รอรัก รอแค้น

    บทที่ 16 เรื่องราวในอดีต 1 NC

    หลังจากนั้นพิธีเริ่มขึ้น อาจารย์เริ่มบริกรรมคาถาบางอย่างศศิธรและเวทิศนั่งพนมมือตั้งจิต และภาพตรงหน้าค่อยๆ หายไปแปลเปลี่ยนเป็นความมืดและมีภาพบางอย่าง แทรกเข้ามาในระยะเวลาไม่กี่นาทีเสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากสุดยิ่งใหญ่อลังการสมฐานะของเจ้าบ่าว ผู้คนภายในงานต่างสนุกสนานกับวงดนตรีจะมีเพียงเจ้าบ่าวของงานเท่านั้นที่เดินด้วยสีหน้านิ่งเฉย การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงแค่เรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงกันเอาไว้ เขาหาได้ผูกสมัครรักใคร่ในตัวเจ้าสาวไม่ ขบวนขันหมากเคลื่อนมาเรื่อยๆ จนถึงประตูเงินประตูทองเจ้าบ่าวของงานผ่านประตูเงินประตูทอง จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องห้องหนึ่งในบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่า ที่หน้าห้องมีบิดาและมารดาของฝ่ายหญิงยืนยิ้มรับ“ฝากดูแลลูกสาวที่รักของข้าด้วย” ผู้เป็นมารดาเอ่ยอัครเดชเพียงแค่พยักหน้ารับนิ่งๆ แล้วมารดาของฝ่ายเจ้าสาวเป็นผู้เปิดประตู ห้องให้เขาเข้าไปรับตัวเจ้าสาวออกมา เมื่อเขาเดินเข้าห้องประตูห้องปิดลงเหมือนจะเปิดโอกาสให้เขาได้ทำความรู้จักกับเจ้าสาวก่อนที่จะเข้าพิธีสมรส ก็ควรจะเป็นอย่างนั้นเพราะเขาได้เจอเจ้าสาวเป็นครั้งแรก เขารู้เพียงแค่ตัวเองต้องแต่งงานกับลูกเศรษฐีผู้หนึ่งที่แม่หมายมั่นให้เขาไม่สนใจด้วยซ้ำเพราะอย่างไรเสียเขาก็ต้องแต่งงานกับหญิงผู้นี้ จะเจอเมื่อไหร่ อย่างไรก็ต้องแต่งงานกับเธออยู่ดีเขาจึง ไม่ยอมมาพบเธอ จนกระทั่งวันนี้วันที่เขาและเธอต้องเข้าพิธีสมรสร่วมกัน เขาเดินเข้ามาในห้องเขาพบเจ้าสาวของเขาอยู่ในชุดไทยภาคเหนือดูสวยงามวิจิตรกำลังนั่งหันหลังให้เขาเธอหันหน้าเข้าหากำแพง ไหล่เล็กๆ ไหวไปมาเหมือนคนกำลังร้องไห้“ข้ามารับเจ้าไปเข้าพิธี”หญิงคนนั้นยกมือขึ้นทำอะไรสักอย่างบนหน้าตัวเอง ก่อนหันกลับมาช้าๆ เพียงพบสบตาคู่นี้ทำให้หัวใจเขาเต้นแรง ใจเขาตกลงไปอยู่ตาตุ่ม หญิงคนนี้ดูสวยหวานยิ่งมีเครื่องประดับและอาภรสวยงามยิ่งส่งเสริมความงามเธอมากขึ้นไปเป็นไหนๆ“เจ้างามเหลือเกินเมียรักของข้า”“เจอกันเพียงชั่วครู่รักแล้วหรอเจ้าคะ” เธอตอบกลับด้วยสีหน้าไร้อารมณ์“ใยเจ้าจึงพูดจามะนาวไม่มีน้ำเช่นนั้นเล่า”“ขอประทานโทษเจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะระวังวาจาให้มากกว่านี้”“ไม่เป็นไรหรอกน้องพี่ เจ้าชื่ออะไร” เขาช้อนค้างเธอขึ้นสบตาเพื่อจะได้มองดวงหน้าหวานนั้นชัดๆ“กลิ่นแก้วเจ้าค่ะ”“ข้าชื่ออัครเดช ไปเถอะยอดรักคนข้างนอกเขารอเรากันนานแล้ว”ชายหนุ่มประคองหญิงสาวเข้าไปประกอบพิธีแต่งงานในใจคิดว่า มารดาตนเองช่างตาถึงนักที่เลือกสรรหญิงงามเช่นนี้มาให้เขา ดูจากคำพูดกิริยา วาจาแล้วพร้อมเสมอเขา เธอทำให้เขารู้สึกว่าเมียบ่าวเมียไพร่ที่เขาผ่านมา เทียบไม่ได้แม้ปลายเล็บของหญิงผู้นี้เลยพิธีแต่งงานผ่านไปจนกระทั่งถึงเวลาที่ฝ่ายเจ้าบ่าวรอคอยมาทั้งวันก็คือการเข้าห้องหอฝ่าย เจ้าบ่าวทนรอให้พ่อและแม่ของทั้งสองฝ่ายออกจากห้องหอแทบไม่ไหวจนเมื่อพิธีส่งตัวเสร็จลงเหลือเพียงแค่บ่าวสาวนอนจ้องตากันตามพิธี“เจ้างามนัก ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งงาม” ไม่พูดเปล่าเขาไล่นิ้วมือไปตามแขนกลิ่นแก้วตกใจตัวสั่น แต่เธอพยายามเก็บอารมณ์เอาไว้ข้างในใจ“ปล่อยข้าเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะไปอาบน้ำเข้านอน” เธอจะลุกไปอาบน้ำ แต่ติดสายสินหลายเส้นที่ติดกับสามีอยู่ อัครเดชยิ้มและกระตุกข้อมือหญิงสาวล้มตัวนอนบนเตียงเขารีบพลิกขึ้นคร่อมร่างเธอ“ทำอะไรเจ้าคะ ปล่อยข้าเจ้าคะ”“รู้หรือไม่ว่าหน้าที่ของภรรยามีอะไรบ้าง”“ดูแลงานบ้านงานเรือนให้ผู้เป็นสามีรวมทั้งทำให้สามีหายเหนื่อยหลังกลับมาจากการงานเจ้าค่ะ”“ยังมีอีก~ เจ้ารู้หรือไม่ว่าอะไร” เขาไล่มองตั้งแต่ดวงตาที่สั่นระริกไปด้วยความหวาดกลัว ต่ำลงไปที่แก้ม ต่ำลงไปต้นคอ ลงมายังเนินอกที่มีผ้าผืนงามพรรณเอาไว้“ไม่ทราบเจ้าค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือง“ให้ความสุขแก่สามีไงเล่า” ว่าจบแล้วเขากระตุกผ้าที่รอบอกเธอออกและดึงมันออกทีเดียวทั้งผืนจนเห็นเม็ดบัวชมพูสะพรั่งเต็มวัยสาวชูช่อต่อสายตาเขา“ว้าย!!” มือเล็กรีบกอดปิดของสงวนตัวเองทันที หากแต่ถูกมือใหญ่ของอีกคนหนึ่งตึงไว้ข้างลำตัว“นี่ก็เป็นหน้าที่ของภรรยานะ หากเจ้าไม่ปฏิบัติวันนี้วันหน้าเจ้าก็ต้องทำอยู่ดีสู้ยอมให้ค่าเชยชมตั้งแต่ตอนนี้ ข้าอาจจะได้ไม่ทำเจ้าเจ็บปวดมาก” สีหน้าเขาบ่งบอกถึงความต้องการเต็มที่ หากเธอไม่ยอม เขาก็จะใช้กำลังทำให้หญิงสาวยอม เขาก้มหน้าลงเชยชมเม็ดบัวเม็ดงามทั้งสองอย่างเมามัน โดยไม่สนใจหญิงสาวที่นอนน้ำตาร่วงเลยแม้แต่น้อยกลิ่นแก้วปล่อยน้ำตาให้ไหลออกจากดวงตา เธอพยายามกัดริมฝีปากไม่ให้ปล่อยเสียงสะอื้นออกมา ขณะนี้เธอสมเพชตัวเองเหลือเกินที่ต้องมาทนให้ชายที่เธอรู้จักเพียงไม่ถึงวันเชยชมร่างกายที่หวงมานานหลายปี แต่เอาเถิดอย่างไรเสียเขาก็เป็นสามีของเธออย่างใดวันใดวันหนึ่งเขาก็ต้องได้เชยชมเธออยู่แล้ว เธอจะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุดจะได้ไม่เสื่อมเสียถึงหน้าพ่อหน้าแม่เธอ ในระหว่างที่เธอกำลังสร้างขวัญกำลังใจให้ตัวเองอยู่นั่นเองเธอรู้สึกเหมือนขาเรียวเล็กทั้งสองข้างจะถูกจับแยกออกจากกันพร้อมทั้งรวบผ้าถุงให้สูงขึ้นมากองอยู่บริเวณหน้าท้อง“ว้าย! อย่าเจ้าค่ะ!” เธอรีบปิดของสงวนเธอแทบไม่ทัน แต่แล้วเธอก็ต้องยกมือออกเพราะสายตาขู่บังคับของเขา“งามจริงๆ ข้าเชยชมหญิงบริสุทธิ์เช่นเจ้ามามากแต่ไม่มีผู้ใดงามติดตราตรึงใจเท่าเจ้า”“ได้โปรดอย่ามองเช่นนี้” เธอทั้งเขิน ทั้งสงสารตัวเองในเวลาเดียวกันแต่เหมือนความรู้สึกแรกจะมากกว่าชายหนุ่มไม่รอช้ารีบส่งนิ้วมือไปสัมผัสกลิ่นผกาสีสวยทันที เขาบีบคลึงกลีบผกาให้เกสรผลิตน้ำหวานออกมาเพื่อเขาจะได้ส่งนิ้วเข้าไปทักทายในช่องทางดอกไม้“อืมมมม”เสียงครวญครางหวานหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากพร้อมกับน้ำเกสร อัครเดชส่งปลายนิ้วกลางเข้าโพรงน้ำหวานเขาเริ่มจากการจับจังหวะขยับมันช้าๆ แล้วแปลเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้น“อาาา..อืมมม...พอ...พอเจ้าค่ะ….อาาา...อ๊าาาา”หญิงสาวครวญครางไม่เป็นภาษาด้วยเวลาอันรวดเร็ว เพราะความไร้ประสบการณ์ของเธอ กลิ่นแก้วเกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำหวานออกมาอย่างรวดเร็ว เธอทิ้งร่างอ่อนปวกเปียกบนที่นอน เธอทวยระทมปล่อยให้เขาจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ชายหนุ่มลุกขึ้นถอดอาภรณ์ตนเอง พร้อมกับสายสิญจน์ที่พันข้อมือของเขาออกด้วย เขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับยกขาเล็กของเธอวางบนหน้าขา เขาขยับขึ้นลงเตรียมความพร้อมให้เธอเล็กน้อยแล้วค่อยสอดประสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเธออย่างแผ่วเบา หวังให้เธอเจ็บน้อยที่สุดแต่ดูเหมือนก็ไม่ได้ผลตรงกันข้ามสีหน้าเธอแสดงออกถึงความเจ็บปวดอย่างชัดเจน แต่แทนที่เธอจะร้องโวยวายผลักไสเขาเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นเธอกลับกำชายผ้าปูที่นอนแน่นเม้มริมฝีปากสะกดกลั้นอารมณ์เจ็บปวดเอาไว้ ชายหนุ่มเห็นแล้วก็ทึ่งในตัวเธอจริงๆ เขาสั่งให้เธอปฏิบัติตาม เธอก็ไม่ก่อความรำคาญให้เขาเลยสักนิด ถึงตัวเองจะเจ็บมากอยู่ก็ตามเขายิ้มเอ็นดู เขาช่วยสะกิดเม็ดเกสรกระตุ้นอารมณ์ช่วยคลายความเจ็บปวดให้เธอ เมื่อขยับเข้าไปจนสุ ดทางกุหลาบแล้ว เขานิ่งเพื่อให้เธอปรับสภาพเข้าหาเขาซะก่อน กลิ่นแก้วเธอเจ็บปวดได้เพียงชั่วครู่ความเจ็บปวดนั้นก็กลับแปรเปลี่ยนเป็นอารมณ์วาบหวิว เธอร้อนรุ่มกระสับกระส่ายจะให้เขาทำอะไรสักอย่างแต่เธอไม่กล้าเอ่ยร้องขอเขาด้วยเหตุที่ว่ามันดูไม่งาม เธอทำได้เพียงแค่บิดตัวไปมาคลายความรู้สึกนั้น ชายหนุ่มเห็นอากัปกิริยานั้นแล้วเขารู้ทันทีว่าเธอต้องการอะไรเขาเริ่มขยับตัวเข้าออกช่องทางกุหลาบเธอจากจังหวะช้าๆ และเร็วขึ้น เร็วขึ้น“อืมม...โอ๊ยย...อืมมมม...ดี...ดีมากก...อ๊ายยย”เสือนักล่าผู้หญิงเช่นเขาต้องถึงกับร่ำร้องไม่เป็นภาษาเพราะหญิงสาวแรกรักตรงหน้า ความงดงามไร้เดียงสาของเธอ กระตุ้นอารมณ์ให้เขาได้มากเหลือเกินมากกว่า หญิงที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนที่เขาเคยผ่านมาเสียอีก ยิ่งเห็นทีงานนี้เขาคงไม่ต้องมีเล็กมีน้อยแล้วกระมั้งมีแค่เมียเอกคนเดียวกับเพียงพอ“อาาา...อ๊าาาาส….”“อืมมม….โว๊ยยยย”เสียงร้องทั้งสองคนบวกกับท่วงทำนองเพลงรักเร่าร้อนที่ฝ่ายชายเพียรบรรจงให้หญิงสาวมากเท่าใด ความวาบหวิวยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้นจนอากาศเย็นยะเยือกภายนอกไม่สามารถกลบความร้อนของทั้งสองคนได้เลยทั้งสองขยับเข้าหากันจนถึงจุดสูงสุดของอารมณ์และทั้งสองคนก็สามารถจับจูงพากันไปถึงสวนสวรรค์แห่งความต้องการได้สำเร็จ“โว้ยยยย”“กรี๊ดดดด”หลังจากปลดปล่อยหมดสิ้น อัครเดชถอดถอนแก่นกายของตัวเองออกช้าๆ และล้มตัวลงนอนข้างกายหญิงสาว กลิ่นแก้วพักเหนื่อยชั่วครู่ขยับตัวลุกขึ้นทั้งที่ร่างกายเจ็บระบมไปทั้งตัวโดยเฉพาะส่วนความเป็นหญิงที่เจ็บจนเธอแทบขยับตัวไม่ได้แต่เธอกัดฟันฝืนลุกขึ้นไปจัดการสภาพตัวเองให้เรียบร้อย“จะไปไหน” อัครเดชจับหญิงสาวให้นอนลงที่เดิม“ข้าจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเจ้าค่ะ”ชายหนุ่มยอมปล่อยแล้วมองหญิงสาวเปลี่ยนชุดแล้วถอดเครื่องประดับออกให้เรียบร้อย เธอกลับมาพร้อมกับพวงมาลัยที่เธอเตรียมมา เธอคุกเข่าลงปลายเตียงนำพวงมาลัยส่งให้เขาพร้อมกับก้มลงกราบเท้า“เจ้าทำอะไร”“ทำตามหน้าที่เจ้าค่ะ ถึงข้าจะไม่อยากเป็นภรรยาของท่านแต่นี้เมื่อเป็นแล้ว ข้าจะปฏิบัติหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดให้สมกับเกียรติของท่าน”