คุณเป็นเทพรึเปล่า?
“ลุกขึ้นเถอะ นับจากนี้เธอเป็นศิษย์คนที่ห้าของฉัน” หลินเฉินบอกให้เธอลุกขึ้น
เซี่ยนจื่อเสวียนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ขณะเดียวกันก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่า หลินเฉินจะมีลูกศิษย์อยู่ก่อนแล้วถึงสี่คน
“อาจารย์จะสอนอะไรให้ฉัน?” เซี่ยนจื่อเสวียนอดถามออกมาไม่ได้ นี่เป็นเรื่องที่เธอสงสัยและอยากที่จะรู้อย่างมาก
จากการที่เธอเรียกหาหลินเฉินเป็นอาจารย์อย่างเป็นธรรมชาติแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นหญิงสาวที่ฉลาดคนหนึ่ง
หลินเฉินยิ้ม พลิกมือวูบหนึ่ง มุกมิติก็มาปรากฏขึ้นมาในมือของเขา
เซี่ยนจื่อเสวียนมองด้วยความตกใจ แต่ในไม่ช้า เธอก็ขมวดคิ้ว “มายากล?”
นี่คือสิ่งที่เธอคิดได้อย่างแท้จริง
หลินเฉินไม่ได้ตอบคำถามของเธอ เขาโยนมุกมิติออกไป มันก็จมหายไปในอากาศ
“ตามมาสิ” หลินเฉินก้าวหายเข้าไปในอากาศว่างเปล่าตรงหน้า
ภาพที่ได้เห็น ส่งผลให้เซี่ยนจื่อเสวียนตกใจกว่าเดิม
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึก สงบสติอารมณ์ความตกใจของเธอลง รีบเดินตามไป
“ทะ...ที่นี่มัน!” หลังจากที่เข้ามาภายในมุกมิติ ร่างกายของเซี่ยนจื่อเสวียนก็สั่นสะท้านไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจที่มากกว่าเดิม
เธอรู้สึกว่าวันนี้ เธอตกใจมากเหลือเกิน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกที่เธอจะตกใจหลายครั้งมากขนาดนี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นใคร ถ้าหากมาเจอเรื่องแบบนี้ ย่อมที่จะตกใจกันมากอยู่แล้ว
เซี่ยนจื่อเสวียนสูดลมหายใจเข้าลึก สงบอารมณ์ของตัวเองลง เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ พบว่าที่นี่สวยงามเป็นอย่างมาก และก็มีอากาศที่สดชื่นเป็นพิเศษ
“อาจารย์ คุณเป็นเทพรึเปล่า?” เซี่ยนจื่อเสวียนหันกลับมามองหลินเฉิน หลังจากที่เธอกวาดสายตามองรอบๆ แล้ว
หัวใจของเธอในตอนนี้เต้นแรงเป็นอย่างมาก ความตื่นเต้นตกใจ รวมทั้งยังตื่นตระหนก สามารถมองเห็นได้บนใบหน้าของเธอ
หลินเฉินส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “ไม่ใช่เทพ เป็นผู้ฝึกตน”
“ผู้ฝึกตน?” เซี่ยนจื่อเสวียนเลิกคิ้วขึ้น เธอราวกับงุนงงกับคำพูดนี้ อย่างไรก็ตาม พริบตาต่อมา เธอก็พูดออกมาอย่างลังเล “ใช่ ผู้ฝึกตนที่เหมือนในหนังรึเปล่าคะ?”
หนังที่เกี่ยวข้องกับผู้ฝึกตน กำลังภายใน เธอเคยได้ดูมาบ้าง
“ใช่” หลินเฉินพยักหน้า “สิ่งที่ฉันจะสอนเธอก็คือการฝึกตน!”
หัวใจของเซี่ยนจื่อเสวียนเต้นแรงขึ้นมา เธอหอบหายใจหนักหน่วง พร้อมกับดวงตาที่เป็นประกายขึ้นมา เธอพลันจะถามว่าผู้ฝึกตนทำอะไรได้บ้าง แต่ก่อนที่เธอจะได้ถามออกมานั้น เสียงเล็กๆ ที่น่ารักเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“นายท่าน!”
เซี่ยนจื่อเสวียนหันมองไปในทันที เธอพลันได้เห็นว่ามีเด็กหญิงผมสีขาว ผู้มีใบหน้าน่ารักวิ่งเข้ามาอย่างร่าเริง
“นายท่าน หญิงสาวผู้นี้เป็นใครกัน?” เสี่ยวไป๋วิ่งเข้ามาหยุดลงตรงหน้าของหลินเฉิน ถามออกมาอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่ทันใดนั้น เธอก็ทำตาโต ร้องโพล่งออกมา “หรือว่าจะเป็นภรรยาของท่าน?!”
หลินเฉินใบหน้ามืดลง เขาพูดไม่ออกอย่างสิ้นเชิง เขาต้องเคาะหน้าผากของเธอครั้งหนึ่ง “อย่าพูดไร้สาระ นี่เซี่ยนจื่อเสวียน ตั้งแต่วันนี้เธอจะเป็นศิษย์คนที่ห้าของข้า”
“ศิษย์คนที่ห้า?” เสี่ยวไป๋กระพริบตาปริบๆ ดวงตากลมโตน่ารักคู่สีแดงหมุนมามองเซี่ยนจื่อเสวียน
เซี่ยนจื่อเสวียนรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยกับสายตาที่มองเธอของเสี่ยวไป๋
เสี่ยวไป๋พลันยิ้มออกมาอย่างน่ารัก พลางหัวเราะ “ฮิฮิ นายท่าน ท่านช่างดีเหลือเกิน ท่านรู้ว่าข้าเหงาใช่หรือไม่ ถึงได้รับลูกศิษย์”
“เลิกก่อกวนได้แล้ว” หลินเฉินไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เสี่ยวไป๋เป็นตัวป่วนเกินไป ในตอนที่ยังอยู่โลกอมตะ ศิษย์ทั้งสี่คนของเขาก็ถูกเธอแกล้งจนหัวหมุน
“ฮิฮิ” เสี่ยวไป๋หัวเราะออกมาอย่างร่าเริง ก่อนที่จะหมุนตัววิ่งเหยาะๆ ไปทางแม่น้ำ แต่เธอก็ไม่ลืมพูดทิ้งท้ายเอาไว้ “นายท่าน ท่านอย่าลืมทำอาหารไว้ให้ข้าด้วยนะ ข้าขอตัวไปนอนก่อน”
“เจ้าเด็กคนนี้” หลินเฉินอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ จากนั้นเขาก็พาเซี่ยนจื่อเสวียนไปที่เรือนไม้ อธิบายเกี่ยวกับการฝึกตนและระดับพื้นฐานฝึกตนให้เธอฟัง
รวมไปถึงว่าร่างกายของเธอมีความพิเศษอย่างมาก เป็นร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่หายากและน่ากลัว
หลินเฉินใช้เวลาอธิบายให้เซี่ยนจื่อเสวียนฟังอยู่ครึ่งชั่วโมง เขาก็พาเธอออกจากมุกมิติ
แต่ก่อนที่จะออกจากมุกมิติ แน่นอนว่าเขาไม่ลืมที่จะทำอาหารไว้ให้เสี่ยวไป๋ จอมตะกละ
เหตุผลที่เขารีบพาเธอออกมา เป็นเพราะว่ากลัวว่าแม่ของเธอจะเป็นห่วง
“เตรียมตัวให้ดี พรุ่งนี้ฉันจะมาอีก” หลินเฉินพูด พรุ่งนี้เขาตั้งใจที่จะเริ่มให้เธอฝึกตน
“ค่ะอาจารย์” เซี่ยนจื่อเสวียนพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น เธอรู้สึกราวกับว่าได้เข้าสู่โลกใบใหม่ ตั้งแต่ได้ฟังเกี่ยวกับการฝึกตน
“รับนี่ไป แม่ของเธอป่วยอยู่ โอสถนี้สามารถรักษาให้หายได้” หลินเฉินยื่นขวดโอสถรักษาให้กับเซี่ยนจื่อเสวียน อาการป่วยของเซี่ยนหรูแม่ของเธอ ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเขาไปได้
“ขอบคุณท่านอาจารย์!” เซี่ยนจื่อเสวียนขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ
“รับเงินนี้ไปด้วย เอาไว้ใช้” หลินเฉินพลิกมือวูบหนึ่ง เงินหนึ่งหมื่นหยวนก็ปรากฏขึ้นมาในมือของเขา เขารู้ได้อย่างชัดเจนว่าครอบครัวของเซี่ยนจื่อเสวียนมีฐานะยากจน ในเรื่องนี้ เขาไม่มีทางปล่อยให้ลูกศิษย์ของเขาลำบากได้
“นะ...นี่” เซี่ยนจื่อเสวียนเปิดริมฝีปาก เธอตกใจจนไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดี ทันใดนั้นสองตาของเธอก็เริ่มแดง น้ำตาเริ่มปรากฏคลอที่หางตา ตั้งแต่จำความได้ นอกจากแม่ของเธิแล้ว ไม่มีใครดีกับเธอมากขนาดนี้เลย
เธอพลันรีบส่ายหน้า “ฉันรับไว้ไม่ได้”
อาจารย์ยอมรับเธอเป็นลูกศิษย์ เต็มใจที่จะสอนวิถีฝึกตนอันยิ่งใหญ่ให้เธอ โดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน เธอก็สำนึกขอบคุณมากพออยู่แล้ว แล้วเธอจะกล้ารับเงินจากเขาได้อย่างไร?
“รับไปเถอะ ต่อจากนี้พยายามให้มาก” หลินเฉินโบกมือ เงินก็ลอยไปตกลงที่มือของเซี่ยนจื่อเสวียน เขาไม่ได้พูดอะไรอีก หมุนตัวกลับ เดินไปที่รถ
พอขึ้นรถ เขาก็ขับรถจากไป
“อาจารย์ขอบคุณ ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง!” เซี่ยนจื่อเสวียนปาดเช็ดน้ำตาบนใบหน้า กำขวดโอสถรักษาและเงินแน่น
เธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะตั้งใจฝึกตน ไม่ทำให้ความคาดหวังที่อาจารย์มีต่อเธอสูญเปล่าโดยเด็ดขาด
เธอรีบเข้าไปในบ้านและเล่าเรื่องนี้ให้แม่ของเธอฟัง พร้อมทั้งมอบโอสถรักษาให้
เซี่ยนหรูรับฟังด้วยความตกใจ อย่างไรก็ตามปฏิกิริยาแรกของเธอคือไม่เชื่อและคิดว่าลูกสาวของเธอถูกหลอก
ย่อมเป็นเช่นนี้ เรื่องที่เซี่ยนจื่อเสวียนเล่ามา คนธรรมดาไม่มีทางเชื่ออยู่แล้ว แต่ถึงแม้ว่าเซี่ยนหรูจะไม่เชื่อ เธอก็ยังคงเปิดขวดโอสถออกดู
เปิดฝาออก กลิ่นหอมของตัวยาก็ลอยฟุ้งออกมา เป็นกลิ่นสมุนไพรหลายชนิด ที่ทำให้รู้สึกสดชื่นเวลาได้กลิ่น
เซี่ยนหรูสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความประหลาดใจ เธอพบว่ากลิ่นโอสถมันหอมมาก หอมเสียจนเธออยากที่จะลิ้มลองมัน
เธอลังเลอยู่พักใหญ่ แต่ด้วยสายตาที่คาดหวังของลูกสาว เธอก็ตัดสินใจที่จะดื่มมันรวดเดียวหมด
“รสชาติดีมาก” เซี่ยนหรูอดพูดออกมาไม่ได้
จบบทที่ 64