จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่27 จ้าวอาณาเขต

    กงเล็บอสูรหมีโลหิตฟาดลงอย่างรุนแรงบนพื้นปฐพี แต่ไร้ซึ่งศัตรูแต่อย่างใดภายใต้กงเล็บของมัน ดวงตาของมันทอแสงสีแดงเลือดด้วยความโกรธถึงขีดสุด ไอเสริมพลังสีแดงเดือดพุ่งพล่านออกจากกายหมีโลหิต หมีโลหิตเข้าสภาวะคลั่งไร้สติ!!โฮกกกก !!ทุกย่างก้าวพื้นปฐพีพลันแตกเป็นเส้น แรงกดดันอันหนักหน่วงราวถูกกดทับลง สีหน้าของหมิงหลงขมวดเข้าหากันทันที ในความคิดของหมิงหลงตอนนี้ ไม่อาจดูถูกมันได้อีกต่อไป พลังกายของมันเพิ่มขึ้น3เท่า เมื่อเข้าสู่สภาวะคลั่ง!!หมิงหลงสั่งอสูรเชิดทั้งสี่ตน ถอยล่นออกมาในทันใด อุ้งมืออันใหญ่โตพร้อมกงเล็กอันแหลมคม ตะปบไปข้างหน้าทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว การโจมตีดูสะเปะสะปะ แต่ทรงพลังยิ่ง ตูมม ตูมม ตูมม!!แต่ด้วยการกระทำเช่นนั้น จุดอ่อนได้ถูกเปิดโล่งไร้ซึ่งการป้องกัน‘ต้องประสานการโจมตีจนไม่ให้มันสามารถตั้งตัวได้’ ‘กระทิงปฐพีพุ่งชน อสรพิษยักษ์ผนึกการเคลื่อนไหวด้วยการรัด’ หมิงหลงสั่งการทางจิต เริ่มการปะทะซึ่งๆหน้าเสี้ยววินานที ที่ทั้งสองผ่านเข้าปะทะกัน หมิงหลงสกัดการเคลื่อนไหวด้วยการสะกดจิตทันทีสะกดหุ่นเชิด!! การรับรู้ของหมีโลหิตดับไปชั่วขณะ พร้อมโดนกระทิงพุ่งเข้าชนในชั่วพริบตาต่อมาตูม!! หมีโลหิตถูกแรงกระแทกจนถอยล่นไปหลายสิบก้าว แต่ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ไม่มีท่าทีจะล้มแต่อย่างใดทว่าการรับรู้ยังไม่กลับคืนมาอย่างเต็มประสิทธิภาพหมิงหลงทำการโจมตีทางจิตอย่างต่อเนื่อง หากพลาดท่าอาจถึงตายในการโจมตีครั้งเดียว อสรพิษยักษ์เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและพันธนาการแขนทั้งสองข้างจนแนบชิดกาย ราวกับโดนเชือกนับ6เมตรพันอย่างแน่นหนาหลายรอบปากอันแหลมคมของหมีโลหิตกัดเข้าที่ร่างอสรพิษยักษ์จนเกิดเป็นรอยแหว่งจากคมเขี้ยวอันแหลมคม กระทั้งแขนทั้งสองข้างได้เกร็งต้านทานแรงบีบรัดจนเกิดเสียงฉีกขาดบนร่างกายของอสรพิษยักษ์ฟ่อออ!! หมีโลหิตยังไม่ทันได้หลุดรอดจากการถูกพันธนาการอันเหนียวแน่น ทันใดนั้นเองค้างคาวผีก็ปรากฏตัวเหนือหัวของมัน ปลดปล่อยพลังคลื่นเสียงโจมตีสมองของหมีโลหิตผ่านทวารทั้งสามทาง หู จมูก ปาก วี้ดด วี้ดด!! ดวงตาของหมีโลกหิตพลันเบิกกว้าง ความเจ็บปวดปรากฏจนเส้นเลือดปูดโปนบนใบหน้าพลังเสียงโจมตีตรงเข้าไปในอวัยวะภายในที่มีความอ่อนแอ แสดงผลดีเยี้ยมต่อสัตว์อสูรประเภทมีการป้องกันทางกายภาพสูงตัวเด็กหนุ่มพลันเคลื่อนไหวไปรอบๆคอยสนับสนุน และเมื่อเจอจังเหมาะสม จึงไม่อาจปล่อยให้หลุดมือโดยง่ายๆหมิงหลงและสิงโตอัคคีพุ่งเข้าโจมตีพร้อมๆกัน กงเล็บทั้งสองของสิงโตอัคคีพลันลุกโชติช่วงไปด้วยเปลวเพลิง อุ่งมือทั้งสองข้างขย้ำไปที่ขาทั้งสองข้างของหมีโลหิต จนร่างกายล้มลงหลุดจากการควบคุมประกายแสงดาบสะท้อนแสงวาบ กล้ามเนื้อในกายถูกเกร็งบิดเล็กน้อย หนึ่งพันชั่งผ่าปฐพี !! กล้ามเนื้อกายได้ถูกปลดปล่อย พร้อมแรงทั้งหมดถูกส่งไปยังศันดาบไร้คม ตูม!! เข้ากระทบคอของหมีโลหิตอย่างจัง เจ้าหมีโลหิตได้หมดสติไปในทันทีร่างกายของหมิงหลงถึงกลับสั่นสะท้าน จากการเพิ่มแรงโนมถ่วงขึ้นถึงหนึ่งพันชั่ง (2ชั่งเท่ากับ1กิโลกรัม) พลังสั่นสะเทือนได้สะท้อนตีกลับจนร่างกายนั้นด้านชาแฮ่ก แฮ่ก!!“ระดับขอบเขตปราณปฐพี ถือว่าตรึงมือจนเกินไป เพียงแค่ระดับต่ำก็เกือบเอาตัวไม่รอด” หมิงหลงกวาดตามองหนึ่งในอสูรเชิดกำลังหายใจรวยริน อสรพิษยักษ์มีร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ รอยกล้ามเนื้อฉีกขาด รอยคมเขี้ยวกัดจนเป็นแผลเหวอะ“เด็กดีๆ เจ้าทำงานได้ยอดเยี้ยมมาก” มือของเด็กหนุ่มได้ลูบบนหัวของมันอย่างนุ่มนวล นัยน์ตาสีม่วงได้ส่องไปยังดวงตาอสรพิษยักษ์ ดวงตาของมันเริ่มหลับลึกลงไปอย่างช้าๆ เขายกดาบขึ้นแทงไปที่หัวใจของมัน ไม่ให้มันตื่นขึ้นมาเจอกับความทรมานอีกชั่วนิรันดร์ ร่างกายอันใหญ่โตถูกเก็บเข้าแหวนมิติ ปรากฏแววตาเศร้าเล็กน้อยจากใบหน้าเด็กหนุ่มร่างกายได้สาวท้าวมายัง ร่างอันใหญ่โตของหมีโลหิตที่กำลังนอนหมดสติ มือได้คว้าไปที่เปลือกตาของให้เปิดออก นัยน์ตาสีม่วงพุ่งอันลึกลับจดจ้องไปที่ตาของมันในทันทีสะกดหุ่นเชิด !! ดวงตาของหมีโลหิตถูกพลังลึกลับบางอย่างแทรกซึมเข้าดวงตา สีนัยน์ตาแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงอันน่าขนลุกร่างกายของมันได้ขยับขึ้นในทันใด “ตัวตนขอบเขตปราณปฐพีขั้นต่ำ ตกอยู่มือของข้าในที่สุด” ร่างกายของมันปรากฏล่องลอยปาดแผลเป็นจำนวนมาก อาการบาดเจ็บกว่าจะฟื้นฟูจนกลับมาเป็นปกติ ใช้เวลาอย่างน้อย สามถึงสี่วัน“ข้าจะรักษามันเช่นไรดี?” เด็กหนุ่มครุ่นคิดอยู่พักนึง ในมือหมิงหลงปรากฏผลไม้สีชมพูอ่อนๆ เมื่อผลท้อทิพย์ปรากฏเบื่้องหน้า เหล่าอสูรของเขาพลันวิ่งเข้ามารุมล้อมหน้าหลัง“พวกเจ้าต้องการมัน?” พวกมันมีท่าทีดีใจอย่างมาก ไม่นาน ก็หมิงหลงก็นำผลท้อทิพย์ออกมาสี่ผล โยนให้พวกมันในทันทีเมื่อพวกมันได้กลืนกินเข้าไป ต่างก็พากันหลับใหล แม้เด็กหนุ่มจะเกิดความสงสัย แต่ก็ปล่อยให้พวกมันพัก หลังจากผ่านการต่อสู้มาไม่นานหมิงหลงตัดสินใจหยุดพักที่นี้ วันสองวันเพื่อเร่งการบ่มเพาะปราณ และกายาหลังจากเก็บเกี่ยวมาอย่างมากมาย มีเลือดอสูรหลากหลาย สมุนไพรจากถ้ำ ไข่สัตว์อสูรหลากหลายชนิดๆ คงจะเพียงพอสำหรับการก้าวกระโดนของพลังฝึกตนอาณาเขตบริเวณนี้เป็นของเจ้าหมีโลหิต สัตว์อสูรตัวอื่นไม่อาจย่างกรายเข้ามาได้ เพราะมันเป็นจ้าวอาณาเขตที่แข็งแกร่งที่สุดในบริเวณหลายสิบลี้ จึงกลายเป็นสถานที่ปลอดภัย ภายใต้การดูแลของหมีโลหิตหนึ่งคนกับอีกสี่ตัว เริ่มหนทางการบ่มเพาะความแข็งแกร่งของตนอย่างเงียบงัน หมิงหลงเริ่มบ่มเพาะทั้ง ปราณและกายาควบคู่กันให้สมดุลกัน และเพื่อสร้างพลังรากฐานให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น หมิงหลงพึ่งทะลวงบ่มเพาะไม่นาน รากฐานเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของปราณให้แข็งแกร่ง และการทะลวงขั้นต่อไปก็จะราบรื่นยิ่งขึ้น