ตอนที่ 1 (3)
“เกิด เกิดอะไรขึ้น!” ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวผู้ก่อเหตุและถูกลืมทิ้งไว้ตรงที่เดิมมาตลอดเมื่อครู่ ไม่ได้หลบหนีออกไปพร้อมกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยคนอื่นๆ เขากำลังะโลั่นอย่างตื่นตระหนกในห้องฉุกเฉินอันมืดมิดที่ยื่นมือออกไปก็มองไม่เห็นนิ้วทั้งห้า
ด้วยเสียงะโนี้ ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำจึงกลับมามีสติอีกครั้ง ตวัดนิ้วไปข้างหน้า และแรงกดดันมหาศาลระลอกหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่เจี่ยนอินบนกำแพง โจมตีจนเขาสลบไป
จากนั้นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำก็มองไปทางชายหนุ่มในชุดสูทสีขาว แล้วตวัดนิ้วไปทางชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวอีกครั้งหนึ่ง ทันใดนั้นชายหนุ่มในชุดสูทสีขาวก็ตาเหลือก ก่อนจะตัวอ่อนยวบลงไป
เงาร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำเลือนหาย ก่อนจะมาปรากฏขึ้นอีกครั้งข้างๆ ชายหนุ่มในชุดสูทสีขาว แล้วช้อนตัวเขาขึ้นมา เพื่อให้อีกฝ่ายล้มลงในอ้อมแขนของเขา
เมื่อมีดผ่าตัดกับกรรไกรที่ลอยอยู่กลางอากาศไม่มีแรงสนับสนุนจากพลังของเจี่ยนอิน มันก็ร่วงลงพื้นแกร๊งๆ ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเจี่ยนอินที่ร่วงลงมาและหมดสติไป
หัวของเจี่ยนอินกระแทกพื้นเข้าอย่างจัง จนเกิดเสียงดังอย่างน่าหดหู่
ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำไม่สนใจเจี่ยนอิน เขามองชายหนุ่มชุดสูทสีขาวในอ้อมแขน พูดด้วยเสียงแหบแห้งว่า “คุณไปก่อเื่อะไรมาอีก ถึงได้มาเจอตัวอะไรนี่เข้า”
ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำเรืองแสงสีแดงอ่อนขึ้นมาจางๆ กรรไกรที่อยู่บนพื้นสะท้อนรูปลักษณ์ของเขาออกมา
แววตาคมกริบซ่อนอยู่หลังแพขนตายาวดกหนา รูม่านตาสีดำเข้มแฝงซึ่งแสงสีแดงราวกับบ่อน้ำโบราณนิ่งไร้คลื่น โครงหน้าเรียวคมชัด สีหน้าขาวซีดจนอมเขียว ดวงตาเฉี่ยวคมกับริมฝีปากซีดเซียว ประกอบกันเป็ใบหน้าที่หล่อเหลาและสง่างามเหนือความคาดหมาย เพียงแต่แม้จะสวมชุดสูทชั้นสูงราคาแพงลิ่วที่ตัดเย็บมาอย่างพอเหมาะพอดีก็ตาม แต่รัศมีรอบตัวกลับแฝงซึ่งกลิ่นอายที่เก่าแก่และโบราณ เป็ความรู้สึกขัดแย้งที่ไม่เข้ากับโลก
นี่ก็คือบุคคลไม่ธรรมดา ที่ไม่ได้เป็ส่วนหนึ่งของโลกมนุษย์ธรรมดา
เวลานี้ท้องฟ้าข้างนอกห้องฉุกเฉินก็มีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นมาอีกครั้ง สายฟ้าสีขาวเงินพาดผ่านท้องฟ้า ส่องสว่างไปทั่วทั้งท้องฟ้ายามค่ำคืน
และก็ในเวลานี้เองที่สายฟ้าส่องสะท้อนให้เห็นข้อมือขวาขาวอมเขียวที่แทบจะมีแค่ิับางๆ ชั้นหนึ่งแปะอยู่ของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ เส้นด้ายสีแดงสดเหมือนสีเืที่พันรอบกระดูกมือของเขาอยู่นั้น ทอดยาวเข้าไปในส่วนลึกของหัวใจ
ในวันแรกของเดือนเจ็ด ประตูนรกเปิด วันในตำนานที่เล่าลือกันว่าภูตผีทั้งหลายมายังโลกมนุษย์ ดังนั้นั้แ่คืนนี้เป็ต้นไป ได้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะไม่มีวันสงบสุข
...
ชั้นเก้าของโรงพยาบาลเหอผิง ชั้นในตำนานที่อยู่ตรงกลางระหว่างการมีอยู่และไม่มีอยู่ และเชี่ยวชาญในการรับผู้ป่วยที่ไม่ใช่มนุษย์
ในห้องผู้ป่วย VVIP ที่ขาวสะอาดสะอ้าน เจี่ยนอินกำลังนอนเงียบๆ อยู่บนเตียง หลังมือกับร่างกายมีสายน้ำเกลือกับอุปกรณ์ที่กำลังส่งเสียงดัง ‘ติ๊ดติ๊ดติ๊ด’ เบาๆ ติดอยู่
หงเซี่ยนในชุดสูทสีดำนั่งไขว่ห้างพิงโซฟา ดวงตาสีดำขลับดุจน้ำหมึกกำลังจ้องมองไปที่ใบหน้าของเจี่ยนอิน
เจี่ยนอินที่สลบไสลไม่ได้มีใบหน้าแปลกประหลาด ซึ่งจุดนี้ทำให้หงเซี่ยนเอาแต่จดจ่ออยู่ที่ร่างของเขาตลอด และในเวลาเดียวกันนี้ ยันต์สีทองก็กะพริบขึ้นมาบนกำแพงสี่ด้านเป็ระยะๆ จากนั้นก็หายไป ก่อนจะกลับมาปรากฏอีกครั้งซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด
ถึงแม้จะมียันต์ที่ทรงพลังเช่นนี้อยู่ แต่เมื่อเจี่ยนอินที่อยู่ในห้องผู้ป่วยนี้หายใจ ชั้นเก้าทั้งชั้นก็ยังคงสั่นะเืตามการกระเพื่อมขึ้นลงของหน้าอกเจี่ยนอิน ราวกับแผ่นดินไหวที่สั่นไหวเบาๆ ก็ไม่ปาน
ที่นอกห้องผู้ป่วย เหล่าพยาบาลพิเศษบนชั้นพิเศษนี้ก็กำลังกระซิบกระซาบกันอยู่ พวกเขาต่างสงสัยว่าคนที่ถูกส่งตัวมาในคืนนี้เป็ใครกันแน่ นึกไม่ถึงเลยว่าจะสามารถเขย่าชั้นเก้าของโรงพยาบาลเหอผิงได้
พลังอำนาจที่น่ากลัวและแข็งแกร่งนั้นเป็สิ่งที่หงเซี่ยนไม่เคยรู้สึกถึงมาก่อน ทั้งกลิ่นอายที่เล็ดลอดออกมาจากร่างกายของเจี่ยนอินก็ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่
ไม่ใช่กลิ่นอายเซียน ปกติกลิ่นอายเซียนจะไม่ทำให้คนรู้สึกกดดันแบบนี้ และก็ไม่ใช่กลิ่นอายปีศาจด้วยเหมือนกัน เมื่อร่างกายของมนุษย์อาบด้วยกลิ่นอายปีศาจก็จะค่อยๆ ถูกกัดกร่อนจนสลายหายไป
หงเซี่ยนรู้สึกเพียงว่าการเต้นของหัวใจของตนนั้นผิดปกติเล็กน้อย ทั้งคาดไม่ถึงว่ายังมีความไม่สบายใจและความกระวนกระวายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแฝงมาอีกด้วย เขาค่อยๆ ยื่นมือมากดหน้าอกตนเอง
เวลานี้เองที่หงเซี่ยนแตะโดนโทรศัพท์มือถือที่อยู่ด้านในชุดสูท เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา หลังจากปลดล็อกโทรศัพท์มือถือ เขาก็ถ่ายรูปเจี่ยนอินที่กำลังสลบไสลไม่ได้สติมารูปหนึ่ง แล้วเลือกกลุ่มที่เขียนว่า ‘โรงเรียนอนุบาลสุขาวดี’ เพื่อกดส่งภาพเข้าไป จากนั้นก็พิมพ์ข้อความตามลงไป
บอสน้อยร้านหมั้นหมาย : ‘ใครรู้จักเขาบ้าง’