เช้าของวันใหม่ นี่ก็ผ่านมาร่วมสองเดือนแล้วที่ข้าข้ามมาอยู่ที่นี่และทำขนมขาย ตอนนี้ข้าพอมีเงินซื้อจวนหลังเล็กๆ สักหลังแล้ว ข้าเก่งใช่ไหมล่ะ ตอนนี้นอกจากสองพี่น้องหม่าแล้ว
ข้าก็ชวนเด็กน้อยสี่พี่น้องที่วัดร้างมาช่วยงาน เพราะความสงสาร ข้าเห็นพวกเขามานั่งขอทานแถวๆ ร้านข้าทุกวัน
ใครเตือนข้าก็ไม่ฟังข้าได้แต่นึกถึงน้องๆ บ้านเมตตา ข้าจึงให้เด็กชายสองคนเด็กสาวอีกสองคน มาช่วยข้าที่กระท่อม พวกเขามีอายุั้แ่เก้าถึงสิบสองปี ข้าหาเสื้อผ้าให้ใหม่ พอใส่แล้วพวกเขาก็ดูดีขึ้นเยอะ พวกเขาช่วยงานข้าได้มาก
ในระหว่างที่ข้าออกมาขายขนม พวกเขาก็เตรียมของรอข้าที่กระท่อม วันนี้ข้าออกมาแต่เช้าพร้อมพี่น้องตระกูลหม่า และก็เป็ทุกวันที่ลูกค้ามาเข้าแถวรอ
จนล้นถนนขวางการสัญจรไปมาของผู้คน ข้าก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ข้าได้แต่หวังว่าอีกเดือนสองเดือนจะมีเงินซื้อโรงเตี๊ยมสักแห่ง ไว้รองรับลูกค้าที่น่ารักของข้า
“มาแล้วๆ แม่นางไป๋มาแล้ว วันนี้ข้ามาเป็คนแรกเลยนะแม่นางไป๋” พี่ชายลูกค้าขาประจำ เห็นบอกว่าเป็บ่าวในจวนไหนสักที่นางจำไม่ได้ เห็นบอกว่าเ้านายชอบขนมของนางมากต้องได้กินทุกวัน วันนี้มารอแต่เช้าเชียว
“ขอบคุณพี่เทียนยิ่งนัก ที่มาอุดหนุนข้าทุกวัน เอาเหมือนเดิมเช่นทุกวันหรือไม่เ้าคะ วันนี้ข้าจะเอาขนมให้พี่เทียนไปกินบ้าง ตอบแทนที่พี่เทียนมายืนเป็เพื่อนข้าทุกวันเป็เช่นไร”
เฟิ่งมี่หัวเราะ เมื่อเห็นใบหน้าเขินอายของอีกฝ่าย ข้าก็ขอตอดนิดตอดหน่อยจะเป็ไร คนตรงหน้าก็ใช่ว่าจะขี้เหร่ ถึงจะไม่ถึงกับรูปงามก็เถอะถ้าเทียบกับนางถือว่าเหมาะสม
“เกรงใจแม่นางไป๋ หากแม่นางว่าดีข้าก็ว่าดี”
ไกลออกไปคนที่รอกินไม่ไหว ก็ออกมาตาม องครักษ์หน้าโหดของตัวเอง ที่เขาเห็นแล้วว่ากำลังยืนก้มหน้า ทำทีเขินอายได้น่าถีบมากที่สุด ผู้หญิงก็หน้าไม่อายเกี้ยวผู้ชายไม่มีความเป็กุลสตรี อย่างนี้ละสิลูกค้าถึงได้เยอะแบบนี้ ขนมก็งั้นๆ คงจะขยันเล่นหูเล่นตา แบบนี้สินะ น่ารังเกียจยิ่ง
เฟิ่งมี่ที่รับรู้ว่ามีคนกำลังจ้องมองมาทางนาง ด้วยสัญชาตญาณจึงหันไปมองทางที่คิดว่าคนผู้นั้นยืนอยู่ ตาประสานตา ต่างคนต่างจ้องต่างคนต่างมอง
‘โอ้แม่เ้าหล่อมาก แต่ทำไมถึงหน้าดุจัง หุ่นล่ำกล้ามโต พี่ อั้ม อธิชาติ ยังชิดซ้าย ช่างเถอะอย่างเราตอนนี้คงไม่มีเงินไปขอสามีเข้าบ้านแน่อยู่แล้ว หาเงินซื้อข้าวกินเพิ่มส่วนสูงและอันที่ควรจะมีให้มันฟูๆ กว่านี้ดีกว่า’
เฟิ่งมี่ได้แต่ปลงกับชีวิตจนๆ คนเกิดในโพรงไม้อย่างนาง ส่วนความคิดของคนหน้าตาดี เกิดในตระกูลคหบดีผู้มีอันจะกิน
‘หน้าตาก็งั้นๆ แค่ตาโต ปากนิดจมูกหน่อย คิดว่าหน้าตาดีแล้วหรือ ก็แค่หน้าตาบ้านๆ แถวนี้มีเดินให้เต็มถนน’ ในความคิดของผู้จัดการหอการประมูลที่โด่งดังทั่วทั้งสี่แคว้น (ฟังดูเหมือนจะบรรยายงามแล้วนะนั่น)
แต่ใครจะรู้ว่าสตรีหน้าตาบ้านๆ จะทำให้ คนที่สบประมาทหน้าตาผู้อื่น ทุกวันเป็ต้องมาแอบมองแต่ไกลๆ ว่านางไปเล่นหูเล่นตาให้บุรุษที่ไหนในแต่ละวันอย่างไม่รู้ตัว และความไม่พอใจกับสิ่งที่เห็นก็เริ่มเพิ่มพูนขึ้นทุกวันๆ
“แม่นางข้าเอามูเวินเพิ่ม 木纹 / Mù wén (เม็ดขนุน) ข้าจะเอาไปฝากมารดาข้า” เสียงพี่เทียนเรียกสติข้าให้หลบสายตาจากเขา หันกลับมาทำมาหากินได้อีกครั้ง เพียงเผลอใจสั่นกับความหล่อไปนิดเดียวจริงๆ นะ
“ได้สิเ้าคะพี่เทียน วันนี้ข้าทำขนมมาเพิ่มหวังว่าจะพอสำหรับทุกคนนะเ้าคะ” ข้าพูดพร้อมกับโปรยยิ้มหวานเท่าที่ข้าจะทำได้ แม่ค้าปากต้องหวาน หน้าตาต้องยิ้มแย้ม เป็มิตรกับทุกคน และรักเด็กเ้าคะ
ไม่นานขนมทุกอย่างก็หมดเหมือนทุกวัน ข้าจึงชวนสองพี่น้องเดินหาที่ขายของและจวนหลังใหม่ เผื่อว่าจะเจอสักที่ เหมาะกับเงินในกระเป๋าพอที่จะซื้อได้ ข้าก็เจอหลายที่ มีอยู่ที่หนึ่ง ที่จะขายทั้งจวน และโรงเตี๊ยม เห็นว่าเ้าของเก่าจะขาย แล้วย้ายไปอยู่กับลูกที่แคว้นเหลียง
เ้าของจะขายทั้งจวนทั้งโรงเตี๊ยมพร้อมกันในราคาหนึ่งร้อยตำลึงทอง ซึ่งมันคือเงินทั้งหมดที่ข้ามีในตอนนี้ ถ้าข้าขอลดสักหนึ่งตำลึงทองท่านลุงชูจะลดให้ข้าหรือเปล่านะ พรุ่งนี้ข้าต้องไปถามซะหน่อยแล้ว อย่างน้อยเหลือไว้เป็ทุกสักหน่อยก็ยังดี
ส่วนทางด้านมู่หยางเฉิงก็กำลังกินไปจ้องหน้าิเทียนไปด้วย ทำเหมือนดั่งว่าโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน
ิเทียนเริ่มอยากรู้ว่ามีตำราเล่มใดสอนวิธีหายตัวบ้าง เขาจะไปเสาะหามาฝึกยามที่นายน้อย ไม่สบอารมณ์ดั่งเช่นในยามนี้เขาจะได้ มีวิชาหายตัวไปให้ไกล จากพายุอารมณ์ที่ไม่มีที่มาที่ไปมากกว่าเดิมเป็พันเท่า
“ดูเ้าจะสนิทสนมกับแม่ค้าขนมหวานนั่นมากสินะิเทียน”
คำถามใดของท่านนายน้อย ท่านระวังตาของท่านจะหลุดออกมาจากเป้า หยุดจ้องข้าได้แล้ว หรือมันจะเกี่ยวกับคำถามถ้าข้าตอบความจริงท่านไป ท่านจะให้ข้าออกไปจากตรงนี้ และหลุดพ้นอารมณ์แปรปรวนของท่านใช่หรือไม่
“แม่นางไป๋เป็คนที่น่าคบหาขอรับ เพราะนายน้อยให้ข้าไปยืนรอซื้อขนมหวานนางทุกวัน จึงได้พูดคุยกันบ้างขอรับนางช่างน่ารักยิ่งนักขอรับนายน้อย”
ิเทียนมีท่าทางเขินอาย จนใบหูทั้งสองข้างเขาแดงก่ำ ทำไมแค่นี้ต้องอายมันน่าถีบตกหอประมูลยิ่งนัก ช่างไม่ดูตัวเอง ตัวใหญ่ยังกับั์ ยังมาทำท่าทาง ให้ข้าขวางหูขวางตา
“อ้อเป็เช่นนั้น ข้านึกว่าเ้าหลงเสน่ห์แม่ค้าขนมหวานแล้วเสียอีก” ข้าเห็นนะว่าพวกเ้าพูดคุย เกี้ยวพากันอยู่ตั้งนานสองนาน คำท้ายได้แต่พูดในใจ แต่ก็สื่อออกมาทางสายตาให้อีกคนคิดเองได้
“นางยังเด็กขอรับ ข้ารอได้” ไม่มีการปฏิเสธแต่อย่างใด
หยางเฉิงฟังด้วยหัวใจที่เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบรัด อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน หรือเขาจะพักผ่อนไม่มีเพียงพอ ถึงได้รู้สึกเจ็บหน่วงที่หัวใจเยี่ยงนี้ อาการผิดปกตินี้มันเกิดขึ้นั้แ่ตอน สบตากับเด็กคนนั้นใช่หรือไม่ พรุ่งนี้คงต้องไปลองจ้องตากันดูไหม ว่าใช่อย่างที่คิดหรือไม่จะได้รักษาได้ถูกจุด
“จะไปไหนก็ไปพรุ่งนี้ข้าไม่กินขนมหวาน ส่วนเ้าก็ไปส่งเทียบเชิญงานประมูลที่จะมีขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้าให้ครบทุกคน ทางนี้ข้าจะให้ซินหรงมาทำแทนไปได้ข้าจะทำงานต่อ” อยู่ดีๆ ก็ถูกเนรเทศ ข้าทำผิดอะไร แล้วแม่นางไป๋ของข้าละใครจะไปยืนเป็เพื่อนนางได้ดีเท่าข้า นายน้อยท่านรังแกผู้อื่นอีกแล้ว
****