ยันต์เทพเซียนกระบี่ ยุทธวิธีพร์
ลิขิตสรรค์สร้าง ผนึกไว้ในโลกา
“ทำไมข้าต้องเขียนอักษรยันต์นี้ด้วย ทำไม มือ มือ ของข้ามันถึง”
ปลายพู่กันตวัดยันต์อักษรคำว่า หลง บนแผ่นโลหะน้ำหมึกซึมลงและเรืองแสง ช่องโหว่สีดำหมุนวนเป็เกลียวคลื่นจนปรากฏภาพวาดรูปใหญ่ลายสีน้ำมันตรงหน้าชายหนุ่มที่สับสนกับโลกคู่ขนาน
“ข้ามาเพื่อพบเ้านะเถาฟาแต่มันกลับทำให้ข้าสับสนยิ่งนัก”
ร่างหญิงสาวเลือนหายแปรเปลี่ยนเป็ชายชราผมขาวยืนถือไม้เท้าหัวราชสีห์
“ข้าจะไม่ถามท่านว่านางหายไปไหนแต่ข้าอยากรู้ว่าท่านเป็ใครกันแน่”
ชายชราลูบเคล้าอันขาวโพลนหัวเราะในลำคอกระแทกไม้เท้าร่างนั้นแปรเปลี่ยนกลายเป็หญิงงามแห่งพรรคมารจนเฉินฟูฟู่ถึงกับหงายหลังล้มลงไม่เชื่อสายตาตนเอง
“ท่านแม่ ท่าน มาได้ยังไง ข้าสับสนไปหมดแล้ว หรือ ท่านจะเป็ปีศาจหรือมารกันแน่”
ร่างนั้นแปรเปลี่ยนกลายเป็เซียวหูหลี่ เป็ทุกสรรพสิ่งหมุนวนอยู่รอบๆตัวของเขา เสียงในห่วงแห่งจิตที่ด่าทอต่างๆนานาในความลวงโลกใช้ยันต์เทพอำพรางปราณยุทธ์ของผู้ฝึกตนขั้นรู้สรรพสิ่งจนร่างนั้นแปรเปลี่ยนเป็ห้องปรุงโอสถที่มีเตาขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยสมุนไพรกว่าพันธุ์ชนิดในขวดแก้วบางใสและลืมตาขึ้นมาทักทายชายหนุ่ม
“แล้วนี่มันอะไรกัน เตาปรุงยา แล้วนั่นมันลืมตาขึ้นมาเพื่อจะให้ข้าเอามันมาต้มกินหรืออย่างไร หรือข้าฝันไปอีกแล้ว ชิงเหลียน เถาฟา พวกเ้าอยู่ไหนกัน ข้าสับสนไปหมดแล้ว”
เตาปรุงยาเดือดจนไอความร้อนพุ่งขึ้นกลิ่นของมันทำให้นายน้อยพรรคมารต้องรีบเดินไปรอบๆเพื่อหาทางเปิดฝาเตาปรุงยาั์ที่สูงจนต้องเงยหน้ามองให้ไอความร้อนได้ระบายออกมาอย่างสะดวกและไม่ะเิจนเขากลายเป็ส่วนหนึ่งของตัวยา
“เ้ากำลังจะฝืนชะตาอย่างนั้นรึ สมุนไพรในเตาปรุงยาเป็สมุนไพรที่กำลังจะสำเร็จผลแต่ขาดหัวใจแห่งปราชญ์มันรอเ้าอยู่นานแล้ว”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย และท่านเป็ใครกัน แล้วทำไมข้าต้องเชื่อท่านด้วย”
“เ้ามีปราณยุทธ์ที่ล้ำลึกและสามารถข้ามขั้นถึงเบิกฟ้า ชีวิตของเ้าเป็ตัวยาที่ล้ำเลิศ หากได้ผสมกับตัวยาทุกตัวในเตาปรุงยารับรองได้ว่าหากใครได้กินต้องบรรลุขั้นปราชญ์ราชันหาใครเทียมได้”
“ทั้งหมดที่ที่ท่านเอ่ยมานั้นคือให้ข้าสละชีวิตและเป็ตัวยาให้กับท่านอย่างนั้นนะสิ”ชายหนุ่มเงยหน้ามองเตาปรุงยาและถอนหายใจ
“ได้ ข้าเบื่อโลก ข้าอยากสลายพลังทุกอย่างในตัว ข้าอยากเป็ผู้ฝึกตนที่ไม่ต้องกังวลในพลังที่มันซับซ้อนจนข้าต้องปวดหัวกับมัน ข้า้าฝึกปราณที่แท้จริงในตัวข้า และยอมสละชีวิตเพื่อท่าน หากมันจะทำให้ท่านสมหวัง และช่วยบอกชิงเหลียนและเถาฟาว่าข้าจะอยู่ข้างกายพวกนางเสมอ”
“เ้าจะหลับตาทำไมเ้าหนุ่ม”
“ข้าแค่กำลังคิดว่าจะขึ้นไปบนเตาปรุงยายังไงมันสูงมาก ท่านมีบันไดไหม”
“ข้าเชื่อเ้าแล้วเถาฟาว่าเ้าหมอนี่มันบ้าจริงๆ พวกเ้าออกมาได้แล้ว”
หญิงสาวชุดดำและหญิงงามในชุดสีฟ้าค่อยๆเดินมาและหยุดตรงหน้าชายหนุ่มที่ค่อยๆลืมตามองสาวงามที่อยู่ตรงหน้า และจิ้งจอกหิมะเซียวหูหลี่ที่ะโอยู่ข้างๆแม่นางเนื้อหอม
“พวกเ้าแอบอยู่นานแค่ไหนกัน”
“ก็นานพอที่จะได้ยินเ้าเรียกชื่อ”
“พวกเ้ารู้จักท่านาุโที่พูดคุยกับข้าด้วยหรือ”
“นางเป็ศิษย์พี่รองแห่งสำนักเทียนหลง”
“อ้าว! ผู้หญิงอย่างนั้นหรือ ข้านึกว่า”
“เ้าก็น่าจะเข้าใจอย่างนั้นเพราะข้าใช้ยาเปลี่ยนเสียงที่ปรุงเองกับมือ”
หญิงงามนาม ฮูเหย่ นักปรุงโอสถ ศิษย์พี่รองแห่งสำนักเทียนหลง ในชุดสีฟ้า เดินออกมาพร้อมกับหงายฝ่ามือที่มีพลังความร้อนล้อมรอบผลึกที่กำลังจะกลายเป็เม็ดอันกลมเกลี้ยงอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสาม
“ท่านเป็คนหรือเป็เทพกันแน่ ทำไมถึงมีพลังบนฝ่ามือ ต้องฝึกนานแค่ไหนกัน ถึงข้าจะมีพลังถึงระดับ 5 แต่ควบคุมไม่ได้ก็ไร้ประโยชน์ ข้าอยากทำได้แบบท่านบ้างคงจะสนุกพิลึก”ชายหนุ่มเพ่งมองอย่างไม่คลาดสายตา
หญิงงามแห่งสำนักเทียนหลงกำลังภายในลำลึกเข้าหาเฉินฟูฟู่อย่างไม่ทันตั้งตัวจนอ้าปากค้างนางดีดยาเม็ดสีฟ้าเข้าปากชายหนุ่มได้อย่างพอดีและกลืนลงไปเพียงชั่วครู่เฉินฟูฟู่รู้สึกได้ถึงพลังปราณภายในที่ฟื้นฟูขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ข้าน้อยขอคารวะท่านหญิงงามแห่งสำนักเทียนหลง”
“เ้าก็ชมข้าเกินไป สาวงามในแคว้นกงเหว่ยยังมีอีกมากนักยังมีศิษย์น้องสามข้าอีกคนจี่เซียหญิง ค่ายกลของนางล้ำลึก หากเ้าจะขึ้นเขาเพื่อไปสำนักเทียนหลงต้องเจอค่ายกลของนางแน่”
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะไปสำนักเทียนหลง หรือเ้าทั้งสองบอกนาง”
“เ้าทึ่มข้าเปล่าบอกนางนะหรือเ้าเถาฟาที่บอกนาง”ชิงเหลียนเอ่ยขึ้น
“เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะมีวิธีไหนบ้างที่จะผ่านค่ายกลนั้นไปได้”
“หากเ้ามีวาสนาต่อพวกข้าทั้งหกจริงและเป็ศิษย์แห่งสำนักเทียนหลงได้นั่นคือชะตาของเ้าเฉินฟูฟู่ อย่าลืมว่า ตำราควบคุมปราณพลังในหอยุทธ์นั้นศิษย์พี่ใหญ่หนิงกังเป็ผู้ดูแลแทนท่านปรมาจารย์มิงเวย หากเ้าคิดจะเข้าไปต้องผ่านด่านศิษย์พี่ไปให้ได้เสียก่อน
“มีอีกเื่ที่ข้าอยากรู้”
“เ้าอยากรู้อะไรอีก”
“ข้าอยากรู้ว่า ราชสีห์ขนทองเป็ใครกันแน่ ถึงมาๆหายๆจนข้าสับสนไปหมดแล้ว”
“ก็ข้าบอกแล้วไงราชสีห์ขนทองเป็พ่อบุญธรรมของข้าและเป็พี่น้องร่วมสาบานของธิดาพรรคมารหูเหย่แต่ถูกสาปจนต้องหลบซ่อนตัวเพื่อรออิสรภาพ”แม่นางเนื้อหอมพูดขึ้น
“แล้วมีเหตุผลอะไรที่แม่บุญธรรมต้องให้ข้ามาตามหาเพื่อสัญญาอะไรที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย”
“เกี่ยวสิ เฉินฟูฟู่ สัญญาที่จะช่วยให้พ้นคำสาปซึ่งคำสาปนั้นควรจะเป็แม่เ้าที่ได้รับแต่พ่อบุญธรรมขอรับไว้เองทั้งหมด ส่วนแม่เ้ากลายเป็ธิดาพรรคมารอย่างสบายใจ คงเป็เพราะนางรู้สึกผิดต่อพ่อบุญธรรมก็เลยส่งเ้ามาเพื่อล้างคำสาป”แม่นางหมั่นโถวพูด
“แล้วส่งข้าไปวิหารเจี้ยนถังทำไม ให้ข้าเดินทางมาที่ป่านรกเลยไม่ดีกว่าหรือ”
“ธิดาพรรคมารและธิดาเทพเจี้ยนถางฟารู้เห็นเป็ใจเพื่อให้เ้ากับชิงเหลียนได้พบกันเพื่อออกมาทำภารกิจนี้ร่วมกันและคิดว่าเ้ายังอ่อนต่อยุทธภพอันกว้างใหญ่ให้แม่นางชิงเหลียนคอยแนะนำจะดีที่สุด”
“เ้าปั้นเื่ได้เก่งมากแม่นางนักฆ่า ข้าจะเชื่อเ้าดีไหม”
“ใช่เถาฟาจริงอย่างที่เ้าพูด เ้าลอยมาที่ห้องข้า แล้วก็แกล้งข้า ป่วนวิหารเจี้ยนถังจนทุกคนอยากจะฆ่าเ้า แม่เฒ่าสั่งขังเ้าจนธิดาเทพเจี้ยนถางฟาต้องตัดสินให้ข้าพาเ้ามาหาราชสีห์ขนทองเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้หลายปีก่อน มันแปลกชอบกลนะเฉินฟูฟู่”ชิงเหลียนย้อนความ
“ข้าเป็ตัวหมากที่ใช้เดินอย่างนั้นรึ”
“ข้าว่ามันเป็ชะตาของเ้ามากกว่าเฉินฟูฟู่ แต่ตอนนี้ข้าต้องกลับสำนักเทียนหลงแล้วเหมือนจะเกิดเื่”
“เื่อะไรหรือท่านให้พวกข้าช่วยได้ไหม”
“เ้าควรตามหาราชสีห์ขนทองให้พบและล้างคำสาปเพื่อที่ราชสีห์ขนทองจะได้ชี้ความกระจ่างในเื่ทั้งหมดที่พวกเ้าสงสัย และเดินทางตามข้าขึ้นไปที่สำนักเทียนหลงหวังว่าพวกเราจะมีวาสนาต่อกัน”สิ้นเสียงร่างหญิงงามหายไปเหลือเพียงเรือลำน้อยให้ทั้งสามยืนมองหน้ากัน
“นางหายไปพร้อมเตาปรุงยา แต่ข้ายังสงสัยว่าราชสีห์ขนทองอาจแปลงกายเป็นางมาปั่นหัวพวกเราเล่นแล้วจากไป”
“เ้าคิดหรือว่าพ่อบุญธรรมของข้าจะมีเวลามาเล่นกับพวกเ้า เ้าลืมแล้วหรือว่านักฆ่าแห่งแคว้นเชียงเอ๋อเป็ศิษย์ยอดฝีมือที่พ่อบุญธรรมข้าปั้นขึ้นมากับมือรวมถึงข้าด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นราชสีห์ขนทองอาจจะกลับไปที่แคว้นเชียงเอ๋อ”
“ไม่มีทางเพราะข้ารู้สึกถึงปราณพลังของท่านพ่อที่อยู่ไม่ไกลจากนี่ เราไปกันได้แล้ว”หญิงสาวทั้งสองพร้อมใจกันะโและลอยตัวกันขึ้นฝั่งปล่อยให้ชายหนุ่มยืนมองและสับสนในคำพูดที่แม่นางนักฆ่าว่าไว้