นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 5 ปกติกับผิดปกติ (2) เล่มที่ 4 บทที่ 113 ประลอง

           ครั้นโม่จ้านมาถึงโบสถ์รกร้างแห่งนั้น ซีนั่วได้รออยู่ที่นั่นก่อนแล้ว

           “ข้ายังนึกว่าข้ามาเร็วมิน้อยทีเดียว นึกมิถึงว่าท่านหัวหน้ากิลด์จะใจร้อนยิ่งกว่า”

           โม่จ้านทักทายอย่างตามสบายยิ่งนัก ทว่าซีนั่วกลับพยักหน้าด้วยความเคร่งขรึม บอกใบ้ให้โม่จ้านตามตนมา คนทั้งสองก้าวข้ามธรณีประตูที่หักครึ่ง เดินไปยังภายในโบสถ์ที่รกร้างไปนานแล้วหลังนั้น

           ท่ามกลางโบสถ์ว่างเปล่า คนทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน บรรยากาศอึมครึมน่าหวาดกลัว โม่จ้านเกาศีรษะและเป็นฝ่ายปริปากเอ่ยก่อน

           “ตกลงกันก่อน ท่านหัวหน้ากิลด์ซีนั่ว ข้ามาเพื่อแจ้งเบาะแส มิได้มีความคิดประการอื่น— เหวอ!!”

           กล่าวยังมิทันจบ โม่จ้านที่เตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้าพลันเบี่ยงกายไปด้านข้าง ใบมีดสายลมสองสายมุ่งตรงมา เฉียดผ่านด้านข้างของแผงอกก่อนจะหายลับไปในความมืด

           “เหอะ ถึงคิดเอาไว้ว่าต้องเป็นเช่นนี้ ทว่าการจู่โจมเช่นนี้ดูจะโบราณเกินไปกระมัง”

           เมื่อไม่กี่วันก่อนตนได้รับข่าวคราวจากสองพี่น้องปีศาจแฝงฝัน สงสัยว่าคนของสันตะสำนักอาณาจักรไหลเต๋อกำลังลอบเยือนจักรวรรดิอันปู้เอ่อร์ และท่านเอิร์ลไอเส่อเอ่อร์ถูกเชิญไปเป็นแขก ปาอินแอบฟังอยู่หน้าประตูได้ยินว่าจักรวรรดิอันปู้เอ่อร์ได้รวบรวมกำลังทหารแล้ว จุดมุ่งหมายคือการไปรวมตัวกับกองอัศวินแห่งพระวิหารที่เฝ้าระวังชายแดนอาณาจักรไหลเต๋ออยู่ไม่ห่างจากตรอกขี้เถ้านัก ต้องการให้ตนระวังตัวเอาไว้

           เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ในเมื่อซีนั่วมีช่องทางรับภารกิจส่งสิ่งของล้ำค่ามายังตรอกขี้เถ้า เป็นไปได้สูงว่าซีนั่วจะมีความเกี่ยวข้องกับผู้ดูแลตรอกขี้เถ้าอย่างซับซ้อน ถึงแม้ตนมิอยากเข้าสู่สงคราม ทว่าเรื่องนี้เกี่ยวโยงถึงความปลอดภัยของการเดินทางในครานี้และค่าตอบแทนที่ไม่น้อย ยังจำเป็นต้องเตือนอีกฝ่ายสักหน่อย

           นอกจากนั้นจะว่าไปแล้วอดีตราชาปีศาจเป็นผู้มอบชีวิตนี้ให้ตน อีกทั้งยังอาศัยร่างกายของเผ่าปีศาจที่ไม่รู้ว่าคือผู้ใด การช่วยสองพี่น้องปีศาจแฝงฝันที่ร่อนเร่อยู่ข้างนอกติดต่อเผ่าเดียวกันก็นับเป็นการตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ กระมัง

           “ ‘พวกเขา’ ที่ข้ารู้จักไม่มีทางให้ผู้อื่นช่วยส่งข่าวแทน”

           มือข้างขวาของมังกรกึ่งมนุษย์มีประกายแสงสีเขียวสลัก สะท้อนภายในนัยน์ตาแนวตั้งฉายแววเย็นเยียบ วงเวทย์ขนาดเล็กประมาณหนึ่งฝ่ามือค่อยๆ ลอยขึ้น

           “ดังนั้นข้าใคร่รู้ลู่ทางข่าวคราวของเจ้าอย่างยิ่ง หวังว่าท่านโม่เจ๋อเอ่อร์จะยอมอำนวยความสะดวกแก่ข้า”

           “จิ๊ ท่าทีตอบสนองเช่นนี้ของหัวหน้ากิลด์ซีนั่วก็พอจะเข้าใจได้…”

           โม่จ้านถอนหายใจ ชักกริชข้างเอวออกมากวัดแกว่งเป็นเครื่องหมายบวก ตัดใบมีดสายลมที่พุ่งเข้ามาอีกครั้งจนขาดกระจาย

           “…เพียงแต่ท่านมั่นใจว่าจะทำให้ข้าเปิดปากได้ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”

           ซีนั่วขมวดคิ้ว ตามหลักแล้ว หากอีกฝ่ายคิดอยากจะอ้างเบาะแสเพื่อสืบสถานการณ์ คงจะไม่มีทางยอมรับออกมาภายในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้จึงจะถูก

           “…เจ้าคือผู้ใดกันแน่? ข้ามิเคยเห็นหน้าค่าตาเจ้ามาก่อน”

           “ ‘ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาข้ามาก่อน?’ ครั้นกล่าวมาเช่นนี้ นึกมิถึงว่าท่านหัวหน้ากิลด์ซีนั่วจะจดจำหน้าตาของเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาได้ทั้งหมด? ช่างเก่งกาจยิ่งนัก”

           โม่จ้านปรบมือ สับเปลี่ยนกริชไปไว้ที่มือซ้ายอย่างเอ้อระเหย สีหน้าของซีนั่วเคร่งขรึมพลางล้วงคทาออกมาจากด้านหลัง

           “…เห็นทีเจ้าต้องการให้ข้าทุ่มเทสุดกำลังเสียแล้ว โม่เจ๋อเอ่อร์?”

           “ข้าจำต้องเตือนสักหนึ่งประโยค ผู้ที่หัวหน้ากิลด์ซีนั่วมิเคยเห็นหน้ามาก่อน ใช่ว่าจะมิใช่คนกันเองเสมอไป”

           โม่จ้านเผยยิ้มบางก่อนเสียบกริชกลับเข้าฝัก แขนทั้งสองข้างกอดอกอย่างทะนงตน

           “นอกจากนั้น คาดว่าหัวหน้ากิลด์ซีนั่วคงกลัวว่าจะเกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่จึงได้เลือกที่นี่กระมัง เพียงแต่เมื่อคิดในทางกลับกัน หากเกิดเรื่องอันใดกับหัวหน้ากิลด์ซีนั่วที่นี่ แม้จะเรียกกำลังเสริมคงมามิทันการเช่นกัน”

           สีหน้าของอีกฝ่ายแลดูมั่นอกมั่นใจยิ่งนัก ภายในรอยยิ้มอันตรายนั้นเจือไว้ด้วยความดูถูก มิได้แสร้งวางมาดโอ้อวดแต่อย่างใด

           ซีนั่วสูดหายใจเข้าลึก ถอยหลังออกไปไม่กี่ก้าวโดยมิเอ่ยสิ่งใด เมื่อรักษาระยะห่างจนมั่นใจว่าอีกฝ่ายมิอาจขัดจังหวะตนพลันตั้งท่าให้มั่น คทาทอประกายแสงสีเขียวตวัดวาดครึ่งวงกลมบนอากาศ พลังธาตุลมที่ถูกเรียกเข้ามารวมตัวกันจากทั้งสี่ทิศ ลอยวนเวียนล้อมรอบไม้คทา

           เวทที่ตนร่ายคือหนึ่งในพลังเวทธาตุลมขนาดใหญ่ ธาตุลมจะรวมตัวกันเป็นใบมีดจำนวนนับไม่ถ้วน ทันทีที่อีกฝ่ายถูกล้อมรอบไว้ภายในอาณาเขตก็จะถูกฟันจนเนื้อหนังปริแตก แม้ฝืนหลบเลี่ยง ก็มิอาจเลี่ยงการกรีดฟันในพื้นที่กว้าง

           แต่ทว่าคล้ายอีกฝ่ายจะเอาแต่ยืนอยู่ที่เดิม มิได้ตั้งท่าเตรียมป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้ตนรู้สึกเป็นกังวลยิ่งกว่าเดิมหลายส่วน

           แท้จริงแล้วโม่เจ๋อเอ่อร์คือผู้ใดกันแน่? แม้จะเป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่หรือนักรบเผ่าสัตว์กลายร่างที่มีพลังป้องกันสูง หากเมื่อเผชิญหน้ากับวิชาเวทขนาดใหญ่ก็ยังมิอาจไม่ตั้งรับ

           …หากอีกฝ่ายถูกสังหาร ตนก็มิอาจซักถามถึงที่มาของข้อมูลเสียแล้ว เพียงแต่ก็ดีเช่นกัน อย่างน้อยอันตรายที่ปรากฏขึ้นมาก็น้อยลงไปอีกสักหน่อย

           ซีนั่วจดจ้องทุกการเคลื่อนไหวของโม่จ้าน ภายในหัวใคร่ครวญอย่างรวดเร็ว เส้นวงเวทย์ที่คทาภายในมือร่ายออกมาใกล้จะปิดสนิท

           ทว่าทันใดนั้นรอบกายพลันปรากฏเงามืดที่ทำให้มังกรกึ่งมนุษย์ถึงกับสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกาย เมื่อเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาแนวตั้งพลันหรี่เล็กมิต่างกับเข็มเสียแล้ว —- ปรากฏเป็นภาพมือข้างหนึ่งที่ใหญ่ราวหนึ่งส่วนสี่ของโบสถ์ร้างตบลงมาตรงหน้า ไม่มีเวลาให้ตอบสนองแม้แต่น้อย

           “…อึกแค่ก!! อึก…แค่ก…”

           ซีนั่วถูกตบลงกับพื้นอย่างแรง เกิดเป็นฝุ่นตลบอบอวลรอบด้าน ถึงแม้มือข้างขวาจะยังคงกำคทาไว้มั่น กระนั้นกลับมิอาจเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย ยิ่งมิต้องเอ่ยถึงการวาดวงเวทย์เสียแล้ว

           “ ‘คทาคือชีวิตของจอมเวท’ นี่คือสิ่งที่เจ้าเด็กผมแดงบอกข้า”

           โม่จ้านสาวเท้าเข้าใกล้อย่างเอ้อระเหย กดสายตาลงมองมังกรกึ่งมนุษย์ที่ตกอยู่ในสภาพจนตรอกอย่างยิ่ง

           “ต้องขออภัยท่านหัวหน้ากิลด์ซีนั่ว ข้าจะเอา ‘ชีวิต’ ของท่านแล้ว”

           “…โม่เจ๋อเอ่อร์…เจ้า…แท้จริงแล้ว…มีผู้ใดอยู่เบื้องหลัง…”

           มังกรกึ่งมนุษย์ขบกรามแน่น มือข้างขวาถึงขั้นมีเส้นเลือดปูดโปน ทว่ากลับมิอาจต่อต้านโม่จ้านที่แยกนิ้วหนึ่งนิ้วของตนเอง ซีนั่วพยายามฝืนเงยหน้าขึ้น กลับต้องพบว่าอีกฝ่ายมิได้แตะต้องตนแต่อย่างใด เพียงยกมือข้างซ้ายขึ้นทำท่าทางแกะนิ้วมือออกจากกันเท่านั้น

           ซีนั่วตกตะลึงเสียจนหน้าถอดสี ยามนี้เพิ่งสังเกตเห็นว่าสิ่งที่กำลังแกะมือข้างขวาของตนมิใช่ฝ่ามือของอีกฝ่าย กลับเป็นหนึ่งสิ่งที่ไม่รู้วัสดุ—ไม่ เป็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายมือที่เกิดจากการบีบอัดและยึดเกาะเข้าด้วยกันของพลังธาตุมากมายนับไม่ถ้วน ชิงคทาไปจากฝ่ามือของตนทีละน้อย

           “นี่ นี่คือสิ่งใด…” ซีนั่วที่เบิกตาอ้าปากค้างเอ่ยกับตนเอง ถึงขั้นหลงลืมสภาพในยามนี้ของตน

           “นี่คือมืออย่างไรเล่า หากจะกล่าวให้ถูกก็คือมือของข้า”

           โม่จ้านยักไหล่ นิ้วชี้วาดวงกลมข้างใบหน้าของมังกรกึ่งมนุษย์ ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของอีกฝ่าย นิ้วชี้สีดำอ้อมมายังส่วนล่างของใบหน้า ฉวยปลายคางออกแรงจับเชิดขึ้น มังกรกึ่งมนุษย์จึงถูกบังคับให้เงยหน้าขึ้น เผชิญหน้ากับโม่จ้านที่น่าเกรงขามอย่างยิ่ง

           “…อึก แค่ก!”

           “ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าหากเกิดเรื่องอันใดกับหัวหน้ากิลด์ซีนั่ว ต่อให้เรียกกำลังเสริมก็มามิทัน”

           โม่จ้านย่อกายลง นัยน์ตาสีแดงโลหิตทอประกายเรืองรอง ทำให้มังกรครึ่งมนุษย์สั่นสะท้านอย่างมิอาจต่อต้าน ฝ่ามือที่พลังธาตุหลอมรวมผสมปนเปกันค่อยๆ คลายออก ทันใดนั้นกลับคืนสู่ขนาดดั้งเดิมก่อนจะฟาดลงบนแผ่นหลังของซีนั่วอย่างแรง

           “ปัง!!”

           “อึกอุ๊บ—!! แค่กๆ… อึกอะ…”

           มังกรกึ่งมนุษย์ส่งเสียงอื้ออึงในลำคอ ร่างกายเต็มไปด้วยเกล็ดเว้าเข้าไปในดินที่ยุบ ฝังลงในพื้นดินที่หินแตกละเอียดและเต็มไปด้วยฝุ่นผง ความเปี่ยมพลังของฝ่ามือทำให้ซีนั่วที่ ‘เตรียมป้องกันตนเอง’ ได้รับบาดเจ็บมิน้อยทีเดียว ส่งเสียงครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด

           ภายในใจรับรู้ได้ว่ายากรอดพ้น ซีนั่วคายเลือดสีสดตรงมุมปากทิ้ง ขบสันกรามแน่นก่อนเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

           “…โม่เจ๋อเอ่อร์…เจ้ามีพลังเวทที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้..เหตุใดจึงกลายเป็น…สุนัขรับใช้ของสันตะสำนัก…”

           “…ห๋า? หัวหน้ากิลด์ซีนั่ว เจ้าเอาตาข้างใดดูว่าข้าทำงานให้สันตะสำนัก?”

           เมื่อเอ่ยถึงสันตะสำนัก โม่จ้านถึงกับขนลุกขนชันไปทั้งตัวโดยพลัน ความรู้สึกแปลกประหลาดผุดขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าโม่จ้านคุ้นชินไปนานแล้ว สามารถกดข่มอารมณ์ฉุนเฉียวที่อีกฝ่ายกระตุ้นตนลงไปได้อย่างง่ายดาย

           “สำหรับจอมเวทที่มิใช่ขั้นสูง รูปแบบการต่อสู้ของข้าก็คือดาวซวย มิอาจต่อกรแม้แต่น้อย หากมีวาสนาได้พบกับสามจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ ข้าก็อยากจะลองประลองกับพวกเขาสักหลายกระบวนท่าทีเดียว”

           ซีนั่วก้มหน้าลงอย่างยอมรับชะตากรรม นิ่งเงียบมิเอ่ยสิ่งใด โม่จ้านยักไหล่อย่างจนปัญญา ยกมือใหญ่ขึ้นก่อนขับไล่พลังธาตุออกไป

           “เพียงแต่เห็นแก่ฐานะที่เจ้าเป็นหนึ่งในหัวหน้ากองพล ข้าจะไม่ถือสาความผิดฐานลบหลู่ของเจ้า”

           “……? !”

           ครั้นได้ยินคำว่า ‘หัวหน้ากองพล’ มังกรกึ่งมนุษย์ที่เพิ่งยันกายลุกขึ้นถึงกับชะงักและเตรียมเสียสละตนเอง เพียงแต่เมื่อได้ยินว่า 'ความผิดฐานลบหลู่' แววตาที่เดิมทีไม่ยี่หระของซีนั่วพลันเปี่ยมด้วยความฉงนทันใด

           “ท่านโม่เจ๋อเอ่อร์…แท้จริงแล้วท่านคือผู้ใด โปรดบอกข้าน้อยได้หรือไม่?”






    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390