การประชุม ณ แดน์
เหนือเมฆขาวอันบริสุทธิ์ ท่ามกลางปราสาททองคำและปราสาทหยกแก้ว ณ ท้องพระโรงหลิงเซียวซึ่งเป็ที่ประทับของอวี้หวงต้าตี้ (玉皇大帝) หรือเง็กเซียนฮ่องเต้
ในวันนี้มีการประชุมใหญ่ของ์ เหล่าเทพเซียนและบรรดาขุนนาง์ผู้มีอำนาจต่างเข้ามารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง ภายในท้องพระโรงเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานทิพย์ เสียงเพลงที่บรรเลงอย่างแ่เบาและรัศมีแสงสีทองที่ส่องสว่างจนมิอาจจ้องมองได้ตรง ๆบางท่านเป็เทพเ้าที่สถิตอยู่บน์มาั้แ่กาลก่อน ขณะที่บางท่านเป็เพียงเซียนบนโลกมนุษย์ที่ได้สร้างคุณงามความดีจนได้รับเกียรติให้ขึ้นมาร่วมประชุมกับเหล่าทวยเทพได้
อวี้หวงต้าตี้ประทับอยู่บนบัลลังก์ัสีทอง พระพักตร์ของพระองค์เปี่ยมด้วยความสง่างามและความเมตตา แต่ก็มีความเคร่งขรึมแห่งผู้ปกครองสามภพ พระองค์ทรงโบกพระหัตถ์เบา ๆ เพื่อให้ความเงียบสงบกลับคืนสู่ท้องพระโรง ก่อนจะรับสั่งให้เทพหูทิพย์(Shun Feng Er) และเทพตาทิพย์ (Qian Li Yan) ออกมารายงานถึงความเป็ไปในโลกมนุษย์

เทพหูทิพย์และเทพตาทิพย์ก้าวออกมาจากแถวหน้าด้วยความนอบน้อม จากนั้นก็คุกเข่าลงและทูลรายงานด้วยน้ำเสียงที่ดังชัดเจน แต่ก็ยังคงความสั่นเครือเล็กน้อยเนื่องจากความตื่นเต้น
“ทูลอวี้หวงต้าตี้ ด้วยพลังตาทิพย์ของข้าพเ้า ข้าพเ้าได้เห็นถึงความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงแห่งอาณาจักรซาง ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางพยายามที่จะดูดกลืนชะตาัจากหวงตี้แห่งอาณาจักรซาง แต่ทว่ามันกลับถูกบทสวดศักดิ์สิทธิ์บางอย่างขับไล่ออกไปอย่างรุนแรง ทำให้แผนการของมันต้องล้มเหลวโดยสิ้นเชิง”เทพตาทิพย์ทูลรายงาน
“และด้วยพลังหูทิพย์ของข้าพเ้า ข้าพเ้าได้ยินบทสวดนั้น นับั้แ่นั้นเป็ต้นมาหวงตี้ และประชาชนในเมืองหลวงก็ต่างพากันสวดมนต์ปริศนานั้นทุกวัน ผลก็คือเมืองหลวงทั้งเมืองเต็มไปด้วยพลังเมตตาอันศักดิ์สิทธิ์ที่เข้มข้นอย่างน่าประหลาดใจ ภูตผีปีศาจ และมารต่างไม่กล้าเข้าใกล้เขตเมืองหลวงอีกเลยั้แ่นั้น หากพวกมันเผลอเข้าไปในเขตเมือง พวกมันจะถูกแผดเผา และถูกชำระล้างไอมารจนหมดสิ้นทันที”เทพหูทิพย์ทูลต่อด้วยความอัศจรรย์ใจ
อวี้หวงต้าตี้ทรงประหลาดพระทัยเป็อย่างยิ่ง จึงรับสั่งให้เทพประจำเมืองหลวงอาณาจักรซาง ซึ่งถูกเรียกตัวมาเข้าเฝ้าในวันนี้ก้าวออกมาจากแถว
“เทพประจำเมือง เ้าทราบหรือไม่ว่าบทสวดลึกลับที่ขับไล่มารและคุ้มครองเมืองหลวงนั้นคือบทสวดใดกันแน่และพลังศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในบทสวดนั้นเป็ของผู้ใดกัน” อวี้หวงต้าตี้ทรงตรัสถาม
เทพประจำเมืองหลวงคุกเข่าลงด้วยความสับสน“ขอทูลองค์อวี้หวงต้าตี้ ข้าพเ้าได้เข้าฝันไปสอบถามหวงตี้อาณาจักรซางแล้ว หวงตี้เรียกบทสวดนี้ว่า มหากรุณาธารณีสูตรและกล่าวถึงบุคคลที่ชื่อว่า พระโพธิสัตว์กวนอิม ผู้เป็เ้าของบทสวดนี้ แต่ข้าพเ้า....ข้าพเ้าขอสารภาพตามตรงว่าข้าพเ้าไม่เคยได้ยินเื่ราวเกี่ยวกับบุคคลผู้นี้มาก่อนเลยในสารบบของสรวง์”
เมื่อได้ฟังดังนั้น เทพหูทิพย์ และเทพตาทิพย์ก็รีบทูลเสริมทันทีว่าพวกตนก็ไม่เคยได้ยินเื่ของพระโพธิสัตว์กวนอิมเช่นกัน ทำให้ท้องพระโรงทั้งหมดเงียบสงัดลงด้วยความพิศวง เพราะไม่มีใครรู้ว่าเ้าของพลังเมตตาอันยิ่งใหญ่นี้เป็ผู้ใดกัน
“แต่... นี่ยังไม่ใช่ทั้งหมดพะยะค่ะ”เทพหูทิพย์ทูลต่อ “ข้าพเ้าได้ยินบทสวดนี้ในอีกสถานที่หนึ่ง นั่นคือ เหมืองชายแดนของอาณาจักรซาง ที่นั่นเองก็กลายเป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ ราวกับเป็ศาลเ้าของเทพเผู้ทรงอำนาจบน์เลยทีเดียว”
“และผู้ที่พำนักอยู่ที่เหมืองแห่งนั้นเป็สตรีผู้หนึ่งที่มิใช่เทพ แต่กลับมีแสงแห่งบุญกุศลแผ่ออกมาจากตัวอย่างเจิดจรัส นางมีโคมวิเศษที่สามารถกำจัดปีศาจได้”เทพตาทิพย์กล่าวเสริม
“นางใช้โคมวิเศษนั้นปราบปีศาจปลาทองที่กำลังอาละวาดอยู่ในแม่น้ำหวังเหอเมื่อไม่กี่วันก่อน”
ทันทีที่เทพตาทิพย์กล่าวจบ ไท่ซ่างเหล่าจวิน (太上老君) ซึ่งเป็หนึ่งในสามมหาเทพสูงสุด (ซานชิง)และเป็ผู้ดูแลเตาหลอมโอสถแห่ง์ก็ได้ก้าวออกมาจากแถวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ขอทูลองค์อวี้หวงต้าตี้ จากที่ฟังเมื่อครู่ ทำให้ข้าพเ้านึกขึ้นได้ว่าปลาทองในสระของข้าพเ้าที่เลี้ยงไว้เพื่อใช้ในการปรุงยา ได้หายออกไปจากสระ ไม่คิดว่ามันจะหนีไปยังโลกมนุษย์ และนั่นน่าจะเป็ปีศาจปลาทองที่ถูกสตรีผู้นั้นปราบ ข้าพเ้าสมควรได้รับโทษทัณฑ์ที่ดูแลไม่ดี”
“ข้าพเ้าขออนุญาตลงไปรับตัวปีศาจปลาทองตนนั้นกลับคืนสู่์เพื่อรับโทษทัณฑ์จากองค์อวี้หวงต้าตี้พะยะค่ะ”
อวี้หวงต้าตี้ ทรงพิจารณาสักครู่
“ถ้าเช่นนั้น ข้าอนุญาต” อวี้หวงต้าตี้มีรับสั่ง“ไท่ซ่างเหล่าจวินในฐานะที่เ้าเป็ผู้กระทำผิดไม่ดูแลสัตว์เลี้ยงให้ดี จงไปนำตัวปีศาจปลาทองกลับมารับโทษด้วยตนเอง ข้าจะพระราชทานธงั อันเป็ของวิเศษแห่ง์ให้เ้า จงนำธงนี้ไปมอบให้กับสตรีผู้มีบุญกุศลผู้นั้น”
“ธงันี้สามารถบันดาลฝนได้เพียงหนึ่งครั้ง เพื่อช่วยเหลืุ์ในยามที่พวกเขาเดือดร้อนจากภัยแล้งและจงกำชับนางว่า หากจะใช้ต้องคิดให้ดีเสียก่อน เพราะเมื่อใช้ไปแล้วธงนี้ก็จะหายลับไปจากโลกมนุษย์ทันที”
ไท่ซ่างเหล่าจวินรับพระบัญชาด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ก่อนจะโค้งคำนับและเดินออกจากท้องพระโรงอย่างเร่งรีบเพื่อลงไปรับตัวปีศาจปลาทองกลับคืนสู่์
การบรรลุอภิญญาถาวร
ที่โลกมนุษย์ จื่อหลันยังคงดำเนินชีวิตตามปกติที่เหมืองชายแดนอย่างเคร่งครัด เธอสวดมนต์และฝึกฝนพลังปราณทุกวัน พร้อมทั้งตรวจสอบความก้าวหน้าของแต้มบุญ
แต้มบุญของเธอเพิ่มขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ตามที่เธอคาดการณ์ไว้
นักพรตทั้งสามที่ได้รับไฟจากโคมเป่าเหลียนเติง พวกเขาก็ทำตามสัญญา เมื่อพวกเขาเดินทางปราบปีศาจและช่วยเหลือชาวบ้านในเมืองใกล้เคียงอย่างขยันขันแข็ง ทุกครั้งที่พวกเขาได้รับเงินทองจากการช่วยเหลือพวกเขาก็จะแบ่งเงินหนึ่งในสิบส่วนไปทำบุญและบอกกล่าวถึงจื่อหลันผู้เป็เ้าของเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์นี้
ชาวบ้านว่านเหอที่เธอช่วยไว้ก็สวดมหากรุณาธารณีสูตรทุกวันตามสัญญา ทำให้พวกเขาเกิดเมตตาจิตและสร้างแต้มบุญให้จื่อหลันจำนวนมาก
แต่สิ่งที่ทำให้แต้มบุญของเธอพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนคือข่าวดีจากเมืองหลวง
[แจ้งเตือนระบบ:ได้รับแต้มบุญจากคนทั้งเมืองหลวง!]
· คำอธิบาย:การสวดพระสูตรที่ท่านมอบให้ฉีเหิงได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง ทำให้ท่านได้รับแต้มบุญจากประชาชนนับแสน
· ผลตอบแทน:+250,000 แต้มบุญ! (บุญกุศลจากการเผยแพร่ธรรมะระดับมหาชน)
[แต้มบุญคงเหลือ:33,990 + 250,000 = 283,990 แต้มบุญ!]
“เยี่ยมมาก”จื่อหลันอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น“ถึงเวลาแล้วที่จะต้องยกระดับความสามารถของตัวเอง”
อภิญญาที่แลกเปลี่ยน
ราคาแต้มบุญ
คำอธิบาย
ทิพพจักขุ
100,000 แต้ม
แบบถาวร: ความสามารถในการมองเห็นเทพ, ปีศาจ, ิญญา, และพลังปราณ สามารถมองทะลุภาพลวงตาและค่ายกลได้
ทิพพโสต
100,000 แต้ม
แบบถาวร: ความสามารถในการได้ยินเสียงจากทุกหนแห่ง รวมถึงการพูดคุยกับเทพ, ปีศาจ และิญญา
รวม:
200,000 แต้ม
[ยืนยันการแลกเปลี่ยน:บริโภค 200,000 แต้มบุญ] [แต้มบุญคงเหลือ:83,990 แต้มบุญ!]
เมื่อจื่อหลันแลกความสามารถอภิญญาทั้งสองมาอย่างถาวรมาแล้ว
วูบ!
ดวงตาและโสตประสาทของเธอก็พลันได้รับการยกระดับที่น่าเหลือเชื่อทันที เธอสามารถมองเห็นพลังปราณที่กระจายอยู่ทั่วเหมืองและได้ยินเสียงกระซิบที่ถูกสายลมพัดมาจากระยะไกลหลายร้อยลี้
ขณะที่เธอกำลังสำรวจความสามารถใหม่ พลันก็ได้ยินเสียงเอะอะที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนอกที่พัก
การมาของมหาเทพ
จื่อหลันเดินออกมาจากกระท่อมด้วยความสงสัยและสิ่งที่เธอเห็นก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตกตะลึง
ไท่ซ่างเหล่าจวิน ชายชราผู้มีหนวดเครายาวสีขาวสะอาด ท่าทางใจดีและสง่างาม กำลังขี่เมฆสีขาวค่อย ๆร่อนลงมาที่ลานโล่งของเหมือง
คนงานเหมือง และผู้คุมเหมืองต่างก็คุกเข่าลงและกราบสักการะมหาเทพองค์นี้ด้วยความตกตะลึง พวกเขาเข้าใจว่านี่คือเทพผู้มีอำนาจที่สถิตอยู่ที่เหมืองแห่งนี้
ไท่ซ่างเหล่าจวินลงมายืนบนพื้นดินอย่างสง่างาม ก่อนจะหันมามองที่จื่อหลันโดยตรงด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมเมตตา
“แม่นางจื่อหลัน”ไท่ซ่างเหล่าจวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล “ข้าคือไท่ซ่างเหล่าจวินจากแดน์ ข้ามาที่นี่เพื่อรับตัวปีศาจปลาทองที่หนีออกจากสระของข้ากลับไปรับโทษทัณฑ์จากองค์อวี้หวงต้าตี้”
จื่อหลันที่ได้ยินดังนั้นก็รีบนำตะกร้าสานที่มีปีศาจปลาทองถูกขังไว้มายื่นให้แก่ไท่ซ่างเหล่าจวินด้วยความนอบน้อม
“เป็ความผิดของข้าที่ดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ดี ทำให้มันสร้างความเดือดร้อนให้แก่โลกมนุษย์”ไท่ซ่างเหล่าจวินกล่าวด้วยความสำนึกผิด ก่อนจะโบกมือเบาๆ ให้ปีศาจปลาทองในตะกร้าหายลับไป
จากนั้น ไท่ซ่างเหล่าจวินก็ได้หยิบธงขนาดเล็กที่มีลวดลายัสีทองออกมา ธงนี้แผ่รังสีแสงสีทองอันศักดิ์สิทธิ์ออกมา
“นี่คือธงัที่องค์อวี้หวงต้าตี้ทรงมีพระเมตตาพระราชทานให้แก่เ้าผู้เป็ผู้มีบุญ”
ไท่ซ่างเหล่าจวินอธิบายถึงคุณสมบัติของธงให้แก่จื่อหลันอย่างละเอียด“ธงันี้สามารถใช้สื่อสารกับเ้าสมุทรตงไห่ได้ เ้าสามารถใช้มันเพื่อบันดาลให้ฝนตกได้ 1 ครั้ง เพื่อช่วยเหลืุ์จากภัยแล้ง แต่จงคิดให้ดีก่อนจะใช้ เพราะเมื่อใช้ไปแล้วธงนี้ก็จะหายไปทันที”
จื่อหลันรับธงมาด้วยความเคารพ แต่ขณะที่กำลังจะโค้งคำนับ ดวงตาของเธอกลับชะงัก
[แจ้งเตือนระบบ:ภารกิจเร่งด่วน! กำเนิดของซุนหงอคง!]
· คำอธิบาย:หินวิเศษที่อุดรูรั่วฟ้าของเ้าแม่หนี่วาได้แตกออกแล้ว!ลิงั์กำลังจะออกอาละวาด!
· ระดับความยาก:ยากที่สุด (S-Class)!
· ผลตอบแทน:แต้มบุญมหาศาล (2,000,000 แต้มบุญ!)
จื่อหลันมองไปที่ไท่ซ่างเหล่าจวินด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันที
“ไท่ซ่างเหล่าจวิน ข้ามีเื่สำคัญที่จะต้องเรียนให้ท่านทราบ”จื่อหลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“ข้าเกรงว่าหินวิเศษก่อกำเนิดชีวิต มีพ่อเป็ฟ้า มีแม่เป็ดิน และมีสุริยันกับจันทราเป็สารอาหารหล่อเลี้ยงนั้นไม่นานพวกท่านอาจเจอเื่ยุ่งวุ่นวายจากมันได้”
ไท่ซ่างเหล่าจวินผู้เป็มหาเทพมองจื่อหลันด้วยความประหลาดใจ เขาสามารถรับรู้ได้ถึงความจริงใจ และความเร่งด่วนในคำพูดของสตรีผู้นี้ ไท่ซ่างเหล่าจวินรับฟังอย่างเงียบ ๆก่อนจะพยักหน้าและกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะนำเื่นี้ไปรายงานต่อองค์อวี้หวงต้าตี้ทันที”
จื่อหลันมองตามร่างของไท่ซ่างเหล่าจวินที่หายลับไปในเมฆก่อนจะถอนหายใจออกมา
จื่อหลัน (คิดในใจ) “ซุนหงอคงกำลังจะถือกำเนิดแล้ว! ภารกิจปราบลิงั์!นี่มันภารกิจระดับทำลายล้างโลกชัด ๆ ข้ามีโคมเป่าเหลียนเติงก็จริง แต่พลังของมันอาจไม่สามารถทำอะไรลิงที่ดูดซับพลังสุริยันจันทรามานานนับพันปีได้ ข้าต้องสะสมแต้มบุญต่อไป เพื่อแลกอิทธิวิธีแบบถาวรมาให้ได้ ไม่อย่างนั้นข้าคงถูกเหยียบแบนก่อนที่จะได้สู้ด้วยซ้ำ”
มหาวินาศและการลงโทษใน์
ไท่ซ่างเหล่าจวินกลับไปถึงท้องพระโรงหลิงเซียวและรีบรายงานเื่คำเตือนของจื่อหลันให้อวี้หวงต้าตี้ทรงทราบในทันที
“กราบทูลองค์อวี้หวงต้าตี้ สตรีผู้มีบุญกุศลจากโลกมนุษย์ได้เตือนข้าพเ้าว่าหินวิเศษบางก้อนกำลังจะก่อให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่พะยะค่ะ”
แต่ยังไม่ทันที่ อวี้หวงต้าตี้จะมีพระบัญชาใด ๆ
ครืนนนนนนน
ฟ้าดินก็สั่นะเื อย่างรุนแรงจนท้องพระโรงทั้งหมดสั่นไหว เทพหูทิพย์ และ เทพตาทิพย์ รีบเข้ามาทูลรายงานด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกที่สุด
“ขอทูลองค์อวี้หวงต้าตี้ มีหินก้อนหนึ่งใน เฉินโจว (Dōng Shèng Shén Zhōu) ได้ดูดซับพลัง สุริยันและจันทรามานานนับพันปี ตอนนี้หินก้อนนั้นได้แตกออกแล้ว ลิงั์ที่อยู่ด้านในได้เริ่มออกอาละวาด มันมีพลังมหาศาลจนทวยเทพประจำพื้นที่มิอาจต้านทานได้”
อวี้หวงต้าตี้ทรงกริ้วมาก
“บังอาจยิ่งนัก สัตว์เดรัจฉานบังอาจก่อความวุ่นวายในแดนมนุษย์”
พระองค์จึงมีรับสั่งให้ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ นำกองทัพ์ลงไปปราบลิงั์ตนนั้นทันที
ขณะที่เหตุการณ์กำลังวุ่นวาย ปีศาจปลาทองที่ถูกไท่ซ่างเหล่าจวินนำตัวกลับมาและถูกกักขังไว้ในถุงผ้าไหมศักดิ์สิทธิ์ รู้สึกโล่งใจที่ตนเองยังไม่โดนลงโทษ เพราะความสนใจทั้งหมดไปอยู่ที่ลิงั์ที่กำลังอาละวาด
ปีศาจปลาทอง (คิดในใจ) “รอดแล้วเ้าลิงนั่นมาถูกจังหวะจริง ๆ ข้าคงจะต้องถูกจำคุกอีกสักร้อยปีแต่ดีกว่าโดนเผาในเตาหลอมโอสถ”
แต่ทว่า มันคิดผิดมหันต์
ไท่ซ่างเหล่าจวิน ผู้ที่บัดนี้ได้รับความอับอายทั้งจากลูกศิษย์และสัตว์เลี้ยงของตน ได้หันกลับมามองที่ ถุงผ้าไหมศักดิ์สิทธิ์ ด้วยสายตาที่เ็าและไร้เมตตา
“การลงโทษเ้า ก็มิอาจรอช้าได้”
ไท่ซ่างเหล่าจวินไม่รอช้า โยนปีศาจปลาทองที่ถูกผนึกอยู่ในถุงลงไปใน เตาหลอมโอสถแปดทิศที่กำลังลุกโชนไปด้วยเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์
แกร๊ก! กรี๊ดดดด
แม้จะไม่มีเสียงกรีดร้องออกมา แต่ไอมารและพลังของปีศาจปลาทองก็ถูกเผาผลาญจนสิ้นซาก ชีวิตของมันจบสิ้นลงในเวลาไม่นานด้วยไฟจากเตาหลอมของมหาเทพ
วิกฤตการณ์ลิงั์และปีศาจงู
ด้านจื่อหลันที่โลกมนุษย์ เธอได้รับรู้ถึงการสั่นะเืของฟ้าดินและระบบก็แจ้งเตือนยืนยันการถือกำเนิดและออกอาละวาดของลิงั์แล้ว
จื่อหลัน (คิดในใจ) “กองทัพ์ลงไปปราบแล้ว นั่นแสดงว่ามันมีพลังทำลายล้างสูงกว่าที่ฉันคาดไว้ลิงั์ตนนี้คือ ซุนหงอคง ฉันคงทำได้แค่ถอนหายใจและมองหาทางปราบก่อนจะไปเผชิญหน้าสินะ”
เธอได้แต่ถอนหายใจออกมาภารกิจนี้ยังเกินกำลังของเธออย่างมาก
“เอาล่ะ โคมเป่าเหลียนเติงอาจไม่สามารถทำอะไรลิงั์ตนนี้ได้ ฉันต้องหาวิธีที่จะตัดหางของมัน ตามที่เคยดูในซีรีส์ แต่ก่อนอื่น ฉันต้องสะสมแต้มบุญเพื่ออิทธิวิธีถาวรเสียก่อน”
ยังไม่ทันที่จื่อหลันจะคิดกลยุทธ์ใดๆ ไปมากกว่านี้ จ้าวเฟิงผู้คุมเหมืองก็เข้ามาตามเธอด้วยใบหน้าที่กระวนกระวาย
“ท่านเซียนหญิง มีชาวบ้านจากอีกเมืองหนึ่งเดินทางมาขอความช่วยเหลือ พวกเขาเดือดร้อนจากปีศาจงู ที่กำลังอาละวาดและสร้างความหวาดกลัว”
จื่อหลันอดคิดไม่ได้ว่า
จื่อหลัน (คิดในใจ) “ปีศาจงู โอ้ ฉันคงไม่ต้องไปสู้กับไป๋ซู่เจิน และเสี่ยวชิงใช่ไหม นี่มันจะกลายเป็โลกบทละครทั้งหมดมารวมกันหรือยังไง ความรักระหว่างมนุษย์กับปีศาจ”
พร้อมกับยิ้มแห้ง ๆออกมา ชีวิตในโลกนิยายที่เต็มไปด้วยปีศาจระดับตำนาน ช่างไม่ง่ายเลยจริง ๆ