หลินเฉวียนไม่เข้าใจคำว่าขาดตลาดแต่รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของพี่สะใภ้ส่งผลถึงเธอโดยตรงทำให้เธอไม่รู้สึกติดใจอะไรอีกแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นหลังสวีหว่านหนิงกินมื้อเช้าเสร็จก็เอาโหลแก้วสองใบไปที่เทศบาลชุมชน
หัวหน้าเฉินได้ยินว่าสวีจือชิงของหมู่บ้านต้าเจียงมาหาก็รู้ทันทีว่าคือสวีหว่านหนิงเขาเลื่อนการประชุมที่ไม่ค่อยสำคัญมากออกไปเพื่อต้อนรับเธอที่ห้องทำงานของตนเอง
“หัวหน้าเฉินก่อนตรุษจีนตอนที่มีการตัดสินใจจะสร้างโรงงานสาขา ฉันแนะนำให้โรงงานสาขาของเราผลิตผลไม้กระป๋องคุณยังจำได้ไหมคะ ตอนนี้ฉันผลิตลูกท้อในโหลแก้วสองใบเสร็จแล้วค่ะเลยอยากเอามาให้คุณดู”
เมื่อหัวหน้าเฉินรู้ว่าสวีหว่านหนิงทำผลไม้กระป๋องสำเร็จก็รู้สึกสนใจทันที
เขานั่งตัวตรงพลางมองโหลแก้วสองใบตรงหน้า
“นี่คือลูกท้อในน้ำเชื่อมมิใช่หรือ”
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะน้ำเชื่อมที่ชาวบ้านทั่วไปทำกินจะกินได้แค่ในบ้านเท่านั้น แต่ถ้านำมันมาใส่ในบรรจุภัณฑ์รูปแบบนี้จะสามารถขนส่งระยะไกลได้ค่ะ”
“ลองคิดดูสิคะมณฑลเฮยของพวกเรามีข้อได้เปรียบที่ช่วงฤดูหนาวสภาพอากาศหนาวจัดอาหารไม่เน่าเสียง่าย พวกเราสามารถเก็บผลไม้บางส่วนเอาไว้ในช่วงฤดูหนาวแล้วนำมันมาทำเป็นผลไม้บรรจุใส่แก้วหรือกระป๋องได้ จากนั้นก็ส่งมันไปขายทั่วประเทศ”
หัวหน้าเฉินเริ่มคล้อยตามสวีหว่านหนิง
สวีหว่านหนิงเห็นดังนั้นก็เปิดโหลแก้วใบหนึ่งทันที“หัวหน้าเฉิน ลองชิมรสชาติก่อนค่ะ”
เดิมทีหัวหน้าเฉินไม่คาดหวังมากนักแต่เมื่อส่งลูกท้อหวานฉ่ำเข้าไปในปาก ตาของเขาก็เป็นประกายทันที “อย่าเอ็ดไปเอาลูกท้อมาแปรรูปด้วยวิธีนี้รสชาติไม่เลวเลยจริงๆ”
เพราะต้องรักษามาดไว้บ้างหัวหน้าเฉินจึงกินไปแค่ไม่กี่คำ
“เอาอย่างนี้ฉันจะให้คนไปเรียกผู้อำนวยการซุนพวกเราจะเปิดประชุมร่วมกันปรึกษาหารือเรื่องอาหารแปรรูปของคุณ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดโรงงานสาขาของเราน่าจะได้ผลิตอาหารกระป๋อง”
“ค่ะถ้าอย่างนั้นฉันจะรอฟังข่าวนะคะ”
หัวหน้าเฉินไม่ปล่อยให้สวีหว่านหนิงรอนานนักก็เอาข่าวดีมาบอกเธอ
“หลังจากทางผู้บริหารของเทศบาลชุมชนและผู้บริหารของโรงงานอาหารชุนหัวปรึกษากันแล้วได้ข้อสรุปว่าโรงงานสาขาของพวกคุณสามารถผลิตอาหารกระป๋องได้แต่ปัญหาเรื่องการกำหนดราคาจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน”
สวีหว่านหนิงทำการเบิกค่าใช้จ่ายกับหัวหน้าเฉินไปแล้วก้อนหนึ่ง
โหลแก้วกับฝาอะลูมิเนียมต้นทุนอยู่ที่ประมาณ5 เหมา ถ้าผลิตปริมาณมาก ทางโรงงานแก้วจะลดราคาลงอีกเป็น 4.7-4.8 เหมา
เครื่องปิดฝาแบบสุญญากาศจำเป็นต้องมีสี่เครื่องหัวหน้าเฉินช่วยประสานงานหาวัสดุผลิตเครื่องปิดฝาให้ได้ ต้นทุนของมันจะอยู่ที่ 20-25 หยวน
โหลแก้วใบหนึ่งบรรจุลูกท้อได้70-80 กรัม นี่คือน้ำหนักหลังผ่านการต้มกับน้ำตาลแต่น้ำหนักของลูกท้อสดที่ต้องใช้อยู่ที่ประมาณครึ่งกิโลกรัม
ต้นทุนลูกท้อราคาไม่สูงแค่หมู่บ้านต้าเจียงก็เต็มไปด้วยไร่ท้อขนาดใหญ่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหมู่บ้านอื่นๆ
อีกอย่างหลังอากาศเริ่มอุ่นขึ้น ผลไม้ประเภทอื่นก็จะเริ่มมีมากขึ้นไม่จำเป็นต้องผลิตแค่ลูกท้อในน้ำเชื่อมอีกแล้ว
แต่ไม่ว่าจะผลิตผลไม้ประเภทไหนก็จำเป็นต้องใช้น้ำตาลกรวดจำนวนมาก
ยุคนี้การซื้อน้ำตาลจำเป็นต้องใช้ตั๋วน้ำตาลและราคาของน้ำตาลกรวดก็ไม่ถูกเลย ถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุด
“หากคำนวณดูแล้วต้นทุนของลูกท้อในโหลแก้วหนึ่งใบจะอยู่ที่ประมาณ 1 หยวนนี่เป็นแค่ต้นทุนของลูกท้อเท่านั้น ไม่รวมต้นทุนค่าแรง อุปกรณ์ต่างๆและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง”
“ดังนั้นราคาขายคงจะถูกมากไม่ได้อย่างน้อยจะต้องอยู่ที่ 2 หยวนต่อหน่วยค่ะ”
“สองหยวน?” หัวหน้าเฉินขมวดคิ้ว
แผนเดิมของพวกเขากำหนดไว้ว่าราคาขายควรไม่เกินหนึ่งหยวนเท่านั้น แต่ตอนนี้แค่ต้นทุนก็หนึ่งหยวนแล้ว
ถ้าตั้งราคาขายสองหยวนจะมีคนซื้อจริงหรือ?
“หัวหน้าเฉินสำหรับตำบลเหอตงหรือแม้กระทั่งประชาชนทั่วทั้งมณฑลเฮย ราคานี้ไม่ถูกเลยค่ะแต่ถ้าลองมองการณ์ไกล หากผลไม้กระป๋องของพวกเราสามารถส่งไปวางขายในกรุงปักกิ่งหรือเมืองใหญ่เมืองอื่นได้ราคาของมันอาจจะเพิ่มสูงเป็นเท่าตัว”
ปักกิ่งมีคนรวยอยู่ไม่น้อยก่อนหน้านี้เธอยังเคยซื้ออาหารกระป๋องที่ร้านค้ามิตรภาพอยู่เลย
ทว่าสินค้าในร้านค้ามิตรภาพต้องใช้เงินตราต่างประเทศในการซื้อแถมราคายังแพงมาก
สวีหว่านหนิงจำได้ว่าร่างเดิมเคยซื้ออาหารกระป๋องหลายครั้งราคาต่อหน่วยอยู่ที่ห้าหยวนขึ้นไปทั้งนั้นแถมปริมาณสินค้าในบรรจุภัณฑ์ก็น้อยจนน่าสงสาร ถ้าเป็นเธอคงกินหมดภายในสามคำ
อีกอย่างลูกท้อในโหลแก้วที่โรงงานสาขาจะผลิตคือสินค้าของประเทศจีนนอกจากจะไม่ต้องใช้ตั๋วแลกของในการซื้อ ปริมาณยังให้เยอะมากอีกด้วย
ไม่ต้องกลัวเลยว่าจะขายไม่ออก
“แต่มณฑลเฮยของพวกเราอยู่ไกลจากปักกิ่งและเมืองอื่นมากอาหารกระป๋องพวกนี้จะขนส่งไปได้หรือเปล่ายังคงเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง”
ต่อให้ขนส่งไปได้ก็ไม่แน่ว่าจะขายได้
สวีหว่านหนิงยิ้ม“หัวหน้าเฉิน คุณลืมรัฐมนตรีจางกับรองอธิบดีสวีไปแล้วหรือคะ”
“พวกเขาสองคนรับผิดชอบงานตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารถ้าอาหารกระป๋องของพวกเราคุณภาพดีจริง คุณคิดว่าพวกเขาจะอยู่เฉยหรือคะ”
หัวหน้าเฉินยกมือเขกหัวตัวเอง
ดูเขาสิเขาลืมเรื่องสำคัญขนาดนี้ไปได้ยังไง
ที่หมู่บ้านต้าเจียงเอาชนะหมู่บ้านอื่นจนได้สร้างโรงงานสาขาก็เพราะมีจือชิงเส้นใหญ่อย่างสวีหว่านหนิงอยู่มิใช่หรือ!
รองอธิบดีสวีคือพี่รองของสวีหว่านหนิงอย่างไรก็น่าจะช่วยสนับสนุนน้องสาวของตัวเอง
เมื่อเรื่องที่น่ากังวลที่สุดคลี่คลายแล้วหัวหน้าเฉินก็ตัดสินใจอนุมัติให้โรงงานสาขาผลิตอาหารกระป๋องได้!
แต่ในช่วงแรกไม่ควรผลิตออกมามากเกินไป
หากขายไม่ออกขึ้นมาจะทำอย่างไร
“โหลแก้วกับเครื่องปิดฝายังต้องใช้เวลาผลิตอีกหนึ่งเดือนค่ะช่วงหนึ่งเดือนนี้จะต้องรีบสร้างโรงงาน ขณะเดียวกันฉันก็จะต้องคัดเลือกพนักงานไปด้วยหลังโรงงานสร้างเสร็จพวกเราจะได้เริ่มการผลิตทันที”
หัวหน้าเฉินตอบรับทันที“คุณคือผู้บริหารโรงงาน เรื่องคัดเลือกพนักงานคุณมีอำนาจเต็มที่ส่วนต้นทุนการดำเนินงานช่วงแรก คุณไปเขียนรายการมาหากฝ่ายบัญชีตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหา ผมจะอนุมัติเงินให้กับคุณ”
หลังจากตกลงรายละเอียดกับหัวหน้าเฉินเรียบร้อยแล้วสวีหว่านหนิงก็เดินออกจากห้องทำงานของเขา
เธอเพิ่งก้าวออกจากประตูใหญ่ของเทศบาลชุมชนก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเธอจากด้านหลัง
สวีหว่านหนิงหลุดจากภวังค์ความคิดก่อนจะเห็นว่าผู้อำนวยการซุนกำลังวิ่งมาหาเธอ
“สวีจือชิง ผมได้ยินว่าคุณเป็นคนทำลูกท้อในโหลแก้วคุณจะช่วยขายมันให้ผมก่อนได้ไหม ผมขอซื้อมันในนามของผมเป็นการส่วนตัว”
ลูกท้อในโหลแก้วอร่อยมากจริงๆคนเป็นผู้อำนวยการโรงงานอาหารอย่างเขามักจะได้กินของอร่อยเป็นประจำแต่เขาเพิ่งเคยกินผลไม้แปรรูปที่อร่อยขนาดนี้เป็นครั้งแรก
“ผู้อำนวยการซุนฉันไม่ได้ไม่อยากขายให้คุณนะคะ แต่ฉันทำมันออกมาแค่สองโหลเท่านั้นและเอามาให้ที่เทศบาลชุมชนหมดแล้วค่ะ แต่วางใจได้ค่ะ หลังจากพวกเราสร้างโรงงานสาขาเสร็จแล้วสินค้าล็อตแรกที่ผลิตเสร็จ ฉันจะเก็บมันเอาไว้ให้คุณแน่นอน”
ยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอะไรก็ถือเป็นทรัพย์สินของรัฐผู้อำนวยการซุนเป็นแค่ผู้บริหารที่ถูกส่งมารับผิดชอบงานในโรงงานเท่านั้นเขาไม่ใช่เจ้าของโรงงานอาหารชุนหัว ดังนั้นสวีหว่านหนิงจึงไม่จำเป็นต้องประจบเอาใจเขาเป็นพิเศษ
ผู้อำนวยการซุนได้ยินดังนั้นก็กลับไปพร้อมความผิดหวัง
แต่สวีหว่านหนิงนั้นอารมณ์ดีมากว่าแล้วจึงเดินทางไปยังที่ทำการไปรษณีย์อีกครั้ง