สวัสดีครับ เด็กๆ" เสียงเอ่ยทักทายดังขึ้น
ผมหันไปมองตามเสียงก็เจอเข้ากับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่หุ่นดีคนหนึ่ง เ้าตัวใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำปลดกระดุม 3 เม็ด เผยให้เห็นมัดกล้ามที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย ใบหน้าละม้ายคล้ายเลโอหลายส่วน
"อ้าว สวัสดีครับพี่ไทเกอร์" กิตวางแก้วเหล้าก่อนจะเอ่ยทักทายชายหนุ่มคนใหม่ที่เดินมาถึง
"สวัสดีครับพี่" ผมยกมือไหว้อีกฝ่ายตามเพื่อน
"สวัสดีครับ" ไทเกอร์รับไหว้ทุกคนก่อนที่จะเดินเข้ามานั่งข้างๆ กิต
"ผมนึกว่าพี่จะมาช้ากว่านี้ซะอีก" กิตขยับที่นั่งให้ไทเกอร์นั่งลงข้างตน
"พี่เคลียร์งานเสร็จเร็วก็เลยลงมาหาพวกเราเร็วหน่อยน่ะ"
"แล้วนี่" พี่ไทเกอร์ชี้นิ้วมาที่ผม
"คนนี้ชื่อเรย์" เลโอแนะนำผมให้พี่ไทเกอร์ฟังสั้นๆ "เรย์นี้พี่ไทเกอร์พี่ชายกูเอง เป็เ้าของร้านนี้"
"สวัสดีครับพี่ไทเกอร์"
"สวัสดีครับ" ไทเกอร์รับไหว้ "คนนี้เหรอ ที่มึงเคยเล่าให้กูฟัง"
"ใช่คนนี้แหละ"
"เรย์ใช่น้องของไอ้รามหรือเปล่า"
"ใช่ครับ" ผมพยักหน้ารับ "พี่รู้จักพี่รามด้วยเหรอครับ"
"รู้จักสิ รู้จักดีเลยด้วย พี่เป็เพื่อนสนิทมันพวกเราอยู่กลุ่มเดียวกัน"
"อ๋อครับ"
"พวกพี่รู้จักกันมาั้แ่เด็กๆ แล้ว ครอบครัวพี่กับครอบครัวเราสนิทกัน พี่ก็ไปมาหาสู่บ้านเราตลอดนะ แต่ไม่เคยเจอเราเลย แต่ก่อนพี่ก็สงสัยนะว่าทำไมเราหาตัวจับยากจัง แต่ตอนนี้พี่หายสงสัยแล้วล่ะ ก็เพราะทั้งสวยและน่ารักขนาดนี้ครอบครัวถึงได้หวง"
"ครับ" ผมยิ้มแห้งส่งไป ใครเลยจะรู้ว่าแต่ก่อนคนที่บ้านไม่ให้เรย์ออกมาเจอใครก็เพราะอาย
แต่ช่างมันเถอะรื้อฟื้นเื่ราวในอดีตไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา มีแต่จะทำให้เ็ปใจเปล่าๆ
พี่ไทเกอร์คงััได้ ถึงสีหน้าของผมเ้าตัวจึงรีบเปลี่ยนเื่
"งั้นพี่ขอถ่ายรูปกับเราหน่อยได้ไหม จะเอาไปอวดไอ้รามมันน่ะ หวงเราดีนัก พี่อยากเจอเราแต่ละทีก็เปลี่ยนประเด็นอยู่นั่นแหละ พี่อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้ามันเห็นรูปมันจะชักดิ้นชักงอขนาดไหน ไม่ใช่ว่าจะรีบบินกลับมาจากอังกฤษหรอกนะ ฮ่าๆๆๆๆ"
"คงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งครับ อีกแค่ไม่กี่วัน พี่รามก็จะกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอครับ"
"ใช่ครับ เห็นมันบอกพี่อย่างงั้นนะ" พี่ไทเกอร์ลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนจะเดินตรงมาหาผม "ขออนุญาตนะครับ" ไทเกอร์ขออนุญาตเรย์อย่างสุภาพ
"1 2 3 แชะ!....ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวพี่ไปทำงานต่อแล้ว"
"พี่จะไปแล้วเหรอ ลงมาหาพวกเรายังไม่ถึง 5 นาทีเลยนะ" เมื่อรู้ว่าไทเกอร์จะกลับไปทำงาน ใบหม่อนที่นั่งเงียบอยู่นานก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดเศร้าใบหน้าก็เริ่มงอแง
"ไม่งอแงนะครับตัวเล็ก" ไทเกอร์ลุกขึ้นมานั่งข้างๆ ใบหม่อนก่อนจะลูบหัวปลอบ แล้วทั้งคู่ก็กระซิบกระซาบพูดคุยกันเบาๆ ก่อนที่ใบหม่อนจะหน้าแดง
"อื้อ! พี่ค่อยมารับหนูนะ"
"ครับ เดี๋ยวดึกๆ พี่ลงมารับนะ" ทั้งสองคนพูดคุยกันเบาๆ แต่ผมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ได้ยินอย่างชัดเจน
มาขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องเดาแล้วมั้งว่าอะไรเป็อะไร และดูเหมือนเลโอกับกิตจะรู้อยู่แล้ว ผมที่เพิ่งรู้ก็ไม่ได้แสดงท่าทีใหรือเลยแซวอะไร ในเมื่อใบหม่อนไม่พูด ผมก็จะไม่พูด
"พี่ไปก่อนนะครับ ไว้เดี๋ยวเจอกันใหม่ วันนี้กินได้เต็มที่เลยนะ พี่เลี้ยงเองไม่ต้องเกรงใจ"
"ขอบคุณครับ"
หลังจากที่พี่ไทเกอร์เดินออกไปไม่นาน เสียงสั่นของโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น
Ram: ไปเจอไอ้ไทเกอร์มาเหรอเรย์
มันส่งรูปมาอวดพี่
ทำไมไปเจอกันได้
ผมมากินเหล้ากับเพื่อนครับ : Rayyyyy
เลโอเป็น้องของพี่ไทเกอร์ก็เลยได้เจอกัน
Ram : ดูแลตัวเองดีๆ อย่าเมามาก
ถ้าไม่ไหว โทรหาริวให้มันมารับ
ครับ : Rayyyyy
รีบกลับมานะครับ
คิดถึง
Ram : อือ คิดถึงเหมือนกัน
อีก 2 วันพี่ก็จะกลับแล้ว ไว้เจอกันครับ
ครับ (อิโมจิหัวใจ) : Rayyyyy
"พี่รามล่ะสิ" เลโอเอ่ยถามเมื่อเห็นผมเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์
"อือ"
"พวกพี่เขาก็แบบนี้แหละ ชอบแกล้งกันมาั้แ่เด็กๆ แล้ว"
"เจอแบบนี้แล้วตลกดีเหมือนกัน" คนอะไรหวงน้องได้ตลอดเวลา
ครืด~
ผมวางโทรศัพท์ได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงสั่นของโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้งจึงรีบเปิดดู
"พวกมึงพรุ่งนี้อาจารย์บอกว่างดคลาสวะ เห็นบอกว่ามีประชุม"
"ประชุมเื่อะไรวะ"ใบหม่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"กูคิดว่าน่าจะเื่ไปค่ายปะ ปกติอาจารย์ก็ประชุมเื่นี้กัน่ต้นเทอมอยู่แล้ว" กิตอธิบายให้ใบหม่อนฟัง
"อ๋อ"
"งั้นพรุ่งนี้เราทำงานกลุ่มดีไหม ว่างพอดี" ผมเสนอความคิด
"กูต้องไปทำธุระกับพี่ไทเกอร์อะดิพรุ่งนี้" เลโอบอกด้วยสีหน้าลำบากใจ
"ส่วนกูต้องกลับบ้านวะ บอกคุณหญิงไว้แล้วว่าจะกลับ" กิตตอบ
"งั้นไม่เป็ไรก็ได้ เดี๋ยวเสาร์อาทิตย์นี้เราค่อยทำ อย่างน้อยเราก็ได้หัวข้อกับแพลนเนื้อหาคร่าวๆไว้แล้ว"
"โอเคตกลงตามนี้" ใบหม่อนตอบก่อนจะวางแก้วเหล้าเเล้วเอนกายไปกับโซฟา "พรุ่งนี้กูจะได้นอนทั้งวัน"
"แน่ใจเหรอว่าจะได้นอน" เลโอเอ่ยเเซว
"ไอ้เลโอ!"
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆ" พวกเราหัวเราะประสานเสียงกันเมื่อเห็นใบหน้าเขินอายของใบหม่อน
ใบหม่อนกลบเกลื่อนความเขินอายด้วยการกระดกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว
"มึงอย่ากินให้มันเมามากเกินไป กูไม่มีแรงแบกมึงกลับนะ" ผมพูดออกมาอย่างขำๆ
"กูไม่ให้ใครมายุ่งยากกับกูหรอก ถ้ากูเมาเดี๋ยวกูขึ้นไปนอนห้องไอ้เลโอข้างบนก็ได้" ใบหม่อนเอ่ยออกมาด้วยท่าทีสบาย "กูขอนอนห้องมึงนะ" ใบหม่อนหันไปขออนุญาตกับเลโอ
"จะมานอนห้องกูทำไมล่ะ ไปนอนห้องพี่ไทเกอร์นู่น" หลังจากพูดจบเลโอก็โดนใบหม่อนฟาดไป 1 ที "วันนี้กูก็จะนอนนี่แหละ พวกมึงกลับกันไป 2 คนก็แล้วกัน ดูจากสภาพแล้วมึงคงไม่เมามากหรอก คนบ้าอะไรคอแข็งฉิบหาย กูก็นึกว่าจะเมาั้แ่แรกๆ นี่แดกมาจนจะถึงเที่ยงคืนแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะเมาเลย"
"ฮ่าๆๆๆๆ" ผมหัวเราะเสียงรวน "ระดับกูไม่มีเมาแน่นอน"
"แล้วพรุ่งนี้มึงจะทำอะไรอ่ะ" กิตเอ่ยถามผม
"กูคิดว่าหลังจากเลิกเรียนแล้วจะนอนอยู่ที่ห้อง แต่ในเมื่ออาจารย์งดคลาสแบบนี้ กูไปตกปลาดีกว่า"
"ตกปลา!?" ทั้ง 3 คนร้องประสานเสียงกันอย่างใ
"ใช่ ก็ตกปลาไง พวกมึงใอะไรกัน"
"กูไม่คิดว่าคนอย่างมึงจะตกปลาเป็ไง มึงทำไรเป็อีกบ้างเนี่ย ดูกิจกรรมมึงแต่ละอย่างสิโหดๆทั้งนั้นเลย"
"หลังจากนี้เดี๋ยวมีเื่ให้พวกมึงใอีกเยอะ"
"ว่าแต่จะไปตกที่ไหน" กิตเอ่ยถาม
"ก็ไม่ไกลจากที่นี่มากหรอก ตรงลำธารแถวสวนสาธารณะน่ะ เห็นเขาตั้งแคมป์กันแล้วก็ตกปลากันได้ กูคิดว่ามันน่าสนุกดีเลยจะไป พอดีกับที่กูเล่นโทรศัพท์เเล้วเลื่อนผ่านร้านขายเบ็ดตกปลาพอดีกูเลยสั่งมา แรกๆ ก็คิดอยู่ว่าจะหาเวลาไปวันไหนดี เพราะเราก็มีงานกลุ่มต้องทำ ในเมื่อพรุ่งนี้ไม่ได้เรียนและพวกมึงไม่ว่าง กูเลยคิดว่าจะไปพรุ่งนี้แหละ"
"สถานที่มันปลอดภัยใช่ไหม" เลโอเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
"ปลอดภัยดิ มันติดถนนใหญ่ด้วย อีกอย่างคนก็ไปพักผ่อนแถวนั้นเยอะ กูก็แค่หามุมตกปลาเงียบๆ คนเดียวก็แค่นั้น"
"กูเห็นข่าวว่าแถวนั้นมีแต่เด็กแว้นไปเล่นกัน งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้กูไปกับมึงด้วยดีกว่า ไม่อยากปล่อยให้มึงไปคนเดียว" ใบหม่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"พวกมึงอย่าคิดมาก จุดตกปลามันก็แยกออกมาจากพวกนั้นอยู่แล้ว แล้วพวกมึงคิดว่ากูจะปล่อยให้คนอื่นมาทำอะไรกูง่ายๆ หรือไง" ผมหันไปเอ่ยกับสามคน "พรุ่งนี้เดี๋ยวกูไปคนเดียวก็ได้ใบหม่อน กูรู้ว่ามึงไม่ว่าง ถ้ามีเื่อะไรเดี๋ยวกูวีดีโอคอลไปหา โอเคไหม"
ทั้งสามคนเงียบ ก่อนที่เลโอจะเป็คนพยักหน้าคนแรก "ก็ได้ พรุ่งนี้มึงวิดีโอคอลมานะ"
"ก็ได้ๆ กูยอมมึงก็ได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นรีบบอกเลยนะ กูจะได้รีบไปหา"
"อื้อ...ขอบใจพวกมึงมากนะที่เป็ห่วง" ผมพูดออกมาจากใจจริง ั้แ่เกิดมาไม่เคยมีใครเป็ห่วงเป็ใยผมมากมายขนาดนี้มาก่อนมันรู้สึกจุกอยู่ในอกจนอยากจะร้องไห้
"ก็มึงเป็เพื่อนพวกกูนี่หว่า ไม่เป็ห่วงมึงแล้วจะให้พวกกูเป็ห่วงใคร" เลโอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เพื่อนก็ควรที่จะช่วยเหลือและเป็ห่วงกัน
"เฮ้ยๆ จะร้องไห้เหรออย่านะเว้ย ซึ้งในความหล่อกูเหรอคนสวยขา มานี่มา มาให้ป๋ากอดหน่อย" ใบหม่อนคงสังเกตสีหน้าผมได้ เ้าตัวจึงเอ่ยขึ้นก่อนจะรับบทเป็คุณป๋า
"อือ" แล้วผมจะรอช้าอยู่ทำไม ในเมื่อมันเล่นมาขนาดนี้แล้ว ผมก็ตามน้ำไปเลยสิครับ
ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปหาใบหม่อน พอมาถึงตัวผมก็นั่งตักก่อนจะกอดคอใบหม่อนเอาไว้ เอียงหัวมาซบที่ไหล่ พร้อมกับพูดกระซิบเบาๆ ให้อีกฝ่ายขนลุกเล่น "ขอบคุณนะคะ คุณป๋าของหนู"
"........." ใบหม่อน
"........." กิต
"........." เลโอ
ทั้งสามคนสตั้นกับการกระทำของเรย์มาก พวกเขาไม่คิดว่าเรย์จะทำแบบนี้
"ขึ้นห้องไหมขนาดนี้แล้ว" เมื่อได้สติใบหม่อนก็พูดทีเล่นทีจริงก่อนจะโอบเอวผมเอาไว้แน่นแล้วกอดรัดเบาๆ
"ฮ่าๆๆๆๆ" ผมหัวเราะอย่างสะใจเมื่อแกล้งใบหม่อนได้ และดูท่าคงจะไม่ใช่แค่ใบหม่อนเสียด้วยที่ผมแกล้งสำเร็จ
"อย่าทำแบบนี้อีกนะ ถ้าเป็เมียให้กันไม่ได้"
"ถ้าอยากให้เป็ เดี๋ยวไว้พิจารณาอีกทีก็แล้วกัน" ผมพูดก่อนจะช้อนคางมนของใบหม่อนขึ้นมา ก่อนจะหยิกแก้มเป็การทิ้งท้ายแล้วลงจากตักมานั่งดื่มเหล้าต่อ
"ฝากไว้ก่อนเถอะ!" ผมก็ทำหน้ายียวนส่งไปให้ใบหม่อน ไม่นานก็ได้ยินเสียงหัวเราะของทั้งสามคนออกมา
พวกเราดื่มสังสรรค์กันจนเวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยงคืนกว่า กิตจึงชวนผมกลับและผมก็ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะง่วงนอนแล้วเหมือนกัน
"ถ้างั้นพวกกูสองคนกลับก่อนนะ"
"เออๆ ขับรถดีๆ"
"ไว้เจอกันมึง" ผมบอกลาใบหม่อนและเลโอ ก่อนจะเดินตามกิตออกไปนอกร้านเพื่อไปที่รถ
"เป็ยังไงบ้าง มึนหัวไหม" ในระหว่างที่เดินลงมาจากบันได กิตก็หันกลับมาถามผมเมื่อเห็นผมเดินเซ
"ไหว สงสัยเมื่อกี้ลุกเร็วไปหน่อยเลยมึนหัว"
"มาจับแขนกูไว้" กิตยื่นแขนซ้ายมาให้ผมจับ
"อ่ะ!" ผมร้องออกมาอย่างใ ใน่จังหวะที่เหยียบลงบันไดขั้นที่สอง ผมเสียหลักเพราะคิดว่ามันถึงขั้นสุดท้ายแล้วเลยสะดุดล้ม
"เดินระวัง" แต่กิตเห็นก่อนจึงรีบคว้าเอวเอาผมไว้ ตอนนี้พวกเราทั้งสองคนจึงอยู่ในท่าโอบกอดกัน ผมกอดเอวหนาของกิตเอาไว้กันเหนี่ยว ส่วนกิตก็กอดเอวผมเอาไว้เหมือนกัน
"ขอบใจ" ผมปล่อยมือจากเอวกิตข้างหนึ่งเหลือไว้แค่แขนขวาที่กอดเอวกิตไว้หลวมๆ ส่วนแขนซ้ายของกิตก็กอดเอวผมไว้ ที่ต้องอยู่ในท่านี้เพราะกิตไม่ปล่อยแขนจากเอวผม ผมเลยต้องเกาะเอวกิตต่อ พวกเราทั้งสองคนอยู่ในท่านี้จนเดินมาถึงรถ
กิตและเรย์เดินไปที่รถ โดยไม่ได้รู้เลยว่ากำลังมีคนกลุ่มหนึ่งมองตามอยู่
"นั่นน้องเรย์มึงไม่ใช่เหรอวะ" เพื่อนที่กินเหล้ากับพู่กันเอ่ยทัก
"อืม" พู่กันตอบแต่สายตาก็ไม่ได้ละไปจากทั้งสองคนที่กำลังเดินออกไปจากร้านเลย
"คืนนี้คนนั้นได้น้องไปเหรอวะ กอดเอวกันซะขนาดนั้น" ผู้ชายอีกคนในวงเหล้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจากอาการเมามาย
"พูดอะไรก็ให้เกียรติน้องด้วย เขาเป็เพื่อนกัน" พู่กันหันไปเอ่ยเตือนเพื่อนด้วยน้ำเสียงเหี้ยม และแสดงสีหน้าใบหน้าดุดันมากกว่าปกติให้พวกนี้รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ
เพื่อนกลุ่มนี้เป็เพื่อนเก่าั้แ่สมัยมัธยมต้นของพู่กัน นานๆ ทีจะนัดกันมากินเหล้า กลุ่มนี้มีแต่คนนิสัยไม่ดี แต่ด้วยความที่ธุรกิจของพ่อพู่กัน ยังอยู่ในรูปแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่ากับพวกนี้ พู่กันจึงต้องอดทนคบต่อ ถึงแม้ในใจจะขยะแขยงมากขนาดไหน ก็ต้องข่มใจเอาไว้ เพราะพวกมันยังมีประโยชน์อยู่
พู่กันหันกลับมาตอบเพื่อนเสร็จ เมื่อหันกลับไปมองทางเดิมก็ไม่เจอกิตกับเรย์แล้ว เห็นดังนั้นพู่กันจึงรีบลุกตามไป
"จะไปไหนวะไอ้พู่กัน"
"กูจะกลับแล้ว มีธุระ"
"เออๆ ขับรถดีๆ" หลังจากที่บอกเพื่อนแล้ว พู่กันก็รีบเดินตามทั้งสองคนออกมาที่ลานจอดรถ แต่มันคงช้าไป เพราะเมื่อมาถึงที่จอดรถก็ไม่เห็นวี่แววของทั้งสองคนแล้ว
"แอบชอบเพื่อนเหรอ หึ....อยู่ในสถานะ friend zone ต่อไปเถอะมึง กูนี่แหละจะเป็ตัวจริงให้ดู" พู่กันพูดก่อนจะขึ้นรถคันเก่งแล้วขับออกไป BMW I8 i8 Roadster สีขาวทะยานสู่ท้องถนนด้วยความเร็ว รถขับผ่านไปที่ไหนก็เป็ที่จับตามองของสาวๆ สวยๆ เพราะทุกคนรู้ดีว่าคนในรถรวยมากแค่ไหน ถ้าได้คบหาคงสบายไปทั้งชาติ
พู่กันขับรถตรงดิ่งมาที่คอนโดไม่ได้แวะไปไหน
ส่วนกิตและเรย์ เมื่อมาถึงคอนโดทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปยังของห้องตัวเอง เมื่อเรย์มาถึงห้องก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำเข้านอนทันที
:
วันนี้ผมตื่นเช้าขึ้นมาประมาณเวลา 9 โมง ตื่นมาก็รีบหาอะไรๆ ร้อนๆ กินแก้อาการแฮงค์ ผมเลือกกินน้ำขิง ในระหว่างที่กินก็ออกมารดน้ำผักที่ระเบียงห้อง
หลังจากที่รดน้ำผักเสร็จ ผมก็กลับเข้ามาที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารเช้า เช้านี้ผมไม่รู้จะกินอะไรเลยทำสลัดแซลมอนย่าง แล้วก็ซุปเห็ดหอม หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
ทานข้าวเสร็จผมก็เก็บของเพื่อที่จะไปตกปลา ผมกะว่าจะทานข้าวเที่ยงอยู่ที่นู่นเลย ด้วยความที่ผมขับมอเตอร์ไซค์ไป ผมจึงต้องเตรียมอุปกรณ์ไปแค่ไม่กี่อย่างและต้องเป็ชิ้นเล็ก
ของที่เตรียมไปก็จะมีเก้าอี้สนามแบบพับได้ โต๊ะพับขนาดเล็กอันนี้จะวางไว้ที่วางขา เบ็ดตกปลา อุปกรณ์เกี่ยวกับตกปลา เตาหมูกระทะขนาดเล็ก ไฟย่างก็เอาเป็แอลกอฮอล์ก้อน ของกินก็จะมีหมูสไลด์ กิมจิ น้ำจิ้ม ผักสดที่ปลูกเอาไว้นอกระเบียง น้ำโค้ก น้ำเปล่า เบียร์ ขนม แซนด์วิช สลัด ผลไม้สดของพวกนี้จะใส่ไว้ที่กล่องหลังรถ เอาของกินไปมากหน่อย เพราะผมต้องนั่งนานและก็ยังถือคติที่ว่าเหลือดีกว่าขาด
เมื่อเตรียมของเสร็จแล้ว ผมก็เอามันไปวางไว้ที่หน้าห้องก่อนจะมานั่งเอนหลังดูโทรทัศน์เพื่อรอเวลา
กะว่าจะออกจากห้องประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่ง ไปถึงก็ตั้งโต๊ะกินข้าวเที่ยงได้เลย
ผมนั่งดูโทรทัศน์ไม่นานเวลาก็ล่วงเลยมาถึงสิบเอ็ดโมง ผมลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวใส่เสื้อผ้าให้เหมาะกับการไปตกปลาก่อนจะเริ่มขนอุปกรณ์ต่างๆ ไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ผมใช้การขนของไปมา 2 รอบและรอบสุดท้ายก่อนที่ผมจะปิดประตูห้องก็ได้ยินเสียงทักมาจากห้องตรงข้ามอีกแล้ว
"เราจะไปไหนครับ" พู่กันเปิดประตูออกมาทักทาย เ้าตัวเตรียมพร้อมที่จะไปเรียนพอดี พอได้ยินเสียงกุกกักจากตรงข้ามห้อง จึงเปิดประตูออกมาดู
"ไปตกปลาครับ"
"ไม่มีเรียนหรอก"
"อาจารย์งดคลาสทั้งวันเลยไม่มีเรียนครับ"
"เสียดายจัง พี่ก็อยากไปตกปลานะ แต่ติดเรียนเสรีเนี่ยสิ"
"..." ผมไม่รู้จะตอบอีกฝ่ายยังไง และก็สงสัยว่าเมื่อไหร่อีกฝ่ายจะเลิกทำแบบนี้สักที ที่คุยกันวันนั้นคงไม่เข้าสมองเขาเลยสินะ
"แล้วไปตกที่ไหน" พู่กันยังคงถามต่อ
"ลำธารไม่ไกลจากที่นี่แหละครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ" ผมไม่รอให้พู่กันพูดอะไรต่อ รีบเดินขนของมาที่รถ หลังจากที่จัดของให้เข้าที่แล้ว ผมก็รีบขี่รถออกมาทันที
เรย์ไม่รู้เลยว่าพู่กันมองตามหลังด้วยความสนใจมากขึ้นกว่าเดิม
"หึ แปลกคนจริงๆ กิจกรรมแต่ละอย่างมีแต่อันน่าสนใจ แบบนี้สิถึงจะเหมาะสมกันหน่อย" พู่กันพูดกับตัวเองแค่นั้นก่อนจะกลับเข้าห้องเพื่อแต่งตัวต่อ
ผมขับรถมาไม่นานก็ถึงสถานที่ตกปลา แถวนี้มันเป็สถานที่พักผ่อนของผู้คน บางคนก็มาถ่ายรูป บางคนก็มาตั้งแคมป์ บางคนก็มาตกปลา วิวที่นี่สวยและบรรยากาศดีมาก เพราะรายล้อมไปด้วยต้นไม้ต้นใหญ่ ในลำธารมีทั้งโขดหิน ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเราไปเที่ยวป่าลึกอย่างไงอย่างงั้น
ผมขับรถมาจอดไว้ตรงมุมหนึ่งของลำธาร ตรงนี้น่าจะเป็ที่ที่สงบที่สุดแล้ว ต้นไม้ให้ร่มเงาดีมากแถมบริเวณนี้ใกล้โขดหิน ผมจอดรถก่อนจะขนอุปกรณ์ออกมาจากรถแล้วนำมันมาวางไว้ที่ใต้ต้นไม้ ผมกลางโต๊ะพับออกมาตามด้วยเก้าอี้ และกล่องอาหารวางเรียงรายกัน ผมนำเบ็ดตกปลาออกมาประกอบก่อนจะวางมันไว้
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ผมก็ตั้งเตาหมูกระทะทันที จุดไฟใส่แอลกอฮอล์ก้อนก่อนที่จะเอาเตาหมูกระทะขนาดเล็กวาง ผมเอามืออังข้างบนดูเมื่อรู้สึกว่ามันเริ่มร้อนแล้วก็นำหมูสไลด์มาย่างได้เลย
ซี่~ ซี่~ เสียงเนื้อโดนไฟดังขึ้น กลิ่นหอมของหมูที่ผมหมักลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พอหมูสุกได้ที่ผมก็เอามาห่อกับผัก ใส่น้ำจิ้ม ใส่กิมจิก่อนที่จะเอาเข้าปาก
"อืม...อร่อย~~~" ผมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเอร็ดอร่อย มาทานข้าวเที่ยงที่นี่ได้บรรยากาศจริงๆ ลมพัดเย็นสบาย แดดไม่แรงมาก แถมยังได้นั่งติดลำธารแบบนี้อีกวิวหลักล้านเลย ร่มเย็นแถมยังสงบ
ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอด รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองอยู่ในป่าลึกอย่างไงอย่างงั้น
คิดถึงตอนอยู่ในป่าจัง
ในระหว่างที่เรย์กำลังกินเนื้อย่างพร้อมกับดื่มดื่มด่ำบรรยากาศอย่างมีความสุข
ในบริเวณที่ไม่ไกลจากที่เรย์นั่งอยู่ มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งตกปลาจิบเบียร์อยู่เหมือนกัน ตอนที่เรย์มาถึงแล้วไม่เห็นก็เพราะว่ามีต้นไม้บังอยู่
"หืม กินหอมเนื้อ ใครมาย่างเนื้ออยู่แถวนี้นะ เล่นเอาซะหิวข้าวเลย" โอบเผลอสูดดมกลิ่นหอมของเนื้อย่างที่ลอยมากับอากาศอย่างเต็มปอด ่จังหวะที่โอบกำลังเผลอไผลไปกับกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลมอยู่นั้น ปลาตัวใหญ่ก็เข้ามาติดเบ็ดพอดีในจังหวะที่โอบกำลังจับเบ็ดไว้หลวม เมื่อปลาติดเบ็ดมันจึงลากดึงอาหารที่อยู่กับเบ็ด ด้วยความใโอบจึงรีบดึงเบ็ดกลับคืนมา แต่เ้าตัวกลับเสียหลักเสียก่อน ทำให้โดนลากลงไปที่น้ำ
ตู้ม!!
เสียงน้ำกระจายออกเป็วงกว้าง โอบที่ตกลงไปในน้ำก็ใจึงรีบกระชากเบ็ดคืนและยืนขึ้น ดีหน่อยที่น้ำไม่ลึกมากจึงไม่เป็อันตราย แต่ปลาที่ติดเบ็ดได้หลุดไปแล้ว
"เปียกจนได้" โอบพูดกับตัวเองอย่างเซ็งๆ
เสียงน้ำกระจายเมื่อครู่ ไม่มีใครได้ยินยกเว้นเรย์ที่อยู่บริเวณใกล้ๆ เมื่อได้ยินเสียงน้ำกระจายเรย์ก็รีบวิ่งมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
"คุณ!!" ผมวิ่งมาดูก็เจอเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่เนื้อตัวเปียกไปด้วยน้ำ เสื้อผ้าแนบกับลำตัวทำให้เห็นกล้ามเนื้อที่ซ่อนอยู่ด้านใน เ้าตัวแสดงสีหน้าเซ็งๆ ออกมา
หล่อ ความคิดในหัวผมดังขึ้น เมื่อเราสองคนสบตากัน
แต่ไม่นานผมก็สะบัดหัวก่อนจะรีบวิ่งไปช่วยเขาขึ้นมาจากน้ำ" คุณเป็อะไรหรือเปล่าครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ผมได้ยินเสียงคนตกน้ำเลยรีบวิ่งมาดู"ผมยื่นมือไปให้อีกคนจับ
แต่เ้าตัวก็ทำเพียงแค่มอง"ผมไม่เป็อะไรครับ ขอบคุณมาก" แต่ด้วยความที่พื้นลื่นและมีหินทำให้โอบเสียการทรงตัว จากที่ไม่อยากจับมือเรย์สุดท้ายก็ต้องจับ
"ฮึบ!" ผมดึงอีกคนขึ้นมาจากน้ำ
"ขอบคุณครับ"
"ผมว่าคุณรีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่านะ เดี๋ยวจะไม่สบาย"
"ผมยังไม่อยากกลับครับ" ถึงเขาอยากจะกลับแต่ก็กลับไปไม่ได้ เขาไม่อยากเจอผู้หญิงคนนั้น
"อ๋อ ครับ" ผมพยักหน้ารับเบาๆ
"จ๊อก~" ผมกะว่าจะหันหลังกลับไปเพื่อที่จะไปกินเนื้อย่างต่อ แต่อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงท้องร้องของคนที่ยืนอยู่ตรงข้ามดังขึ้นมาเสียก่อน
โอบเสียอาการทันที เมื่อเสียงท้องตัวเองร้อง น่าอายชะมัด
"..." ถ้าชวนเขาไปกินเนื้อย่างด้วย มันคงจะน่าเกลียดจนเกินไป งั้นเอาแบบนี้แล้วกัน "ถ้าคุณยังไม่กลับคุณไปนั่งเล่นกับผมก่อนก็ได้นะครับ ผมว่าอย่างน้อยคุณก็ถอดเสื้อที่เปียกออกก่อนจะดีกว่า เดี๋ยวคุณเอาผ้าเช็ดตัวผม มาเช็ดตัวก่อนก็ได้ ผมพกมาพอดี" ดีนะครับ ที่ผมคิดว่าตัวเองจะเปียกก็เลยเอาผ้าเช็ดตัวมาด้วย
"คือ..." โอบกำลังจะปฏิเสธ
"ไม่ต้องปฏิเสธเลยครับ แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจผมด้วย มาครับ" ผมถือวิสาสะคว้ามืออีกคนให้เดินตาม
โอบเมื่อโดนดึงแขนก็ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านหรือรังเกียจอะไร เ้าตัวเผลอกระตุกยิ้มมุมปากออกมาเมื่อนึกถึงคนๆ หนึ่ง
"คุณยกเก้าอี้ของคุณเองนะ เดี๋ยวผมช่วยคุณถือของพวกนี้เอง" ผมว่าจบก็ถือของที่อยู่บนพื้นขึ้นมาก่อนจะเดินนำหน้ามาทีที่ผมนั่งอยู่ ดีที่ตอนใไม่มีเนื้ออยู่บนเตามันเลยไม่มีอะไรไหม้
เมื่อผมวางของเสร็จก็รีบเดินไปที่รถก่อนจะหยิบเอาผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ออกมา "นี่ครับ ผ้าเช็ดตัว"
"ขอบใจ"
เมื่ออีกฝ่ายได้ผ้าเช็ดตัวแล้ว ก็วางของไว้ก่อนจะถอดเสื้อออก ผมไม่ได้หันไปสนใจอะไรอีก สิ่งที่สนใจก็คือเนื้อย่างตรงหน้า ผมย่างให้ตัวเองและให้อีกคนด้วย ดูท่าเขาคงหิวแต่ไม่พูด ยังไงผมก็มีของกินเยอะ ดีแล้วที่มีคนมาช่วยกินจะได้หมด
ผมหันไปอีกที เ้าตัวก็ยืนเช็ดตัวเช็ดผมอยู่ "คุณครับ มาทานอาหารด้วยกันสิ ผมทานคนเดียวไม่หมด คุณมาทานเป็เพื่อนผมหน่อยสิ"
โอบเมื่อโดนเรียกก็เดินมานั่งที่เก้าอี้ เพื่อทานอาหาร โดยชวนขนาดนี้ปฏิเสธไปก็คงตามตื๊ออยู่ดี ไหนๆ ก็ไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว นั่งทานกับคนแปลกหน้าก็ได้แปลกไปอีกแบบ "ผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ"
"ไม่ต้องเกรงใจครับ ยังไงผมก็ทำมาเยอะ ของอยู่ข้างล่างยังมีอีกเยอะเลยนะครับ คุณทานได้ตามสบาย ดีเสียอีกผมจะได้มีเพื่อนทาน" ผมชี้ไปที่ของกินที่วางอยู่ข้างล่าง "เอาเบียร์หรือโค้กดีครับ ผมมีให้คุณเลือก"
"เอาเบียร์แล้วกันครับ" โอบตอบขณะที่กำลังเอาเนื้อเข้าปาก กลิ่นหอมของเนื้อที่มักบวกกับกิมจิและน้ำจิ้ม แถมผักสดๆ นี่อีก ตอนกัดเข้าไปน้ำจากผักและกิมจิและเนื้อรวมกันได้เป็อย่างดี อร่อยมาก
"อร่อยไหมครับ" ผมถามออกไป เมื่อเห็นเ้าตัวกินคำแรก
"อร่อยมากครับ ผักสดๆ ทั้งนั้นเลย คุณซื้อจากที่ไหนเหรอ"ตอนทานรู้ได้เลยว่าทุกอย่างสดและดีมาก หาซื้อที่ไหนนะเขาจะได้ไปซื้อตาม
"ผมซื้อแค่ไม่กี่อย่างเองครับ เนื้อหมูก็ซื้อครับแต่ผมหมักเอง ส่วนผักผมก็ปลูกเองครับ กิมจิผมก็ทำเอง"
"เก่งจัง ตัวเล็กเเค่นี้ "
"หึ้ย คุณผมไม่ได้ตัวเล็กนะ ผมสูงตั้งเยอะ" ผมทำท่าพองแก้มแล้วส่งสายตางอนๆ ไปให้อีกฝ่าย ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกว่าอยู่กับเขาแล้วสบายใจ แถมผมยังรู้สึกคุ้นหน้าเขาอีกด้วย
"แต่คุณเตี้ยกว่าผมนะ"
"พูดงี้ไม่ให้ทานต่อดีไหม"
"ฮ่าๆๆๆ ผมล้อเล่นครับ" โอบหัวเราะเสียงรวน มันเป็เสียงหัวเราะที่คนรอบข้างมาเห็นเป็ต้องใ เพราะเ้าตัวไม่เคยหัวเราะอร่อยขนาดนี้มาก่อน "คุยกันมาตั้งนานผมลืมแนะนำตัว เลย ผมชื่อ โอบ ครับ"
"ผมชื่อ เรย์ ครับ เรียนอยู่ปี 2"
"ผมแก่กว่าคุณหลายปีเลย"
"งั้นผมขอเรียกคุณว่าพี่นะครับ" ผมเอ่ยขออนุญาต แต่ก็ไม่ได้ถามอายุไปเพราะมันเป็เื่เสียมารยาท เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนนั้นอยากให้เรารู้เื่อายุหรือเปล่า เลือกที่จะไม่ถามดีที่สุด
"วันนี้มาปิกนิกหรือครับ" โอบชื่นชมเรย์ในใจที่ไม่ได้ถามอายุหรือซักไซ้อะไร โอบจึงหาเื่ชวนคุย
"ก็ไม่เชิงครับ วันนี้ผมมาตกปลาด้วย"
"ตกปลา?"
"ครับ ผมตกปลาเก่งนะ แต่ก่อนน่ะผมอยู่ในป่า หาวิธีเอาชีวิตรอดต่างๆ นานา ตกปลาน่ะเบสิคมากเลยครับ มาที่นี่เเล้ว ผมก็คิดถึงสมัยแต่ก่อนเลยอยู่ป่าลึกต้นไม้เยอะๆ หาปูหาปลากิน ของป่างี้ อะไรหาได้ก็หา จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ได้ มันลำบากมากเพราะผมต้องทำตัวหลบๆ ซ่อนๆ..." เรย์พูดถึงเื่สมัยก่อนที่ยังเป็เข้มออกมาในโอบฟัง โดยที่เรย์หลงลืมไปอีกแล้ว ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ร่างของใคร หลังจากที่พูดจบเ้าตัวก็แสดงอาการเหม่อลอย
โอบไม่ได้เอ่ยขัด เขาทำเพียงแค่นั่งฟังเรย์พูดและระบายออกมา และในระหว่างที่ฟังเ้าตัวก็ขมวดคิ้วตามเื่ที่เรย์เล่า
"ผมพูดมากไปแล้วสินะ ขอโทษด้วยนะครับที่คุณต้องมาฟังเื่อะไรแบบนี้ ฮ่าๆๆๆๆ"
"ไม่เป็ไรครับ ถ้าคุณอยากระบายก็ระบายออกมาได้นะ อย่าเก็บมันไว้คนเดียว"
"..." ผมพยักหน้ารับ
พวกเราทั้งสองคนก็คุยเื่สัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ จนเมื่อทานเสร็จแล้วผมก็วางเตาเอาไว้ให้มันหายร้อน ของอื่นๆ ก็เก็บเอาไว้ในถุงดำ เหลือไว้แค่ของขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม วันนี้มีลูกมือช่วยเก็บคือพี่โอบ
ในระหว่างที่กำลังเก็บของอยู่นั้น ผมก็เหลือบไปเห็นรอยสักข้างเอวของพี่โอบ
"รอยสักสวยดีนะครับ" ผมเอ่ยชม รอยสักรูปงูที่ถูกสักทับรอยแผลเป็ที่อยู่บริเวณสีข้าง แผลยาวประมาณ 1 คืบได้
"หืม..." โอบหันมอง "ผมสักทับรอยแผลเป็น่ะ"
"คงเจ็บน่าดูเลยนะครับ แผลยาวมากเลย"
"ไม่เจ็บมากครับ มีไว้ก็ดี มันจะได้เป็เครื่องเตือนใจผมเวลาที่ผมมองมัน"
"แต่รอยแผลคุณคุ้นมากเลยนะครับ...เออ ขอโทษนะครับที่เสียมารยาท แต่มันคุ้นมากจริงๆ" ผมยิ้มแห้งส่งให้อีกฝ่าย เมื่อเอ่ยทักอย่างเสียมารยาท
"ไม่เป็ไรครับผมไม่ถือ" แต่กับคนอื่นคงไม่แน่
เรย์ไม่ได้พูดเื่นี้ต่อ เ้าตัวรีบเก็บของบางส่วนไปไว้ที่รถ
โอบมองตามหลังร่างบางไปด้วยสายตาเคลือบแคลง เรย์จะมาคุ้นรอยแผลเป็เขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่เคยให้ใครเห็นรอยแผลเป็อันนี้
ยกเว้น...
ในหัวสมองของโอบคิดขึ้นมาชั่วแวบหนึ่ง ว่า คนๆ นี้ก็ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน เหมือนมาก เหมือนคนที่จากเขาไปไกลแสนไกลมากยิ่งได้พูดคุยกันยิ่งเหมือน
"พี่โอบ! ผมมีเสื้อ" ผมชูเสื้อขึ้นมาอย่างดีใจ เมื่อเห็นเสื้อยืดสีดำโอเวอร์ไซซ์ตัวหนึ่งที่ติดกระเป๋ามาด้วย ทำไมก่อนหน้านี้ไม่เห็นนะ แสดงว่าผมหยิบติดมือแน่ๆ เลย "พี่เอาไปใส่ก่อน จะได้ไม่ต้องถอดเสื้อแบบนี้ กางเกงพี่ก็เริ่มเเห้งแล้ว ดีที่มันเป็สีดำเลยแห้งเร็วและดูไม่ออกว่าเปียกน้ำ"
"ขอบคุณครับ" โอบเอ่ยขอบคุณก่อนจะเอาเสื้อของเรย์มาใส่ซึ่งมันก็พอดีตัวพอดี
"ไปตกปลากันเถอะครับ" เมื่อเห็นอีกฝ่ายแต่งตัวเรียบร้อยแล้วผมจึงเอ่ยชวน
"มาครับ เดี๋ยวพี่ช่วยถือ" โอบยกเก้าอี้และเบ็ดตกปลาให้เรย์ ส่วนของกินเรย์ถือตามหลังมา
ทั้งสองเดินไปที่ริมน้ำก่อนจะตกปลาและพูดคุยกันไปเรื่อยๆ ไม่นานก็ได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมาตลอดทั้งการพูดคุย
บรรยากาศรอบตัวของทั้งสองเริ่มสดใสขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ทั้งสองมีความสุขไปตามๆกัน
การได้พูดคุยกับคนแปลกหน้าแบบนี้ ก็ไม่เลวเลย
มันทำให้นึกถึงวันเก่าๆ ที่สดใส
•••
ยังไม่แก้คำผิด
นักอ่าน : ใครคือพระเอกนะ
ไรท์ : เพิ่มตัวละครไปเรื่อยๆ
อย่าตีไรท์น้า อ่านดีๆ จ้า ใครคือคนที่มีแววสุด ไม่ใบ้ให้หรอก55555555
.
.
ปล.บางเหตุการณ์หรือบางสถานที่ในเนื้อเื่ไรท์ก็คิดขึ้นมาเองนะคะ ถึงมันจะไม่มีจริงก็เถอะแต่ยังไงมันก็คือนิยาย เราสามารถแต่งแต้มให้มันไปในทางที่เราชอบได้เพื่ออรรถรสในการอ่าน^-^
ปล.ขอโทษนะคะที่ไรท์มาช้า ทั้งๆที่บอกไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะมาบ่อยๆ เนื่องด้วยติดปัญหาสุขภาพและเครียด จึงไม่ได้มาค่ะ ขอโทษอีกครั้งค่ะ