ณัฐวุฒิเปิดโทรทัศน์จอใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าโซฟาเอาไว้ เขาหันมามองน้ำฟ้าที่นั่งหน้าซีดอยู่ข้างๆ
“ใมากเหรอ?”
“ใช่ ฉันไม่เคยเห็นเื่น่ากลัวซึ่งๆ หน้าแบบนี้มาก่อน”
“ถ้าคุณอยู่กับผม ต้องเจอเื่พวกนี้อีกหลายครั้งเลย พยายามทำตัวให้ชินเร็วๆ เข้านะ”
“คุณจะไม่อธิบายฉันหน่อยเหรอว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงมีรถโผล่ออกมาจงใจขับชนรถคันนั้นให้ตกน้ำ”
“ลุงของคุณให้คนมาสะกดรอยคุณเนศ ผมเดาว่าหาโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุ เมื่อครู่คนของผมกลัวว่ารถที่ดักคุณเนศอยู่ด้านหน้าอาจจะพุ่งชนคุณเนศจนตกน้ำก็เลยถือโอกาสลงมือก่อน”
น้ำฟ้าชะงัก “คนของคุณ?”
“พูดยังงั้นก็ไม่ได้ ที่จริงเป็คนของเสี่ยตะวันต่างหาก”
หญิงสาวโคลงศีรษะ “เสี่ยตะวันเป็ใคร?”
“มาเฟียที่ไม่เคยเปิดเผยโฉมหน้า ทำธุรกิจสีเทาหลายอย่างโดยเฉพาะพวกเธคผับคลับบาร์ เสี่ยตะวันมีลูกน้องเยอะ ผมเองก็เคยเป็ลูกน้องของเขามาก่อน” ชายหนุ่มยิ้ม เขายื่นมือลงไปใต้โซฟา
กริ๊ก!
มือของณัฐวุฒิมีปืนขนาดยาวเท่าฝ่ามือติดอออกมาด้วย น้ำฟ้าอึ้ง เธอมองหน้าเขาสลับกับมือที่ชายหนุ่มถือในมือ
“คุณเล่นปืนด้วยเหรอ?”
เขายกยิ้มมุมปาก “ผมไม่ได้เล่น ผมฝึกยิงมานานแล้วต่างหาก ก่อนจะมาเป็เลขานุการของบอส ผมเป็หนึ่งในบอดี้การ์ดของเสี่ยตะวัน”
เขาหันปืนไปอีกทาง ถอดสลักปืนออกเป็ชิ้นวางเรียงบนโต๊ะเล็กที่วางอยู่หน้าโซฟา แล้วประกอบเข้าคืนด้วยความรวดเร็ว
“ผมไม่ได้ใส่ะุเอาไว้ เผื่อเอาไว้เฉยๆ ถ้ามีคนบุกเข้ามาจะได้ใช้ข่มขู่”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยในขณะที่น้ำฟ้ารู้สึกเสียวสันหลังวาบ เธอเคยคิดว่าเขาเป็แค่เลขานุการธรรมดา แต่ตอนนี้เธอเพิ่งรู้ว่าตนเองอยู่ในฝันร้าย กลายเป็ผู้หญิงที่หลับนอนกับมาเฟีย
เขาเห็นเธอหน้าตาใก็ยิ้มน้อยๆ “กลัวผมแล้วเหรอ?”
เธอไม่ตอบ เบือนหน้าไปอีกทาง มือสองข้างจับกันแน่นเพื่อสงบใจไม่ให้แสดงความหวาดกลัวออกมา เขาเก็บปืนเข้าที่เดิมแล้วลุกขึ้น
“ระหว่างรอข่าว เราก็กินไปด้วยล่ะกัน ผมหิวแล้ว” เขาลุกไปเปิดตู้เย็นหยิบผักกับหมูออกมา “ผมไม่ได้หุงข้าวนะ เหลือแต่มาม่า คุณกินได้ไหม?”
“อือ” เธอไม่กล้าพูดจาแรงๆ ใส่เขาเหมือนที่ผ่านมา
เขาหันหลังให้เธอ เปิดเตาแก๊สในขณะที่ยิ้มกริ่ม ถ้ารู้ว่าเธอจะว่าง่ายแบบนี้ เดี๋ยวเขาจะหยิบปืนออกมาให้เธอดูอีกสักสองสามกระบอก ชายหนุ่มต้มมาม่าต้มยำใส่หมู ไข่ และผักลงไป
“คุณไปเตรียมถ้วย ช้อน ล่ะก็น้ำดื่มมาที” เขาสั่งโดยไม่ได้หันหน้า
น้ำฟ้ากระวีกระวาดลุกขึ้น หยิบถ้วย ช้อน ตะเกียบ แก้วน้ำไปวางที่โต๊ะอาหาร เดินไปที่ตู้เย็นหยิบน้ำดื่มออกมาสองขวด เขายกหม้อต้มมาม่ามาวางบนที่รอง ใช้ทัพพีกลมตักบะหมี่สำเร็จรูปใส่ถ้วยให้เธอ
“คุณหิวไหม?”
“ค่ะ” เธอตอบ ก้มหน้าดมกลิ่นอาหารในถ้วย ลงมือกินโดยไม่กล้าสบตาเขา เหมือนจะได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของคนตรงหน้า
น้ำฟ้าเพิ่งนึกได้ว่าร่างกายของเขากำยำดูแข็งแรงเกินที่จะเป็เลขานุการธรรมดา ซ้ำตรงบั้นเอวด้านขวายังมีรอยสักที่ซ่อนเอาไว้อีก เธอช่างโง่นักที่ไม่นึกสงสัย หนำซ้ำวันก่อนที่มานอนกับเขา ยังเป็เธอที่เริ่มบทรักร้อนบนเตียงก่อน
‘ฟ้านะฟ้า มีคู่นอนอันตรายแบบนี้ จะหนีได้ไง?’
หญิงสาวนึกอยากจะเขกหัวตัวเองที่เข้ามาพัวพันกับคนอย่างเขา ถ้าเกิดจะขอให้เขาเลิกยุ่งเกี่ยวแล้วเขาไม่ยอม เธอก็คงไม่มีทางหนีจากเขาได้ ระหว่างที่คิดไปกินไป เธอก็กินจนหมดถ้วย
“เอาอีกไหม?” เขาเอียงหน้ามาถาม
ปกติเขาจะนั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะกับเธอ แต่วันนี้กลับนั่งอยู่ใกล้แทบจะศอกชนกัน น้ำฟ้าผงกศีรษะรับ เขาจึงตักให้เธออีกครึ่งถ้วย
“แค่นี้คุณก็น่าจะอิ่ม เดี๋ยวน้ำหนักขึ้นคุณจะเครียดเอา”
เธอไม่ตอบก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ต่อไปเงียบๆ เขารินน้ำใส่แก้วแล้วเลื่อนมาให้
โทรทัศน์ที่เปิดไว้รายงานข่าวด่วนเข้ามา อุบัติเหตุรถถูกชนตกน้ำ มีคนติดอยู่ในรถสองราย คาดว่าเสียชีวิตแล้ว ตอนนี้ยังไม่สามารถเอารถคันนั้นขึ้นจากน้ำได้ ต้องรอให้รถเครนมาถึงก่อนเพราะคลองนั้นถือว่าลึกพอสมควร
น้ำฟ้าดื่มน้ำได้ครึ่งแก้วก็วางลง “มีคนตายสองคนแน่ะ”
“ถ้าพวกเขาไม่ตาย คนตายอาจจะเป็คุณเนศ” เขาเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆ
“ตำรวจจะจับคนทำได้ไหม?”
“แถวนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด รถคันนั้นใช้ทะเบียนปลอม พวกเขาเป็มืออาชีพ คงจะจับได้ยาก ขึ้นชื่อว่าคนของเสี่ยตะวัน ทำงานเรียบร้อยทุกครั้ง”
ยิ่งฟังน้ำฟ้ายิ่งรู้สึกเหมือนจะไข้ขึ้น เธอไม่กล้าหันไปมองหน้าเขา ถ้าเกิดเธอพยายามปลีกตัวออกห่างแล้วเขาเอาเื่ขึ้นมา เขาอาจจะใช้คนมาเก็บเธอเหมือนที่คนของสายน้ำถูกกระทำ แค่คิดน้ำฟ้าก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดๆ ในใจก็คิดว่าหกตนเองหลุดพ้นจากณัฐวุฒิไปได้ ต่อไปเธอจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้นจะคบกับผู้ชายคนต่อไปคงต้องสืบเื้ัให้ดีๆ
“ผมมีของจะให้คุณดู”
เขาเข้าไปในห้องนอนอีกห้องที่ไม่ค่อยได้ใช้ ยกเอากล่องโลหะสีดำขนาดยาวออกมาวางบนโต๊ะหน้าโซฟา พอเขาเปิดฝากล่องนั้นออก น้ำฟ้าหน้าแทบจะไร้สีเื เขาหยิบเอาปืนสั้นออกมาค่อยๆ ตรวจสอบและเช็ดมันอย่างใจเย็น
“ไม่มีะุ ไม่อันตรายหรอก”
เธอนั่งนิ่ง ที่เขาเอาอาวุธสังหารออกมาให้เธอดูเหมือนจะข่มขู่ให้เธอรู้ว่าอย่าได้คิดขัดคำสั่งของเขาเป็อันขาด หญิงสาวที่กำลังคิดจะเอ่ยลาเพื่อกลับบ้าน นั่งตัวแข็งทื่อไม่กล้าพูดออกมา
เขาอธิบายชื่อและคุณสมบัติของปืนแต่ละกระบอกด้วยน้ำเสียงแจ่มใส พอทำความสะอาดครบทั้งสามกระบอกก็เก็บเข้ากล่อง
“คุณไปอาบน้ำได้แล้ว คืนนี้นอนที่นี่ล่ะ”
น้ำฟ้ารีบเด้งตัวขึ้นจากโซฟาวิ่งเข้าห้องน้ำด้วยใจระทึก ตอนนี้เธอตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนร่วมรักกับเขาเสียอีก หญิงสาวยกมือขึ้นลูบหน้าอกตัวเองพยายามปลุกปลอบให้ใจเต้นช้าลง
ณัฐวุฒิแอบหัวเราะ เขานึกขำน้ำฟ้าที่กลัวจนปิดไม่มิด สายตาเธอไหวระริก หญิงสาวใช้นิ้วพยายามจิกบนหลังมืออีกข้างอยู่เรื่อยๆ เขาคิดว่าน่าจะกดดันเธอพอแล้ว บางทีการทำให้น้ำฟ้ากลัวก็น่าจะทำให้ผู้หญิงหัวรั้นคนนี้ไม่กล้าทำเื่นอกเหนือคำสั่งของเขา
มารดาของน้ำฟ้ามองเห็นลูกสาวนั่งรับประทานอาหารคนเดียวบนโต๊ะก็ยิ้มทัก “ฟ้า ไม่ไปข้างนอกเหรอลูก?”
“คุณแม่ล่ะคะ? เพื่อนๆ ไม่นัดพบกันเหรอคะ?”
“นัด แต่แม่เหนื่อยน่ะ วันก่อนนั่งจนเที่ยงคืน”
วงสมาคมไพ่ของมารดาและเพื่อน นัดรวมกลุ่มเล่นกันสัปดาห์ละสามถึงสี่วัน แม้จะอยู่บ้านเดียวกันแต่น้ำฟ้าก็ไม่ค่อยได้เห็นหน้าคุณภาวิณีนัก
“แม่ได้ยินมาว่าคนของลุงสายรถตกน้ำตายทั้งสองคนแน่ะ”
น้ำฟ้าเงยหน้ามอง “คนของลุงสายเหรอคะ?”
“ใช่ เห็นว่าเป็คนที่เฝ้าบ้านหลังที่เพิ่งสร้างเสร็จให้ ที่ดินตรงที่ฟ้าถามแม่เมื่อวันก่อนน่ะ เมื่อคืนข่าวก็ออก รถคันนั้นถูกชนจนตกน้ำ คนในรถตายทั้งคู่ ศพก็เอาไปตั้งที่วัดแล้ว นี่คุณพ่อก็แวะไปดูด้วยนะ”
หญิงสาวหูผึ่ง “วัดไหนเหรอคะ?”
“ฟ้าจะไปดูทำไม? แค่งานศพคนงาน ไม่ใช่ญาติหรือคนรู้จักของเราซะหน่อย อีกอย่างแม่ก็ไม่รู้หรอกว่าวัดไหน? ถามคุณพ่อดูสิ”
น้ำฟ้าเพิ่งนึกได้ว่าที่คุณแม่ของเธออยู่บ้าน น่าจะเป็เพราะวันนี้คุณพ่อบอกว่าจะกลับมา มารดาของเธอไม่ยอมหย่ากับสามีเพราะห่วงหน้าตาทางสังคม ส่วนคุณพ่อของเธอก็เช่นกัน นานๆ ครั้งก็จะกลับมานอนที่บ้าน
น้ำฟ้าทักข้อความไปถามกับเลขานุการของบิดา จึงรู้พิกัดของวัดที่จัดงานศพ เธอคว่ำโทรศัพท์มือถือแล้วรีบกินข้าว
“ฟ้าจะไปจริงๆ เหรอ? หาเื่ออกจากบ้านเพราะจะไปหาเพื่อนดาราพวกนั้นรึเปล่า? แม่ได้ยินว่าเพื่อนๆ กลุ่มนี้ของฟ้าหาแฟนรวยๆ ได้ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ? ฟ้าก็อยู่กลุ่มนี้ตั้งนานแล้ว ไม่เห็นได้แฟนไฮโซมาอวดแม่สักคน”
**********