“อ้าว?งานนายเสร็จแล้วเรอะ?”
“ครับ...เหลือแค่รอตัวเนื้อพานาค็อตต้าเซ็ตตัวเท่านั้นแหละครับ”
“โอ้! พานาค็อตต้าสินะ ไม่ได้กินมานานแล้วแฮะ...นายทำเผื่อไว้ให้ชั้นได้กินซัก2ถ้วยม่ะคุณมาสเตอร์ลิเบอต้า?”
“ได้คนละถ้วยเท่านั้นครับคลูสว่าแต่...ไหงทั้งสองคนถึงได้ออกมาเดินเที่ยวในงานได้ละครับเนี่ย?” ผมถาม2หนุ่มที่กำลังนั่งกินไก่ย่างเสียบไม้อยู่กันตรงที่ลานน้ำพุรอบด้านของพวกเรานั้นกำลังเต็มไปด้วยเสียงเพลงและเสียงคุยจอแจอย่างสนุกสนานดังไปทั่วแต่มันดีตรงที่ไม่ได้ดังจนพวกผมต้องะโคุยกันละนะ
“ชิ!...พอดีเ้าเฟอร์มันอยากมาน่ะ ชั้นเลยตามมาด้วย” หนุ่มแว่นที่เดาะลิ้นขัดใจจากการที่ตัวเองได้กินเพียงถ้วยเดียวชี้ไปทางเฟอร์ที่หน้าเหวอจากการโดนโบ้ยใส่
“เดี๋ยวนะคลูสไม่ใช่เ้าบอกว่าอยากมางานเทศกาลแล้วคะยั้นคะยอให้เรามาเป็เพื่อนไม่ใช่เรอะ?”ดยุคหนุ่มแย้งทันทีแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดอา...ผมเชื่อเฟอร์เหมือนกันนะครับ เพราะจากที่รู้จักกันมาคลูสมันไฮเปอร์ที่สุดในพวกเราสามคนแล้วก็ว่าได้
“ก็นายบ่นว่าเบื่อนี่หว่าชั้นเลยชวนออกมาเที่ยวงานเทศกาลไง สรุปคือนายอยากนั่นเอง” ผู้ดูแลหอสมุดหนุ่มเอ่ยเช่นนั้นด้วยท่าทางหน้ามึนจนผมกับเฟอร์ติดสตั้น
“ตรรกะโลกไหนฟ่ะนั่น!?”
“พวกนาย2คนอย่าะโสิชาวบ้านเขามองหมดแล้วนั่น” หมอนั่นบอกพร้อมกับชี้ไปรอบๆแต่ไม่มีใครเขามองมาที่พวกเราเลยนะเฮ้ย...
“ว่าแต่เ้าเถอะมาสเตอร์ลิเบอต้าไหงกับมาใช้ผ้าโพกศีรษะแล้วล่ะ หน้ากากอันนั้นมันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” เฟอร์ถามด้วยความเป็ห่วง ผมจึงรีบโบกมือปฏิเสธก่อนจะตอบ
“ผมอยากเก็บไว้เซอร์ไพรซ์ตอนเข้างานน่ะครับเพราะขืนเอามาใช้ตอนเดินออกมาเที่ยวแบบนี้ ถ้าใครมาเห็นเข้า เวลาผมเข้างานเดี๋ยวมันจะไม่เซอร์ไพรซ์น่ะสิครับอ้อ ช่วยตัดคำว่ามาสเตอร์ออกจากชื่อผมด้วยก็ดีนะครับพวกคุณเรียกแล้วมันรู้สึกแปลกๆน่ะ” สิ้นคำผมก็หัวเราะออกมาเมื่อเฟอร์ส่ายหัวอ่อนใจกับคำตอบของผมผิดกับเ้าคลูสที่ทำเป็เหมือนตั้งใจฟัง แต่แอบขโมยไก่ของเฟอร์ไปกินจนหมดเสียแล้ว
“งั้นตอนนี้นายก็มาเดินเที่ยวงานกับพวกชั้นได้แล้วสินะ”
“เราเองก็เห็นด้วยนะว่าให้ไปด้วยกัน...เดี๋ยวนะ...ไก่เราหายไปไหนน่ะคลูส...”เฟอร์หันไปมองหน้าคนที่กำลังดูดนิ้วเอาคราบไก่ออกจากมือ
“หือ?ไม่ใช่ว่านายกินหมดไปแล้วเรอะ” คลูสทำหน้างงๆใส่เฟอร์เหมือนว่ามันไม่รู้เื่
“ไม่ใช่ว่าคุณกินเองจนหมดหรอครับคลูส...ผมเห็นนะ...”ผมเอ่ยแย้งออกไปนั่นทำให้เฟอร์หันไปมองหน้าคลูสด้วยสายตาที่ลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟที่แทบจะเผาอีกฝ่ายผิดกับตัวต้นเื่ที่หันหน้าหนีผิวปากเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เอาเถอะ...เค้นเ้าไปเราก็คงจะไม่ได้ไก่คืนอยู่ดีไปเดินงานกันเถอะ” ดยุคหนุ่มดูท่าจะปลงตกกับไก่ที่หายลงไปในท้องของเพื่อนตนเรียบร้อยแล้วหันมาชวนผมกับคลูสเดินไปชมงานกัน
พวกเราทั้ง3คนเดินออกจากลานน้ำพุตรงเข้าไปยังตลาดที่กำลังครึกครื้นจากพ่อค้าที่มาจากทั่วสารทิศเสียงเรียกลูกค้าและเสียงอธิบายสินค้านั้นดังจากแผงทั้ง2ข้างทางดูเหมือนว่าเฟอร์กับคลูสจะตื่นตาตื่นใจกับภาพของต่างถิ่นกันเป็อย่างมากผิดกับผมที่เห็นพวกมันจนแทบจะชินตาไปเสียแล้ว
“เฮ้ลิเบอต้า! โลกนี้มันมีวัตถุดิบแบบเดียวกับที่โลกเราเลยหรอฟ่ะ?” คลูสหันมาถามผมเป็ภาษาอังกฤษขณะที่มันกำลังยืนดูแผงสินค้าจำพวกผลไม้ที่มาจากซามอร์ก่อนจะหยิบมังคุดขึ้นมาหมุนดู
“ถ้าเท่าที่ผมเคยเห็นก็ใช่แหละครับแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีของแปลกๆที่โลกเราไม่มีหรอกนะครับอย่างที่ผมเคยเจอก็มีเห็ดที่กินแล้วจะมีผลเหมือนซัดเครื่องดื่มชูกำลังไป2-3ขวดอยู่นะครับแต่ของพวกนี้มันหายากมาก แม้แต่ในหมู่ชนชั้นสูงเองก็ยังแย่งกันแทบตายเลยครับ”ผมตอบเ้าตัวไปขณะหยิบลองกองขึ้นมาเช็คคุณภาพ
“เราเองก็เคยเจอนะจำได้ว่าเป็ผลไม้ที่มีรูปร่างคล้ายเชอร์รี่มั้ง แต่จะเป็สีขาวๆกัดเข้าไปแล้วจะเย็นๆผสมเปรี้ยว ยังกะกินไอศครีมรสเชอร์รี่เลยล่ะ” เฟอร์บอกพวกผมแล้วรับเงาะจากคลูสมาดู
“เห~ โลกนี้เองก็มีอะไรๆที่แฟนตาซีแบบนั้นอยู่เหมือนกันสินะ”
“ผมแปลกใจมากกว่านาที่คุณไม่รู้น่ะ?”
“ต่อให้ชั้นเป็ผู้ดูแลหอสมุดก็เถอะแต่ก็ใช่ว่าจะไปตรัสรู้ทุกเื่นะเอ้อ โดยเฉพาะไอของกินแบบนี้ด้วยโคตรจะไกลตัวสำหรับชั้นที่มีอะไรให้กินก็กินเลยฟ่ะ” หนุ่มแว่นหันมาบอกผมพร้อมทำท่าเบ้ปากใส่
“เฮ้! พวกเอ็งหาของที่้ากันได้รึยังน่ะ!” เสียงเ้าของร้านถามพวกผมด้วยน้ำเสียงโผงผางเสียงนั้นคุ้นหูผมเป็อย่างมาก จนทำให้ผมรีบเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าเ้าของร้านทันที
“อาจารย์...”
“หือ?แกเป็ใครวะถึงได้มาเรียกข้าว่าอาจารย์ฟ่ะ?” ชายกล้ามโตคนนั้นเลิกคิ้วมองหน้าผมอย่างสงสัยก็ผมเล่นเอาผ้าโพกศีรษะคลุมหน้านี่เนอะ จะจำไม่ได้คงไม่แปลกหรอก
“ผมเองครับอาจารย์มอส...”ผมบอกอีกฝ่ายเช่นนั้นแล้วเลิกผ้าโพกศีรษะให้ฝ่ายตรงข้ามเห็น
“เฮ้ย!ไอหนูนาธานนี่หว่า! มาได้ไงว่ะ!?”
“ชู่วๆๆๆๆๆ!อย่าเสียงดังสิครับอาจารย์จำไม่ได้หรือไงครับเื่ที่ผมเคยเล่าให้ฟังน่ะตอนนี้ช่วยเรียกผมว่าลิเบอต้าทีครับ”
“โทษทีๆ ใครจะไปนึกว่าจะมาเจอแกที่นี่ละฟ่ะ”เ้าตัวว่าเช่นนั้นแล้วหัวเราะออกมา ผิดกับผมที่ถอนหายใจเซ็งๆ
“คนรู้จักอย่างงั้นรึลิเบอต้า?”ดยุคหนุ่มถามผมขณะมองหน้าผมสลับกับอาจารย์มอส
“อาจารย์ของผมสมัยที่ไปพักที่ซามอร์น่ะครับได้เขาสอนเกี่ยวกับป่าหลายเื่เลยล่ะครับ”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ! เอ็งมันหัวเร็วเองต่างหากละไอหนูนาธาน!”
“ลิเบอต้าครับอาจารย์มอส”ผมหันไปบอกอาจารย์ของตนด้ยสีหน้าเซ็งๆคนๆนี้เป็อย่างงี้ทุกทีเลยสิน้า...
“เออๆลิเบอต้าก็ลิเบอต้า เอ้อ! ไอรันก้ามันก็มานะไม่คิดจะไปทักทายมันหน่อยเรอะไอหนูลิเบอต้า?”
“ไม่ละครับอาจารย์มอส...อาจารย์ก็รู้นิสัยอาจารย์รันก้านี่ว่าถ้าผมไปเจอเขาละก็...ได้ถูกจับเป็แรงงานนรกแกะสลักไม้ขายในงานแน่ๆ...”ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่หดหู่จนอาจารย์อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอีกรอบอาจารย์มอสนี่อารมณ์ดีตลอดเวลาเลยแฮะ แต่ก็ดีแล้วล่ะ
“ผมแปลกใจมากกว่านะที่มาเจออาจารย์ในงานแบบนี้ไม่ใช่ว่าอาจารย์เป็พรานหรอกรึ? หรืออย่าบอกนะว่า...”ผมพูดอย่างมีเลศนัยอีกฝ่ายเองก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยเช่นเดียวกัน
“อย่างที่แกคิดน่ะแหละข้าจีบลูกสาวพ่อค้าคนนั้นติดแล้วน่ะ...นี่ก็แต่งงานกันมาได้ปีกว่าแล้วเนี่ย”
“โหดีใจด้วยนะครับอาจารย์ นี่เลยต้องช่วยคุณภรรยามาขายของถึงนี่สินะครับแต่อาจารย์ไม่คิดจะส่งจดหมายมาบอกข่าวดีผมเลยรึไงกัน”
“ก็อย่างที่แกว่านั่นแหละแต่จะให้ข้าส่งจดหมายให้แกยังไงวะ? เล่นอยู่ไม่ติดที่ ส่งไปใครมันจะรับ?” สิ้นคำโต้แย้งของคนเป็อาจารย์ ผมก็ยิ้มแห้งๆกับคำตอกกลับของอีกฝ่ายที่ตรง100เปอร์เซ็น
“ว่าแต่2คนนั้นนั่นเพื่อนแกเรอะ?”อาจารย์มอสหันไปมองเฟอร์กับคลูสที่เลิกสนใจพวกเราแล้วดูผลไม้อื่นๆต่อ
“อา...ใช่ครับคนที่ใส่หน้ากากชื่อว่าเฟอร์นิคัส อันบรา ส่วนอีกคนนั่นชื่อคลูก้า ลิเทียร์ทั้ง2คนเป็เพื่อนของผมเองแหละครับ” สิ้นการแนะนำตัวให้ของผมทั้งสองก็เงยหน้าขึ้นมาค่อมหัวให้กับอาจารย์มอสแทนการทักทาย
“อา หวัดดีๆเอ้อ! ข้าเอาไอนี่มาด้วยนะ สนใจจะลองหน่อยม่ะ?” อาจารย์มอสที่โบกมือรับการทักทายจากทั้งสองคนนึกอะไรขึ้นมาได้ก่อนจะหันไปหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากลังด้านหลัง มันเป็ผลสีส้มที่มีรูปร่างคล้ายๆลูกอเมริกันฟุตบอลแต่มีขนาดเล็กกว่าผิวของมันขรุขระเหมือนกับหนามจนคนที่เคยเห้นครั้งแรกอาจจะนึกว่าของปลอมเลยก็ได้
“เหอ?ผลฟักข้าวนี่หว่านั่น?”
“โฮ่ดูท่าเพื่อนเ้าจะรู้จักมันนะเนี่ย” อาจารย์มอสทำท่าแปลกใจเมื่อเห็นว่าคลูสรู้จักผลไม้ในมือของตน
“พอดีเคยกินน่ะแต่ไม่นึกนะเนี่ยว่าจะมาเจอที่นี่ด้วย” ผู้ดูแลหอสมุดหนุ่มลูบคางมองผลไม้ในมือของชายกล้ามโตก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง
“ลูกละเท่าไหร่อ่ะ?”
“1เหรียญเงิน50เหรียญทองแดง แต่เห็นว่าแกมากับลูกศิษย์ข้า เดี๋ยวลดให้เหลือ1เหรียญเงิน25เหรียญทองแดงละกันนะ”
“งั้นขอสามผล”คลูสบอกกับอาจารย์มอสเช่นนั้นแล้วหันไปแบมือกับเฟอร์
“อะไรรึคุณผู้ดูแลหอสมุด...”
“ลืมเอาเงินมาฟ่ะยืมหน่อยสิ” คลูสขอยืมเงินจากเฟอร์หน้าด้านๆก่อนที่เฟอร์จะถอนหายใจแล้วจ่ายแทนให้อีกฝ่าย โดยมีผมยิ้มแห้งๆเป็ฉากหลัง
“ข้าอยู่นี่อีก2-3วันแล้วมาอุดหนุนอีกล่ะ!” อาจารย์มอสโบกมือลาพวกผมที่เดินออกจากแผงของเขาในมือของคลูสมีถุงย่ามที่ยัดผลฝักข้าวที่ซื้อมาเอาไว้อยู่
“นี่เราต้องมาเสียเงินโดยใช่เหตุเพราะเ้าเลยนะคลูส...”ดยุคหนุ่มบ่นงึมงำในลำคอด้วยความเซ็งจิต
“นิดๆหน่อยๆไม่ทำให้ขนหน้าแข้งนายร่วงหรอกน่าเฟอร์ คิดมากไปได้ มันอร่อยนะเอ้อ” ตัวก่อเื่ว่าแบบนั้นแล้วฮัมเพลงอย่างสบายใจ
“แต่ไม่นึกเลยนะครับว่าคลูสจะซื้อผลฝักข้าวมาแบบนี้”ผมหันไปพูดกับเ้าตัวเพราะไม่นึกว่าว่าคนแบบคลูสจะซื้อมันกลับมาด้วย
“ก็คนมันพึ่งจะได้เจอผลไม้ที่เคยกินสมัยอยู่โลกก่อนนี่หว่า-”
“นั่น!นายถั่ว!” ยังไม่ทันที่คลูสจะพูดจบก็มีเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาขัดการสนทนาของพวกผม
“ถั่วบ้านเธอสิยัยกระดาน!”โอ้...ดูเหมือนว่าคลูสจะมีปฎิกิริยาตอบสนองต่อคำด่าเร็วเหมือนกันนะครับ...เพราะเ้าตัวหันไปสวนทันทีแบบไม่ต้องมองเลยว่าเป็ใคร...
“คุณลิซ่านี่ครับมาเที่ยวงานหรอครับ?” ผมหันไปทักทายสาวร่างเล็กที่กำลังฮึมแฮ่ใส่เพื่อนของผมอยู่สรุปสองคนนี้นี่จะกัดกันตลอดทุกครั้งที่มีโอกาสเลยสินะ
“ใช่ค่ะมาสเตอร์ลิเบอต้า...อ่ะท่านดยุคอันบรา สายันสวัสดิ์ค่ะ” หล่อนตอบผมก่อนจะหันไปทักทายเฟอร์ที่มียศสูงกว่าตนเอง
“สายันสวัสดิ์เช่นกันท่านลิซ่าอ่ะ นั่นท่านแม่ทัพวัลคอร์ตนี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” เฟอร์หันไปทักสาวอีกคนที่อยู่ด้านหลังลิซ่าแต่เพราะผมเพ่งความสนใจไปที่ลิซ่า ทำให้ไม่ทันได้สังเกตยัยหัวแดงที่ตอนนี้แต่งชุดเต็มยศ
“อ่ะท่านแม่ทัพวัลคอร์ตก็มาด้วยหรือครับ?ขอบคุณสำหรับทหารที่ช่วยส่งไปช่วยผมด้วยนะครับ” ผมรีบหันไปทักทายและค่อมหัวขอบคุณอีกฝ่ายที่ให้ยืมคนมาช่วยก่อนหน้านี้
“ค่ะไม่ได้เจอกันนานเลยค่ะท่านดยุคอันบรา ท่านลิเบอต้าด้วย ส่วนเื่คนถือว่าเป็เื่เล็กน้อยค่ะ” ทางแม่ทัพสาวโบกมือไม่ใส่ใจเพราะว่ามันเป็เื่เล็กน้อยเพียงเท่านั้น
“ลิซ่า เซลี่คนรู้จักงั้นหรือจ๊ะ?” ก่อนที่พวกเราจะได้คุยอะไรกันต่อก็มีสาวสวยผมสีฟ้าอ่อนคนหนึ่งที่เดินตามสองสาวมาทีหลังถามขึ้น
“เอ่อ...ใช่ค่ะ” แม่ทัพเซลิน่าตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นก่อนจะเบนสายตาหลบอีกฝ่ายที่ฉีกยิ้มสดใสมองมาที่พวกผม
“เพื่อนของท่านแม่ทัพวัลคอร์ตกับลิซ่าสินะครับผมลิเบอต้า พราเนตติเอ้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
“เราเฟอร์นิคัสอันบรา ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เฟอร์กับผมทักทายสาวที่มาใหม่ด้วยรอยยิ้ม
“เช่นกันค่ะท่านลิเบอต้า...ส่วนท่านดยุคอันบราสินะคะ ดิชั้นไลล่า ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองท่านนะคะ ว่าแต่...แล้วท่านตรงนั้นล่ะคะ?”หล่อนทักทายพวกผมกลับ แล้วแนะนำตัว่าชื่อไลล่า เห~ มารยาทดีมากเลยแฮะ ผิดกับพี่ผมลิบลับก่อนจะผายมือไปทางคลูสที่ยังคงฮึ่มแฮ่ใส่ลิซ่าไม่หาย
“หมอนั้นชื่อคลูก้าลิเทียร์น่ะครับ”
“เอ๋!?!?ท่านผู้ดูแลหอสมุดคนนั้นน่ะหรือคะ!?!?” ไลล่าปิดปากร้องอย่างใเมื่อรู้ว่าคนที่กำลังจะกัดกับเพื่อนของตนเองนั้นเป็ใครเสียงที่เกิดจากความใของหล่อนช่วยเรียกสติของหนุ่มแว่นให้หันมามองก่อนที่มันจะตาถลนแล้วถอยกรูดออกไปเกือบเมตรแล้วหลุดคำหยาบในโลกก่อนของพวกผมออกมาแบบไม่คิดจะยั้งปาก
“เชี่ยยยยยยยยยยยยย!?!?!?!?!?!?”
“ปากเสียน่ะคลูสต่อหน้าเลดี้รักษาท่าทางหน่อยสิ” เฟอร์หันไปดุทันทีที่คลูสพ่นคำหยาบแบบนั้นต่อหน้าผู้หญิงแม้ว่าสามสาวจะฟังไม่รู้เื่ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าคลูสจะยังสติแตกกับอะไรบางอย่างพลางชี้หน้าของไลล่าที่ทำหน้างงด้วยท่าทางยังกะคนเห็นผี
“เป็อะไรของคุณน่ะครับคลูส?”ผมเองก็เริ่มแปลกใจกับท่าทางเห็นผีของอีกฝ่าย นั่นรวมถึงเฟอร์ด้วยแต่ก่อนที่คลูสจะได้พูดอะไรก็มีร่างของหัวหน้าเชฟของเฟอร์วิ่งเข้ามาหาพวกเราด้วยสีหน้าแตกตื่น
“แย่แล้วครับมาสเตอร์ลิเบอต้า!พานาค็อตต้ามัน!”
What?...แล้วนี่มีเื่อะไรอีกละครับเนี่ย...ขอผมพักเดินเที่ยวงานสบายๆหน่อยไม่ได้หรือไง?