนึกถึงงานเลี้ยงวันเกิดเมื่อชาติก่อนเธอกับหลิงเมิ่งเกิดวันเดียวกัน แน่นอนว่าวันเกิดครั้งนั้นจะต้องจัดให้ทั้งสองคนงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในฐานะเจ้าของวันเกิด หลิงเมิ่งสร้างเหตุการณ์สำคัญไว้การเปิดตัวนี้ทำให้หลิงเมิ่งเข้าสู่สังคมของเมืองผิงได้สำเร็จแต่ในฐานะเจ้าของงานวันเกิดอีกคน เธอแทบจะไม่มีชุดดีๆ ด้วยซ้ำจึงทำได้เพียงซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง และมองทุกอย่างด้วยความอิจฉา
อดีตเหล่านั้นยังตราตรึงอยู่ในใจเธอก่อนที่เธอจะแสดงอาการเยาะเย้ยทางสีหน้า “ไม่ใช่งานเลี้ยงวันเกิดของหลิงเมิ่งหรอกหรือคะตอนที่ฉันยังไม่ได้ออกจากบ้าน ก็เหมือนจะได้ยินสองแม่ลูกคุยกันว่าจะเชิญใครมาบ้างและจะตกแต่งสถานที่ยังไง”
สีหน้าประหม่าของหลิงจื้อเฉิงแสดงออกชัดเจนขึ้น
สาเหตุที่จัดงานวันเกิดครั้งนี้เป็นเพราะต้องการฉลองการกลับมาของหลิงเมิ่งและเพื่อแนะนำบุตรสาวให้เพื่อนฝูงที่ทำธุรกิจของเขาได้รู้จักจากจุดเริ่มต้นนี้จึงเป็นเรื่องปกติที่ทุกอย่างจะเป็นไปตามความเห็นชอบของหลิงเมิ่งแต่ในวันนี้จุดเด่นของงานเลี้ยงเปลี่ยนไปตามความเห็นชอบของซูอินโดยทันที
เมื่อตัดสินใจแล้ว เขาจึงเริ่มครุ่นคิดว่าอินอินชอบอะไรแต่คิดอยู่นานในความทรงจำของเขาก็นึกได้ว่าบุตรสาวคนนี้นิสัยเงียบและขี้อายจดจ่อกับการเรียน และดูเหมือนไม่ได้ชื่นชอบเรื่องใดเป็นพิเศษเมื่อกลับบ้านไปถามอู๋อู๋ เธอก็มืดแปดด้านเช่นกัน
หลิงจื้อเฉิงเพิ่งจะรู้สึกผิดและมาเข้าใจภายหลังว่าพวกเขาไม่ใส่ใจซูอินมากขนาดนั้นเชียวหรือเด็กคนนี้ถึงได้เย็นชากับพวกเขาขนาดนี้
วันนี้เมื่อเผชิญกับสีหน้าเยาะเย้ยของซูอินทำให้ความคิดนี้ลอยขึ้นมาอีกครั้ง นอกจากหาผลประโยชน์ ในที่สุดเขาก็รู้สึกละอายใจ
“มันเปลี่ยนไปแล้ว อินอิน งานเลี้ยงวันเกิดครั้งนี้จะเป็นไปตามความเห็นชอบของลูกที่พ่อมาวันนี้เพราะอยากมารับลูก เพื่อไปดูว่ามีอะไรที่ต้องเปลี่ยนไหมตอนนี้ยังมีเวลา จะได้ให้พวกเขาแก้ไขใหม่ แก้จนกว่าลูกจะพอใจ”
ความละอายใจนั้นท่วมท้น ทำให้หลิงจื้อเฉิงพูดสะเปะสะปะ “เวลาสิบหกปีมานี้ไม่มีงานเลี้ยงวันเกิดดีๆให้ลูกเลยสักครั้ง มันมาจากความเลินเล่อของพ่อเอง ครั้งนี้ถือว่าเป็นการชดเชยให้ลูกวางใจเถอะ พวกเราจะไม่บังคับให้ลูกทำเรื่องที่ไม่อยากทำแค่อยากชดเชยให้ลูกก็เท่านั้น”
จัดตามความเห็นชอบของเธอหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นหลิงเมิ่งไม่อกแตกหรือ
สองสามีภรรยาคู่นี้เป็นแบบนี้เสมอ เพื่อผลประโยชน์แล้วไม่ลังเลที่จะกำจัดคนที่ไม่มีประโยชน์ทิ้ง
ในใจของซูอินรู้สึกสับสน
ทว่าความรู้สึกนี้สงบลงอย่างรวดเร็วสองสามีภรรยาตระกูลหลิงไม่คิดแม้แต่จะสนใจบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเธอ นอกจากผลประโยชน์ของตนเองความคิดที่จะทำให้บุตรสาวของตระกูลหลิงเกิดความละอายใจจึงผุดขึ้นคนนอกอย่างเธอที่ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ จะให้แสดงความเมตตาอะไรล่ะ
ชาติก่อนหลิงเมิ่งใช้เรื่องนี้มาโอ้อวดเธอ แต่วันนี้โชคไม่เข้าข้างหลิงเมิ่งอีกต่อไป
ทันใดนั้นในหัวของซูอินเกิดความคิดบางอย่างเดิมทีเธอคิดจะกลับบ้านวันนี้ และใช้ชีวิตช่วงปิดเทอมหน้าร้อนอย่างสงบสุขแต่วันนี้เธอกลับรู้สึกสนใจงานเลี้ยงวันเกิด
แต่เธอรับปากสองสามีภรรยาตระกูลซูแล้ว
วันนี้พวกเขารีบเดินทางมาหาเธอตั้งแต่เช้าเกรงว่าพวกเขาคงจะลุกขึ้นมาเก็บที่นอนตั้งแต่รุ่งสางอีกทั้งยังจ้างรถตู้มาโดยเฉพาะแค่สองจุดนี้ก็เห็นแล้วว่าสองสามีภรรยาตระกูลซูให้ความสำคัญกับเธอ
แต่เมื่อนึกถึงงานเลี้ยงวันเกิดเมื่อชาติก่อนหลิงเมิ่งเปิดตัวแย่งซีนทำให้ซูอินเริ่มลังเล
ท่าทีลังเลของบุตรสาวอยู่ในสายตาสองสามีภรรยาตระกูลหลิง
เด็กคนไหนบ้างไม่ชอบงานฉลองวันเกิดถึงแม้ครอบครัวของพวกเขาจะไม่มีเงิน แค่ทุกปีมีขนมเค้ก ซื้อเสื้อผ้าใหม่เมิ่งเมิ่งก็ดีใจมากแล้วเมื่อได้ฟังคำพูดเมื่อครู่ของท่านประธานหลิงว่าไม่ได้จัดงานวันเกิดดีๆให้อินอินเลยสักปี
ถึงแม้จะพบหน้ากันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ความงาม เป็นเด็กดีมีมารยาทของซูอินทำให้เมิ่งเถียนเฟินประทับใจมาก ความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างมารดาและบุตรสาวทำให้เด็กคนนี้เข้าไปอยู่ในใจเธอเป็นที่เรียบร้อย
บุตรสาวแสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าต้องการไปร่วมงานการลังเลเช่นนี้แสดงว่าอาจต้องการความคิดเห็นของเธอ บุตรสาวคนนี้คำนึงถึงพวกเขาผู้ใหญ่อย่างพวกเขาก็ต้องตัดสินใจเพื่อบุตรสาวเช่นกัน
เมิ่งเถียนเฟินที่ใจอ่อนเอ่ยปาก “อินอิน ประธานหลิงเชิญด้วยความจริงใจเช่นนี้ลูกไปเถอะ ฉลองวันเกิดอย่างมีความสุขนะ”
นี่…
ซูอินคิดไม่ถึงว่าเมิ่งเถียนเฟินจะโน้มน้าวเธอเช่นนี้ทั้งที่เมื่อครู่ยังแสดงท่าทีกังวล แต่เมื่อนึกถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายทอดทิ้งตนเองด้วยเหตุผลที่แปลกประหลาดเช่นนั้นเธอก็พอจะเข้าใจ
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ งานที่ไร่นายุ่งไหมคะถ้าไม่อย่างนั้นพวกคุณก็อยู่ที่นี่ก่อนเมื่อถึงวันนั้นพวกเราเดินทางไปร่วมสนุกด้วยกัน”
เมิ่งเถียนเฟินรีบส่ายหน้า “สองสามวันนี้เป็นช่วงที่ยุ่งมาก ต้องรดน้ำฉีดยาฆ่าแมลง ที่พวกเราเดินทางมาวันนี้ก็ขอให้ลุงกับป้าช่วยดูน้ำในสวน”
อย่าเพิ่งพูดเลยว่าตอนนี้ยุ่งจริงไหม ต่อให้ไม่ยุ่งพวกเขาก็ไม่มีหน้าไปออกงานเช่นนั้น เลือกที่จะไม่ไปทำให้บุตรสาวขายหน้าจะดีกว่า
เมื่อรู้ว่าพวกเขายุ่งจริงๆ ซูอินก็ไม่บังคับ “ถ้างั้นก็ได้ค่ะพวกคุณเอาของกลับไปก่อน พ้นวันเกิดไปแล้วพวกเราค่อยกลับบ้านกันนะคะ”
-----------------------------------------------------------------------
[1] ซุปเหลืองหมายถึง เหล้า มักใช้ต่อว่าคนที่ดื่มเหล้าหนัก
[2] ปลากระโดดข้ามประตูมังกรเป็นสำนวนจีนใช้เปรียบเทียบว่าความก้าวหน้าด้านหน้าที่การงานสมกับที่ทุ่มเทความพยายามเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการงานที่ตั้งใจไว้