บานประตูของรถโดยสารประจำทางปรับอากาศถูกเปิดออกวราภรณ์ซึ่งกำลังรอที่จะก้าวขึ้นไปบนรถอยู่นั้นได้ยินเสียงพูดแว่ว ๆ ของพขร.หนุ่มซึ่งเมื่อได้ยินเสียงนุ่มคุ้นหูนั้นแล้วอาจารย์สาวก็แน่ใจได้ในทันทีว่านี่คือเสียงของรังสิมันตุ์
“ไม่เป็ไรผักกาด เดี๋ยวผมกวาดเอง”
“ไม่เป็ไร ติวนั่นแหละลงไปก่อนกาดช่วยกวาดเอง อย่าลืมสิว่าเวลาอยู่ประจำรถติ๊ดตี่เขาน่ะ กาดก็เป็คนกวาดนะจ๊ะรับรองสะอาดแน่ ๆ”
“แต่ผม...”
“ไม่มีแต่ทั้งนั้นแหละจ้ะติว ลงไปเถอะ”
“เอ้า ๆ เอาอย่างนั้นก็ได้ขอบคุณมากนะผักกาด”
ถ้าให้เดาจากสิ่งที่ได้ยินแล้วทั้งสองกำลังสนทนากันถึงเื่การปัดกวาดพื้นเพื่อการรักษาความสะอาดบนรถรวมถึงการตรวจสอบสิ่งของที่ผู้โดยสารอาจจะลืมทิ้งเอาไว้ตามปกติแล้วรังสิมันตุ์จะทำทั้งสองอย่างนี้ด้วยตนเองเสมอไม่มีผู้โดยสารคนใดที่อยากจะโดยสารรถประจำทางที่สภาพภายในรถสกปรกหรอกจริงไหม ?
พขร.หนุ่มก้าวลงมาจากรถั์ตาคมสบกับั์ตาของหญิงสาวโดยบังเอิญ ริมฝีปากหยักได้รูปยกขึ้นเล็กน้อยรังสิมันตุ์แย้มรอยยิ้มบาง ๆ เมื่อมองเห็นหญิงสาว วราภรณ์รู้สึกได้ว่าใบหน้าของตนเองร้อนผะผ่าวแต่ถึงกระนั้น ริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อยเป็การตอบรับรอจนร่างสูงลงมาจากรถเรียบร้อยแล้ว จึงเดินขึ้นไปหาที่นั่ง
เนื่องจากวันนี้หล่อนกลับบ้านพร้อมกับปาริฉัตรวราภรณ์จึงเลือกเก้าอี้นั่งคู่กับผู้เป็น้องสาว โดยให้ปาริฉัตรนั่งชิดริมหน้าต่างส่วนตัวหล่อนนั้นนั่งชิดริมทางเดิน ปาริฉัตรถอนหายใจเฮือกใหญ่ยกมือขึ้นปรับปุ่มปรับทิศทางลมเพื่อให้ลมจากเครื่องปรับอากาศอยู่ตรงกับตนเองมากที่สุด ก่อนจะเอ่ยถามผู้เป็พี่สาวในสิ่งที่ตนสงสัย
“พี่ตูนรู้จักกับเขาหรือคะ ? เอ้อ... ปลายหมายถึงคนขับน่ะ”
“ก็ไม่เชิงหรอกจ้ะ” วราภรณ์ตอบเรียบ ๆ
“แต่เมื่อครู่นี้ปลายเห็นเขายิ้มให้พี่ตูนที่จริงแล้วหน้าตาเขาก็หล่อมากเลยเหมือนกันนะคะ แต่ทำไมมาขับรถเมล์ก็ไม่รู้”ปาริฉัตรออกความคิดเห็น
“ปลาย !”วราภรณ์ปราม
น้องสาวของหล่อน ซึ่งก็คือปาริฉัตรนั้น เป็คนที่มีนิสัยแก่นแก้วเป็ทุนเดิมอยู่แล้วจึงไม่ค่อยระวังเื่คำพูดคำจา แม้กระทั่งเวลาสอนนักศึกษาหล่อนจึงต้องคอยตักเตือนอยู่เสมอ เมื่อสักครู่นี้ก็เช่นกันในความเป็จริงแล้วนี่เป็ครั้งที่สองเท่านั้นที่เขาและหล่อนได้เจอกันอันที่จริงก็น่าดีใจอยู่หรอกที่เขาจำหล่อนได้
“นาน ๆ ทีจะเห็นคุณอัญมณีใน่เวลานี้นะปกติกะดึกทุกที” วิโรจน์เอ่ยทักทายผู้เป็ลูกน้องอย่างอารมณ์ดี
“ถ้าอยู่กับติ๊ดตี่ล่ะก็ใช่ค่ะที่จริงแล้วนาน ๆ ทีกาดจะได้อยู่กับติวด้วยซ้ำ วันนี้ถือเป็โอกาสดีทีเดียว”
“เ้าวิรัตน์พูดถึงเื่การประกวดรถสะอาดบ้างไหม? ที่จริงผมว่ารถคุณก็ดูสะอาดดีนะคุณรังสิมันตุ์ ไหนขอลองขึ้นไปดูข้างบนหน่อยน่าจะดีกว่าคันก่อนหน้านี้ ผมล่ะสงสารผู้โดยสารจริง ๆ”
“ทำไมหรือครับ ?” รังสิมันตุ์มีสีหน้าฉงน
คันก่อนหน้านี้ ? อ้อ...เห็นทีวิโรจน์คงจะหมายถึงรถของปรเมศวร์กระมัง
สำหรับปรเมศวร์นั้นเพิ่งจะมาเริ่มขับรถได้ไม่นานนี้อายุของเขาก็ดูจะเป็รุ่นราวคราวเดียวกับทั้งรังสิมันตุ์และอภินันท์ชายหนุ่มมีใบหน้าคมเข้มต่างจากเพื่อนร่วมงานทั้งสองซึ่งผิวจะออกไปทางขาวเสียมากกว่า แม้จะเพิ่งมาทำงานได้ไม่นานแต่ปรเมศวร์ก็มีชื่อติดโผถูกร้องเรียนจากผู้โดยสารไม่ใช่เพราะเขาขับรถประมาทหรือว่าสาเหตุอื่นใดแต่เป็เพราะสภาพของรถต่างหากที่ทำให้ใครหลายคน ‘เกินกว่าจะรับได้’ แม้กระทั่งวิโรจน์ผู้เป็นายท่าเองก็ตามที
ทั้งควันดำ ยุงบินหึ่ง ฯลฯไม่ทราบว่าพขร.หนุ่มคนนี้เคยปัดกวาดเช็ดถูบ้างหรือเปล่า รถที่สภาพภายนอกดูเก่าอยู่แล้วภายในจึงมีสภาพย่ำแย่มากเข้าไปอีก
วิโรจน์กวาดสายตามองปราดเดียวก็พอจะประเมินคร่าวๆ ได้ ชายวัยกลางคนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปพูดกับพขร.หนุ่มอย่างชื่นชมซึ่งก็ดังพอที่จะทำให้ผู้โดยสารที่นั่งอยู่ด้านหน้าได้ยินปาริฉัตรเห็นดังนั้นจึงกระทุ้งสีข้างผู้เป็พี่สาว เอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงซุกซน
“คนขับก็หล่อ รถก็สะอาดอะไรจะเพอร์เฟคขนาดนี้ ! ร้อยวันพันปีปลายเพิ่งจะเคยเจอะเคยเจอ”
วราภรณ์แอบยิ้มอยู่ในใจกับคำพูดของน้องสาวด้วยความที่หล่อนเป็ผู้ใหญ่กว่าปาริฉัตรการที่จะให้พูดชื่นชมแสดงความรู้สึกอะไรตรง ๆ เช่นนี้ก็คงจะไม่ใช่วิสัย
“พกส.เขาเดินมาเก็บค่าโดยสารโน่นแล้วนั่งดี ๆ ได้แล้วปลาย”
อัญมณีเดินเก็บค่าโดยสารไปตามที่นั่งของผู้โดยสารเรื่อยๆ ซึ่งเป็จังหวะเดียวกับที่รังสิมันตุ์เตรียมจะออกรถพอดี เวลาผ่านไปไม่นานนักผู้เป็พกส.ก็เก็บค่าโดยสารมาจนถึงที่ซึ่งอาจารย์สาวทั้งสองคนนั่งอยู่วราภรณ์จ่ายเงินและเก็บตั๋วลงในกระเป๋าสตางค์เหมือนเช่นทุกครั้งแต่ดูเหมือนอัญมณีซึ่งต้องเดินปฏิบัติหน้าที่ของตนกลับไปกลับมาระหว่างหน้ารถและหลังรถจะตั้งข้อสังเกตอะไรบางอย่างได้จากท่าทีของอาจารย์สาวผู้พี่ซึ่งมีใบหน้าสวยหวานแบบผู้ใหญ่คนนั้น
“ติว” อัญมณีพูดค่อยจนเหมือนจะกระซิบด้วยหน้าที่ของพขร.ที่ต้องใช้สมาธิในการขับรถรังสิมันตุ์ซึ่งมือทั้งสองกำลังกำพวงมาลัยอยู่ตอบกลับไปโดยไม่ละสายตาจากถนนเบื้องหน้าว่า
“หืม ? ว่าอะไรหรือ ผักกาด ?”
“เงยหน้าขึ้นไปมองกระจกมองหลังหน่อยผู้หญิงคนนั้นน่ะ...”
พขร.หนุ่มทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะเอ่ยถาม
“คนนั้นน่ะคนไหน ซ้ายหรือขวา ?”
“ที่นั่งติดริมทางเดิน หน้าตาสวย ๆ นั่นน่ะเหมือนเขาจะมองติวอยู่ตลอดเลยนะ รู้จักกันหรือเปล่า ?”
รังสิมันตุ์ถึงบางอ้อกับความหมายของคำพูดของเพื่อนร่วมงานใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยซึ่งอีกฝ่ายไม่ทันได้สังเกต
“อาจารย์คนนั้นน่ะหรือ ?เมื่อวานผมก็เจออยู่นะ” เมื่อพูดออกไปแล้วพขร.หนุ่มก็แทบอยากจะกัดลิ้นตนเองอัญมณีมองเขาด้วยรอยยิ้มแพรวพราว พกส.สาวตบไหล่เขาเบา ๆ พูดอย่างรู้ทันว่า
“รู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็อาจารย์น่ะติว ?แหม... ไม่ต้องบอกกาดก็รู้นะว่าติวน่ะ...”
“ผมไม่ได้ทำไมสักหน่อยผักกาด”ใบหน้าของพขร.หนุ่มในตอนนี้ช่างดูน่ารักมากสำหรับวราภรณ์หล่อนไม่รู้ว่าผู้เป็พกส.พูดอะไรกับเขาแต่ท่าทีที่เขามองหล่อนมันก็ทำให้หล่อนรู้สึกเขินอายอยู่ไม่น้อยจนต้องกระซิบให้ปาริฉัตรผู้เป็น้องสาวเปลี่ยนที่นั่งกับตนเอง
“เอ้า ! จะเปลี่ยนที่นั่งทำไมล่ะปลายกะจะหลับสักหน่อยเชียว... แต่ก็ได้ค่ะ ตามใจพี่ตูนแล้วกัน”
ก่อนที่หญิงสาวทั้งสองจะทันได้สลับที่นั่งกันอัญมณีก็เดินเข้ามาเสียก่อนด้วยใบหน้าที่เหมือนจะพยายามกลั้นรอยยิ้มจนวราภรณ์แทบจะนั่งไม่ติดที่
“ไม่ต้องเปลี่ยนที่นั่งหรอกค่ะคุณถ้ารถเบรกมันอันตรายนะคะ ส่วนฉันชื่อผักกาดค่ะ”พกส.สาวทรุดกายลงนั่งที่เก้าอี้ว่างด้านหน้าปาริฉัตรเหลือบไปมองท่าทีของพี่สาวที่ดูเหมือนว่าจะพูดอะไรไม่ออกจึงรีบเอ่ยขึ้นมาเพื่อแก้สถานการณ์
“ว่าแต่รถเมล์คันนี้สะอาดดีนะคะฉันเองก็ไม่ค่อยได้นั่งรถเมล์เท่าไหร่ ปกตินั่งแต่รถไฟฟ้าวันนี้ลองมานั่งรถเมล์ดูไม่ผิดหวังเลยค่ะ”
“ติว เอ่อ... รังสิมันตุ์พขร.คันนี้เขาดูแลรถดีน่ะค่ะ กาดเองยังชื่นชมเลย”อัญมณีเลื่อนแว่นตากรอบดำของตนให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยต่อ
“กาดไม่ค่อยได้จับคู่อยู่กับติวหรอกค่ะปกติจะอยู่กับพขร.อีกคนหนึ่ง ขอนินทาหน่อยเถอะเชื่อไหมคะเขาเป็ผู้ชายแต่ชื่อติ๊ดตี่ ฟังดูน่ารักจริง ๆ”
“ติ๊ดตี่ ?” วราภรณ์ทวนคำ
“เพื่อนสนิทของกาดค่ะ ตัวขาว ๆ ผมชี้ ๆแต่งตัวไม่ค่อยเรียบร้อยหรอก เครื่องแบบไม่ค่อยครบ” อัญมณีหัวเราะ
“แต่คุณคงไม่เคยเจอมั้งคะ เพราะส่วนมากกว่าเราจะเลิกงานก็ดึกมากแล้วค่ะ”
ไม่น่าเชื่อว่าการสนทนากันเพียงไม่นานดูเหมือนจะทำให้สองพี่น้องสนิทสนมกับอัญมณีได้อย่างรวดเร็วคนที่คุยส่วนมากจะเป็ปาริฉัตรเสียมากกว่าส่วนวราภรณ์นั้นด้วยบุคลิกของหล่อนที่ค่อนข้างเงียบขรึมจนเป็ที่หวั่นเกรงของนักศึกษาจึงได้แต่นั่งฟังเงียบ ๆ เป็ส่วนใหญ่
“นั่นแน่ !คุณชอบเขาใช่ไหมล่ะคะ คนที่ชื่อติ๊ดตี่น่ะ ? ฉันฟังดูแค่นี้ก็รู้แล้ว” คำพูดตรง ๆของปาริฉัตรทำให้ใบหน้าของอัญมณีร้อนผ่าว วราภรณ์ตีแขนปาริฉัตรดังเผียะ !
“ปลาย ! พูดอะไรน่ะขอโทษด้วยนะคะคุณผักกาด” ประโยคหลังหล่อนพูดกับพกส.สาว ซึ่งอัญมณีก็รีบเอ่ยตอบว่า
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เอ้อ...เราอย่าพูดเื่นี้กันเลยนะคะ”
จำนวนผู้โดยสารบนรถแน่นขนัดไม่ต่างจากเมื่อวันก่อนอาจด้วยเพราะรถประจำทางสายนี้แล่นผ่านย่านการค้าที่สำคัญด้วยกระมังอัญมณีจำต้องลุกขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ของตน หลังจากที่พกส.สาวลุกออกไปแล้วปาริฉัตรจึงเอ่ยกับวราภรณ์ว่า
“คนแน่นจริง ๆ พี่ตูนปกติเป็อย่างนี้หรือเปล่าคะ ?”
“ก็แบบนี้แหละปลาย” วราภรณ์ตอบความสนใจของหญิงสาวในตอนนี้ไม่ได้อยู่กับคำถามของผู้เป็น้องสาวแต่อยู่กับบทสนทนาของผู้โดยสารชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งยืนเกาะราวจับอยู่บริเวณด้านหน้าใกล้เคียงกับที่นั่งของหล่อนและปาริฉัตร
“พขร.คันนี้นี่เขาขับช้าจริง ๆ เนอะคุณไม่รู้ขับเป็หรือเปล่า ยิ่งกำลังรีบ ๆ อยู่ด้วย”
“ก็นั่นน่ะสิคะรู้อย่างนี้เราไปรถไฟฟ้าดีกว่าเนอะ แล้วดูสิรถยังจะมาติดอีกขับรถแบบนี้ชาติไหนจะถึงก็ไม่รู้”
รังสิมันตุ์รู้สึกหงุดหงิดกับคำพูดที่ลอยมาเข้าหูแต่ด้วยหน้าที่ความเป็พขร.ชายหนุ่มก็พยายามอดทนอย่างเต็มที่แล้วไม่ว่าจะเจอปัญหารถติดหรือเจอผู้โดยสารที่มีหลากหลายประเภท เห็นทีความอดทนของเขาคงจะไม่สิ้นสุดลงง่าย ๆหากไม่ได้ยินเสียงของวราภรณ์และคำพูดต่อมาของผู้โดยสารคนดังกล่าว
“รถติดแล้วคุณจะโมโหพขร.หรือไงคะ ?ใช่ความผิดของเขาหรือ ?”
“คุณจะเดือดร้อนอะไรนักหนาไม่ทราบว่าคุณเป็ ‘ภรรยา’ เขาหรือไง !? ฉันพูดอยู่กับแฟนฉัน คุณจะสอดทำไมคะ!”
วราภรณ์อึ้งกับคำพูดของหญิงนิรนามผู้นั้นด้วยความที่ไม่เคยมีใครพูดกับหล่อนเช่นนี้มาก่อนปาริฉัตรเห็นท่าไม่ดีจึงรีบรั้งแขนพี่สาวไว้
“พี่ตูน ใจเย็น ๆ”
เท่านั้นแหละเป็อันว่าความอดทนของชายหนุ่มผู้เป็พขร.มีอันสิ้นสุดลงเมื่อพ้นจากสี่แยกไฟแดงไปได้ รังสิมันตุ์เหยียบคันเร่งขับรถด้วยความเร็วและบีบแตรไล่รถคันอื่นอย่างที่ตัวเขาเองก็ไม่เคยทำมาก่อนบอกได้แต่เพียงว่าตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิดมาก และหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผลเสียด้วย!
“ติว ! ขับรถดีๆ หน่อย เป็อะไรไปน่ะ ?” อัญมณีเอ่ยถามอย่างเป็ห่วงความปลอดภัยรังสิมันตุ์ไม่ตอบอะไร ั้แ่เริ่มขับรถมา คนอย่างเขาไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนแต่ก็ขอทำสักหน่อยเถอะ !!
พขร.หนุ่มจงใจเหยียบเบรกกะทันหันจนทำให้ผู้โดยสารหลายคนเซถลาไปตาม ๆ กัน หากไม่เกาะราวจับไว้ดี ๆเห็นทีจะปลิวไปตามแรงเบรกเป็แน่ ชายหนุ่มขับรถแบบนี้มาตลอดเส้นทางจนกระทั่งจำนวนผู้โดยสารลดลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งชายหญิงคู่กรณีของเขาก่อนจะลงจากรถไปนั้นก็ยังไม่วายขู่ว่าจะโทรศัพท์ไปร้องเรียนที่อู่แต่รังสิมันตุ์มีหรือจะสนใจ เมื่อคนทั้งสองลงจากรถไปแล้วนั่นแหละการขับรถและอารมณ์ของเขาจึงกลับสู่ภาวะปกติ
“ที่ติ๊ดตี่เตือนว่าระวังฝีมือการขับรถของติวอาจจะชวนคลื่นไส้นี่เห็นทีจะจริงเสียด้วยกาดต้องขอโทษด้วยนะคะ” อัญมณีเอ่ยกับวราภรณ์และปาริฉัตรทั้งสองพยักหน้าอย่างเข้าใจในเหตุผลวราภรณ์มองใบหน้าของพขร.หนุ่มที่สะท้อนในกระจกมองหลังด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ปกติติวไม่ได้เป็อย่างนี้หรอกค่ะไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน แต่ถ้าเขาร้องเรียนไปจริง ๆ ติวคงจะลำบากแน่ ๆ”
“แย่จังเลยค่ะ แต่สองคนนั้นก็ปากไม่ดีจริงๆ นะคะยัยผู้หญิงนั่นบอกว่าพี่สาวฉันเป็ภรรยาคุณรังสิมันตุ์หรือไงถึงได้ปกป้องนักหนาโอ๊ย! ฉันฟังแล้วยังใเลยค่ะ”
“ตายจริง !นี่เขาพูดอย่างนั้นเลยหรือคะ” อัญมณีมีสีหน้าลำบากใจเป็ที่สุดซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่มีใครสนทนาอะไรกันอีกจนกระทั่งถึงป้ายสุดท้ายที่หน้าอู่รถประจำทางพขร.หนุ่มกดเปิดประตูให้ผู้โดยสารที่ยังเหลืออยู่ลงจากรถไปวราภรณ์และปาริฉัตรเตรียมตัวจะลุกขึ้นอัญมณีเองก็เตรียมหยิบกระเป๋าสะพายของตนพร้อมกับใบเที่ยวที่วางอยู่บริเวณหน้ารถใกล้ ๆ กับที่นั่งคนขับลงจากรถไปเช่นกัน แต่ก่อนจะลงไปนั้นผู้เป็พกส.ก็หันไปพูดกับสองพี่น้องอีกครั้ง
“หวังว่าเราคงจะได้พบกันอีกนะคะเห็นทีกาดคงจะต้องขอตัวก่อนแล้ว เดี๋ยวกาดลงไปก่อนนะจ๊ะติว”
อันที่จริงวราภรณ์รู้สึกใจสั่นระรัวเมื่อต้องเดินไปลงที่ประตูด้านหน้าหล่อนแทบจะไม่กล้ามองหน้ารังสิมันตุ์เลย เ้าน้องสาวตัวดีก็ดันรีบเดินหนีหล่อน่ชิงจังหวะลงจากรถไปก่อนนี่หล่อนไม่มีทางเลือกเห็นทีคงต้องเดินไปลงที่ประตูด้านหน้าจริง ๆ
แต่ก่อนที่วราภรณ์จะได้ก้าวลงจากรถไปหญิงสาวก็รู้สึกถึงมือของใครบางคนที่คว้าข้อมือหล่อนเอาไว้ อาจารย์สาวหันกลับไปรังสิมันตุ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเขาขยับเข้ามาใกล้เสียจนทั้งเขาและหล่อนอยู่ห่างจากกันเพียงไม่กี่เิเร่างบอบบางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะข่มความรู้สึกตนเองไม่ให้เขาได้ยินเสียงหัวใจซึ่งกำลังเต้นแรงอยู่ในขณะนี้
“คุณ... มีอะไรหรือเปล่าคะ ?”ในที่สุดอาจารย์สาวก็รวบรวมความกล้าถามออกไปพขร.หนุ่มรู้สึกตัวจึงรีบปล่อยข้อมือบางให้เป็อิสระ จากนั้นจึงเอ่ยเบา ๆ ว่า
“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”
“ฉันรู้หรอกค่ะว่าเป็เพราะอะไรฉันเองก็ต้องขอโทษคุณด้วยเหมือนกัน ถ้าเขาเอาเื่คุณ ก็คงเป็เพราะฉัน...”
“ผมทนไม่ได้ที่เขาพูดแบบนั้นกับคุณ”หญิงสาวเบิกตากว้าง นี่เขากำลังพูดอะไรออกมา !?
พขร.หนุ่มหลับตาลง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลน่าฟังที่สุดในความรู้สึกของวราภรณ์
“ผมชื่อรังสิมันตุ์ หรือเรียกติวก็ได้ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“ตูน เอ่อ... วราภรณ์ค่ะยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ”