ตอนที่ 19: ประวัติศาสตร์ที่ถูกลบ กับความรุ่งโรจน์ของกรมคุมกฎ!
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ก่อนที่คลื่นมหาชนจะแห่กันมารับบัตรคิว รพีเดินตามแผ่นหลังที่แผ่ไอเย็นะเืของประมุขเทพหลิงหยุน ลงบันไดหินวนลึกลงไปใต้ดินของศูนย์ราชการ์
ยิ่งเดินลึกลงไป แสงสว่างจากเบื้องบนก็ยิ่งเลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยแสงสลัวจากคบเพลิงเวทมนตร์สีฟ้าที่จุดติดขึ้นเองตามทางเดิน อากาศเบื้องล่างนี้ทั้งเย็นเฉียบและเก่าแก่ กลิ่นกระดาษโบราณและฝุ่นผงแห่งกาลเวลาลอยแตะจมูก
"ที่นี่คือ 'หอจดหมายเหตุใต้ดิน' สถานที่ที่ถูกสั่งปิดตายมาั้แ่ห้าร้อยปีก่อน" หลิงหยุนเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำของเขาสะท้อนก้องไปตามทางเดินแคบๆ "นอกจากประมุขกรมคุมกฎ์แล้ว ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์ก้าวล่วงเข้ามา"
เมื่อสิ้นสุดบันไดขั้นสุดท้าย รพีเบิกตากว้างกับภาพตรงหน้า มันคือโถงถ้ำศิลาขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยชั้นวางม้วนคัมภีร์สูงตระหง่านเสียดฟ้า ตรงกลางโถงมี รูปสลักตราชั่งขนาดั์ ที่ทำจากทองคำขาว ทว่า... ตราชั่งนั้นกลับถูกฟันจนหักครึ่งร่วงหล่นลงมากองกับพื้นอย่างน่าหดหู่
"นี่มัน..." รพีเดินเข้าไปลูบรอยตัดที่คมกริบบนแกนตราชั่ง "รอยฟันจากอาวุธระดับสูง ทำไมถึงไม่มีใครซ่อมแซมล่ะครับ?"
"เพราะมันคือ 'สัญลักษณ์' แห่งความพ่ายแพ้ของพวกเรายังไงล่ะ" หลิงหยุนหันกลับมา ั์ตาสีเทาเข้มทอประกายเ็ปที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ "เซียวเซียน... เ้าคิดว่ากรมคุมกฎ์เป็แผนกรับเื่ร้องเรียนซอมซ่อ ที่มีไว้ให้พวกเทพชั้นสูงหัวเราะเยาะมาั้แ่ต้นงั้นหรือ?"
รพีส่ายหน้า "จากสิ่งที่ผมเห็นในคัมภีร์สัจจะชั้นที่สอง... ผมว่าไม่ใช่นะครับ"
"ถูกต้อง" หลิงหยุนเดินไปลูบรูปสลักตราชั่งที่หักพัง "ย้อนกลับไปเมื่อห้าร้อยปีก่อน กรมคุมกฎ์คือหน่วยงานที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวังเมฆา เราคือ 'ตัวแทนแห่งความยุติธรรม' ที่มีสิทธิ์ตรวจสอบ จับกุม และไต่สวนเทพทุกองค์ ไม่เว้นแม้แต่มหาเทพชั้นหนึ่ง กฎ์ในยุคนั้นมีเพียงไม่กี่สิบข้อ แต่อ่านเข้าใจง่าย โปร่งใส และศักดิ์สิทธิ์ ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันภายใต้กฎหมายเดียวกัน"
"ฟังดูเป็ระบบนิติรัฐที่สมบูรณ์แบบมากเลยครับ" รพีพยักหน้าตามแบบฉบับนักกฎหมาย "แล้วมันพังทลายลงได้ยังไงครับ?"
"เพราะ 'ความยุติธรรม' มันไปขัดผลประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่ง" น้ำเสียงของหลิงหยุนเย็นเยียบลงจนสระน้ำอโนดาตจำลองในห้องแข็งตัวเป็น้ำแข็ง "เทพชั้นสูงบางตระกูลเริ่มสะสมอำนาจ พวกเขา้าทรัพยากรทั้งหมด กีดกันเผ่าพันธุ์อื่น และสร้างระบบชนชั้นขึ้นมาใหม่ แต่พวกเขาทำไม่ได้... ตราบใดที่ตราชั่งแห่งกรมคุมกฎยังตั้งตระหง่านอยู่"
หลิงหยุนหันมาสบตารพี "ดังนั้น 'สภาเทพ 12 ตระกูล' จึงถือกำเนิดขึ้น พวกเขารวมหัวกันใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการเมือง สร้างสถานการณ์วุ่นวาย โยนความผิดให้กรมคุมกฎ์ว่าใช้อำนาจเกินขอบเขต จากนั้นพวกเขาก็ใช้มติสภา... 'แก้ไข' กฎหมาย์ทั้งหมด"
จิ๊กซอว์ในหัวของรพีประกอบเข้าหากันดังคลิก!
"มิน่าล่ะ!" นิติกรหนุ่มตบมือฉาด "ประมวลกฎหมาย 3,000 หน้าที่ผมท่องจำไป มันถึงได้เต็มไปด้วยช่องโหว่ ข้อขัดแย้ง และบทลงโทษที่เลือกปฏิบัติ! พวกเขาจงใจเขียนกฎหมายให้ซับซ้อนและล้าสมัย เพื่อให้ตัวเองตีความเข้าข้างพวกพ้องได้ และใช้มันเป็เครื่องมือรังแกคนชั้นผู้น้อย!"
"ใช่... พวกเขาริดรอนอำนาจของเรา ลดขั้นเ้าพนักงานที่ซื่อสัตย์ ใครที่ขัดขืนก็จะถูกสั่งเก็บโดยนักฆ่าไร้รอยจากอนธการ หรือไม่ก็ถูกยัดข้อหาจนต้องโทษทัณฑ์" หลิงหยุนกำหมัดแน่น "และเพื่อหยามเกียรติขั้นสูงสุด พวกเขาปล่อยให้กรมคุมกฎ์ยังคงอยู่ แต่ลดระดับลงมาเป็แค่ 'แผนกรับเื่ร้องเรียน' ที่ไร้ทางสู้ ให้พวกเราต้องทนนั่งดูความอยุติธรรมเกิดขึ้นทุกวันโดยทำอะไรไม่ได้"
รพียืนนิ่ง ฟังประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนเร้นด้วยความรู้สึกเดือดดาลในอก ในฐานะคนเรียนกฎหมาย ไม่มีอะไรน่ารังเกียจไปกว่าการใช้กฎหมายเป็เครื่องมือกดขี่ผู้คน
"ท่านประมุขครับ... แล้วอดีตประมุขกรมคุมกฎในยุคนั้นล่ะครับ? หรือว่า..." รพีนึกถึงคดีประวัติศาสตร์ที่เขาเพิ่งอ่านเจอในคัมภีร์สัจจะ
"ท่านเทพแห่งยุติธรรม..." หลิงหยุนหลับตาลง แววตาสั่นไหว "หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนที่ตราชั่งถูกฟันหัก สภาเทพประกาศว่าท่านทรยศ์และหนีไป แต่ข้ารู้ดี... พวกมันลบชื่อของท่านออกจากบันทึกประวัติศาสตร์"
หลิงหยุนลืมตาขึ้น จ้องมองนิติกรหนุ่มด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง "ข้าเฝ้ารอมาห้าร้อยปี ทนอยู่ในตำแหน่งที่ไร้ศักดิ์ศรีนี้ เพื่อรอให้ใครสักคนที่มีความกล้าและสติปัญญาพอที่จะงัดกับระบบระยำพวกนี้... ใครสักคนที่ไม่กลัวความตายและไม่เกรงใจ 12 ตระกูลใหญ่"
ประมุขเทพก้าวเข้ามาแตะบ่าของรพี ไอเย็นที่เคยน่ากลัวบัดนี้กลับให้ความรู้สึกแกร่งกร้าวและมั่นคง
"การที่เ้าเปิดเผยคดีของปีศาจเย่เฮย เท่ากับเ้าได้ประกาศศึกกับสภาเทพอย่างเป็ทางการแล้ว... รพี เ้ารู้ตัวใช่ไหมว่าเ้ากำลังสู้กับอะไร? เ้ากำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้มีอำนาจสูงสุดที่สามารถพลิกขาวเป็ดำได้ด้วยปลายนิ้ว"
รพีเงยหน้ามองรูปสลักตราชั่งที่หักพัง ริมฝีปากของนิติกรหนุ่มค่อยๆ คลี่ออกเป็รอยยิ้ม... รอยยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ท้าทาย และแฝงความกวนประสาทแบบพนักงานออฟฟิศที่พร้อมจะงัดกับบอร์ดบริหาร
"ท่านประมุขครับ ในโลกที่ผมจากมา คดีฟ้องร้องบริษัทั์ใหญ่ที่ฮั้วประมูลน่ะ... ยิ่งฝั่งตรงข้ามเส้นใหญ่เท่าไหร่ ตอนชนะคดีมันก็ยิ่งสะใจเท่านั้นแหละครับ"
รพีเอามือล้วงกระเป๋า แววตาสีดำทอประกายวาวโรจน์ "พวกเขาแก้ไขกฎหมายได้ ผมก็หาช่องโหว่ตีกลับได้ พวกเขาใช้เส้นสายได้ ผมก็ใช้ข้อเท็จจริงฟาดหน้าได้... ในเมื่อพวกเขาชอบเล่นเกมกฎหมาย ผมในฐานะนักกฎหมายอาชีพ ก็พร้อมจะรื้อศาล์นี่ให้ราบเป็หน้ากลองแล้วสร้างใหม่เหมือนกันครับ!"
หลิงหยุนมองรอยยิ้มนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มที่มุมปากตอบกลับไป "ดีมาก! งั้นจงจดจำประวัติศาสตร์เหล่านี้ไว้ให้ดี เพราะหน้าที่ของเ้าต่อไปนี้... คือการนำมันกลับคืนมา"
รพีพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
วูบบบ...!!
จู่ๆ 'คัมภีร์สัจจะ' ที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อของรพีก็ร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างกะทันหัน แสงสีทองสว่างวาบทะลุเนื้อผ้าออกมาจนรพีต้องสะดุ้ง เขาหยิบมันออกมาดูด้วยความใ แกนเหล็กสีดำกำลังสูบฉีดพลังงานบางอย่างที่บริสุทธิ์และมหาศาลไหลย้อนกลับเข้าสู่ฝ่ามือของเขา!
"ท... ท่านประมุข! คัมภีร์มันเป็อะไรครับ! เครื่องช็อตหรือเปล่า!" รพีร้องลั่น ร่างกายของเขากำลังเปล่งแสงสีทองเรืองรอง
หลิงหยุนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง "นี่มัน... พลังตบะแห่งความสัตย์จริง! คัมภีร์กำลังถ่ายโอนพลังปราณบริสุทธิ์ให้เ้า!"