ตอนที่6 เมืองซีอานค่ะ
ทว่ากันตภัทรเหลือบมองเห็นท่าทางสนใจเรียนรู้ของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆจึงสอบถามพร้อมกับลอบพิจารณาใบหน้าของเธอด้วยความตกตะลึงในความสวยงาม
ณิชาสะดุ้งเล็กน้อยที่จู่ๆมีเสียงทักทายเธอดังขึ้นมาจากชายหนุ่มเ้าของหนังสือ ทำให้เธอยิ้มอายๆพลางยอมรับตามจริงว่า
“ใช่ค่ะพอดีฉันจะไปท่องเที่ยวที่ประเทศนี้ ก็เลยอยากจะเรียนรู้ไว้เผื่อว่าจะใช้สื่อสารได้บ้าง”
ถึงแม้ว่าณิชามีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศกับพ่อบ่อยครั้งเพราะเธอต้องทำหน้าที่เป็เหมือนเลขากลายๆ ให้กับเขาทว่าประเทศที่เดินทางส่วนใหญ่เป็ประเทศแถบยุโรปส่วนประเทศจีนนั้นเธอไม่มีโอกาสไปกับพ่อสักครั้ง
ประการสำคัญคือพ่อไม่้าเดินทางไปประเทศจีนอีกซึ่งเธอไม่กล้าที่จะสอบถามพ่ออย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากร่างเก่าเป็คนหัวอ่อน ขี้ขลาดและเชื่อคนง่ายเกินไป
อีกทั้งร่างเก่าถูกแม่เลี้ยงสั่งสอนให้เป็คนอ่อนแอต้องทำตามคำสั่งโดยไม่มีข้อโต้แย้งมาั้แ่อายุได้แค่หนึ่งขวบฉะนั้นจึงถูกแม่เลี้ยงปั้นแต่งให้เติบโตมาเป็ดั่งคนรับใช้ส่วนตัวของแม่เลี้ยงและน้องสาวแสนดี
อย่างไรก็ตามในเวลานี้ณิชาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปเธอเป็เอสเปอร์ที่ชื่นชอบการเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่จึงกระหายการเรียนรู้ภาษาจีนเป็อย่างมากเพราะตั้งใจที่จะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น
“งั้นเอาไปอ่านก่อนก็ได้ครับกว่าเครื่องจะขึ้นก็คงอีกราวๆ สิบห้านาที ผมจะอ่านเล่มอื่นก่อนก็ได้”
กันต์แสดงความมีน้ำใจกับหญิงสาวด้วยความสนใจอย่างจริงจังเขารู้สึกว่าเธอน่าสนใจเพราะท่าทางของเธอไม่ได้บ่งบอกว่าจงใจเข้าหาเขาเพื่อสร้างความสนิทสนมแต่อย่างใดทว่าเธอดูเหมือนสนใจหนังสือในมือของเขามากกว่าประการสำคัญคือแววตาของเธอที่ไม่ได้มองเขาแบบผู้หญิงทั้งหลายที่เขาพบพานมาในเชิงชู้สาวจึงรู้สึกผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว
“ขอบคุณมากค่ะ”
ณิชายิ้มกว้างอย่างยินดีพลางรับหนังสือจากมือชายหนุ่มด้วยความกระตือรือร้นเธอ้าทดสอบทักษะพื้นฐานของตนเองอยู่พอดีว่าจะสามารถจดจำและเรียนรู้ได้รวดเร็วเหมือนเมื่อครั้งอยู่บนดาวเอเอสหรือไม่
จากนั้นณิชาก้มอ่านและฝึกออกเสียงตามแบบทดสอบอย่างตั้งใจท่าทางใส่ใจเรียนรู้ของณิชาทำให้กันต์ยิ้มน้อยๆ อย่างพอใจเขาลอบสังเกตเสี้ยวใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่ก้มหน้าอ่านหนังสือในมืออย่างขะมักเขม้นด้วยความหลงใหลกับเสน่ห์ของเธอมากขึ้นเรื่อยๆพลางคิดในใจอย่างคาดหวังว่า
‘เธอเดินทางไปประเทศจีนคนเดียวน่าจะยังไม่มีแฟน หากมีวาสนาต่อกัน พวกเราคงได้เป็เพื่อน หรือบางทีอาจเป็แฟนกันขอให้เธอไม่มีแฟนด้วยเถิด สาธุ ๆ’
……….
ด้านณิชาที่กำลังอ่านหนังสือเรียนรู้ภาษาจีนฉบับสนทนาในชีวิตประจำวันด้านอาชีพช่างอิเล็กทรอนิกส์อย่างเพลิดเพลินเธอรู้สึกว่าภาษาจีนมีเสน่ห์แตกต่างจากภาษาไทยบางส่วนทำให้เธอตั้งใจอ่านและเรียนรู้อย่างจริงจังซึ่งเธอพบว่าตนเองสามารถเรียนรู้ได้ล่าช้ากว่าเดิมเป็อย่างมากส่งผลให้การเรียนรู้ของเธอเป็ไปอย่างเชื่องช้ากว่าปกติราวห้าเท่ากระนั้นเธอก็ตั้งใจเรียนรู้อย่างไม่ย่อท้อ
จนกระทั่งมีเสียงเรียกเธอจากชายหนุ่มที่ให้ยืมหนังสือดังขึ้นมาว่า
“ใกล้ถึงเวลาพนักงานเรียกตรวจเอกสารแล้วครับคุณชื่ออะไรหรือครับ? ผมชื่อกันตภัทรคุณน่าจะเป็น้องผมไหม?เรียกผมว่าพี่กันต์ก็ได้ ไม่ทราบว่าคุณไปประเทศจีน เพื่อท่องเที่ยวหรือทำงานครับเผื่อผมมีอะไรพอช่วยคุณได้บ้าง?”
กันตภัทรแนะนำตนเองซึ่งเขา้าทราบข้อมูลเบื้องต้นของหญิงสาวที่แอบสนใจเผื่อว่าเขาจะสามารถช่วยเหลือเธอได้บ้าง อย่างน้อยเป็การทำความรู้จักกันไว้ก่อนที่จะแยกย้ายเมื่อไปถึงปลายทางแล้ว
“อ้อ!สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ....เทียนอู๋เหยาค่ะ เรียกว่าเหยาเหยาก็ได้พอดีจะเดินทางท่องเที่ยว และไปตามหาญาติทางแม่ด้วยค่ะ”
ณิชาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาพลางกล่าวทักทายอย่างมีมารยาทโดยเธอเลือกที่จะบอกชื่อจีนของตนเองแทนชื่อไทยซึ่งเธอแจ้งวัตถุประสงค์ที่แท้จริงกับเขาเนื่องด้วยััได้ถึงความจริงใจที่เขาแสดงออกมาเผื่อว่าเขาจะสามารถช่วยเหลือเธอได้ในอนาคต
“เทียนอู๋เหยาหรือครับ?”
กันตภัทรทวนชื่อของณิชาด้วยความสนใจทำให้ณิชายิ้มน้อยๆ พลางอธิบายเพิ่มเติมถึงที่มาและความหมายของชื่อตนว่า
“แซ่เทียนค่ะแม่เป็จีนพ่อเป็ไทย อู๋ ที่แปลว่า เปล่งประกาย ส่วนเหยาที่แปลว่า สวยงามค่ะ”
ณิชาอธิบายชื่อของตนเองพร้อมกับเปิดหน้าหนังสือที่มีความหมายชื่อตนเองให้เขาดูอย่างเป็กันเอง
“อ๋อ! อู๋เหยาแบบนี้นี่เอง ความหมายของชื่อไพเราะดีนะครับแล้วจะไปท่องเที่ยวหรือตามหาญาติที่ไหนละครับ?”
กันตภัทรถือโอกาสชวนคุยระหว่างที่กำลังรอพนักงานขานเรียกตรวจเอกสารจากผู้โดยสารเขาเกิดความรู้สึกอยากรับรู้เื่ราวของหญิงสาวมากขึ้นทว่าเขาไม่กล้าที่จะสอบถามเื่ส่วนตัวของเธอมากไปกว่านี้ จึงถามถึงวัตถุประสงค์ที่เธอแจ้งไว้ก่อนหน้าแทน
“เมืองซีอานค่ะ”
ณิชาตอบชื่อเมืองที่เธอพบสัญลักษณ์บนหยกห้อยคอตนเองเป็ชื่อเมืองโบราณที่ถูกสลักไว้บนหยกซึ่งเธอคิดว่าจะเริ่มต้นตามหาญาติทางแม่จากเมืองนี้ควบคู่ไปกับการหางานทำไปพร้อมด้วย ถึงแม้ว่าทักษะเอสเปอร์จะไม่มีหลงเหลืออยู่เลยก็ตามทว่าเธอมั่นใจว่าตนสามารถฟื้นฟูทักษะสะกดจิตได้อย่างแน่นอน
ถึงอย่างไรณิชามั่นใจว่าตนเองมีไพ่ลับจากเพื่อนสนิทซูเว่ยซึ่งเธอต้องรอเวลาให้ครบหนึ่งเดือนนับั้แ่ที่เกิดใหม่ก่อน จึงจะมีทักษะเพิ่มอีกหนึ่งอย่างโดยเป็ทักษะแบบสุ่มส่วนทักษะทั้งหมดที่เหลือนั้นจะปรากฏเมื่อใดเธอไม่อาจรู้ได้เพราะซูเว่ยพูดคลุมเครือ มีแค่บอกให้เธออดทนเท่านั้นซึ่งเธอคิดว่าตนเองสามารถอดทนเพื่อลูกได้อย่างแน่นอน
คำตอบของหญิงสาวทำให้กันตภัทรยิ้มแห้งๆอย่างกังวลใจ เนื่องด้วยเมืองที่เขาจะไปเรียนรู้งานนั้นอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ซึ่งห่างไกลจากเมืองซีอานมากพอสมควรโดยเขามีวันหยุดแค่วันอาทิตย์วันเดียวเท่านั้นไม่เพียงพอในการเดินทางไปเยี่ยมเยียนเธออย่างแน่นอนทว่าเขายังแอบมีหวังที่จะได้พบเธออีกในอนาคต
ครั้นพนักงานสายการบินเปิดให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินได้แล้วณิชาคืนหนังสือให้กับชายหนุ่มอย่างเสียดายทั้งคู่เดินเข้าแถวให้พนักงานตรวจสอบเอกสารก่อนเข้าเครื่องบิน
ปรากฏว่าที่นั่งของทั้งสองคนอยู่ติดกันโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้กันตภัทรอมยิ้มอย่างพึงพอใจเพราะอย่างน้อยเขายังมีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดสาวสวยอีกเกือบสามชั่วโมง
ณิชายิ้มกว้างอย่างยินดีเพราะเธอจะมีโอกาสได้ศึกษาภาษาจีนจากหนังสือของเขาอีก
เมื่อทั้งสองคนไปนั่งประจำที่เรียบร้อยกันตภัทรหยิบหนังสือให้กับณิชาอย่างรู้งานพลางบอกเธอด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใยว่า
“อ่านตามสบายเลยนะครับแต่ระวังจะปวดตา ให้พักบ้างก็ดี ผมยกหนังสือเล่มนี้ให้เลยครับ”
ณิชาตาโตเป็ประกายพลางหันหน้ายิ้มขอบคุณเขาอย่างยินดีที่เขาใจดีกับตนเองโดยยกหนังสือให้เธออ่านอย่างเต็มที่
“ขอบคุณมากค่ะ”
กันตภัทรหยุดหายใจชั่วขณะด้วยภาพรอยยิ้มหวานของหญิงสาวพร้อมกับแสงอาทิตย์ที่ส่องจากหน้าต่างเครื่องบินกระทบเข้ากับใบหน้าและเส้นผมของเธอส่องประกายสวยงามดั่งเทพธิดาบนสรวง์ จนทำให้เขาตาพร่ามัวไปชั่วครู่เขายิ้มเก้อเขินพลางตอบกลับเธอด้วยความรู้สึกหลากหลายว่า
“ไม่เป็ไรตามสบายครับ”
จากนั้นต่างคนต่างนิ่งเงียบไปโดยณิชาก้มหน้าอ่านหนังสือในมืออย่างตั้งใจและเพลิดเพลินจนไม่ได้สังเกตท่าทีของชายหนุ่มที่นั่งข้างตนเองซึ่งเขาแอบมองเธอเป็ระยะด้วยความห่วงใยและก่อเกิดความรู้สึกบางอย่างในใจเงียบๆ
..........
ด้านคฤหาสน์ครอบครัวศรีวรรณรงค์
นายณรงค์ศรีวรรณรงค์ พ่อของณิชา นั่งฟังลูกสาวคนเล็กพูดถึงพี่สาวหรือลูกสาวคนโตของตนด้วยความแปลกใจ
“พ่อคะพี่เหยาเป็ลมตอนนี้นอนอยู่โรงพยาบาล สงสัยคงเสียใจเื่หนูกับพี่แทนหนูโทรไปถามโรงพยาบาลแล้ว เห็นว่าหมออนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลวันนี้ค่ะอีกไม่นานน่าจะมาถึงบ้านละ”
“น่าสงสารหนูเหยานะคะต้องท้องไม่มีพ่อแบบนี้ ให้หนูเหยามาพักทำใจอยู่บ้านเรานี่แหละดีกว่าระหกระเหินไปอยู่นอกบ้าน”
สุภัสสรแม่ของสุพิชชาพูดเข้าขากับลูกสาวอย่างเข้าใจกัน เธอพูดแสดงน้ำใจให้สามีคล้อยตามจากนั้นจึงจะกำจัดลูกสาวของคนที่เป็มารหัวใจตนเอง เมื่อได้โอกาสจึงรีบคว้าไว้พร้อมกับใส่ไฟเื่น่าอับอายของลูกเลี้ยงให้สามีตนรังเกียจมากขึ้น
ณรงค์พ่นลมหายใจอย่างไม่พอใจในความอัปยศที่เขาได้รับจากพฤติกรรมของลูกสาวคนโตทำให้เขาตอบกลับภรรยาและลูกสาวคนเล็กว่า
“ปล่อยเหยาไปจะไปอยู่ที่ไหนก็ไป มีแต่เื่อับอายและทำให้ผมปวดหัวอยู่เรื่อย ต่อไปน้องเมย์ไม่ต้องพูดถึงเหยาอีกพ่อไม่อยากฟังเื่ลูกไม่ได้เื่คนนี้”
สุพิชชาเหลือบมองสบตากับแม่ตนเองพลางเหยียดยิ้มให้แก่กันอย่างพอใจทั้งคู่ไม่ได้รู้สึกเสียใจในปัญหาที่เกิดขึ้นของณิชาแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังรู้สึกพอใจกับโชคร้ายของณิชาที่จะกลายเป็คนเร่รอนหรือกลับมาเป็คนรับใช้ให้ทั้งคู่จิกหัวใช้ตลอดไป
“แล้วเื่น้องเมย์ที่จะจัดงานหมั้นกับคุณแทนละคะ?”
สุภัสสรถามสามีเกี่ยวกับงานหมั้นของลูกสาวตนเองซึ่งเธอ้าให้จัดงานเปิดตัวยิ่งใหญ่อลังการสมกับฐานะลูกสาวของตระกูลศรีวรรณรงค์ตระกูลที่ร่ำรวยในแวดวงสังคมไฮโซของเมืองไทย
“คุณจัดการแทนผมเลยก็ได้หวังว่างานหมั้นคราวนี้จะไม่มีผิดพลาดอีกนะ”
ณรงค์อารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อพูดถึงลูกสาวคนเล็กซึ่งเป็ลูกสาวที่สวยงามและเรียนเก่งมีหัวทางการค้าและสามารถดูแลธุรกิจของครอบครัวช่วยสร้างความรุ่งโรจน์กับตระกูลศรีวรรณรงค์ให้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคงกอปรกับลูกเขยที่มีฐานะร่ำรวยเทียบเท่ากัน ทำให้เขารู้สึกสบายใจมากขึ้น
“ตกลงค่ะฉันจะเจรจากับทางนั้นให้ดี คุณไม่ต้องเป็กังวลหรอกค่ะ คุณแทนรักกับน้องเมย์มานานถึงคราวที่จะมีความสุขเสียที พวกเราก็จะได้อุ้มหลานเร็วๆไงคะ”
สุภัสสรยิ้มกว้างที่สามีมอบหมายหน้าที่ให้ตนเองถึงแม้ว่าเขาจะกำชับไม่ให้มีเื่อื้อฉาวเกิดขึ้นอีกซึ่งเธอมั่นใจว่าตนเองสามารถเจรจากับครอบครัวฝ่ายลูกเขยได้อย่างดีรวมถึงอาจมีธุรกิจร่วมกันในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้เธออารมณ์ดีตามสามีเช่นกัน
“แม่คะ”
สุพิชชาพูดท้วงแม่ตนเองอย่างเขินอายถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับธีรภาพจะเกิดขึ้นก่อนเขาจะแต่งงานกับพี่สาวตนก็ตาม ทว่าเธอยังรู้สึกตื่นเต้นและเขินอายเมื่อจะได้หมั้นและแต่งงานกับเขาจริงๆเสียที เป็ความสุขใจที่เธอรอมานาน
“แหมน้องเมย์ไม่ต้องเขินอายหรอกลูก คนรักกันก็ไม่ต้องหลบซ่อนอีกต่อไป”
สุภัสสรพูดหยอกลูกสาวอย่างเอ็นดูเธอรู้สึกโล่งใจที่ลูกพบรักกับชายที่คู่ควรทั้งหน้าตาและเกียรติยศฐานะซึ่งเธอแอบคิดเยาะเย้ยอดีตภรรยาของสามีของสมเพชว่า
‘ชิชะ! เทียนเจียวมิ่ง เธอเป็แค่คนจีนจนๆ ริอ่านจะจับพี่ณรงค์ของฉันงั้นหรือ? วันนี้ฉันกำจัดลูกสาวเธอพ้นทางน้องเมย์ไปแล้วต่อไปตระกูลศรีวรรณรงค์จะเป็ของฉันกับลูกเท่านั้น ไม่ใช่จีนพลัดถิ่นอย่างเธออีกต่อไป’
ส่วนสุพิชชายิ้มเยาะให้กับโชคชะตาพลิกผันของพี่สาวอย่างยินดีเธอไม่เป็กังวลกับการเปลี่ยนแปลงท่าทีของพี่สาวแต่อย่างใดเพราะเชื่อว่าในประเทศไทยและอีกหลายประเทศที่ตระกูลศรีวรรณรงค์ประกอบธุรกิจ พนักงานล้วนมีแต่คนของแม่เธอทั้งสิ้น
“หึๆ ณิชาเธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นหรือ? รู้จักฉันกับแม่น้อยไปซะแล้ว ดูสิว่าจะไปมุดหัวอยู่ที่ไหนฉันจะทำให้แกนอนตายตาไม่หลับเชียวละ คอยดูความสุขของฉันกับพี่แทนด้วยนะ”สุพิชชาพึมพำอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของพี่สาว