บทที่ 8 ฉันต้องถูกเงินบดบังสายตาแน่ ๆ
ผู้คนที่มามุงดูกันต่างก็ตกตะลึงตาค้าง!
เรียกได้ว่าอิจฉาตาร้อนกันเลยทีเดียว!
ถ้าอย่างนั้น… พรุ่งนี้พวกเรามาตั้งแผงกันบ้างเถอะ!
จงอิ๋งเสวี่ยยืนเงียบ ๆ อยู่ข้างเจียงหนาน
ส่วนเซี่ยเหยากำลังล็อกคอเจียงหนานอย่างไม่ยอมแพ้จากด้านหลัง...
เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยแล้ว เจียงหนานจะหนีไปอีก!
แต่เธอก็รู้สึกดีใจกับจงอิ๋งเสวี่ยจากใจจริง
เพราะมีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าเจียงหนานมีความสำคัญต่อใจของจงอิ๋งเสวี่ยมากแค่ไหน!
แค่ท่าทางก็สะดุดตาแล้วแต่สาวน้อยคนนี้ไม่สนใจเลย!
เซี่ยเหยากะพริบตาและพูดด้วยเสียงออดอ้อน “พี่ ๆ น้อง ๆ มาดูของกันหน่อยสิ ถูกมากจริง ๆ นะ”
เป็เสียงที่ฟังแล้วทำให้เจียงหนานถึงกับรู้สึกขนลุกซู่...
เด็กสาวที่ดูป่าเถื่อน พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนขนาดนี้...
แม้ว่าเจียงหนานจะสวดมนต์ เขาก็ไม่สามารถต้านทานสิ่งนี้ได้!
“นายตัวสั่นทำไมน่ะ?”
“ไม่… อากาศมันหนาวน่ะ หนาวมาก ๆ เลย!”
[แต้มความคับแค้นจากเซี่ยเหยา 333 แต้ม!]
กลางฤดูร้อนแบบนี้เนี่ยนะ? นายจะล้อเล่นกับฉันงั้นเหรอ?
จงอิ๋งเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แม้จะรู้สึกเขินอายเล็กหน่อย แต่เพื่อช่วยเจียงหนานขายของ เธอก็ะโตามไปด้วยอีกคน
ในที่สุด ภาพเหตุการณ์แบบนี้ก็เกิดขึ้น
สองสาวสวยกำลังช่วยเจียงหนานขายของอย่างเต็มที่
ในขณะที่เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้เตี้ย ๆ ไม่ขยับเขยื้อนใด ๆ
ร่างกายแข็งทื่อไปหมด!
คิดว่าเขาซาบซึ้งใจไหม?
ก็นิดหน่อย แต่ว่าไม่กล้าขยับ... ไม่กล้าขยับเลยสักนิด!
ผู้คนที่มาดูเหตุการณ์ต่างก็ตื่นเต้นและแย่งกันเข้ามาซื้อของในทันที!
ไม่ใช่อะไร พวกเขาแค่อยากจะเห็นสองสาวสวยนี้ใกล้ ๆ ก็เท่านั้น!
แค่นี้ก็คุ้มแล้ว!
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งเข้ามา “ทุกคนหยุด! กางเกงในสองตัวสิบหยวนใช่ไหม? เอามาให้ฉันห้ากิโล!”
“จะบ้าเหรอ! บ้านนายขายกางเกงในเป็กิโลเหรอ?”
“ห้ากิโล? ถึงตายก็ใส่ไม่หมดหรอก! ที่เหลือจะเก็บไว้สืบทอดเป็มรดกเรอะ?”
“เหลือไว้ให้พวกเราบ้างสิ!”
เจียงหนานตวาดลั่น “อย่ามาขวางพี่ชายฉันนะ! กางเกงในห้ากิโล จะเอาไปชั่งให้เดี๋ยวนี้! กางเกงในมรดกไม่ผิดสักหน่อย! น้ำแร่ตำรับโบราณของฉันยังเป็มรดกตกทอดเลย!”
[แต้มความคับแค้นจากหวังเถี่ย 285 แต้ม!]
[แต้มความคับแค้นจากหลิวเฉวียน 666 แต้ม!]
[แต้มความคับแค้นจากจงอิ๋งเสวี่ย 111 แต้ม!]
มีแต่เซี่ยเหยาที่หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว
มันก็สีตกทั้งนั้นแหละ!
พวกคุณใส่ไปเถอะ!
จู่ ๆ เธอก็พบว่า การหลอกคนอื่นก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ!
สุดท้ายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ของทั้งหมดก็ถูกกวาดเกลี้ยง เหลือเพียงเก็บเกี่ยวสามหมัดเก้าขวดเท่านั้นที่ไม่มีใครยอมซื้อ...
เจียงหนานรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก
เขาะโมานานขนาดนั้นแต่ขายไม่ได้เลย!
แต่ดูสองสาวนี่สิ
พวกเธอเก่งเื่ตั้งแผงขายของจริง ๆ!
แค่หน้าตาดีก็มีข้าวกิน...
เด็กหนุ่มเก็บแผงลอยแล้วโยนของยุ่งเหยิงทั้งหมดเข้าไปในมิติอื่นอย่างไม่ใส่ใจ แม้แต่จักรยานก็โยนเข้าไปด้วย
“ได้! ไปกินข้าวกันเถอะ วันนี้ฉันเลี้ยงเอง!”
เจียงหนานอารมณ์ดีมาก!
คราวนี้ถึงคราวเซี่ยเหยาอึ้งบ้าง เธอพูดอย่างใ “นายเป็ผู้ปลุกพลังสายมิติเหรอ?”
แม้แต่จงอิ๋งเสวี่ยก็งงไปชั่วขณะ สายมิติเหรอ?
ทั่วโลกมีผู้ปลุกพลังสายมิติไม่ถึงสิบคนเองนะ!
เจียงหนานยักไหล่ “ใช่ ทำไมล่ะ?”
“นายเป็ผู้ปลุกพลังิญญาที่มีพลังสายมิติแต่ออกมาตั้งแผงขายของเหรอ?” เสียงของเซี่ยเหยาสูงขึ้นสามระดับ
พ่อค้าขายของใจดำที่เธอตามหามาครึ่งปีกลายเป็ผู้ปลุกพลังิญญาที่มีพลังสายมิติงั้นเหรอ?
“แล้วไง เธอคิดว่างานส่งพัสดุจะเหมาะกับฉันมากกว่าหรือไง…”
“...”
[แต้มความคับแค้นจากเซี่ยเหยา 666 แต้ม!]
“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ พร์ของฉันอยู่แค่ระดับ E แถมยังฝึกฝนได้ช้ามาก!”
“มีพลังสายมิติแล้วจะทำอะไรได้? จะไปปล้นธนาคารก็ไม่ได้ ฉันก็ต้องใช้ชีวิตเหมือนกัน!”
ชัดเจนว่าเซี่ยเหยาไม่ได้ฟัง แต่เริ่มคิดแผนบางอย่าง
ส่วนจงอิ๋งเสวี่ยเขย่าแขนของเจียงหนานเบา ๆ “ไม่เป็ไร ตอนอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า นายปกป้องฉัน ตอนนี้ฉันจะปกป้องนายบ้าง!”
เจียงหนานตกตะลึง
ว้าว!
จงอิ๋งเสวี่ยไม่ต้องอ่อนโยนขนาดนี้ก็ได้!
เธอทำใจฉันละลายไปหมดแล้ว!
ทั้งสามเดินทางมาถึงทางเข้าตลาดกลางคืน เจียงหนานเห็นรถเมอร์เซเดสเบนซ์จีคลาสคันนั้นแล้วก็ถึงกับชะงัก
เซี่ยเหยารวยขนาดนี้เลยเหรอ? เพิ่งจะอายุไม่เท่าไรก็ขับเบนซ์แล้ว?
เจียงหนานนั่งข้างคนขับ จงอิ๋งเสวี่ยนั่งอยู่ที่เบาะหลัง เด็กหนุ่มจ้องมองเซี่ยเหยาที่กำลังขับรถไม่วางตา
เซี่ยเหยาที่ถูกมองรู้สึกใจสั่นแปลก ๆ “นายมองอะไร? ฉันอายุสิบแปดแล้วก็มีใบขับขี่นะ…”
เจียงหนานขยี้ตา “ดูเหมือนฉันจะสายตาสั้น เงินคงทำให้ตาฉันบอดไปแล้ว!”
[แต้มความคับแค้นจากเซี่ยเหยา 666 แต้ม!]
“หยาบคาย! ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่เสวี่ยเสวี่ย ฉันไม่ยอมจบง่าย ๆ หรอก!”
“กินอะไรกันดี?”
“ไปกินเนื้อย่างที่ร้านริมทางกันเถอะ!”
“เสวี่ยเสวี่ยล่ะ?”
“ฉันแล้วแต่เจียงหนาน!”
เสียงเครื่องยนต์ V8 คำรามดังสนั่น ผู้คนในตลาดกลางคืนต่างอิจฉาตาร้อน นี่มันรถหรูไม่ใช่รถเข็นขายของ!
แบบนี้ไม่ใช่การแย่งลูกค้ากันหรือไง!
สิ่งที่เจียงหนานไม่รู้คือคลิปวิดีโอสั้น ๆ ที่เขาใช้หัวผ่าอิฐแดงได้ถูกส่งต่อไปยังเวยป๋อโดยเน็ตไอดอลที่กระตือรือร้น!
ยอดวิวพุ่งสูงขึ้น และสูงเกินกว่าคลิปก่อนหน้านี้ไปแล้ว!
ร้านอาหารกลางแจ้งริมถนนเซี่ยเหมิน
“ไตย่าง เอ็นย่างซีอิ๊ว เนื้อแห้ง น้ำผลไม้คั้นสดสามขวด…”
“ไม่เอาเผ็ด เสี่ยวเสวี่ยไม่ชอบกินเผ็ด!”
จงอิ๋งเสวี่ยหัวเราะ “ยังจำได้อยู่เหรอ!”
เจียงหนานตอบ “จำได้แม่นเลย!”
เซี่ยเหยาเห็นเจียงหนานกับจงอิ๋งเสวี่ยหวานชื่นกันก็เบ้ปากอย่า
งน้อยใจ
[แต้มความคับแค้นจากเซี่ยเหยา 333 แต้ม!]
จริงเหรอเนี่ย!
เซี่ยเหยาคนนี้ต้องมีปัญหาแน่ ๆ!
ต้องระวังให้ดีแล้ว!
เจียงหนานถามขึ้น “เสี่ยวเสวี่ย ตอนนี้เธอเรียนอยู่ที่ไหนเหรอ?”
“โรงเรียนมัธยมปลายหลิงอู่ซ่งเจียง เสี่ยวเหยาก็อยู่ห้องเดียวกับฉัน! พวกเราเรียนมัธยมปลายปีที่สามทั้งคู่เลย…”
เจียงหนานใ “ซ่งเจียง? ที่นั่นการแข่งขันค่อนข้างดุเดือดใช่ไหม?”
โรงเรียนมัธยมปลายหลิงอู่ซ่งเจียง เป็โรงเรียนมัธยมปลายเดียวในเจียงเฉิงที่มีแต่ชั้นเรียนหลิงอู่ทั้งหมด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีอาจารย์ที่แข็งแกร่ง!
ทุกปีในการแข่งขันชั้นมัธยมปลายระดับจังหวัด พวกเขาสามารถติดสามอันดับแรกได้เสมอ!
เซี่ยเหยาหัวเราะ “การแข่งขัน? ไม่มีหรอก!”
“เสวี่ยเสวี่ยมีพลังสายอัคคีขั้นทองแดงเก้าดาว ประสิทธิภาพสูงมาก บวกกับพลังสายกลายร่างขั้นทองแดงเจ็ดดาวของฉัน! ทำให้พวกเราแข็งแกร่งมาก!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเ้าสารเลวสกุลลั่ว ฉันก็…”
“เสี่ยวเหยา หยุดพูดได้แล้ว!” จงอิ๋งเสวี่ยขมวดคิ้ว
เซี่ยเหยาปิดปากอย่างไม่เต็มใจ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ให้เจียงหนานเป็หัวหน้าทีมไม่ได้เหรอ?”
“ถึงเขาจะใจดำไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็เชื่อถือได้!”
“แถมยังเป็สายมิติด้วย! ในการควบคุมภาคสนาม จะต้องเป็คนที่ไม่มีใครเทียบได้แน่!”
จงอิ๋งเสวี่ยส่ายหัว “เื่ของฉัน ฉันจะจัดการเอง!”
“เธอจะจัดการยังไง? เขาบังคับเธอถึงขนาดนี้แล้ว! ถ้าฉันไม่อยู่ เธอจะทำยังไง?”
“เสี่ยวเหยา!”
เซี่ยเหยาโกรธยิ่งกว่าเดิม แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินเนื้อย่างต่อไป!
เจียงหนานไม่ได้ถามอะไร แต่กลับพูดว่า “เสี่ยวเสวี่ยก็แค่ดื้อนิดหน่อย มาเถอะ มากินเนื้อย่างกันดีกว่า!”
“พี่เซี่ยเหยา! มาสิ เพิ่มเพื่อนกันไหม?”
เจียงหนานส่งคิวอาร์โคดของตัวเองให้เธอ
พร้อมกับส่งสายตาให้เธอด้วย
เซี่ยเหยางุนงงเล็กน้อย แต่ก็เพิ่มเขาเป็เพื่อน
ปรากฏว่าเจียงหนานแอบส่งข้อความมาให้เธอ
“กลับไปแล้วว่าง ๆ ค่อยมาเล่าให้ฉันฟังแล้วกัน!”
เซี่ยเหยาหายโกรธเป็ปลิดทิ้ง!
เธอใช้ขาััเข่าของเจียงหนานใต้โต๊ะเบา ๆ
ท่าทางเหมือนจะบอกเป็นัยว่า นายนี่มันเ้าเล่ห์จริง ๆ
“มา! เสี่ยวเสวี่ยก็เพิ่มเพื่อนด้วยสิ จะได้ติดต่อกันสะดวก!”
...
“ฮ่า ๆ ตระกูลจงดีกับเธอไหม?”
จงอิ๋งเสวี่ยหัวเราะก่อนจะเอ่ยตอบ “พ่อแม่ของฉันก็ดีอยู่นะ ถึงคุณปู่จงจะเข้มงวดไปหน่อย แต่ท่านก็ทำไปเพราะหวังดีกับฉัน…”
“แล้วนายล่ะ? หลายปีมานี้นายเป็ยังไงบ้าง?”
เจียงหนานเกาหัวก่อนจะตอบ “ฉันน่ะเหรอ? ก็แบบที่เห็นแหละ!”
“ตอนอายุสิบหก ฉันย้ายออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไปเช่าห้องอยู่ เคยขายเนื้อย่างหน้ามหาวิทยาลัย ขายบะหมี่เย็นย่าง เป็พนักงานบริการ สุดท้ายก็รู้สึกว่าขายของตามถนนได้เงินมากกว่า!”
“ตอนเรียนที่โรงเรียนมัธยมเจียงเฉิงก็เรียนได้ดีมากเลย…”
พอพูดออกมาแบบนี้ ในสายตาของสองสาวก็ไม่สนใจใครอื่นอีกแล้ว
อายุแค่สิบหกปี และยังตัวคนเดียวแบบนั้น ทั้งเรียนหนังสือ ทั้งทำงานพิเศษเพื่อเลี้ยงชีพ จะยากลำบากขนาดไหน?
แต่ความยากลำบากทั้งหมดถูกเขาพูดผ่านไปเพียงประโยคเดียว ด้วยใบหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใส!
เซี่ยเหยารู้สึกทันทีว่าเจียงหนานไม่ได้น่าหงุดหงิดอย่างที่คิด!
ที่ขายกางเกงในสีตกให้เธอ ก็เพื่อเลี้ยงชีพนี่นา!
น่าสงสารจัง~
อืม… เพราะเขาน่าสงสารขนาดนี้ เธอจะยกโทษให้ก็แล้วกัน!