ตอนที่ 6 คิดจะปล้นเมืองของข้าอย่างนั้นรึ
“หยุดเดียวนี้เลยนะเจสสิก้า!! ตอนนี้พวกเราควรปล่อยให้ท่านอากอร์นได้พักผ่อนอย่างสงบคนเดียวของท่านไปส่วนพวกเราควรที่จะทำหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมายไว้ให้เสร็จนะข้าคิดว่าท่านอากอร์นคงจะชอบใจมากกว่าการที่เ้าเข้าไปรบกวนเขาเสียอีก”
เรเว่นส่งเสียหยุดเจสสิก้าทันทีพร้อมกับบอกให้นางกลับมาทำหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมายไปพร้อมกับบอกด้วยว่านางอาจจะได้รับคำกล่าวชมจากอากอร์นแต่หากว่านางเข้าไปรบกวนผลที่ออกมาทันอาจจะเลวร้ายก็เป็ได้.......
“ขะ......ขะ.....ข้า.......ข้าเข้าใจแล้วหากว่าทำงานที่ท่านอากอร์นมอบหมายไว้เสร็จข้าก็จะได้รับคำชมและอาจจะได้อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจของเขาสินะ?”เจสสิก้าทำหน้าเข้าใจในความหมายของเรเว่นแต่ทว่าความหมายที่นางเข้าใจนั้นมันกับเกินไปเลยนิดจนทำให้ทุกคนถึงกับปวดขมับเลย......
“ก็อาจจะใช่นะ”เรเว่นไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีเขาจึงได้เออออห่อหมกไปกับนางด้วย.......
“จริงอย่างนั้นเหรอท่านเรเว่นที่ว่าทำงานที่ท่านอากอร์นมอบหมายให้แล้วจะได้อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจของท่านอากอร์นหนะ?”ส่วนหญิงสาวเจนนี่กับลอลิเองก็เป็ไปด้วยกับเจสสิก้าพวกนางต่างก็ส่งเสียงถามเรเว่นอย่างคาดหวังเช่นกัน......
“คือว่า........คือ........เฮ้อ.......ก็ตามที่พวกเขาเข้าใจนั่นแหละ”
เย้!!!
“ข้าจะทำมันให้สำเร็จทุกอย่างเลยทำให้มากกว่าใครจะได้อยู่ในอ้อมอกอ้อมใจของท่านอากอร์นแต่เพียงผู้เดียวหึ หึ หึ” เจสสิก้ารีบพูดข่มทั้งสองสาวในทันทีพร้อมกับหัวเราะอย่างชอบใจ.....
“ฝันไปเถอะต้องเป็พวกเราสองพี่น้องต่างหากละที่จะทำงานสำเร็จได้มากกว่าแบร่ๆ”เจนนี่เองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกันนางรีบพูดสวนออกไปในทันทีก่อนที่นางกับลอลิจะเดินจากไป......
“เฮ้อ.......ข้าละปวดหัวแทนท่านอากอร์นจริงเลย”ฮอล์สันที่เห็นการทะเลาะกันของทั้งสามสาวเขาก็อดที่จะรู้สึกปวดหัวไม่ได้กับเื่ที่เกิดขึ้นนี้......
“นั้นสินะ น่าปวดหัวจริงๆสงสัยต้องทำลายสมองทิ้งแล้วละ” วิลเลี่ยมที่ยืนอยู่ข้างๆก็พูดขึ้นเช่นกันแต่ทว่าน้ำเสียงและคำพูดของเขามันช่างน่าขนลุกยิ่งนัก........
“เอาละแยกย้ายก็ไปทำงานได้แล้วส่วนเ้าเจมส์เ้ารับหน้าที่พาพวกหญิงสาวเหล่านี้กลับไปส่งที่ครอบครัวของพวกนางที”เรเว่นรีบตัดบทของทุกคนทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้เขาจึงได้มอบหมายให้เจมส์วิชรับหน้าที่พาเหล่าหญิงสาวชาวบ้านไปส่ง.......
กุบกับ!! กุบกับ!! กุบกับ!!
“นั่น!! นั่นมันเหล่าหญิงสาวที่ถูกจับตัวไปนิ?”
หือ.......?
“ลูกพ่อ!! ลูกสาวสุดที่รักของพ่อ!!”
“เมียข้า!! นั่นเ้าใช่ไหม?”
“แม่!! แม่ฮะ......แม่ฮะ”
เมื่อขบวนรถม้าที่เหล่าหญิงสาวขึ้นมาได้เข้ามาภายในเมืองเหล่าชาวบ้านที่รวมตัวกันอยู่ที่ลานกว้างกลางเมืองเพื่อช่วยกันแปรรูปไม้ที่ตัดมาก็ได้หยุดมือของพวกเขาก่อนที่จะมีคนส่งเสียงะโหลังจากที่เห็นพวกนางจากนั้นเสียงเรียกด้วยความยินดีก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเหล่าครอบครัวของหญิงสาวที่พอกันวิ่งเข้าไปหาพวกนาง.......
ฮือ.......ฮือ.......ฮือ
ภายในลานกว้างกลางเมืองตอนนี้มันเต็มไปด้วยเสียงสะอื้นร้องไห้ดังระงมไปหมดทว่าเสียงร้องไห้นี้ไม่ใช่ร้องเพราะความเสียใจแต่เป็เพราะความยินดีปรีดาที่ได้พบเจอบุตรสาวมารดาและภรรยาของตนต่างหากซึ่งพวกเขาได้ทำใจเอาไว้แล้วว่าคงจะไม่ได้พบเจอกันอีก.......
“ขอบคุณท่านเ้าเมือง!!”
“ขอบคุณท่านเ้าเมือง!!”
เสียงสรรเสริญขอบคุณต่ออากอร์นได้ดังขึ้นจากเหล่าชาวบ้านที่ได้คนในครอบครัวกลับมาซแต่ก็มีหลายคนที่รู้สึกเศร้าใจอยู่ไม่น้อยเพราะหากว่าอากอร์นมาเร็วกว่านี้อีกหน่อยพวกเขาก็คงจะได้ตัวคนในครอบครัวกลับมาด้วยเช่นกัน.....
“ท่านเจมส์วิชไม่ทราบว่าท่านอากอร์นไปไหนหรือขอรับ?”ทันใดนั้นชายชราก็เดินเข้ามาให้เจมส์วิชที่ยืนอยู่ข้างๆขบวนรถม้าที่เหล่าหญิงสาวนั่งมา.......
“ตอนนี้ท่านอากอร์นอยู่ที่ประสาทกำลังยุ่งอยู่กับการคิดค้นหาวิธีการที่จะทำให้เมืองเซนต์จูรี่แห่งนี้กลับมามีชีวิตชีวาอั๊กครั้งหนึ่งอยู่แต่ทว่าด้วยตัวของท่านอากอร์นคนเดียวคงไม่อาจที่จะทำมันได้สำเร็จหากแต่ว่า.......”ถึงแม้เจมส์วิชจะไม่ได้มีอายุมากแต่เขาก็เป็คนฉลาดไม่น้อยเขาจึงสรรหาคำพูดที่สวยหรูออกมาพูดให้กับชายชราและคนที่อยู่รอบๆได้ฟังก่อนจะหยุดพูดไปและแสดงสีหน้าที่ดูเป็กังวลและกลุ้มใจออกมา.......
“พวกเราจะช่วยเอง!!”
“ใช่ พวกเราจะช่วยท่านอากอร์นอีกแรงเอง!!”
ข้าด้วย!!
พวกเราก็ด้วย!!
เพียงไม่นานเหล่าชาวบ้านที่อยู่โดยรอบต่างก็พากันส่งเสียงขึ้นมาว่าพวกเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนอากอร์นอย่างเต็มที่เพื่อให้เมืองกลับมาเป็เช่นเดิม......
“พวกเ้าพูดจริงอย่างนั้นเหรอ? โอ้ว!!นี่มันเยี่ยมไปเลยนะหากท่านอากอร์นรู้เข้าเขาต้องดีใจแน่ๆและอีกไม่นานเมืองนี้จะต้องกลับมาเป็เช่นเดิม”เจมส์วิชเห็นว่าทุกคนเริ่มที่จะเห็นด้วยทั้งหมดแล้วเขาก็ไม่รอช้าพูดเสริมเข้าไปเพื่อให้ทุกคนมีแรงฮึกเหิมขึ้น......
“เชื่อมือพวกเราได้เลยท่านเจมส์วิช!!”
“ใช่ ใช่ ถึงแม้ว่าข้าจะหน้าตาโง่ๆแต่เื่กำลังไว้ใจข้าได้เลย!”
“ข้าเองก็เก่งเื่การทำเกษตรกรรมนะไม่ว่าจะปลูกสมุนไพรแบบใดไว้ใจข้าได้เลย”
“พวกเราก็ช่วยเื่การเย็บปักถักร้อยได้นะเ้าค่ะ”
ต่างคนต่างก็ส่งเสียงบอกถึงความถนัดของตัวเองออกมาซึ่งทุกคนในที่นี้ล้วนมีความสามารถเกือบจะครบทุกด้านเลยทีเดียวหากว่าทุกคนช่วยกันอีกไม่นานเมืองนี้ต้องพัฒนากลับมาเป็ดังเดิมได้อย่างแน่นอนแต่ตอนเื่สำคัญที่สุดคงเป็เื่กำแพงและเสริมความปลอดภัยให้กับประชาชนชาวบ้านเหล่านี้เสียก่อน........
“ขอบคุณทุกคนแทนท่านอากอร์นด้วยที่ยอมช่วยเหลือและข้าเชื่อมั่นว่าทุกคนจะได้ทำมันแต่ตอนนี้พวกเราควรเร่งการซ่อมแซมประตูเมืองก่อนอันดับแรกก็เริ่มจากไม้พวกนี้”เจมส์วิชรู้สึกปีติยินดีเป็อย่างมากที่เห็นทุกคนพร้อมใจกันช่วยแต่ทว่าเขาต้องทำในสิ่งที่ทำได้ก่อน.......
โอ้วววว!!
หลังจากที่จัดการเื่หญิงสาวที่ถูกช่วยมาเสร็จแล้วเจมส์วิชก็ได้จัดสรรคนส่วนหนึ่งออกไปตัดไม้เพิ่มเพื่อนำมาใช้ในงานอื่นๆเพราะในอนาคตพวกเขายังต้องใช้มันอีกมากแน่นอนและอีกเหตุผลหนึ่งก็คือพื้นที่รอบๆนี้มีต้นไม้เยอะเกินไปจนทำให้มองเห็นได้ยาก......
กลับมาที่อากอร์นหลังจากที่เขามาถึงปราสาทเข้าก็รีบเดินเข้าไปในตัวปราสาททันทีเพื่อไปยังห้องนอนของเขาที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ก่อนหน้านี้โดยเรเว่นและเจสสิก้าซึ่งห้องนอนของเขานั้นไม่ได้หรูหราแต่อย่างใดจะเรียกว่าห้องยังแทบจะไม่ได้เลย.......
เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในปราสาทนี้ถูกปล้นไปหมดแล้วที่มีอยู่ก็เพียงแค่เตียงเก่าๆที่นำมาซ่อมใหม่กับผ้าปูนอนที่เขาเคยใช้ในตอนเดินทางเท่านั้นแต่อากอร์นก็ไม่ได้คิดมากเพราะเขาชินแล้ว......
ตุบ!!
“ในที่สุดก็ได้นอนสักที ขอนอนให้เต็มอิ่มหน่อยเถอะ!!”เมื่อหลังถึงที่นอนอากอร์นก็ไม่รู้ช้าที่จะนอนหลับอย่างมีความสุขและง่ายดาย.......
ครอกฟี้...........ครอกกกกกก!!
่เวลายามเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดราตรีก็มาเยือนและเริ่มที่จะมืดขึ้นมือขึ้นจนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวที่สวยงามและดูสงบยิ่งนักทว่ามันกับไม่ได้สงบอย่างที่ตาเห็นเลยเพราะในขณะนี้ที่ด้านนอกเมืองนั้นมีกลุ่มคนจำนวนมากกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างช้าๆ......
ที่ด้านนอกเมือง ณ ชายป่า.......
“พวกแกมั่นใจนะว่ามีเ้าเมืองคนใหม่มาแล้ว?” ใดนั้นเองเสียงของชายวัยกลางคนที่หน้าตาดุร้ายสวมชุดขนสัตว์คลุมทั้งตัวก็ได้เปิดปากถามขึ้น.......
“มั่นใจสิลูกพี่ข้าเห็นมากับตาเลยว่ามีกองกำลังจำนวนหนึ่งพึ่งมาถึงเมืองเมื่อสองวันก่อนหน้านี้และจากที่ข้าได้แอบเข้าไปสอบถามพวกชาวบ้านแล้วก็ยิ่งมั่นใจว่าใช่เพราะทุกคนต่างก็พูดออกมาเป็เสียงเดียวกันเลยว่านั้นเป็กองกำลังของเ้าเมือง”ชายร่างผอมหน้าตาเ้าเล่ห์พูดตอบชายวัยกลางคนที่ถามมันอย่างออกรสออกน้ำ......
“ดี!! ในที่สุดเ้าเมืองคนใหม่ก็มาเสียทีและดูจากทหารยามที่เฝ้าอยู่บนกำแพงแล้วไอ้เ้าเมืองคนนี้คงมั่งคลั่งน่าดูเลยถึงสามารถซื้อชุดเกราะให้กับหทารได้แต่.......ต่อให้พวกมันมีชุดเกราะแล้วยังไงหากว่าต้องเจอกับกองกำลังครึ่งหมื่นแบบนี้พวกมันก็ต้องตายอยู่ดีหึ หึ หึ!!”ชายวัยกลางคนหน้าดุพูดขึ้นพร้อมกับเลียริมฝีปากตัวเองไปด้วยอย่างกระหาย.......
รวมถึงคนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังของมันอีกห้าพันกว่าคนด้วยที่มีท่าทางกระหายเืไม่ต่างจากหัวหน้าของพวกมันซึ่งกลุ่มโจรของพวกมันนั้นเป็กลุ่มโจรขนาดกลางที่มีอำนาจในแทบนี้และด้วยจำนวนคนที่มากถึงครึ่งหมื่นกลุ่มของพวกมันจึงได้สร้างชื่อเสียงและออกปล้นมามากมาย......
แต่ทว่าพวกมันกลับไม่ได้รู้เลยว่ากองกำลังของอากอร์นนั้นแข็งแกร่งขนาดไหนโเี้กว่าพวกมันขนาดไหนและที่สำคัญที่สุดคือประสบการณ์ในการรบของแต่ละคนนั้นไม่น้อยเลยทีเดียวทุกคนเคยเกือบที่จะไปเฝ้ายมทูตกันทั้งหมดแล้ว.......
ด้วยกำลังเพียงสองพันคนนี้พวกเขาเคยต้านทานทัพหมื่นมาแล้วและก็สามารถเอาชนะมาได้ด้วยโดยที่ไม่มีใครตายเลยสักคนเดียวและที่เป็แบบนั้นก็เพราะว่าอากอร์นผู้บัญชาการการรบด้วยตนเองและวางกลยุทธ์จนสามารถเอาชนะศัตรูมาได้......
บวกกับเหล่าอัศวินคู่กายผู้แข็งแกร่งอย่างเรเว่นกำแพงเกราะอย่างฮอล์สันจอมบ้าดีเดือดอย่างแรมโบ้และนักทำลายสมองอย่างวิลเลี่ยมด้วยแล้วจึงทำให้เขาชนะศึกได้ทุกคนไปจนมาตอนนี้เขาได้เจมส์วิชเด็กหนุ่มผู้เืร้อนแต่มีไหวพริบมาช่วยทำให้กองทัพสามารถบุกฝ่าได้ดีขึ้น.....
มีเจนนี่และลอลิคอยคุ้มกันปกป้องอยู่ข้างกายระวังไม่ให้มีนักฆ่าคนไหนเข้ามาใกล้ตัวอากอร์นได้และยังมีเจสสิก้าจอมเวทย์สาวขี้เล่นแต่ฝีมือไม่เล่นอีกคนและเมื่อรวมทั้งหมดความด้วยกันแล้วกองกำลังของอากอร์นจึงแข็งแกร่งอย่างมากและมีชื่อเสียงอย่างมากในที่ที่เขาจากมา........
พรึบ!!
“คิดจะปล้นเมืองของข้าอย่างนั้นรึ? ”
ทันใดนั้นร่างร่างหนึ่งก็ได้มาปรากฏขึ้นที่บนกำแพงอย่างไม่มีใครได้รู้ตัวพร้อมกับพูดขึ้นอย่างดูถูกก่อนจะแสยะยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความยินดีและตื่นเต้นเหมือนกับเด็กที่เห็นของเล่นใหม่อยู่ตรงหน้าอย่างนั้นแหละ.......
พรึบ พรึบ พรึบ พรึบ!!
“ตื่นแล้วอย่างนั้นเหรอขอรับท่านอากอร์น?”