40 | เหตุไม่คาดฝันที่...ยูโดซันคัพ
ตอนค่ำหลังเลิกเรียน ทอรุ้งไปสำรวจดูลาดเลาแถว ๆ เดอะไฟเตอร์ สถาบันคู่ปรับของยูโดซันซึ่งอยู่ในอาคารขนาดใหญ่ใกล้ถนนสุขุมวิท แม้โรงเรียนทั้งสองแห่งจะอยู่บนถนนสายสำคัญใจกลางกรุงเทพมหานครเหมือนกัน แต่เดอะไฟเตอร์อยู่ใกล้ถนนและสถานีรถไฟฟ้ามากกว่า ขณะที่ยูโดซันต้องเดินเข้าซอยมาอีกราวห้าร้อยเมตร
เดอะไฟเตอร์เป็นสถาบันสอนศิลปะป้องกันตัวหลายประเภท ทั้งยูโด คาราเต้ เทควันโด บราซิลเลียนยิวยิตสู มวยไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ็มเอ็มเอหรือการต่อสู้แบบรวมวิชาหลาย ๆ แขนงเข้าด้วยกันที่เป็นตัวชูโรง สร้างชื่อเสียงให้สถาบันแห่งนี้อย่างมาก ขณะที่ยูโดซันสอนยูโดแค่อย่างเดียว
และด้วยความที่เป็นสถาบันขนาดใหญ่ เดอะไฟเตอร์จึงครองชั้นสองของอาคารราวกับเป็นอาณาจักรแห่งการต่อสู้ ส่วนยูโดซันเป็นสถาบันน้องใหม่ขนาดกลาง แม้จะเพิ่งซื้อห้องฟิตเนสเพิ่มเข้ามา แต่ก็ยังเล็กกว่าเดอะไฟเตอร์มากนัก
ส่วนผลการประเมินสุดยอดสถาบันยูโดของปีที่แล้ว เดอะไฟเตอร์ครองอันดับหก ทิ้งห่างยูโดซันในอันดับเก้าอยู่หลายอันดับ ยิ่งตอกย้ำว่ายูโดซันเป็นรองในทุก ๆ ด้าน เห็นแบบนี้แล้วทอรุ้งยิ่งไม่รู้ว่าทำไมนายโชติถึงต้องพยายามแย่งชิงความเป็นใหญ่จนถึงขั้นลงมือเล่นสกปรกด้วย
คิดได้เพียงเหตุผลเดียวว่า ถึงเดอะไฟเตอร์จะโดดเด่นเรื่องเอ็มเอ็มเอ แต่ถ้าวัดกันที่ยูโดแล้ว ยูโดซันยังเหนือกว่า โดยเฉพาะช่วงปีนี้ยูโดซันมีผลงานโดดเด่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด นักเรียนใหม่เข้ามาเรียนแล้วเป็นเร็ว นักเรียนเก่าไปลงแข่งก็คว้ารางวัลมามากมาย กลายเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ทั้งตัวนักเรียนและสถาบัน ถ้าตัดเรื่องความบาดหมางระหว่างโชติกับโคชโอห์มออกไป ก็เห็นจะมีเพียงเหตุผลนี้ที่ทำให้สองสถาบันต้องชิงชัยกันอย่างจริงจัง
การแข่งขัน ‘ยูโดซันคัพ’ หรือกีฬาภายในของโรงเรียนกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ถึงแม้จะไม่ใช่รายการใหญ่ แต่นักเรียนทุกคนต่างตื่นเต้นเพราะจะได้วัดฝีมือกับเพื่อนในรุ่นอย่างเป็นทางการ นักเรียนคลาสเบื้องต้นบางคนไม่เคยลงแข่งที่ไหน ก็จะได้เปิดประเดิมสนามนี้เป็นสนามแรกในชีวิต
ชัชแสนย์รอจังหวะที่โคชโอห์มว่างจากการฝึกซ้อมน้อง ๆ นักเรียน เข้าไปคุยพร้อมน้ำเย็นขวดหนึ่ง ตั้งแต่ชายหนุ่มรุ่นพี่กลับมาจากพักร้อนยาวก็ยังไม่ยอมคุยกับศิษย์เอกอย่างน้องรุ้ง บางครั้งถึงกับหนีหน้าหายเข้าไปในห้องฟิตเนสจนเขาชักหวั่นใจ
“พี่โอห์ม ผมถามจริง พี่ยังไม่หายโกรธน้องรุ้งอีกเหรอ”
ชายหนุ่มร่างใหญ่ไม่ตอบในทันที เขาปลดสายคาดเอวสีดำ ถอดเสื้อยูโดพาดไหล่กำยำไว้ลวก ๆ
“ไอ้โกรธน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่พี่เสียใจมากกว่า คำพูดของรุ้งวันนั้นมันมีพิรุธ เหมือนกับว่ารุ้งจงใจป้ายความผิดให้พี่เพื่อให้ตัวเองกับน้องเพลงรอด”
ชัชแสนย์พยักหน้าอย่างเข้าใจ “นี่แสดงว่าพี่ไม่ได้สงสัยแค่คุณเพลง แต่ยังสงสัยน้องรุ้งด้วย”
“อันที่จริงพี่ก็ยังไม่แน่ใจ พี่ไม่เชื่อว่าน้องเพลงจะทำเรื่องแบบนั้นได้ พี่ว่าพี่มองคนออก” เขามองขวดน้ำในมืออย่างไร้ความหมาย “พี่สงสัยรุ้ง”
ชัชแสนย์ได้ยินเข้าก็อึ้งไป ลำดับความคิดอยู่ครู่จึงถามต่อว่า “น้องรุ้งเนี่ยนะ ทำไมล่ะพี่ พวกเราปั้นน้องรุ้งมากับมือแท้ ๆ จะเป็นสปายได้ยังไง”
“รุ้งเป็นคนกล้า เชื่อมั่นในความคิดตัวเอง บางครั้งก็ไม่ได้ใสสะอาดนัก อย่างตอนแข่งทำส้มตำกัน แสนย์ก็รู้ใช่ไหมว่านั่นไม่ใช่ตำหน่อที่รุ้งทำเอง”
“ครับ แต่น้องก็เป็นคนมาสารภาพกับผมเองทีหลัง”
“เหมือนจะผิด แต่ก็เหมือนจะถูก เชื่อมั่นในเหตุผลของตัวเองจนเรื่องที่ผิดกลายเป็นถูกได้ คนที่มีบุคลิกแบบนี้แหละที่น่าจะทำเรื่องแบบนี้ได้ แต่นั่นก็ยังไม่ทำให้พี่แน่ใจเท่ากับวันนั้น...วันที่พี่เห็นรุ้งไปที่เดอะไฟเตอร์”
ชัชแสนย์หันขวับมองคนพูด แต่ก็ไร้คำพูดใดจะเอ่ยออกมา
“พี่สะกดรอยตามรุ้งไป เห็นกับตาว่ารุ้งไปที่นั่นจริง ทำลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่พักหนึ่ง ไม่ได้เข้าไปข้างใน ไม่ได้พบใคร แต่พี่คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่ารุ้งไปที่นั่นทำไม ถ้าไม่ใช่...”
“ไม่อยากจะเชื่อเลย” ชัชแสนย์เอ่ยคล้ายพูดกับตัวเอง “ไม่สิ ผมไม่เชื่อว่าน้องรุ้งจะแทงข้างหลังพวกเราได้”
ชายหนุ่มรุ่นพี่หัวเราะเบา ๆ แล้วตบไหล่เขา “พี่ก็แค่สันนิษฐาน แสนย์เองก็ด้วย แต่ความเชื่อเป็นสิ่งที่ใจลึก ๆ บอกมาใช่ไหม ก็เหมือนกันนั่นแหละ เหมือนที่พี่ก็ไม่เชื่อว่าน้องเพลงจะเป็นสปายได้ แต่จากนี้เราคงต้องจับตามองทั้งสองคนให้ดีแล้วละ”
เพลงพนัสพักเรื่องหนักใจทั้งหมดไว้ก่อนเพราะเวลานี้มีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ นั่นคือจัดเตรียมงานแข่งขันยูโดซันคัพประจำปีนี้ เริ่มจากช่วยพี่ ๆ โคชจัดเบาะสีน้ำเงินเป็นพื้นที่แข่งขันรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส แล้วจึงล้อมกรอบด้วยเบาะสีเหลืองที่ขนมาจากห้องเก็บอุปกรณ์ ปูต่อล้อมอีกชั้นด้วยเบาะสีส้มเป็นพื้นที่ปลอดภัย เท่านี้สนามแข่งมาตรฐานขนาดสิบสี่คูณสิบสี่เมตรก็เนรมิตเสร็จสิ้น
จากนั้นหญิงสาวจัดโต๊ะยาวใกล้ผนังด้านหนึ่งสำหรับให้นักกีฬาวางของ เพราะนักเรียนทุกคลาสมารวมตัวกันในวันเดียวเช่นนี้ ล็อกเกอร์ย่อมไม่พอใช้แน่ จัดเตรียมกระติกน้ำแข็ง ผ้าเย็น และกล่องยา จัดพื้นที่รับรองพร้อมอาหารว่างไว้ต้อนรับผู้ปกครองที่มาเชียร์บุตรหลานไว้ทางฝั่งเคาน์เตอร์ยาว และเตรียมเครื่องชั่งน้ำหนักไว้ตรงโต๊ะลงทะเบียน
ติดตั้งจอใหญ่แสดงเวลาการแข่งขันคู่ละสี่นาที จอขนาดย่อมลงมาใช้จับเวลาเข้าท่าล็อก ติดตั้งโพรเจกเตอร์ฉายภาพบรรยากาศสลับกับผลการแข่งขัน เท่านี้หน้าที่ของเธอก็เสร็จสิ้น ส่วนเรื่องตารางกำหนดการแข่งขันกับเหรียญรางวัล บรรดาโคชจะเป็นผู้ดูแลเอง
เจ้าน้องโก้ในชุดยูโดสีขาว คาดสายสีฟ้าเดินยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยมาแต่ไกล เพลงพนัสอดยิ้มขำไม่ได้
“ทำหน้าแบบนี้ อยากกินโกโก้อีกเหรอ ได้ข่าวว่าอ้วนขึ้นจนน้ำหนักเลยรุ่นไม่ใช่หรือไงจ๊ะ”
ตอนชั่งน้ำหนักและลงทะเบียนนักกีฬา จำได้ว่าเพื่อน ๆ นักยูโดชายหัวเราะกันใหญ่เพราะเจ้าน้องโก้น้ำหนักเลยรุ่นหกสิบหกกิโลกรัมแต่ไม่เกินเจ็ดสิบสามกิโลกรัม จนต้องข้ามมาแข่งรุ่นเจ็ดสิบสามกิโลกรัมแต่ไม่เกินแปดสิบเอ็ดกิโลกรัม ส่วนเจ้าตัวทำท่าเซ็งหัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างไม่จริงจังนัก ต้องยอมรับผลจากการกินขนมแล้วนั่งเล่นเกมของตนแต่โดยดี
“โธ่ เลยมากิโลเดียวเองพี่ ที่แย่กว่านั้นคือ ผมต้องแข่งกับรุ่นพี่สายน้ำตาลที่แกลดน้ำหนักมาเล่นรุ่นเดียวกันพอดีน่ะสิ ผมตายแน่เลยพี่เพลง”
เพลงพนัสยิ้มเอ็นดู “ไม่หรอกน่า ผ่านมาตั้งกี่สนามแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก”
“พี่เพลงเชียร์ผมด้วยนะ”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
พอเจ้าโก้ข้ามรุ่นไป ตัวเต็งรุ่นหกสิบหกแต่ไม่เกินเจ็ดสิบสามกิโลกรัมก็หนีไม่พ้นน้องนพ เขาเพิ่งเปลี่ยนชุดเสร็จ เดินยิ้มพรายมายืนข้างน้องโก้ หญิงสาวเพิ่งสังเกตว่าทั้งสองคนรูปร่างต่างกันนิดหน่อยเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นแข่งคนละรุ่นจริง ๆ
“พี่เพลง ถ้านพชนะพี่เพลงจะให้อะไร” เจ้าหนุ่มน้อยหน้าใสอ้อนหน้าตาเฉย
“แล้วนพอยากได้อะไรล่ะ”
“อยากไปกินข้าวกับพี่เพลง”
เจ้าโก้ทำหน้าเหวอ “โห ไอ้นพ แกขอพี่เพลงเดตเลยเหรอวะ ไอ้นี่มันร้าย พี่เพลงห้ามตกลงนะ”
หญิงสาวหัวเราะขันระคนเอ็นดู
“เอาเป็นว่าเล่นให้เต็มที่ทั้งสองคนเลยนะ ไหน ๆ แข่งคนละรุ่นกันแล้วก็คว้าแชมป์มาให้ได้ทั้งคู่ พี่จะคอยเชียร์อยู่ตรงนี้นะ”
สองนักยูโดหนุ่มรับคำทำหน้าปลื้มเสียจนน่าหมั่นไส้ หญิงสาวหัวเราะ ผลักไหล่หนา ๆ นั้นไปคนละที
พอการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น เพลงพนัสก็มายืนเชียร์แถวโต๊ะยาวที่ใช้วางกระเป๋าพวกนักกีฬาซึ่งบัดนี้กองเต็มโต๊ะจนล้นลงไปถึงพื้น ตรงนี้เป็นจุดที่มองเห็นสนามได้ชัดและจะได้ช่วยเฝ้าของด้วยเพราะวันนี้มีบุคคลภายนอกเข้ามาเชียร์ไม่น้อย ถัดไปข้างหน้าโคชโยฮันน์ในชุดเสื้อสตาฟฟ์สีเทากับกางเกงยีนตั้งกล้องวิดีโอถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านทางเพจยูโดซันเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และแน่นอนว่าเทปการแข่งขันจะมีประโยชน์มากต่อการศึกษาและการฝึกซ้อมของนักกีฬา
ทอรุ้งไม่ได้แข่งด้วยเพราะเป็นนักเรียนหญิงคนเดียวในโรงเรียนที่อยู่รุ่นหกสิบสามแต่ไม่เกินเจ็ดสิบกิโลกรัมหญิง จึงมายืนเชียร์ข้าง ๆ เพลงพนัส หญิงสาวอดเสียดายแทนเพื่อนไม่ได้ที่ต้องพลาดการแข่งขัน แต่ทอรุ้งบอกว่าไม่เป็นไร เพราะการแข่งขันที่น่าสนใจมีเข้ามาตลอด
น้องนพเพิ่งแข่งจบไป ผลการแข่งขันเป็นไปตามความคาดหมาย ชายหนุ่มผู้มีท่าทีสงบเสงี่ยมเรียบร้อยแต่แท้จริงแฝงความคมเด็ดขาดผู้นี้สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้รุ่นพี่ได้อย่างเฉียบขาด ทุ่มลงทำคะแนนอิปป้ง คว้าเหรียญทองของรุ่นไปครอง
“ไอ้เจ้านพนี่เก่งไม่เบาแฮะ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะ สงสัยไปแอบซุ่มซ้อม” ทอรุ้งซึ่งยืนกอดอกพิงโต๊ะอยู่ข้าง ๆ กล่าว
เพลงพนัสยิ้มรับ แม้จะวิเคราะห์ไม่ค่อยเป็นเพราะไม่เคยเรียนหรือเล่นยูโดมาก่อน แต่ก็พอมองออกว่าน้องนพนั้นฝีมือดีไม่แพ้ใคร
มีเสียงกุกกักเบา ๆ ข้างหลัง หญิงสาวหันไปก็พบว่าคนที่เพิ่งพูดถึงกำลังเปิดกระเป๋ากีฬาใบใหญ่ที่วางอยู่บนพื้น
“อ้าว น้องนพ หาอะไรจ๊ะ”
“ผมมาเอาผ้าขนหนูครับ” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน พาดผ้าขนหนูผืนเล็กสีฟ้าอ่อนไว้บนบ่า ใบหน้าใสสีชมพูระเรื่อพราวไปด้วยเหงื่อนั้นดูสดชื่น “พี่เพลงอย่าลืมนะ นพชนะแล้ว เราไปกินข้าวกัน”
พูดจบก็แถมยิ้มหวานให้อีก เพลงพนัสเพียงยิ้มบางตอบ แล้วแชมป์หนุ่มหมาด ๆ ก็ผละไปทางห้องน้ำด้านหน้าโรงเรียน
ทอรุ้งใช้ศอกสะกิดยิก ๆ “อะไรกันเนี่ย เจ้านพมันจีบแกเหรอ แหม...เห็นเงียบ ๆ ฟาดเรียบทั้งโคชทั้งศิษย์นะจ๊ะคุณแม่บ้านเพลง”
เพลงพนัสผลักไหล่เพื่อนแทบกระเด็น หมั่นไส้เต็มทน “ไม่ต้องพูดเลยแก โน่น น้องโก้จะแข่งแล้ว”
“แหม...ทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง” ทอรุ้งพูดอุบอิบ แต่ก็หันไปสนใจการแข่งขันตรงหน้า
คู่ต่อสู้สายน้ำตาลของน้องโก้ตัวโตกว่าอย่างเห็นได้ชัดจนไม่น่าเชื่อว่าจะแข่งรุ่นเดียวกัน ทั้งสองจับจ้องกันไม่วางตาพลางขยับไปมารอบสนาม แต่ก็ยังไม่สามารถหาจังหวะได้เปรียบของตนเองได้ ชัชแสนย์ผู้เป็นกรรมการสั่งให้โทษชิโด้คนละหนึ่งโทษ โทษฐานที่นักกีฬาไม่เข้าสู้กัน
ครั้นได้จังหวะ ทั้งสองก็พุ่งเข้าใส่กันอย่างรวดเร็ว กำแขนเสื้อบริเวณศอกของกันและกันไว้ โก้ไล่จับมาจนถึงสาบเสื้อและกระชากแรง แต่อีกฝ่ายแทบไม่สะเทือน แล้วรุ่นพี่ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ก็ฉวยจังหวะ ทุ่มเจ้าโก้ลงเบาะดังโครมใหญ่
ภาพที่ปรากฏต่อมาทำให้เพลงพนัสเย็นวาบจากกลางศีรษะถึงลำคอ เจ้าโก้ไม่ได้ลุกขึ้นมาสู้ต่อ แต่กลับนอนกุมแขนขวาแน่น บิดดิ้นไปมา ใบหน้าแดงก่ำเจ็บปวดสาหัส ทอรุ้งแทบถลันเข้าไปดูอาการแต่ก็ช้ากว่ากลุ่มโคชที่เข้าไปมุงล้อมแล้ว จึงหยุดสังเกตการณ์อยู่ที่เดิม เหล่ากองเชียร์และผู้ปกครองลุกฮือ ชะเง้อมองกันใหญ่ ส่งเสียงเอะอะอื้ออึง
ครู่ต่อมาโคชโอห์มก็อุ้มน้องโก้หายเข้าไปในห้องฟิตเนส มีโคชตามไปด้วยอีกสองคน ส่วนที่เหลือดำเนินการแข่งขันต่อตามปกติ ชัชแสนย์ตัดสินให้ฝ่ายคู่แข่งสายน้ำตาลชนะ แล้วเรียกคู่ต่อมาลงแข่งขันอย่างสงบราวกับเหตุการณ์ฉุกเฉินเมื่อครู่เป็นแค่สถานการณ์จำลอง
“รุ้ง น้องโก้จะเป็นอะไรมากไหมน่ะ ฉันอยากไปดูน้องจัง” หญิงสาวพูดร้อนรน
“ไม่เป็นไรแก มีพี่ ๆ ดูแลในห้องฟิตเนสแล้วคงไม่เป็นอะไรมาก แต่ฉันว่านะ...” ทอรุ้งลูบคางไปมา “มันดูแปลก ๆ ชอบกล”
“เอ๋ แปลกยังไง นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดาเหรอ”
“เหมือนจะใช่ แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่” นักเรียนยูโดสาววิเคราะห์ “ไม่ใช่ว่าอีตาสายน้ำตาลนั่นเป็นสปาย แล้วมาสร้างสถานการณ์ก่อกวนการแข่งขันหรอกนะ”
เพลงพนัสได้ฟังก็เบิกตาค้าง ตลอดมาเธอเอาแต่จ้องจับผิดว่าโคชคนไหนเป็นหนอนบ่อนไส้ของยูโดซัน แต่ไม่เคยสะกิดใจสักนิดเลยว่าสปายอาจเป็นนักเรียนที่แฝงตัวเข้ามาก็ได้ มองไปรอบ ๆ ห้องยิมกว้างขวางแต่ขณะนี้แออัดด้วยกองเชียร์และนักกีฬา ชายแปลกหน้าสายน้ำตาลคนนั้นหายไปแล้ว
จะว่าไป ทั้ง ๆ ที่เธอเป็นแม่บ้าน มาโรงเรียนทุกวัน แต่กลับไม่คุ้นหน้าคนคนนั้นสักนิด คล้ายกับว่าเขาไม่ใช่คนของยูโดซัน และจู่ ๆ ก็มาปรากฏตัวในฐานะนักเรียนยังไงยังงั้น
***ลง 60% ของเรื่อง หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
น้องโก้จะเป็นอะไรมากไหมน้าาา ว่าแต่...นี่สปายออกปฏิบัติการอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย หึหึ คนในมุมมืด เดี๋ยวเหอะ โดนแน่