หญิงสาวรูปร่างสูง ผมสีแดง ทั้งส่วนโค้งรูปทรงนับว่าไม่ธรรมดา แน่นอนว่าความสวยของนางนั้นเมื่อไปที่ใดย่อมเป็จุดเด่นต่อเหล่าผู้ชายอย่างแน่นอน แม้แต่ตอนนี้รอบๆ บริเวณยังมีชายหนุ่มหลายคนต่างมองมาที่นาง หากแต่ไม่กล้าเข้ามาทักหรือพูดคุยด้วย ส่วนเหตุผลนั้นตอนนี้ไม่ทราบอย่างแน่ชัด หญิงสาวมองไปยังไทก้าก่อนจะพูดขึ้น
"ข้าจะไม่อ้อมค้อมละกัน ข้าขอซื้อยาบำรุงจิตจากเ้า หากเ้ายอมขายข้าจะให้เ้าห้าหมื่นเหรียญ"
ไทก้าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงธรรมดา
"ขอโทษด้วยนะ ในตอนนี้ข้ายังไม่้าขาย"
หญิงสาวได้ฟังคำตอบก็คาดเดาว่าด้วยข้อเสนอนี้ไทก้าอาจจะไม่พึงพอใจจึงกล่าวเพิ่มอีกครั้ง
"เช่นนั้นหกหมี่นเหรียญ เ้าจะว่ายังไง"
"ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเ้าจะซื้อยานี่ไปใช้หรือว่านำไปทำอะไร แต่ว่าข้ายังไม่มีความคิดที่จะขายมันในตอนนี้"ไทก้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงธรรมดา ในตอนนี้ไทก้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายานี้มีผลดีอย่างไรบ้าง หรือมีมูลค่าเท่าไหร่จึงยังตัดสินใจขายยานี้ให้ไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถบอกกับนางได้ อีกอย่างไทก้าไม่ได้รู้จักกับนางสักเท่าไหร่จึงยังไม่มันใจนัก
หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าแม้จะพูดอย่างไรไทก้าก็ตอบอย่างหนักแน่นเช่นเดิม จึงคิดที่จะเลิกต่อรองในตอนนี้ แน่นอนว่ายานี้หาไม่ยากเท่าใดนักเพียงแต่ต้องใช้เวลานานกว่าจะสร้างยานี้ขึ้นมาได้ ไม่ว่าใครก็ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจทั้งนั้น
"ข้าจำเป็ที่จะต้องใช้ยานี้เป็อย่างมาก หากเ้าเปลี่ยนใจ สามารถใช้สิ่งนี้มาหาข้าได้ ที่หอการค้าแห่งเมฆ"หญิงสาวได้ให้สิ่งหนึ่งกับไทก้าเป็ลูกแก้วที่มีรูปเมฆอยู่ภายในขนาดเท่าหัวนิ้วมือเท่านั้น จากนั้นจึงเดินจากไป
"อะไรของนางกันนะ ก็บอกว่าไม่ขายๆ เฮ้อ" แม้ไทก้าจะบ่น แต่ก็ยังรับลูกแก้วมาก่อนหน้านั้นอยู่ดี
ไทก้าไม่ได้สนใจเสียงพูดคุยรอบข้างหรือทักทายคนในห้องเรียนเลยแม้แต่น้อย เพราะไทก้ายังมีหลายอย่างที่ต้องไปทำ
เมื่อไทก้าเดินลงมาด้านล่างก็พบกับบีที่รออยู่ก่อนแล้ว ในวันนี้ไทก้าและบีนัดกันไว้ว่าจะไปยังหอไตรภพ เพื่อรับของรางวัลพิเศษของไทก้า ซึ่งหอนี้ตั้งอยู่ที่ชั้นห้าของูเานววิทยา
ไทก้าและบีเดินขึ้นบันไดใหญ่มายังชั้นห้า ระหว่างทางก็ผ่านประตูและเวรยามขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงหอแห่งหนึ่ง หอนี้สูงราวๆ ยี่สิบเมตรและมีเพียงชั้นเดียว รูปร่างทรงสามเหลี่ยมคล้ายคลึงกับพีระมิด รอบด้านมีเวรยามคอยเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่หลายคนและเป็ยอดฝีมือจิตโลการะดับสูงอีกด้วย
ก่อนหน้านี้อัลวาได้เล่าให้กับไทก้าฟังว่า หอไตรภพนั้นเป็ที่สำหรับเก็บสมบัติของนววิทยา ตั้งอยู่ที่ชั้นห้าและมีทั้งสิ้นสามหอตั้งอยู่สามด้านของูเา จึงได้ชื่อว่าหอไตรภพ ซึ่งทุกหอจะเชื่อมต่อถึงกันผ่านศิลาแกนมิติสำหรับเก็บสมบัติและแลกเปลี่ยนสมบัติของศิษย์ฝ่ายในและคณาจารย์ที่ออกไปทำภารกิจและได้ของบางอย่างที่ล้ำค่ากลับมาสามารถนำมาแลกเป็รางวัลได้ที่นี่ ส่วนหอที่ไทก้ามาเพื่อรับรางวัลนี้จะอยู่ตรงฝั่งตะวันออกของูเา
ไทก้าและบีเดินไปยังด้านหน้าหอไตรภพซึ่งมีผู้าุโดูแลหอท่านหนึ่งอยู่
"สวัสดีขอรับท่านผู้าุโ ข้ามารับรางวัลอันดับหนึ่งการทดสอบศิษย์ชั้นกลางขอรับ"ไทก้ายื่นป้ายให้กับผู้าุโ
"อืม.."ผู้าุโท่านนั้นรับไว้ก่อนจะนำป้ายมาตรวจดูชื่อ และมองไปมาระหว่างไทก้ากับบี
"ตามข้ามา"กล่าวจบไทก้าและบีก็เดินตามผู้าุโไปยังหน้าประตูบานใหญ่
เมื่อมาถึงประตูบานใหญ่ผู้าุโได้ใช้พลังแห่งจิต จากนั้นประทับมือไปตรงกลางประตู
"เปิด"
แอ๊ดดดดด.....!
"เข้ามาสิ"
ประตูบานใหญ่ทั้งสองบานเปิดออกช้าๆ ก่อนทั้งสามคนจะเดินเข้าไปด้านใน
ด้านในเป็เหมือนมิติแยกออกจากโลกภายนอก ไทก้าและบีต่างมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นตะลึง ภายในนี้เป็พื้นที่โล่งกว้างภายในไม่มีสิ่งใด นอกจากแท่งผลึกมิติขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางเท่านั้น
"เ้าเดินไปยังแท่งผลึกจากนั้นใช้มือวางลงและปล่อยพลังจิตของเ้าออกไป"ผู้าุโชี้ไปยังแท่งผลึกขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางก่อนกล่าวกับไทก้า
"ขอรับ"
ไทก้าไม่รอช้าเดินไปยังแท่งผลึกทันที
หลังจากที่วางมือและใส่พลังแห่งจิตลงไปก็เกิดแสงวูบวาบขึ้นครู่หนึ่ง
วูป!
พรึบ!
ปรากฏมีเป็ตำราหนึ่งเล่มลอยอยู่้าแท่งผลึกก่อนจะลอยเข้ามาหาไทก้าอย่างช้าๆ
"เอ๋...นี่มันอะไรงั้นหรือขอรับ รางวัลพิเศษที่ว่าเป็ตำรางั้นรึ?"ไทก้ากล่าวขึ้นด้วยความสงสัย
"ผลึกนี้มีชื่อว่า ผลึกค้นหา มันจะทำการค้นหาสิ่งที่จำเป็ในตอนนี้สำหรับผู้ที่แตะมัน บางคนได้เป็อาวุธ ยา หรือแม้กระทั่งแกนธาตุ แต่เ้าเป็คนแรกเลยที่ได้เป็ตำราแบบนี้"ผู้าุโกล่าวขึ้นเบาๆ
ไทก้านำตาราที่ได้รับมาอ่านดูด้านหน้าครู่หนึ่ง
"คัมภีร์อาคมผกผัน?"
เมื่อได้ยินไทก้ากล่าวออกมาผู้าุโกลับนิ่งงั้นไปครู่หนึ่ง ทั้งยังจ้องมองตำราเล่มนั้นไม่กระพริบตา
เมื่อเห็นว่าท่าทางผู้าุโแปลกไป บีจึงกล่าวถามขึ้น
"มันคือตำราอะไรหรือขอรับท่านผู้าุโ"
"อืม...ข้าเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพียงแต่เท่าที่ข้ารู้มานั้นตำรานี้ ท่านผู้ก่อตั้งนววิทยาคนแรก ได้คัดลอกบางส่วนมาจากปราสาทโบราณเก่าแก่แห่งหนึ่งเพื่อทำการศึกษากับอาคมดังกล่าว แม้ว่าท่านจะทำการศึกษาอยู่หลายต่อหลายปี ก็ยังไม่สามารถเข้าใจอาคมนี้ได้เลย และดูเหมือนว่าหลังจากนั้นได้มีเหล่าอาจารย์หรือแม้แต่อัจฉริยะนำไปศึกษาก็ยังไม่มีผู้ใดเข้าใจมัน หรือฝึกมันได้เลยแม้แต่คนเดียว"ผู้าุโเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะมองไปยังไทก้าและกล่าวออกมาอีกครั้ง
"ข้าก็ไม่รู้ว่าเ้าโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้ของรางวัลพิเศษชิ้นนี้ไป แต่ตอนนี้มันเป็ของเ้าแล้วตามกฏของรางวัลสามารถรับได้เพียงครั้งเดียว แต่หากเ้าไม่้าตำรานี้เ้าสามารถแลกคืนเข้าคลังสมบัติได้ตลอดเวลาที่ด้านหน้าของหอไตรภพ เพียงแค่เ้านำของสิ่งนี้ไปวางด้านหน้าศิลาแลกเปลี่ยนก็สามารถแลกได้ทุกอย่างตามมูลค่าที่ศิลาตั้งเอาไว้"
ไทก้าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไป "บางที ที่ข้าได้ตำรานี้มาอาจจะเป็เพราะข้าต้องใช้มันก็เป็ได้ ผู้าุโข้าสามารถเก็บมันไปศึกษาดูก่อนได้รึไม่ขอรับ"
"สิ่งนี้เป็ของเ้าแล้ว เ้าจะทำอะไรก็เป็การตัดสินใจของเ้าเอง"ผู้าุโกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
เมื่อทั้งสามคนออกมาด้านนอกไทก้าและบีกล่าวขอบคุณผู้าุโเสร็จก็มายังศิลาแลกเปลี่ยนของทันที
"ไหนเ้าบอกว่าจะเอาไปศึกษาดูไง แล้วทำไมเ้ามาที่ศิลาแลกเปลี่ยนเล่า"บีถามขึ้น
"ข้าไม่ได้จะแลกเปลี่ยนตำราผกผัน ข้าแค่จะมาตรวจสอบการแลกเปลี่ยนของบางอย่างก็เท่านั้น"ไทก้าตอบกลับก่อนจะหยิบของชิ้นหนึ่งออกมา
"ยาบำรุงจิตนี่นา ทำไมกันล่ะ"บีถามต่อ
ไทก้ายังไม่ตอบอันใดเพียงนำยาบำรุงจิตวางไว้บนศิลาแลกเปลี่ยนครู่หนึ่งก็มีข้อความสำหรับแลกเปลี่ยนขึ้นมา
"มีข้อความขึ้นมาด้วยหรือเนี่ย ดูดีๆแล้วอาคมก็ใช้ได้หลายอย่างดีแฮะ"พูดเสร็จไทก้าจึงอ่านข้อความต่อ
"ยาบำรุงจิต แลกได้สามหมื่นเหรียญ หรือเลือกเป็แกนธาตุสามสิบชิ้น โอ้โห นี่ถ้าข้าขายให้หอการค้าแห่งเมฆก็ยังได้กำไรนะสิ"ไทก้ากล่าวออกมาลอยๆ
"เ้ารู้ได้ยังไงว่าเ้าจะได้กำไรกัน?"บีถามขึ้นด้วยความสงสัย
ไทก้าเก็บยาบำรุงจิตก่อนจะเล่าให้กับบีฟังว่าพบกับหญิงสาวคนหนึ่งผมสีแดง นางบอกว่านาง้าใช้ยาบำรุงจิตเป็อย่างมาก หากข้า้าขายให้ไปพบนางที่หอการค้าแห่งเมฆ
"นี่เ้าได้เจอกับฮานะงั้นเหรอ"บีกล่าวถามขึ้นด้วยความใ
"เ้ารู้จักนางงั้นรึ?"ไทก้าถามกลับ
"ย่อมต้องรู้จักอยู่แล้วข้ากับนางในตอนเด็กเคยเป็เพื่อนกัน นางดูเป็คนตัวสูงแต่จริงๆแล้วอายุของนางเท่ากับเราเท่านั้น นางเป็ทายาทของหอการค้าแห่งเมฆซึ่งทำธุรกิจหลากหลาย เช่น การค้าทั่วไป การประมูล หรือแม้แต่ในตลาดมืดก็ยังมีคนของตระกูลนางคอยดูแลอยู่อย่างลับๆ นางมีชื่อจริงว่า ครอส ฮานะ ในตอนเด็กข้ากับนางเล่นด้วยกันบ่อยๆ แต่เมื่อพักหลังข้าได้ยินข่าวว่าพ่อของนางป่วยลงกระทันหัน นางจึงเป็ผู้ดูแลการค้าแทนพ่อของนาง พร้อมทั้งการพัฒนาของข้าเองช้ากว่าคนอื่นจึงทำให้ข้ากับนางไม่ได้พบกันมาหลายปีแล้ว"บีกล่าวไปด้วยทั้งยังถอนหายใจเบาๆ
"หรือว่าเ้ากับนาง...."แต่ก่อนที่ไทก้าจะกล่าวต่อไปบีก็รีบพูดแทรกขึ้น
"ไม่ใช่แบบที่เ้าคิดนะ ข้ากับนางเพียงแค่รู้จักกันเท่านั้น"บีรีบกล่าวขึ้นทันทีทั้งยังโบกไม้โบกมือปฏิเสธ
เมื่อได้ฟังแบบนี้ไทก้าก็รู้ได้ทันทีว่าบีและฮานะความสัมพันธ์น่าจะไม่ใช่ธรรมดา คงต้องหาทางจับคู่ให้ซะแล้ว ไทก้ายิ้มน้อยๆอยู่ในใจพร้อมกับแผนการต่างๆนาๆขึ้นในหัว แต่ก่อนที่ไทก้าจะคิดไปไกลบีก็กล่าวขึ้น
"ข้าคิดว่า ไม่แน่ว่าการที่นาง้ายาของเ้า เพื่อนำไปใช้รักษาพ่อของนางก็เป็ได้"
"อืม..."ไทก้าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ
"เื่นี้เอาไว้ก่อนแล้วกัน หากเป็เพื่อนของเ้ายังไงข้าก็จะหาทางช่วยอยู่แล้ว"ไทก้ากล่าวกับบี
บีไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่ยิ้มออกมาเล็กน้อย ั้แ่เป็เพื่อนกับไทก้า บีกลับรู้สึกว่าในตอนนี้ตัวเองไม่โดดเดี่ยวอีกแล้ว
แต่แล้วไทก้าก็พูดประโยคที่บีคิดว่าน่าจะลืมไปแล้วออกมา"งั้นเราไปยังที่ต่อไปกันก่อนเถอะ"
"ห๊ะ..ข้าก็นึกว่าเ้าจะลืมแล้วซะอีก"บีถอนหลายใจเล็กน้อยก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ"ตายเป็ตายล่ะงานนี้"และเดินนำหน้าไทก้าไป
ทั้งสองคนเดินมาอีกทางซึ่งเป็ทางที่จะไปยังทางลงเหมือนกันแต่เป็อีกฝั่งเพื่อที่จะไปดูตำหนักแห่งหนึ่งที่ว่ากันว่าไม่มีใคร้าเดินผ่านแม้แต่น้อย
ตลอดทางเดินบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นเย็นสบาย มีเพียงแค่บีเท่านั้นที่เหงื่อตกเบาๆ ด้านหน้าเป็ตำหนักขนาดใหญ่พอๆ กับตำหนักของอาจารย์ใหญ่และดูเหมือนว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย
ไทก้าและบีมาหยุดอยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งด้านหน้าตำหนักวายุ ตำหนักนี้แม้จะใหญ่โตแต่ก็ไม่มีเวรยามคอยเฝ้าเลยสักคน
"นั่นคือตำหนักวายุ"บีกล่าวขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังหน้าตำหนักขนาดใหญ่
"ทำยังไงถึงจะเข้าไปได้ ข้าเดินไปเคาะประตูเลยได้มั๊ย"ไทก้ากล่าวขึ้นและกำลังจะเดินไปแต่ถูกบีห้ามไว้ซะก่อน
"เ้าไม่กลัวบ้างรึไง เด๋วก็ได้หยอดน้ำข้าวต้มหรอกไทก้า"บีกล่าวเตือนขึ้นเบาๆเชิงกระซิบ
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่นั้นก็มีเสียงพูดมาจากด้านหลังเบาๆ ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งทันที
"พวกเ้าเป็ใครกัน?"เป็น้ำเสียงที่นุ่มนวล กล่าวออกมาเบาๆ