บทที่ 10 กลิ่นอันแสนคุ้นเคยชวนขยะแขยง (รีไรต์)
“ไสหัวไปให้หมด ถ้ายังเข้ามาอีก ข้าจะหักแขนหักขาพวกเ้าเสีย!”
ฉินเหล่าซื่อโยนชายผอมแห้งคนหนึ่งลงบนพื้นอย่างแรง เสียงห้าวะโด่าทอพวกนั้นด้วยความโมโห
นี่เป็กลุ่มที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของวันนี้ ที่มีคนพยายามเข้ามาปล้นอาหาร
เมื่อวานพวกเขาลงจากเขา แล้วเดินทางบนถนนใหญ่
ยิ่งเดินไปข้างหน้า ผู้คนก็ยิ่งมากขึ้น สัตว์ป่าก็มากขึ้นเช่นกัน
ล้วนแล้วแต่เป็ผู้อพยพเช่นเดียวกับพวกเขา มีศพนอนตายเกลื่อนกลาดข้างทาง บนท้องฟ้ามีแต่ฝูงแร้งบินวนเวียน
สวี่ซิ่วอิงอุ้มฉินเยาเยาเอาไว้ในอ้อมแขน นางมองไปที่กลุ่มคนผอมแห้งที่ล้อมรอบอยู่ไม่ไกล ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเ็า
ั้แ่เมื่อวาน พวกนี้ก็คอยตามพวกเขาตลอด คอยหาโอกาสจะมาขโมยอาหาร
แม้แต่แพะของเยาเยาก็ยังโดนพวกมันกัดเนื้อไปคำหนึ่ง ตอนนี้ยังร้องโอดครวญไม่หยุด
ระหว่างทางที่เดินลัดเลาะไปตามทางบนูเา นางคอยดูแลพวกเราทั้งครอบครัวอย่างดี ไม่เพียงแต่แอบปรุงยาบำรุงร่างกายให้แม่ของนางจนแข็งแรงขึ้นแล้ว ยังขุนทุกคนในครอบครัวจนแข็งแรงสมบูรณ์กันถ้วนหน้า
เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ที่ดูผอมแห้งแรงน้อย ครอบครัวของนางดูราวกับว่าจะออกไปเที่ยวเล่นกันอย่างมีความสุข
โชคดีที่นางคอยดูแลพวกเขา ทุกคนจึงมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เช่นนั้น หากต้องเผชิญหน้ากับคนหิวโหยที่มองพวกเราด้วยสายตาหิวกระหาย พวกเราก็คงไม่มีแม้แต่แรงจะต่อสู้
และนางก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นางคือคนที่มีบุญวาสนา จนคนในครอบครัวซึมซับเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ว่านางคือผู้ที่นำโชคดีมาให้ ทำให้ตอนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาก็จะเข้ามาแตะตัวนาง
ส่วนเฝิงเสี่ยวฮวา หลังจากที่โดนนางและแม่เฒ่าฉินสั่งสอนไปครั้งนั้น นางก็ทำตัวสงบเสงี่ยม ไม่กล้าสร้างเื่ แน่นอนว่าบางคราวที่แม่เฒ่าฉินเผลอ นางก็ยังฉวยโอกาสแอบมาแกล้งนางอยู่บ้าง
แต่ฉินเยาเยาไม่ถือสาหรอก แค่แอบจดบัญชีไว้ในใจ รอให้นางโตกว่านี้ ค่อยมาคิดบัญชีทีหลังก็ยังไม่สาย
“เหล่าซาน เหล่าซื่อ หาที่พักกันก่อนเถิด เดินทางมาครึ่งค่อนวันแล้ว หยุดพักกินมันเทศรองท้องกันหน่อย”
“ขอรับ” ฉินเหล่าซื่อขานรับ ก่อนจะมองหาต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น จากนั้นก็ดึงหญ้าแห้งมาปูพื้น พยุงให้สวี่ซิ่วอิงนั่งลง
ฉินเหล่าซานกับภรรยาก็รีบช่วยกันก่อเตาแบบง่าย ๆ วางหม้อดินเผาลงไป ใบหนึ่งใส่มันเทศ อีกใบหนึ่งใช้ต้มนมแพะ
ตอนนี้สวี่ซิ่วอิงมีน้ำนมมากพอสำหรับเลี้ยงดูเยาเยาแล้ว ไม่จำเป็ต้องกินนมแพะอีกต่อไป เพื่อไม่ให้เป็การสิ้นเปลือง แม่เฒ่าจึงให้สวี่ซิ่วอิงเป็คนกินนมแพะแทน ให้กลายเป็น้ำนมให้ฉินเยาเยากินอีกที
ฉินเยาเยามองอาหารจืดชืดตรงหน้า แล้วคิดในใจว่าจะทำอย่างไรถึงจะสามารถปรับปรุงอาหารของครอบครัวให้ดีขึ้นได้อย่างแเี แต่พอหันไปเห็นสายตาของผู้อพยพรอบ ๆ ที่จ้องมองพวกเราอย่างหิวกระหาย ฉินเยาเยาก็ไม่กล้าทำอะไร ได้แต่หันหน้าหนี
การกระทำของนางทำให้ซิ่วอิงคิดว่าลูกน้อยกำลังจะปล่อยของเสียออกมา นางจึงรีบเปิดผ้าอ้อมดู
แต่ฉินเยาเยาไม่สนใจ นางฉี่ออกมา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย
เมื่อท้องว่าง ความหิวก็เข้ามาเยือน ฉินเยาเยาจึงเอาศีรษะเล็ก ๆ ของนางถูไถไปกับอกของแม่
ซิ่วอิงหันหลังแล้วให้ฉินเยาเยาดูดกินนมอย่างเอร็ดอร่อย
ครั้งแรกที่เยาเยาต้องกินนมจากแม่ ก่อนหน้านี้นางต่อต้านเล็กน้อย แต่ตอนนี้นางชินแล้ว ทั้งยังติดใจรสชาตินมของแม่อีกด้วย บอกเลยว่ารสชาติน้ำนมของแม่นั้น หอมหวานกว่านมแพะเสียอีก!
ไม่นาน นางก็คายปากออก แล้วเรอออกมาเสียงดัง ก่อนจะหลับสนิทไป
ในความฝัน ฉินเยาเยากลับมาที่พื้นที่มิติอีกครั้ง นางเห็นข้าวสารกองโต ผักผลไม้เต็มสวน และกำลังครุ่นคิดว่าจะเอาสิ่งเหล่านี้ออกไปอย่างไรดี อย่างอื่นก็พอว่า แต่ไก่ เป็ด กระต่ายให้ผลิตได้เยอะมาก ไข่ไก่วันละฟอง ออกลูกเดือนละครอก เดิมทีสัตว์พวกนี้ถูกเลี้ยงไว้เป็เสบียงของกองทัพ จำนวนจึงมากมายมหาศาล
กระต่ายพวกนั้น ตอนแรกปล่อยเข้าไปร้อยกว่าตัว เพื่อที่บางครั้งคราวพวกทหารจะได้เปลี่ยนรสชาติอาหารบ้าง ผลปรากฏว่าตอนนี้ ออกลูกทีเป็ครอก ครอกละสิบกว่าตัว พูดได้เต็มปากเลยว่า ตอนนี้พื้นที่มิติของเยาเยา แค่เดินเหยียบลงไปก็สามารถเหยียบกระต่ายตายได้ทีละสองตัวแล้ว โชคดีจริง ๆ ที่ในพื้นที่มิติมีระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ ไม่งั้นนางคงเป็บ้าไปแล้ว!
จากนั้นฉินเยาเยาก็ลอยไปที่สวนผัก โบกมือเล็ก ๆ ครั้งเดียวก็เก็บผักที่โตเต็มที่เข้าไปไว้ในห้องเก็บของ จากนั้นก็หว่านเมล็ดพันธุ์ผักลงไป
ฉินเยาเยาลอยไปดูโซนเลี้ยงวัวและแพะ แพะน้อยที่สูญเสียแม่ไปร้องด้วยความหิวโหย นางจึงโยนกะหล่ำปลีหัวใหญ่เข้าไปให้สองหัว ลูกแพะก็หยุดร้องทันที
จากนั้นก็ลอยไปที่โซนปลูกสมุนไพร...
ในฐานะที่เป็หมอ พื้นที่มิติของฉินเยาเยาไม่เพียงแต่มีอุปกรณ์ห้องผ่าตัดที่ครบครัน ยาแผนปัจจุบันจำนวนมาก สิ่งที่ขาดไม่ได้ที่สุดก็คือสมุนไพรจีนนานาชนิด
พื้นดินสีดำล้อมรั้วแยกต่างหาก เอาไว้สำหรับปลูกสมุนไพรล้ำค่าโดยเฉพาะ เช่น โสม เห็ดหลินจือ สมุนไพรล้ำค่าเหล่านี้ หากปลูกในนี้หนึ่งปี เทียบเท่ากับการเจริญเติบโตภายนอกเจ็ดสิบปี
อันที่จริงตอนที่พวกเขากำลังเดินทางบนูเา นางก็คิดว่าจะโยนโสมออกไปให้พวกเขาสักสองรากดีไหม เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สมัยนี้สมุนไพรมีค่ากว่าเงินมาก แต่พอนึกถึงเฝิงเสี่ยวฮวาจอมป่วนอย่างนางแล้ว นางจึงล้มเลิกความคิดนั้นไป
ทันใดนั้น ฉินเยาเยาก็เห็นว่าที่ซุ้มองุ่นมีบางอย่างสีดำทะมึนโผล่ออกมาจากอะไรบางอย่าง ไม่รู้ว่าเป็อะไร นางอยากรู้อยากเห็นจึงลอยไปหยุดอยู่บนชิงช้าพลางจ้องมองสิ่งนั้นที่ไม่รู้ที่มา
หญ้าและต้นไม้ทุกต้นในที่แห่งนี้ ล้วนเป็สิ่งที่นางจัดการด้วยตัวเองทั้งนั้น โดยเฉพาะชิงช้าอันนี้ เป็สิ่งที่พ่อของนางสร้างขึ้นก่อนที่เขาจะจากไป นางเป็คนเอามาไว้ที่นี่เอง ทุกครั้งที่คิดถึงพ่อกับแม่ นางจะมานั่งที่ชิงช้าตัวนี้ คิดถึงเื่ราวระหว่างนางกับพ่อแม่ ดังนั้น นางจึงมั่นใจมากว่าไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน
ฉินเยาเยาลอยลงไป ใช้ขาเล็ก ๆ เตะสิ่งนั้นเบา ๆ รู้สึกเหมือนเป็เหล็ก บ้างก็เหมือนทองแดง แค่มองจากส่วนที่โผล่ออกมาก็บอกไม่ได้ว่าเป็อะไร รู้แค่ว่าทำมาจากโลหะ
และติดอยู่ใต้ดินลึกแบบนั้น ด้วยความสามารถของนางในตอนนี้ นางไม่สามารถแงะมันออกมาดูได้ว่ามันคืออะไรกันแน่
ระหว่างที่นางกำลังครุ่นคิดถึงสิ่งนี้ จมูกเล็ก ๆ ของนางก็ได้กลิ่นที่คุ้นเคยและน่าขยะแขยง นางจึงออกมาจากพื้นที่มิติทันที
เมื่อฉินเยาเยาลืมตาขึ้น นางยังคงอยู่ในอ้อมกอดของสวี่ซิ่วอิง เพียงแต่ตอนนี้นางรู้สึกร้อนอบอ้าวเล็กน้อย และรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามือของสวี่ซิ่วอิงกำลังสั่นเบา ๆ
ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว
ไม่ไกลออกไป มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งนั่งแยกเป็กลุ่มเล็กกลุ่มน้อยหลายกลุ่ม เตาที่ก่อขึ้นชั่วคราวด้านข้างมีหม้อดินเผาตั้งอยู่ กำลังปล่อยควันร้อนออกมา
สีหน้าของผู้คนที่นั่งอยู่บนพื้นนั้นแตกต่างกันไป บ้างก็ดีใจที่จะได้อิ่มท้อง บ้างก็ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนเคยชิน บ้างก็เศร้าโศกเหมือนสูญเสียสิ่งล้ำค่าไป
ส่วนเด็ก ๆ ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็สูญเสียความร่าเริงตามประสาเด็ก พวกเขาก้มหน้าลง หากมองดี ๆ จะเห็นรอยน้ำตาบนใบหน้า
ส่วนทางด้านนี้ ท่านพ่อของนางกำลังกอดพี่ชายทั้งสองของนาง ฉินเหล่าเอ้อร์และฉินเหล่าซานหันหลังให้คนกลุ่มนั้น พวกเขาห้อมล้อมภรรยาและลูก ๆ ไว้ข้างใน
กลุ่มคนเ่าั้ทุกคนกำลังกินสิ่งที่อยู่ในมืออย่างเงียบ ๆ ราวกับว่ามันเป็อาหารรสเลิศ
แม้แต่เฝิงเสี่ยวฮวาที่มักจะโวยวาย ตอนนี้ก็กำลังก้มหน้ากินอาหารพลางจับชายเสื้อของสามีไว้แน่น
ฉินเยาเยาสังเกตเห็นใบหน้าของผู้ใหญ่ทุกคนแฝงไปด้วยความโกรธ ความเ็ป และความจนใจ ในขณะที่พี่ชายทุกคนบนใบหน้าฉายแววตื่นตระหนกหวาดกลัว
เมื่อฉินเยาเยาเห็นสีหน้าของพวกเขา ประกอบกับกลิ่นแปลกประหลาดแต่คุ้นเคยที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทำให้ความคิดที่ไม่น่าเชื่อผุดขึ้นมาในใจของนาง
คงไม่ใช่ว่า...