เมื่อทุกคนต่างอิ่มหนำสำราญกับมื้อเช้ากันอย่างเต็มที่ ต่อไปก็เป็เวลาของการทำงานแล้ว ลู่เอินรับตาข่ายที่มารดายื่นส่งให้กับมือไปด้วยใบหน้ายิ้มกว้าง นึกถึงปูปลาที่แหวกว่ายอยู่ภายในลำธารกว้างขึ้นมาแล้วก็อดที่จะมีความสุขไม่ได้
เด็กทั้งสามคนต่างก็แบกตระกร้าเอาไว้ด้านหลัง หลี่ลู่เอินหยิบเสียมที่ค่อนข้างเก่าและมีขนาดเล็กติดมาด้วยอันหนึ่ง ถ้าหากว่านางโชคดีพบกับสมุนไพรขึ้นมาจะได้ขุดมันกลับมาในสภาพที่สมบูรณ์ เมื่อนึกถึงป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์แล้วนั้น ย่อมต้องมีสมุนไพรล้ำค่าอยู่มากมาย
เมื่อต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ นางก็อดที่จะนึกถึงตอนที่นางยังเด็กไม่ได้ เมื่อก่อนนางเป็เด็กกำพร้าทั้งพ่อและแม่ อาศัยอยู่กับยายแค่สองคน ความเป็อยู่ในตอนนั้นก็คล้ายๆ กับในตอนนี้ นางไม่ได้มีชีวิตที่ดีเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ที่มีพร้อมสมบูรณ์ ยายมักจะพานางขึ้นเขาไปหาของป่าอยู่บ่อยๆ กว่าที่จะกลายเป็นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้นางก็ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะเช่นเดียวกัน
เมื่อนึกถึงยายน้ำตาก็ไหลออกมาโดยที่นางไม่รู้ตัว ยายของนางเสียชีวิตไปตอนที่นางอายุได้เพียง 18 ปี ครั้งนั้นเป็การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของนางแล้ว เพราะยายเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของนางเลยก็ว่าได้
หลี่ลู่เอินถอนหายใจเฮือกใหญ่คราหนึ่ง ความเ็ปจากความคิดถึงผู้มีพระคุณเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตแล่นมาจุกอยู่ที่อก ปาดน้ำตาที่ไหลนองออกจากใบหน้าของตนอย่างตัดใจ แล้วจึงสำรวจพื้นที่รอบด้านของตน มัวแต่คิดถึงความหลัง จนกระทั่งเดินมาถึงลำธารตอนไหนนางก็ยังไม่รู้ตัว
น้ำในลำธารนั้นมีระดับสูงแค่ต้นขาของหลี่ลู่เสียน นางจัดการกางตาข่ายออก ตาข่ายนี้ถึงจะเก่าแต่ก็มีสภาพดี ไม่มีตรงไหนที่ขาดหรือชำรุดเลย เมื่อก่อนท่านพ่อคงเก็บรักษาเอาไว้เป็อย่างดี
"พี่ใหญ่ท่านไปตัดไม้ไผ่มาซักสองท่อนยาวประมาณนี้ และเหลาปลายด้านนึงของไม้ให้แหลมเลยนะ"
นางทำไม้ทำมือบอกขนาดกับพี่ชาย เขาก็พยักหน้ารับและเดินตรงไปด้านที่มีต้นไผ่อยู่หนาแน่น ระหว่างรอพี่ชายกลับมา นางนำเชือกที่พกติดตัวมาด้วยมามัดก้อนหินที่มีขนาดเล็กเท่ากำปั้นเพื่อเป็การถ่วงน้ำหนัก
"เสี่ยวชิง มาช่วยพี่มัดก้อนหินพวกนี้มา"
"เ้าค่ะ"
ตอบรับด้วยท่าทางตื่นเต้นที่ตนเองจะได้ทำงานเป็ชิ้นเป็อันเป็ครั้งแรก นางก็อยากที่จะช่วยงานพี่ๆ ของนางเช่นกัน เด็กน้อยคิดอย่างใสซื่อ
เห็นท่าทางกระตือรือร้นของน้องสาวแล้ว หลี่ลู่เอินจึงสอนวิธีมัดเชือกให้นางอย่างใจเย็น เด็กน้อยก็ตั้งใจทำอย่างใจจดใจจ่อ ทำให้พี่สาวนึกเอ็นดูนางยิ่งขึ้นไปอีก ช่างน่ารักเหลือเกิน หากว่านางตั้งใจขุนหนูน้อยให้อ้วนท้วม จะต้องน่ารักน่าชังยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่าเป็แน่
ผ่านไปชั่วครู่นั่งมัดก้อนหินจวนจะเสร็จแล้ว จึงเห็นหลี่ลู่เสียนเดินกลับมาพร้อมมีดกับไม้ไผ่ในมือ
"พี่ใหญ่! ท่านมาแล้ว"
หลี่ลู่ชิงร้องทักเสียงใส หลี่ลู่เอินจึงเงยหน้าขึ้นจากงานมองไปที่พี่ชาย พี่ชายพยักหน้ารับคราหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยถาม
"เ้าดูซิ! ว่านี่ใช้ได้หรือไม่"
"ใช้ได้ดีเลยทีเดียวล่ะพี่ใหญ่เก่งที่สุด"
"ใช่ๆๆ พี่ใหญ่เก่งที่สุด"
หลี่ลู่เอินกวาดตามองไม้ไผ่ที่ถูกเหลาปลายจนแหลมทั้งสองท่อนอย่างพอใจ แล้วจึงพยักหน้าพร้อมส่งรอยยิ้มหวานให้พี่ชาย โดยมีน้องเล็กร่วมผสมโรงด้วยอีกคน จนหลี่ลู่เสียนอดที่จะหน้าแดงด้วยความเขินอายไม่ได้
"เช่นนั้นเราทำสิ่งใดกันต่อ" พี่ชายอ้อมแอ้มถามเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
"ทำเช่นนี้"
นางบอกให้หลี่ลู่เสียนผูกเชือกเข้ากับไม้ไผ่เอาไว้ที่ปลายของตาข่ายทั้งสองข้าง อธิบายจนเขาเข้าใจดีแล้ว นางจึงกลับมามัดก้อนหินต่อ ครู่ต่อมา ตาข่ายก็พร้อมสำหรับการใช้งานแล้ว
หลี่ลู่เสียนเดินลุยน้ำที่สูงถึงระดับหน้าขาของเขาเพื่อที่จะข้ามไปที่ริมลำธารอีกด้านหนึ่งเพื่อปักไม้ไผ่ที่ถูกเหลาจนมีปลายที่แหลมคมลงไปที่พื้นดิน และใช้ท่อนไม้ที่มีขนาดเหมาะมือตอกลงไปอีกเพื่อเพิ่มความแ่ากันตาข่ายหลุด ส่วนอีกด้านหนึ่งหลี่ลู่เอินก็ทำเช่นเดียวกัน ไม่นานตาข่ายดักปลาก็ถูกติดตั้งขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
เด็กทั้งสามยืนชื่นชมความสำเร็จด้วยความดีใจโดยเฉพาะน้องคนเล็กอย่างหลี่ลู่ชิงที่แทบจะเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่
"เย้ๆๆ!! เช่นนี้เราก็จะได้กินปลาเยอะแยะเลยใช่หรือไม่"
"นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว"
"ฮ่าๆๆๆ "
หลี่ลู่เอินเอ่ยตอบ จากนั้นทุกคนก็ต่างหัวเราะออกมาพร้อมกัน บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความสุขและสนุกสนานของทุกคน
"เราไปหาของป่ากันก่อน เดี๋ยวตอนจะกลับค่อยมาตรวจดูอีกทีว่ามีปลามาติดหรือไม่"
ทั้งสามต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
"เช่นนั้นเราไปด้านนั้นดีหรือไม่พี่ใหญ่ เรายังไม่เคยไปสำรวจตรงส่วนนั้นกันเลย"
หลี่ลู่เอินชี้นิ้วไปทางป่าด้านในซึ่งเป็ป่ารกทึบที่มีต้นไม้ขึ้นอย่างหนาแน่น บริเวณที่ทั้งสามคนอยู่ในตอนนี้เป็เพียงแค่ตีนเขายังไม่ทันได้เหยียบย่างเข้าสู่เขตูเาเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้เหล่าเด็กๆ จะเรียกมันว่าการขึ้นเขาก็ตาม
"ไม่ได้ๆ! บนเขามีสัตว์ป่าดุร้ายอยู่มากมายอันตรายยิ่งนัก"
หลี่ลู่เสียนรีบส่ายหน้าและกล่าวปฏิเสธอย่างหนักแน่นพร้อมให้เหตุผล แต่มีหรือที่นางจะฟัง จึงข่มขู่ออกไปให้พี่ชายเห็นด้วยกับความคิดของตน
"โธ่ๆ! พี่ใหญ่ท่านหวาดกลัวสัตว์ป่าดุร้ายที่ยังมองไม่เห็นหรือว่ากลัวพวกเราจะอดตายมากกว่ากันล่ะ สถานการณ์ของบ้านเราตอนนี้เป็เช่นไร ท่านยังให้ข้าต้องบอกอีกหรือไม่"
พูดเสร็จแล้วก็เดินไปเขตป่ารกทึบข้างหน้าอย่างแน่วแน่ ไม่ใช่ว่านางไม่หวาดกลัวสัตว์ดุร้ายพวกนั้นแต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้นั้นย่ำแย่เต็มทน หากมัวแต่หวาดกลัวก็ไม่มีอะไรกินพอดี และอีกอย่างนางรู้จักการสังเกตรอยเท้าของสัตว์ป่า หากระมัดระวังเป็อย่างดีย่อมปลอดภัยอย่างแน่นอน
"พี่ใหญ่เรารีบตามพี่รองไปเถิดเ้าค่ะ ดูซินางเดินไปไกลแล้ว"
หลี่ลู่ชิงมองคนนี้ทีคนโน้นทีอย่างร้อนรน ถึงแม้จะหวาดกลัวเช่นเดียวกันแต่ก็อดเป็ห่วงพี่สาวไม่ได้
หลี่ลู่เสียนสูดหายใจเอาอากาศเข้าเต็มปอดมองตามหลังน้องสาวอย่างเป็ห่วงและเดินตามไปในที่สุด โดยมีน้องเล็กเดินตามหลังมาอีกทอดหนึ่ง
#มาเอาใจช่วยเด็กๆ กันนะคะว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง