เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 71 แม่สื่อ

            หลังงานเลี้ยงต้วนอวิ๋นซินก็พูดคุยกับโจวชิงหวาและหนีเจียเอ๋อร์ต่ออย่างเพลิดเพลิน แต่แล้ว จู่ๆหัวข้อการสนทนาก็เปลี่ยนไป “เสี่ยวเอ๋อร์ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าปฏิเสธการแต่งงานกับเสนาบดีกรมราชทัณฑ์ ทั้งยังหนีออกจากงานสมรสเป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

            โจวชิงหวารู้สึกสังหรณ์ใจพิกลจึงมองไปยังหนีเจียเอ๋อร์ด้วยความกังวล

            เมื่อสบกับสายตาห่วงใยของเขานางก็หลบตาโดยไม่รู้ตัว ก่อนตอบคำถามของฮองเฮา “ทูลฮองเฮา เป็นเรื่องจริงเพคะ”

            ต้วนอวิ๋นซินจึงถามต่ออีก“เสี่ยวเอ๋อร์เจ้ายังหมั้นหมายกับเขาอยู่หรือไม่?”

            หนีเจียเอ๋อร์ที่เพิ่งจะคาดเดาได้ถึงเจตนารมณ์ของฮองเฮาอดมุ่นคิ้วมิได้ ขณะตอบ “ไม่เพคะ”

            ต้วนอวิ๋นซินมีสีหน้าเบิกบานแย้มยิ้มงดงาม “ดีมาก”

            นางวางตะเกียบลง ก่อนเดินไปหาหนีเจียเอ๋อร์แล้วกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้ “น้องชายข้าแม่ทัพต้วน ต้วนอวิ๋นหลาน ก็ยังมิได้แต่งงานเช่นกัน”

            จอกสุราในมือของโจวชิงหวาแทบจะร่วงหล่นยังดีที่ปฏิกิริยาของเขาว่องไวจึงคว้าไว้ได้ทัน แต่สุราก็ยังกระฉอกออกมารดหลังมือ

            เมื่อนางกำนัลผู้หนึ่งสังเกตเห็นจึงหยิบผ้าเช็ดมือมาส่งให้ แต่เขากลับเอาไปเช็ดโต๊ะที่มิได้เปียกแทน

            นางกำนัลผู้นั้นจึงกระซิบบอก“คุณชายโจวมือของท่านเปื้อนเจ้าค่ะ”

            โจวชิงหวาสะดุ้งเฮือก ได้สติกลับมาเขาเช็ดมือด้วยรอยยิ้ม แล้วส่งผ้าคืนนางกำนัล เมื่อพบว่ามีสายตาของผู้คนมองมา จึงรีบยิ้มและกล่าวว่า“ชิงหวาเสียมารยาทแล้วฮองเฮาได้โปรดอย่าถือสาเลยพ่ะย่ะค่ะ”

            ต้วนอวิ๋นซินส่ายหน้า พลางคลี่ยิ้ม“ไม่เป็นไร”

            พูดจบ ก็หันมาถามต่อ “ข้าคิดว่าเสี่ยวเอ๋อร์มีทั้งความสามารถและพรสวรรค์นับเป็นสตรีที่หาได้ยากในแดนดิน ไม่รู้ว่าน้องชายข้าพอจะมีวาสนาบ้างหรือไม่? เสี่ยวเอ๋อร์ ไม่สู้เจ้าลองพิจารณาเขาดู”

            โจวชิงหวาและหนีเจียเอ๋อร์มองหน้ากันด้วยความยุ่งยากใจหญิงสาวเต็มไปด้วยความประหม่า ด้วยไม่เคยคาดคิดถึงเรื่องเช่นนี้มาก่อนจึงปฏิเสธออกไปอย่างสุภาพ

            “เสี่ยวเอ๋อร์มีพรสวรรค์เพียงเล็กน้อยยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเพียงบุตรอนุ คงจะไม่คู่ควรกับท่านแม่ทัพต้วนผู้สง่างาม มังกรย่อมเคียงคู่หงส์แต่แค่ชาติกำเนิดของหม่อมฉันก็เป็นที่น่าขบขันแล้ว ส่วนเหตุผลที่หม่อมฉันปฏิเสธคุณชายสวีก็เป็นเพราะภายในใจลึกๆ แล้ว หม่อมฉันมีความปรารถนาบางอย่างเพคะ”

            ต้วนอวิ๋นซินถามเสียงสงสัย“ความปรารถนาใด?”

            “คู่เดียวตลอดชีวิต”

            ดวงตาของหนีเจียเอ๋อร์ฉายแววอบอุ่นเปล่งประกายราวกับดวงดาราในสรวงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ไม่อาจแทรกแซงหรือสั่นคลอน

            ตอนนั้นเอง โจวชิงหวาก็หยัดกายขึ้นมาดวงตาของเขาฉายแววปีติยินดีอย่างชัดเจน ด้วยความคาดหวังแบบเดียวกัน

            “สตรีใดเล่าที่จะไม่เคยฝันถึงความสัมพันธ์เช่นนั้นวาดหวังว่าสักวันมันจะกลายเป็นจริง ทว่า สิ่งที่สวยงามล้วนแล้วแต่อยู่ในจินตนาการมองไปทั่วใต้หล้า บุรุษใดจะปฏิเสธการมีทั้งฮูหยินและเหล่าอนุ?” ต้วนอวิ๋นซินลูบหลังมือของหญิงสาว พลางโน้มน้าวเสียงอ่อน “ผู้คนไม่อาจใช้ชีวิตในจินตนาการได้หรอก สักวันก็ต้องตื่นขึ้นมาพบกับความจริง”

            หนีเจียเอ๋อร์ยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดต้วนอวิ๋นซินก็เสริมขึ้นมาอีก “อย่างไรเสีย ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ เจ้าอยู่ในวัยออกเรือนตรงหน้ามีเพียงสองเส้นทางให้เลือกเดินเท่านั้น ไม่มีหนทางมากไปกว่านี้แล้ว”

            ขณะที่หนีเจียเอ๋อร์กำลังจะอ้าปากบอกปัดเพื่อปกป้องตัวเองต้วนอวิ๋นซินก็ยกมือปรามเสียก่อน “เป็นสหายกับท่านแม่ทัพไปก่อนก็ได้ ตกลงปลงใจกันเมื่อใดข้าจะทูลขอฮ่องเต้ให้พระราชทานสมรสแก่พวกเจ้า แต่หากไม่ชอบพอเขาก็ไม่เป็นไร ข้ายังคงชื่นชอบในตัวเจ้าและจะไม่ตำหนิในเรื่องนี้เป็นแน่”

            โจวชิงหวาลุกขึ้นยืน “ฮองเฮา...”

            ต้วนอวิ๋นซินยกมือขัดจังหวะและชิงพูดอย่างเอาแต่ใจ “หลังจากนี้หนึ่งเดือนแม่ทัพต้วนจะกลับจากการป้องกันชายแดน และเดินทางมายังเมืองหลวง ฝ่าบาททรงมอบหมายให้ข้าช่วยจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองถึงเวลานั้น เสี่ยวเอ๋อร์ เจ้าต้องมาร่วมงานในวังด้วยนะ”

            ในเมื่อฮองเฮาตรัสเช่นนี้แล้วหนีเจียเอ๋อร์ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จำต้องรับปากอย่างไม่มีทางเลือก “น้อมรับพระบัญชาเพคะ”

            พอได้ยินเช่นนี้ องค์ชายน้อยก็คล้ายจะเข้าใจแล้ว“เสด็จแม่อยากให้ท่านอาจารย์มาเป็นน้าสะใภ้ของกระหม่อมหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            ต้วนอวิ๋นซินตอบเบาๆ “ถ้าเจ้าอยากจะเรียกอาจารย์ตัวเองว่าน้าสะใภ้ก็ต้องดูก่อนว่าน้าของเจ้าจะมีความสามารถหรือไม่?”

            หนีเจียเอ๋อร์ขมวดคิ้วแม้ในใจจะรู้สึกอึดอัดปานใด แต่ก็ไม่อาจแสดงออกได้ เพราะฮองเฮาทรงมีเจตนาดี

            ส่วนหนีเจียเฮ่อ ก็ได้แต่มองโจวชิงหวาอย่างเป็นห่วงเนื่องจากเห็นอีกฝ่ายกำลังกรอกสุราเข้าปากต่างน้ำ ด้วยความอัดอั้นตันใจ

            โชคดีที่วันนี้ฮองเฮาแค่รับบทเป็นแม่สื่อหากวันใดหนีเจียเอ๋อร์ถูกขอแต่งงาน เขาจะทำเช่นไร?

            ...

            สภาพอากาศในฤดูร้อนของเมืองหลวงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วราวกับพลิกหน้าหนังสือ เมื่อครู่ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้ม มีฝนตกปรอยๆแต่หลังจากสายลมพัดกระโชกแรง ท้องฟ้าในตอนนี้กลับมีแสงแดดส่องเจิดจ้าไร้เมฆสีหม่นมาปกปิด

            หลังสวีเพ่ยหรานยุ่งกับงานจนหัวหมุนก็รีบกินอาหารกลางวันอย่างรวดเร็ว และเดินทางไปยังจวนสกุลหนีเพื่อแสดงความยินดีกับหนีเจียเอ๋อร์ ที่สร้างผลงานใหญ่ด้วยการช่วยรักษาองค์ชายน้อยเดิมทีเขาอยากจะถามนางว่าไปร่ำเรียนวิชาแพทย์มาตั้งแต่เมื่อใด เพราะตนไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

            เมื่อมาถึงจวนสกุลหนี พ่อบ้านก็รีบมาแจ้งให้ทราบว่าท่านแม่ทัพฉินได้มาเชิญนายท่านหนีและหนีเจียเอ๋อร์ไปที่วัง เพื่อร่วมงานเลี้ยงของฮองเฮาสวีเพ่ยหรานจึงรู้สึกสับสนเล็กน้อย ได้แต่เฝ้ารออยู่ในสวน และขอให้พ่อบ้านมารายงานอีกครั้งหากนางกลับมา

            หลังจากสวีเพ่ยหรานมาถึงสวนได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอันนุ่มนวลของหญิงสาวจากด้านหลัง จึงรีบหันไปมองแต่เมื่อรู้ว่าผู้มาเป็นใคร ก็อดแสดงสายตาผิดหวังมิได้

            ดังนั้น หนีจวิ้นหว่านจึงยิ่งรู้สึกอดสู

            สวีเพ่ยหรานพยายามเก็บสีหน้าผิดหวังไปอย่างรวดเร็วและถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม “หว่านเอ๋อร์เจ้ากับท่านป้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

            ก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่เขามาถึงก็มักจะใช้ข้ออ้างว่ามาพบนางและมารดาเสมอ แต่บัดนี้ ชายหนุ่มกลับยอมรอในสวนมากกว่าที่จะมาหาพวกตนหนีจวิ้นหว่านพยายามระงับโทสะ แล้วคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ท่านแม่กับข้าสบายดี แต่เหตุใดวันนี้ท่านพี่ถึงว่างมาถึงจวนเราล่ะเจ้าคะ?”

            สวีเพ่ยหรานจึงตอบ “ข้าได้ยินมาว่าเสี่ยวเอ๋อร์สร้างผลงานใหญ่เลยอยากจะมาแสดงความยินดี แต่บังเอิญว่านางไปร่วมงานเลี้ยงในวัง น่าจะใช้เวลานานข้าจึงมารอนางอยู่ที่นี่”

            หนีจวิ้นหว่านสืบเท้าไปสองก้าวจับจ้องอีกฝ่าย พลางพูด “แต่ท่านพี่ถึงงานเลี้ยงจบ น้องสาวข้าก็คงยากที่จะกลับมาเร็ว เพราะนางไปร่วมงานพร้อมโจวชิงหวา”

            ใบหน้าของสวีเพ่ยหรานมืดครึ้มไปพักหนึ่งแล้วกล่าวเสียงเย็นชา “ในเมื่อฮองเฮาเชิญเสี่ยวเอ๋อร์ไปงานเลี้ยงเขาย่อมต้องไปร่วมงานด้วยเป็นธรรมดา มิใช่หรือ?”

            หนีจวิ้นหว่านสืบเท้าไปอีกก้าวด้วยท่าทีสิ้นหวัง“ท่านพี่ไม่เห็นหรอกหรือว่าในใจของน้องสาวข้ามีเพียงโจวชิงหวา เป็นไปไม่ได้ที่นางจะหันมาสนใจท่าน!”

            “อย่าพูดจาไร้สาระเสี่ยวเอ๋อร์นับถือชิงหวาเป็นพี่ชายเท่านั้น หาได้คิดเกินเลย!” สวีเพ่ยหรานสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป

            หนีจวิ้นหว่านรีบก้าวไปขวางหน้า“เป็นข้าที่พูดจาไร้สาระหรือเป็นท่านที่หลอกตัวเอง ท่านย่อมรู้ดีแก่ใจ!”

            หลอกตัวเอง… คำพูดนี้กระแทกใจเขาจนเจ็บชา สวีเพ่ยหรานถึงกับขาสั่นอย่างควบคุมมิได้

            เมื่อเห็นสีหน้าชายหนุ่มหนีจวิ้นหว่านก็ยิ่งปวดใจ นางจับมือเขา และเกลี้ยกล่อมเบาๆ “ท่านพี่หราน เหตุใดท่านถึงไม่ตัดใจ...”

            “หาใช่เรื่องของเจ้า!”สวีเพ่ยหรานสะบัดออกอย่างแรง

            หนีจวิ้นหว่านเซจนเกือบจะล้มนางทั้งโกรธทั้งน้อยใจ “สวีเพ่ยหรานนางหนีไปพร้อมกับโจวชิงหวาแล้ว แต่ท่านก็ยังหมกมุ่นกับนางอีก เหตุใดถึงยอมให้นางทำร้ายท่านถึงเพียงนี้ล่ะเจ้าคะ?”

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน