บทที่ ๖
มิใช่ข้า แต่เป็นาง
หานฟางเหนียงในวัยสิบสามหนาวสวมอาภรณ์สีชมพูอ่อนที่ซูเอินหามาให้ ั้แ่วันที่หานจงพูดกับนางเื่นี้นางก็หาชุดมาให้เด็กสาวไม่ขาดถึงจะเป็ชุดเก่าของหานลี่ถิงก็เถอะ ่เช้าตรู่ร่างบางจะเดินถือตะกร้ามาที่ตลาดเพื่อหาซื้อวัตถุดิบทำอาหารมื้อเช้าพร้อมกับสาวใช้ในโรงครัว และในขณะที่นางกำลังเลือกซื้อผักอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงของสาวชาวบ้านกำลังยืนจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเื่นางอยู่
"นั่นคุณหนูใหญ่หานใช่หรือไม่"
"อืมใช่"
"วันก่อนข้าเห็นคุณหนูหานคนรองมาเดินเล่นกับสหายนางดูงดงามน่าเอ็นดูสมวัยนัก ช่างต่างจากคุณหนูหานคนโตยิ่ง"
"นี่ ข้าได้ยินมาว่ามารดาของนางที่จากไปงดงามกว่าสตรีทุกคนในเมืองฉิงเสียอีกบุรุษทั้งเมืองตามเกี้ยวนางเชียวนะ แต่ไม่รู้ทำไมนางถึงได้ดูแตกต่างจากมารดาที่เขาลือ"
"ใช่ ผิวกายของนางทั้งดำคล้ำรูปร่างบางผอมแห้งแล้วใบหน้านางยังมีสิวกระรอยดำช่างอัปลักษณ์ยิ่งนัก"
"แล้วเช่นนี้นางจะมีบุรุษมาพึงใจไหมเล่า"
"แต่ที่ข้าได้ยินมานางมีคู่หมั้นด้วยนะ"
"จริงหรือ"
"ผู้นั้นคงรับนางได้อยู่หรอกไม่เช่นนั้นเขาก็คงถอนหมั้นกับนางไปแล้ว"
"อืม ไม่อย่างนั้นนางคงอับอายนัก"พวกนางยกมือขึ้นมาป้องปากราวกระซิบกระซาบแต่หารู้ไม่ว่านางได้ยิน สายตาพวกนางมองมาอย่างสมเพชเวทนาขณะที่พูดคุยกัน
เด็กสาวยืนฟังอย่างเงียบๆโดยไม่ได้เอามาใส่ใจจนพวกนางพากันเดินผ่านไป และนางก็รู้ตัวดีใน่ปีก่อนนางเริ่มเป็ระดูเข้าสู่วัยสาวนางที่ไม่ได้ดูแลตัวเองยุ่งกับทำงานบ้านทั้งวันทำให้ผิวพรรณที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาคล้ำหยาบกร้านสีผิวไม่สม่ำเสมอ สิวกระขึ้นทั่วใบหน้าจนเกิดเป็รอยดำด่างร่างกายสูงขึ้นแต่กลับผอมแห้งเนื่องจากทานข้าวแต่กับน้ำแกง ผัดผัก ไม่ค่อยได้ทานเนื้อสัตว์แม้เนื้อปลาก็ยังยากเลย
ผู้คนมักจะเทียบนางกับหานลี่ถิงก็ไม่แปลกเพราะยิ่งน้องสาวต่างมารดาโตขึ้นนางก็ยิ่งงดงามมีเสน่ห์บุรุษในเมืองฉิงต่างชอบพอ แต่ถึงหานฟางเหนียงจะไม่มีบุรุษคนใดอยากเข้าหาอย่างหานลี่ถิงเพราะหน้าตาอัปลักษณ์ของนาง แต่อย่างน้อยๆนางก็ยังมีคู่หมั้นที่มั่นใจได้ว่าในภายภาคหน้านางจะได้แต่งออกไปกับเขาเป็แน่
และแค่นางนึกถึงใบหน้าหล่อคลี่ยิ้มกว้างสดใสก็ทำให้นางหน้าแดงก่ำใจเต้นแรงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว ถึงแม้ั้แ่ที่เขากลับเมืองไปจะไม่ได้พบหน้ากันจดหมายก็ไม่เคยเขียนหานาง แต่นางก็มิเคยโกรธและยังคงตั้งตารอเขามาหา
วันนี้ระหว่างที่หานฟางเหนียงกำลังซักผ้าอยู่โรงซักล้างกับบ่าวไพร่อีกหลายคนนางก็ได้ยินเสียงหานหลินเหอะโร้องเรียกหามาแต่ไกล จนนางต้องละจากกองผ้าไปสนใจเขา
"พี่หญิงใหญ่ขอรับ ท่านอยู่ที่นี่หรือไม่ขอรับ แฮ่ก แฮ่ก"
"ข้าอยู่นี่ มีอันใดหรือไม่อาเหอ"ร่างบางยืนตัวตรงมองไปที่น้องชาย
"แฮ่ก แฮ่ก ข้าจะมาบอกท่านว่าตระกูลกู่มาขอรับ"หานหลินเหอยืนหายใจหอบ
"มาเมื่อใดทำไมข้ามิรู้"นางยิ้มบางดีใจ
"เพิ่งมาถึงเมื่อครู่ขอรับ ข้าได้ยินว่าทางนั้นส่งจดหมายแจ้งบิดามาก่อนล่วงหน้าหลายวันแล้ว"
"แล้วท่านพี่ซานมาด้วยหรือไม่"
"ขอรับ ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำ"
"ข้าฝากพวกพี่ด้วยนะเ้าคะ แล้วข้าจะรีบมาช่วย"แล้วหานฟางเหนียงก็หันไปบอกสาวใช้
"ไปเถอะเ้าค่ะ ไม่ต้องเป็ห่วงทางนี้"
"ขอบคุณเ้าค่ะ"
จากนั้นนางก็รีบวิ่งกลับเรือนไปเปลี่ยนอาภรณ์ตัวใหม่เพื่อไปหากู่ซาน หลังเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จแล้วนางก็นั่งฝึกยิ้มหวานหน้ากระจกบานเล็กบนโต๊ะไม้เพื่อความมั่นใจแล้วจึงเดินมุ่งหน้าไปศาลาริมน้ำทันที พอไปถึงก็กลับพบว่าชายหนุ่มกำลังคลี่ยิ้มสดใสพูดคุยกับหานลี่ถิงอย่างสนุกสนานดวงตาทั้งสองจ้องมองกันด้วยความหลงใหล ทำให้เท้าเล็กหยุดชะงักอยู่กับที่รอยยิ้มมลายหายไป
"อ้าว มาแล้วหรือเ้าคะพี่หญิงใหญ่ มานั่งข้างน้องสิเ้าคะ"หานลี่ถิงหันมาคุยกับนาง
"ห๊ะ อ่า ฟางเหนียงคารวะท่านพี่ซานเ้าค่ะ"นางปรับสีหน้ามายิ้มหวานยอบกายลงแล้วไปนั่งเก้าอี้ข้างน้องสาว
"อ่อ อะแฮ่ม เ้าสบายดีหรือไม่"ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกอึดอัดแต่ก็ยังคลี่ยิ้มบางให้นาง
"เ้าค่ะ ท่านพี่และท่านลุงท่านป้าเล่าเ้าคะ"
"พี่กับท่านพ่อท่านแม่สบายดี"
"ข้าไม่ยักรู้ว่าวันนี้ท่านพี่ซานจะมา ข้าจะได้เตรียมของว่างไว้ให้"หานฟางเหนียงกล่าวต่อ
"มิต้องลำบากพี่หญิงหรอกเ้าค่ะ ข้าได้ให้คนเตรียมไว้ั้แ่ท่านพ่อแจ้งแล้วเ้าค่ะหรือว่าไม่มีผู้ใดไปแจ้งให้พี่ทราบกัน"หานลี่ถิงทำสีหน้าใเอามือทาบอก
"....."
"ท่านลุงกับท่านป้ามาเพื่อหารือเื่สำคัญกับท่านพ่อท่านแม่ท่านคงหลงลืมไปน่ะเ้าค่ะ ท่านพี่หญิงอย่าได้คิดมากนะเ้าคะ"นางยิ้มบางใช้มือจับท่อนแขนเล็กเบาๆปลอบประโลม
"พี่ไม่คิดมากหรอก คงจะเป็เื่สำคัญจริงๆ"
"เ้าค่ะ เื่นี้สำคัญยิ่งนัก"หานลี่ถิงเอ่ยเสียงหวานเคอะเขินชำเลืองตามองกู่ซานที่กำลังมองนางอยู่เช่นกัน
"เหมือนเ้าจะรู้ว่าเป็เื่อันใด"
"ข้ามิรู้ว่าจะบอกท่านอย่างไรดี"นางตีหน้าเศร้าไม่สบายใจ
"....."
"ก็ในวันนี้ที่ตระกูลกู่มาก็เพื่อมาถอนหมั้นท่านกับท่านพี่ซานแล้วหมั้นกับข้าแทนอย่างไรเล่าเ้าคะ"เสียงหวานกล่าวแ่เบา
"จะ...เ้าว่าอันใดนะ"นางนั่งนิ่งพูดพึมพำไม่เข้าใจ
"พี่หญิงใหญ่คงจะมิทราบว่าข้ากับท่านพี่ซานเราสองคนเขียนจดหมายติดต่อหากันอยู่ตลอด และเื่นี้ท่านลุงท่านป้ากับท่านพ่อท่านแม่ก็รับรู้ด้วยเ้าค่ะ"
"เอ่อ ฟางเหนียงเ้าอย่าได้โกรธเคืองถิงเอ๋อร์เลยนะ เป็พี่เองที่ชอบพอนางก่อน"กู่ซานกล่าวอย่างเสียใจหลังเงียบไปนาน
"....."หานฟางเหนียงนั่งนิ่งกำมือแน่นั์ตาร้อนแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตาสักหยด ความรู้สึกมันตีกันไปหมดทั้งผิดหวังเสียใจที่คู่หมั้นที่นางมีใจให้เป็เหมือนความหวังสุดท้ายถูกแย่งไปและที่เจ็บใจที่สุดสตรีผู้นั้นคือน้องสาว ทั้งชังที่ชีวิตของนางน่าสังเวชชังทุกคนที่ทำร้ายกับนาง
แล้วร่างบางก็ลุกพรวดขึ้นเดินมุ่งหน้าไปห้องตำราของบิดาทันทีกู่ซานกับหานลี่ถิงเห็นท่าไม่ดีจึงเดินตามไปด้วย บ่าวไพร่ที่อยู่หน้าประตูห้องร้องห้ามอย่างไรนางก็ไม่ฟังจนกระทั่งนางผลักประตูเดินเข้าไปด้านในได้สำเร็จ
"นี่มันเื่อันใดกัน ผู้ใดให้เ้าเข้ามามิเห็นหรือว่าข้ากำลังมีแขก"หานจงส่งสายตาเย็นะเืมองร่างบางที่กำลังยืนมองมาที่พวกเขา
"แล้วเื่ที่พวกท่านกำลังหารือกันอยู่เกี่ยวกับข้าหรือไม่เ้าคะ"
"ท่านพี่มิใช่ว่านางรู้เื่แล้วหรือเ้าคะ"ซูเอินถามสามี
"ข้าขอพูดคุยกับพวกเขาก่อนเดี๋ยวข้าจะเล่าให้เ้าฟังทีหลัง ตอนนี้เ้าออกไปก่อนอย่าทำให้ข้าต้องขายขี้หน้า"
"แล้วทำไมข้าต้องเป็คนสุดท้ายที่ได้รับรู้ด้วยเล่าเ้าคะ"
"หานฟางเหนียงข้าให้เ้าออกไป เดี๋ยวนี้"เขากัดฟันพูด
"ไม่เ้าค่ะ ข้าก็เป็ลูกท่านเหมือนกันมิใช่หรือเ้าคะ"
เพียะ
"ใช่ แต่ข้าชังเ้าที่พรากภรรยารักของข้าไป แล้วเ้าไม่ดูสารรูปของตัวเองบ้างหรือว่าน่าอัปลักษณ์เพียงใด"หางจงลุกขึ้นเดินมาสะบัดฝ่ามือหนาฟาดเข้าไปที่ใบหน้าหานฟางเหนียงจนใบหน้าหันไปตามแรง ทุกคนในห้องต่างพากันใมีแค่สองแม่ลูกที่กำลังกระตุกยิ้มมุมปากสะใจ
"ฮึก ฮือ แล้วมันเป็ความผิดของข้าหรือเ้าคะ ฮึก"นางร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้มเจ็บอกข้างซ้ายราวถูกมีดพันพันเล่มทิ่มแทงเอ่ยเสียงแ่เบาอย่างอ่อนแรงรู้สึกชาตรงใบหน้ากลิ่นคาวเืคละคลุ้งในโพรงปากเล็ก
"....."มือหนากำแน่นข่มอารมณ์เดือดดาลพลุ่งพล่านสีหน้าถมึงทึงจนทุกคนหวาดกลัว