“รีบเก็บของได้แล้วลูก!! เดี๋ยวเราจะออกไปกันแล้ว”
เสียงของแม่ะโขึ้นมาจากชั้นล่างวันนี้เป็วันเสาร์ เวลา 10.30 น. ปกติเวลานี้จะเป็เวลาที่ผมยังนอนอยู่แต่ว่าวันนี้ผมจะต้องย้ายออกจากบ้านหลังนี้ซึ่งเป็บ้านที่ผมอาศัยอยู่มาั้แ่เกิด และค่อนข้างมีความผูกพันกับมันมาก ทุก ๆความทรงจำในวัยเด็กล้วนแทรกซึมอยู่ในทุกตารางนิ้วของบ้านหลังนี้
เมื่อคืนผมยังเดินวนอยู่รอบๆบ้านเพื่อย้อนรำลึกถึงภาพความทรงจำในวัยเด็ก ที่มีตัวผม แม่ และพ่อเคยมีความสุขด้วยกัน ผมตั้งใจซึมซับมันให้ได้มากที่สุด เพราะบ้านหลังนี้จะถูกปล่อยขายและผมกับแม่ จะต้องย้ายไปอยู่กันที่ต่างจังหวัด
พ่อของผมเสียไปั้แ่ตอนที่ผมเตรียมสอบเข้าม.1 พ่อเป็คนใจดีมากเขามักจะสอนการบ้าน ซื้อของเล่นให้ และพาผมไปเที่ยวบ่อยๆ ใน่วันหยุด
ผมจึงสนิทกับพ่อมากกว่าแม่เพราะแม่ของผมเป็คนที่ค่อนข้างเข้มงวด และมักจะดุผมเวลาที่ผมทำตัวดื้อสุดท้ายก็จะเป็พ่อผมที่แหละที่เข้ามาโอ๋ และก็พาผมไปซื้อขนม ซื้อของเล่นจนผมหยุดร้องไห้ไปในที่สุด
หลังจากที่พ่อเสียแม่ก็เปลี่ยนไปมาก จากคนที่ชอบขี้โมโห และชอบดุด่า ก็กลายเป็คนวางเฉย แล้วเลือกที่จะเงียบการจากไปของพ่อคงจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของแม่มาก แต่ด้วยความที่เป็แม่แกก็อดทนฝ่าฟันมันไปได้ แกทำงานหนักเพื่อที่จะต้องหาเงินมาจ่ายค่าบ้านและส่งผมเรียน
หลังจากการจากไปของพ่อเราก็เจอกับมรสุมหนักทางเศรษฐกิจ บริษัทที่แม่ทำงานอยู่เกิดล้มละลายแม่จึงต้องออกจากงาน กว่าจะหางานใหม่ได้ก็ใช้เวลานานอยู่หลายเดือน่นั้นเราสองคนแม่ลูกใช้ชีวิตกันลำบากมากแม่ต้องเอาเงินเก็บที่มีทั้งหมดออกมาใช้ และเงินที่แม่ผมเคยฝากเก็บออมไว้ประจำให้ผมก็ต้องเอามาใช้จ่ายค่าบ้านหลังนี้
แต่แล้วโชคชะตาก็นำพาแม่ของผมมาเจอกับความรักครั้งใหม่ ซึ่งผู้ชายคนนั้น คือหัวหน้าของบริษัทใหม่ที่แม่ผมได้เข้าไปทำงานผู้ชายคนนี้อายุน้อยกว่าแม่ของผมอยู่ 4 ปี เขาเองก็เป็พ่อม่ายลูกติดทั้งสองเคมีตรงกันมาก แม่ของผมเองก็เป็คนที่รูปร่างหน้าตาค่อนข้างดีก็คงไม่แปลกที่จะมีทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เข้ามาตามขายขนมจีบ
แม่เคยถามกับผมว่า “ลูกจะโอเคมั้ย? ถ้าแม่จะมีแฟน” แหม่.. แม่คงจะหมายถึงพ่อเลี้ยงของผมสินะ..ผมไม่มีปัญหาหรอกถ้าแม่จะมีคนรักใหม่ หรือจะแต่งงานใหม่ ผมแยกแยะออกได้ว่าเื่อดีตที่มันผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันเป็ความทรงจำที่ดีต่อไป ตอนนี้เราอยู่กับปัจจุบันก็จงมีความสุขอยู่กับปัจจุบัน
พ่อเลี้ยงของผมมีชื่อว่าทิม อายุ 38 ปี ยังดูหนุ่มแน่น หน้าตาเกลี้ยงเกลา บุคลิกดี ดูภูมิฐาน ผมมักจะเรียกเขาว่า“อาทิม”
อาทิมกับแม่ผมคบกันมาได้5 ปีแล้ว ปีนี้อาทิมตัดสินใจชวนแม่กับผมย้ายไปอยู่ด้วยที่บ้านซึ่งเป็บ้านที่อาทิมตั้งใจสร้างขึ้นมาใหม่อีกหลังหนึ่ง และตั้งใจสร้างไว้เพื่อตั้งหลักปักฐานกับแม่ของผมอาทิมเองก็มีลูกติดอยู่ 1 คน ซึ่งเป็เด็กผู้หญิง ชื่อว่า มายด์ซึ่งผมก็ไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน เคยได้ยินแต่แม่พูดให้ฟังว่าน้องมายด์น่ารักอย่างงั้น น้องมายด์เรียบร้อยอย่างงี้.. จนบางทีผมก็รู้สึกรำคาญอยู่หน่อยๆ
อ้อลืมบอก.. ผมชื่อ นที ปีนี้อายุครบ 21 ปีแล้ว.. ส่วนแม่ผม ชื่อ นรินปีนี้แม่อายุ 42 ปีแล้ว และก็ยังดูสวยเหมือนสาววัยสามสิบต้นๆ
......................................................
หลังจากที่นั่งรถนานเกือบ5 ชั่วโมง เราก็ได้มาถึงสักที บ้านหลังใหม่ของอาทิม
นที : “ว้าวว..! เคยเห็นแต่ในรูป พอมาเห็นของจริง หลังใหญ่มากเลยครับอาทิม..”
: //มองด้วยความตื่นเต้น
ทิม : “ใช่มั้ยล่ะ.. อาชอบบ้านหน้ากว้างแบบนี้น่ะเวลาเรามองจากหน้าบ้าน จะรู้สึกได้เลยว่า บ้านหลังใหญ่มาก”
นริน : “3 ปีใช่มั้ยทิม? กว่าที่จะสร้างเสร็จจนย้ายเข้ามาอยู่ได้”
ทิม : “ใช่แล้วริน ผมทำห้องฟิตเนสไว้ให้รินด้วยนะเห็นว่าชอบออกกำลังกาย”
นริน : “จริงหรอ? ตอนนั้นฉันแค่พูดเล่นๆนะ ไม่คิดว่าทิมจะทำให้จริงๆ”
ทิม : “อะไรที่คุณชอบ ผมทำให้ได้ทั้งนั้นแหละ..”
ผมทำหน้ามองบนทุกครั้งเวลาเห็นพวกเขาทั้งสอง ป้อนขนมหวานใส่กัน.. เหอะๆ
ผมเดินเข้ามาถึงห้องโถงกลางบ้าน โอ้โห.. นอกบ้านว่าสวยแล้วข้างในสวยกว่าอี๊กกก.. อดคิดไม่ได้เลยว่าแม่ทำบุญมาด้วยอะไรถึงได้โชคดีขนาดนี้
ทิม : “นทีเลือกได้เลยนะ ว่าจะนอนห้องไหนมีห้องว่างทั้งชั้นบนชั้นล่างเลย”
นที : “งั้น.. ผมขอห้องชั้นล่างละกันครับ”
ผมเลือกนอนห้องล่างเพราะอยากได้ความเป็ส่วนตัว และก็ไม่อยากไปรบกวนพวกเขา
ทิม : “งั้นก็เดินเลี้ยวขวานะ ตรงไปอีกจะเจอห้องตรงขวามือ”
พูดเสร็จอาทิมกับแม่ผมก็เดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อเยี่ยมชมห้อง Master Bedroom ของบ้านหลังนี้ หรือถ้าเรียกอีกชื่อก็คือห้องสวีทของพวกเขานั่นเอง
ผมเดินเข้ามาในห้องของตัวเองภายในห้องดูสะอาดสะอ้าน น่าจะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดห้องเอาไว้ก่อนหน้านี้ในห้องนี้ตกแต่งด้วยสีอ่อน โทนเรียบ ซึ่งค่อนข้างจะถูกใจผม เตียงนอนเป็เตียง 6ฟุต สามารถนอนได้สองคน ขนาดห้องกำลังพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ มีห้องน้ำในตัว (อันนี้โคตรถูกใจ)
ผมเปิดตู้เสื้อผ้า จัดของทุกอย่างจนเสร็จ ก็ใช้เวลาไปราวๆเกือบชั่วโมงผมเปิดผ้าม่านออกมา เพื่อให้ห้องสว่าง วิวที่มองไปนอกห้องจะเป็สวนหย่อมเล็กๆหน้าบ้าน ที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
“แหม.. จะว่าไปแล้ว บ้านหลังนี้ก็ถือว่าเป็บ้านในฝันของเราได้เลยนะ” ผมนึกในใจ
ผมนอนเล่นอยู่บนเตียงนอนใหม่ของผมซึ่งเป็เตียงที่นุ่มมาก ผมลองเอามือทุบๆที่นอนดู โอ้โห เด้งมือดีจัง..ชวนให้นึกถึงการพาแฟนมานอนในห้องนี้เลยนะเนี้ย.. ผมนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง จนหน้าคว่ำจมลงไปกับหมอน
ฟึดๆๆ.. ผมสูดดมกลิ่นของหมอน ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ..เหมือน.. ไม่น่าจะใช่กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มนะ.. กลิ่นมันเหมือนกับ... กลิ่นของหญิงสาว..?
………………………………………
พ่อ : “ตัวเล็ก.. เย็นนี้มาที่บ้านใหม่นะ พ่อจะจัดงานเลี้ยงจะสั่งของอร่อยมาเยอะๆเลย”
ฉัน : “ไม่ไปได้มั้ยคะ.. หนูมีติวกับเพื่อน”
พ่อ : “วันเดียวเองลูก ค่อยไปติววันหลังก็ได้”
ฉัน : “ก็หนูไม่อยากไปอ่ะ”
พ่อ : “ถ้าหนูไม่มา พ่อจะถือว่าหนูไม่ให้เกียรติพ่อและไม่ให้เกียรติน้ารินด้วย”
“เห้ออ!!..”
ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่
“โอเคๆ หนูไปก็ได้!..”
“น้ารินงั้นหรอ? เธออายุเยอะกว่าแม่ฉันอีกฉันต้องเรียกป้ารินสิถึงจะถูก ชิ!”
ฉันคิดในใจ
ฉันวางสายเสร็จ พร้อมกับดูดน้ำชาเขียวที่ซื้อมาจนหมดขวดรู้สึกหัวร้อนทุกครั้งเวลาที่คุยกับพ่อ กับคนอื่น เขาจะดูเป็คนที่ใจดี ยิ้มเก่งแต่กับฉัน เขาคือคนที่เ้าระเบียบ มาดนิ่ง ชอบดุและฉันก็ไม่เคยเถียงเขาชนะเลยสักครั้ง
ฉันชื่อมายด์ อายุ 17 ย่างเข้า 18 ปีนี้ เป็สาวแว่น สายเด็กเนิร์ด ที่กลายมาเป็สาวเนิร์ดก็เพราะพ่อนี่แหละ ที่คาดหวังจะให้ฉันเป็หมอให้ได้จนทุกวันนี้จะกลายเป็หมาอยู่ละ เรียนจนหัวจะะเิ อยากให้เป็หมอมากก็มาเรียนเองเลยมั้ย?
“เห้ออ.. เบื่อๆๆๆๆ!!”
พ่อกับแม่แยกทางกันตอนที่ฉันอายุ 7 ขวบ แม่ไปแต่งงานมีครอบครัวใหม่ พ่อได้สิทธิในการเลี้ยงดูฉันและเนื่องจากพ่ออยู่ใน่หนุ่มบ้างานไฟแรง ก็เลยจะให้เวลากับงานมากกว่าจะมาให้เวลากับลูกสาววัยผลาญเงินอย่างฉัน ปู่กับย่าก็เลยเป็คนเลี้ยงดูฉันั้แ่ตอน 7 ขวบ ฉันกับพ่อ จึงไม่ค่อยสนิทกันมากเท่าไหร่
...........................................................
เย็นวันเสาร์
สาวน้อยผิวขาวร่างบางสวมแว่นดูออกลุคเด็กเนิร์ด พร้อมกับสะพายกระเป๋าใบใหญ่ เดินตรงเข้ามาในบ้าน
ทิม : “เอ้า!?..มาแล้วหรอตัวเล็กทำไมไม่โทรหาพ่อล่ะ พ่อจะได้ขับรถไปรับ”
มายด์ : “หนูให้น้าเทียร์มาส่งค่ะ..ไม่อยากรบกวนพ่อ”
//สีหน้าไม่ต้อนรับแขก
ทิม : “นั่น.. น้ารินกำลังจัดโต๊ะอยู่”
ทิมพูดพร้อมกับชี้มือไปที่นริน
มายด์ : “สวัสดีค่ะ..”
//ยกมือไหว้แบบลวกๆ
นริน : “สวัสดีจ้าน้องมายด์ หูวว..เดี๋ยวนี้ตัวสูงขึ้นมากเลยนะจ้ะ”
นรินพูดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มตรงข้ามกับมายด์ที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์
ทิม : “ส่วนนั่น.. นที ลูกชายของน้ารินที่พ่อเคยพูดถึง”
มายด์ : “หวัดดีค่ะ”
//ไหว้แบบไม่สบตา
นที : “อ่อ.. หวัดดีครับ”
//ยิ้มหน้าเจื่อน
ทิม : “ให้ถือว่าพี่นทีเป็พี่ชายของหนูนะ..มีอะไรก็ถามพี่เขาได้ พี่นทีเขาเล่นกีตาร์เก่งนะ ลองไปติดตามที่ช่องของพี่เขาได้ ยอดติดตามกี่ล้านละนะ!? ”
ทิมพูดพร้อมกับหันไปยิ้มให้กับนทีนทีทำสีหน้าเจื่อนๆ
นที : “ไม่ได้ถึงล้านซะหน่อยอาทิม แหะๆๆแค่หลักพันเอง อาก็พูดเวอร์ไป.. ”
ทิม : “เอาน่า เดี๋ยวก็ถึงแหละนทีออกจะเก่งซะขนาดนี้”
มายด์เดินขึ้นไปบนห้องโดยที่ไม่ได้สนใจที่จะยืนฟังพ่อของเธอพูดต่อ
นริน : “น้องมายด์แบกกระเป๋าใบใหญ่ขนาดนั้นน้องไม่ปวดไหล่แย่เหรอทิม?”
ทิม : “ไม่ต้องห่วงหรอก.. รายนั้นน่ะถึงจะตัวเล็ก แต่แรงโคตรเยอะ”
นริน : “จะว่าไป ทุกครั้งที่ฉันเจอมายด์ก็ไม่เคยเห็นน้องเขายิ้มเลยนะ”
ทิม : “ยัยมายด์เป็เด็กโลกส่วนตัวสูงดื้อเงียบ แต่เรียนเก่งนะ ได้เกรด 4 ทุกวิชา ั้แ่ ป.1 ละ”
นริน : “เธอก็อย่าไปกดดันลูกมากสิปล่อยให้เขาได้ไปเที่ยวเฮฮากับเพื่อนๆบ้าง เด็กมันเครียดนะ”
ทิม : “ไม่นะริน.. ผมจุ้นจ้านกับลูกแค่ตอนอยู่ประถมหลังเข้า ม.1 มายด์ก็กลายเป็แบบนั้นไปเอง ผมเคยชวนไปเที่ยวก็ไม่ไปเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง”
นริน : “ไม่ได้นะแบบนี้คราวหน้าต้องชวนมายด์ออกไปเที่ยวให้ได้นะ”
ทิม : “อ่าๆ คราวหน้าผมจะพยายามชวนไป..”
.....................
หลังจากที่จัดโต๊ะเลี้ยงมื้อค่ำเสร็จ ท้องฟ้าก็มืดพอดี
ทุกคนมานั่งล้อมวงกันที่โต๊ะอาหาร ที่มีทั้งอาหาร ขนม และเครื่องดื่มมากมายวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ
ทิม : “ว้าวว! ของกินเพียบเลย.. หยิบกินได้ตามสบายนะนที ไม่ต้องเกรงใจตอนนี้เราก็เป็ครอบครัวเดียวกันแล้วนะ”
//ยิ้มอย่างใจดี
นที : “ขอบคุณครับอาทิม แต่ของกินเยอะขนาดนี้จะกินกันหมดเหรอครับเนี้ย?”
นทีตอบด้วยท่าทีที่เกรงใจ
นริน : “นั่นสิทิม สั่งมาตั้งเยอะแยะ รินบอกแล้วว่าอย่าซื้อมาเยอะ”
ทิม : “ไม่เป็ไรหรอก..นานๆจะจัดปาร์ตี้ที่บ้านสักครั้ง”
มายด์นั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ พร้อมกับหยิบขนมกินไปด้วย
ทิม : “วางมือถือก่อนสิได้ลูก..กินเสร็จค่อยเล่นก็ได้”
มายด์ : “หนูคุยกับเพื่อนอยู่..”
ทิม : “เพื่อนไว้คุยทีหลังก็ได้น้ารินกับพี่นทีก็นั่งอยู่ด้วยเนี่ย ต้องให้เกียรติกันบ้างสิ..”
มายด์ : “ก็คุยกันไปสิคะไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับหนูนี่”
มายด์พูดในขณะที่ตายังจ้องโทรศัพท์อยู่ตอนนี้ทิมเริ่มมองค้อน
ทิม : “มันจะอะไรกันนักกันหนากับเพื่อนน่ะ!!.. อยู่ที่โรงเรียนไม่ได้คุยกันรึไง!!”
มายด์วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะด้วยท่าทางไม่พอใจและก็ไม่ได้ตอบอะไร
นริน : “วัยรุ่นก็อย่างงี้แหละ..ติดเพื่อนเป็ธรรมดาสมัยเด็กเราก็เป็นี่”
นรินพูดพร้อมกับมองมาที่ทิมเพื่อบอกเป็นัยว่า ให้ใจเย็นลงหน่อย
ทิมถอนหายใจแล้วนิ่งไปสักพัก
ทิม : “แล้วเมื่อไหร่จะย้ายมาอยู่กับพ่อล่ะ..ห้องพ่อก็จัดไว้ให้หมดละ”
มายด์ : “หนูอยู่ที่บ้านปู่กับย่าก็ดีอยู่ละ..ไม่อยากย้ายมานี่”
ทิม : “อยู่ที่นี่มันใกล้ตัวเมืองกว่าใกล้โรงเรียนเราด้วย ไปไหนมาไหนก็คล่องตัวกว่า”
มายด์ : “ก็อยู่ที่โน่นมันเงียบดีสบายใจกว่าด้วย ไม่ต้องได้ยุ่งกับใคร..”
ทิม : “หมายความว่ามาอยู่กับพ่อแล้วมันหนักใจงั้นเหรอ!!ทำไม!!? จะได้อยู่ไกลๆพ่อใช่มั้ย!!?”
ทิมพูดตะคอกด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ
มายด์ : “เอ่อๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะย้ายมาอยู่ที่นี่!! พอใจยัง!!”
มายด์ตอบกลับด้วยท่าทีที่โมโหและเสียงดัง จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์และวิ่งขึ้นไปบนห้อง
นริน : “ใจเย็นๆสิทิม! ลูกโกรธแล้วเห็นมั้ย!?”
ทิมนั่งถอนหายใจพยายามควบคุมสติ
ทิม : “ผมขอโทษนะ..ทำให้เสียบรรยากาศหมดไม่คิดว่ายัยมายด์จะกล้าทำหัวแข็งใส่ผมต่อหน้าคนอื่น”
นริน : “คนอื่นอะไรกันน้องมายด์ก็เหมือนเป็ลูกสาวของฉันอีกคนนั่นแหละ”
นรินเอื้อมมาจับที่ไหล่ของทิม และลูบเบาๆ
ทิม : “ผมขอโทษจริงๆนะริน.. นที.. อาขอโทษนะที่ต้องมาทะเลาะกันให้เห็น”
นที : “ไม่เป็ไรหรอกครับอาทิม..เดี๋ยวน้องเขาก็คงดีขึ้นเองแหละครับ”
ทิม : “ดีแล้วที่นทีเข้าใจ..อาขอฝากนทีดูน้องด้วยนะ อยู่ด้วยกัน มีอะไรก็น่าจะพึ่งพากันได้ ให้ถือว่ามายด์เป็น้องสาวของเรานะ”
นที : “อ่อ..ครับบ.. ได้ครับอาทิม”
“รู้สึกเหมือนจะต้องมารับภาระหนักเลยแหะ..ก็ไม่ได้อยากจะมีน้องสาวหรอกนะ ให้ตายเถอะ!!”
นทีคิดในใจ
............................................................
หลังจากที่งานปาร์ตี้จบ(งานล่มนิดหน่อย)ผม อาทิม และแม่ ได้มีการดื่มกันนิดหน่อย หลังช่วยกันเคลียโต๊ะเสร็จ ก็เกือบเที่ยงคืน ผมอาบน้ำจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็มานอนที่เตียง พร้อมกับห้องนอนห้องใหม่ของตัวเอง
“เฮ้อออ.. เมื่อยตัวจังเลยจัดของทั้งวันเลยวันนี้”
ผมนอนบิดี้เีอยู่บนเตียงนอน พร้อมกับเปิดแอร์เย็นฉ่ำๆบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์หน่อยๆ บรรยากาศพาเคลิ้มเป็อย่างมากแล้วก็หยิบโทรศัพท์มาไถเล่น ก็มีแจ้งเตือนแอพเด้งขึ้นมา
>>ตรึ้ง!!
“บุคคลที่คุณอาจรู้จัก”
ผมมองดูอย่างงงๆ ก็เลยกดเข้าไปดู ... อ่อ.. ก็นึกว่าใคร ว่าที่น้องสาวคนใหม่นี่เอง แหม ตั้งรูปโปรไฟล์เป็ตัวบ้าอะไรก็ไม่รู้ ไหนๆก็เด้งขึ้นมาแล้ว ขอแอบส่องดูหน่อยละกัน
………
……
….
..
ผมเลื่อนดูไทม์ไลน์ในแอพโซเชียลของว่าที่น้องสาว แต่ก็ไม่ได้เจออะไรเป็พิเศษไม่ค่อยมีการลงรูป ส่วนมากจะเจอแต่โพสต์แชร์คอนเทนต์ปัญหาชีวิตทั่วไปกับพวกคำคมบ้าๆบอๆของพวกเพจวัยรุ่น
“เฮ้อ..ช่างเป็คนที่อ่อนต่อโลกจริงๆ”
ผมเลื่อนลงไปส่องดูรูปที่พอจะมีให้ดู
“จะว่าไป.. ยัยแว่นนี่ก็น่ารักดีนะ..”
พอคิดได้แบบนั้น..หัวใจของผมก็เต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
“เห้ย!?.. นี่กูคิดอะไรอยู่เนี่ย..”