หลังจากวันนั้นอัคนีก็ยิ่งตั้งใจทำงานมากขึ้น เขาขยันและทุ่มเทเอาจริงเอาจังกับการทำงานจนเป็นที่ชื่นชมของหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน
เขารู้สึกผิดต่อธารทิพย์จึงคิดจะชดเชยให้เธอด้วยการสร้างอนาคตที่มั่นคงเตรียมไว้ให้เขาจะต้องเติบโตในสายงานไต่เต้าขึ้นตำแหน่งสูงๆ ให้ได้
อีกเหตุผลหนึ่งที่เขาทุ่มเทกับการทำงานก็เพราะว่าเวลาทำโครงการสำเร็จและได้กำไรมาแล้วเขาเองก็จะได้รับส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ของแต่ละงานด้วย หมายความว่ายิ่งเขาทำผลงานได้เยอะและมีกำไรสูงเขาก็จะยิ่งได้เงินค่าคอมมิชชั่นเยอะตามไปด้วย
เพราะว่าเขารับปากกับธารทิพย์ไว้แล้วว่าพอเธอเรียนจบเขาจะแต่งงานกับเธอทันทีเพราะฉะนั้นระหว่างนี้เขาต้องเตรียมเงินค่าสินสอดเอาไว้ให้พร้อม
“คุณอัคนี่ดีจังเลยนะ หล่อ เก่งดูท่าจะอนาคตไกล” วิภาเพื่อนร่วมงานของปานวาดที่กำลังนั่งรออาหารที่สั่งไปเริ่มเอ่ยชวนคุย“ปริมต้องเร่งมือหน่อยแล้วแหละ อย่าให้หลุดมือไปได้เชียว”
“เร่งมืออะไรกันคนเขามีแฟนอยู่แล้ว” ปานวาดเอ่ยอย่างสงวนท่าที
พวกเธอเพิ่งเข้าประชุมนำเสนอโครงการให้ผู้บริหารเสร็จวันนี้อัคนีเป็นคนรับหน้าที่นำเสนอ จริงอยู่ที่โครงการนี้ช่วยกันทำหลายคนแต่ว่าคนที่เป็นหัวหน้าโครงการและจัดการบริหารโครงการก็คืออัคนี เขาเพิ่งเข้าทำงานได้ปีกว่าแต่กลับช่วงชิงโครงการมาเป็นของตัวเองได้ความสามารถต้องไม่ใช่ธรรมดา
การนำเสนอของเขาลื่นไหลอาจจะเพราะว่าเขารูปร่างหน้าตาดี น้ำเสียงทุ้มไพเราะเวลาเขาพูดเลยดูเหมือนดึงดูดให้ผู้ฟังยินดีรับฟังและคล้อยตามเขาแน่นอนว่างานที่เขาทำออกมาต้องดีอยู่แล้วแต่พอรวมเข้ากับการนำเสนอที่เป็นมืออาชีพแล้วก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ ไม่แปลกที่ใครๆ ต่างก็พากันชื่นชมเขา
“เด็กนั่นน่ะเหรอป่านนี้คงยังนั่งเรียนอยู่เลยมั้ง อยู่คนละโลกกับพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่แล้วเชื่อสิอีกไม่นานเดี๋ยวพวกเขาก็เลิกกัน”
วิภายังพูดต่อไม่หยุดเป็นธรรมดาที่เธอจะเชียร์คนใกล้ตัวมากกว่าคนที่ไม่รู้จัก
ปานวาดสะกิดแขนเพื่อนร่วมงานช่างเม้าท์ของเธอ“วิก็อย่าพูดไป เดี๋ยวคุณอัคมาได้ยินเข้าจะโดนเกลียดนะ”
“คนแบบนั้นเกลียดคนอื่นเป็นด้วยเหรอวันๆ ไม่เห็นจะเคยโกรธใคร” เพราะรู้ว่าเขาไม่เคยโกรธใครมาก่อนเธอถึงได้กล้าพูดโดยไม่กลัวว่าจะถูกเกลียด อีกอย่างเขาก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้ซะหน่อย
“ยังไงก็ต้องให้เกียรติคนอื่นบ้างสิไปว่าแฟนเขา ถ้าเขาได้ยินเข้า จะต้องโกรธแน่” ปานวาดยังเอ่ยเตือนต่อ
ถึงเธอจะชอบคำพูดพวกนั้นของวิภาแต่ก็ต้องเอ่ยปากเตือนไว้หากเรื่องหลุดไปถึงหูของอัคนี เธอจะได้มีข้ออ้างว่าเธอได้ห้ามปรามเพื่อนแล้วไม่งั้นเธอจะติดร่างแหไปด้วย
ถ้าอัคนีอยากจะโกรธเกลียดวิภาก็เรื่องของเขาแต่จะให้เขาลามมาเกลียดเธอด้วยไม่ได้ ไม่งั้นการสานสัมพันธ์กับเขาจะยิ่งยากเข้าไปใหญ่
“ไม่พูดถึงคนอื่นก็ได้ ว่าแต่... เสาร์อาทิตย์นี้ปริมต้องไปค้างคืนต่างจังหวัดกับคุณอัคใช่ไหมล่ะ”วิภาเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา
“ไปค้างคืนกับคุณอัคอะไรกันแค่ไปทำงานด้วย นอนคนละห้อง วิพูดแบบนี้คนอื่นจะเข้าใจผิดนะ” ปานวาดปฏิเสธแต่แววตากลับยิ้มกริ่มเอียงอาย
“แต่ก็ไปด้วยกันสองคนจริงนิเห็นว่าที่พักบรรยากาศดี อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปล่ะ คริ คริ”วิภาเอามือปิดปากอย่างเขินอาย ไม่รู้ว่าในหัวคิดอะไรอยู่
“รีบกินเข้าเถอะ เดี๋ยวเข้างานช้าจะโดนหัวหน้ากินหัวเอาหรอก”ปานวาดเอ่ยเตือนเพื่อนอีกรอบ
ถึงจะสงวนท่าทีแบบนั้นแต่ในหัวของปานวาดก็คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เธอมีโอกาสอยู่กับเขาสองต่อสองทั้งทีต้องสร้างสถานการณ์ให้ตัวเองได้ใกล้ชิดกับเขาสักหน่อย คนไปทำงานนอกพื้นที่ด้วยกัน ปกติก็ต้องคอยช่วยเหลือกันอยู่แล้ว
“ปริม วิมีความคิดดีๆ แหละอยากฟังไหม”
แม้ปานวาดจะแสดงท่าทีว่าไม่อยากยุ่งกับแฟนคนอื่นแต่มีหรือที่เธอจะไม่อยากฟัง บทสนทนาต่อจากนั้นเป็นเรื่องที่พวกเธอวางแผนเข้าใกล้อัคนี
อัคนีเดินทางไปต่างจังหวัดในวันศุกร์ช่วงบ่ายก่อนไปเขายังส่งข้อความบีบีไปบอกธารทิพย์ เพียงแต่เรื่องที่จะต้องเดินทางไปพร้อมกับปานวาดนั้นเขาไม่ได้เอ่ยถึง
เขารักชอบแค่ธารทิพย์ไม่เคยคิดจะปรายตามองผู้หญิงคนอื่น เขารู้ตัวดีแต่เขาคิดว่าธารทิพย์คงไม่รู้เธอยังคงมีความรู้สึกแง่งอนคิดมากตามประสาผู้หญิง เขายังจำรอบที่แล้วได้เธอเข้าใจผิดว่าเขามีแฟนแล้วและมาหลอกเธอ เธอโกรธเขาเป็นฟืนเป็นไฟ ทั้งร้องไห้ทั้งทุบตีเขา
เขาไม่อยากบอกให้เธอรู้สึกเป็นกังวลโดยไม่จำเป็นเขากับปานวาด ก็แค่ไปทำงานด้วยกันเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ปานวาดไปปรึกษาหัวหน้าว่าเธอไม่มีรถส่วนตัวจึงอยากขอติดรถอัคนีไปด้วย หัวหน้าเลยออกหน้ามาพูดกับเขาแทนเธอ ขอให้เขาพาเธอร่วมทางไปด้วยกัน
แม้อัคนีจะไม่อยากให้ปานวาดนั่งรถของเขาแต่เขาก็ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะปฏิเสธเธอได้ แถมคนที่มาพูดยังเป็นหัวหน้าของเขาอีกต่อให้ไม่เห็นแก่เธอก็ต้องเห็นแก่หัวหน้าบ้าง ไปทำงานที่เดียวกันอีกทั้งยังได้รับมอบหมายให้ไปด้วยกันถ้าเขาปฏิเสธก็ดูจะไร้น้ำใจกับเพื่อนร่วมงานไปหน่อย
ในสังคมของคนวัยทำงาน แม้มีบางเรื่องที่ไม่อยากทำแต่ก็ต้องฝืนใจทำทุกอย่างต้องดูความเหมาะสมและภาพรวมเป็นสำคัญ
สุดท้ายจึงลงเอยด้วยการที่เขาต้องยอมให้เธอนั่งรถไปด้วย
การสัมมนาในครั้งนี้จัดขึ้นที่จังหวัดแถบชายทะเลการคุยเรื่องงานถ้าได้บรรยากาศผ่อนคลายเป็นกันเอง ทุกอย่างจะลื่นไหลมากขึ้น อีกทั้งเขาสามารถสร้างคอนเนคชั่นในการทำงานได้มากขึ้น
ปานวาดแต่งตัวสวยกว่าปกติฉีดน้ำหอมฟุ้งไปทั้งตัว เธอก้าวขึ้นมานั่งด้านซ้ายของคนขับ “ขอบคุณนะคะที่ให้ปริมติดรถไปด้วย”
“ทางเดียวกันไปด้วยกันก็สะดวกดีครับ” อัคนีเอ่ยตอบตามมารยาท
เขารู้สึกว่ากลิ่นน้ำหอมของเธอรุนแรงเกินไปจนเขาเวียนหัวแต่ก็ไม่อยากจะพูดหักหน้าเธอจึงทำได้แต่อดทน
ทนอยู่ได้ไม่นาน จึงเปิดกระจกรถลงมาครึ่งหนึ่งเพื่อให้อากาศถ่ายเท
ปานวาดเห็นเขาเปิดกระจกก็เข้าใจว่าเขาคงกำลังเขินผู้ชายเวลาเขินมักจะหาช่องทางในการหลีกเลี่ยง อย่างเช่นการเดินออกไปสูดอากาศเพื่อสงบจิตใจแต่ในขณะนี้เขาและเธออยู่ในรถ เขาจึงทำได้แค่เปิดกระจกรถให้ลมพัดเข้ามาในรถเพื่อเรียกสติตัวเอง
เธอแอบยิ้มอย่างพึงพอใจเธอค่อนข้างมั่นใจในรูปร่างหน้าตาของตัวเอง ผู้ชายยังไงก็ยังเป็นผู้ชาย เวลาอยู่ใกล้ผู้หญิงสวยยังไงก็ต้องมีความรู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง
พอมาถึงโรงแรมอัคนีเดินนำปานวาดไปเช็คอิน เขาและเธอพักกันคนละห้อง พวกเขามาร่วมงานในนามบริษัทเดียวกันห้องพักที่ถูกจัดไว้ให้จึงอยู่ติดกัน
หลังจากเก็บของเรียบร้อยอัคนีก็ส่งข้อความหาธารทิพย์บอกเธอว่าเขาถึงโรงแรมแล้ว ยังถ่ายรูปห้องและวิวจากหน้าต่างส่งไปให้เธอเหมือนกำลังรายงานตัวให้เธอทราบความเคลื่อนไหวของเขา
เธอส่งข้อความตอบกลับมาว่า ‘ขี้อวด’
เขาอมยิ้มเมื่อเห็นข้อความจากเธอ ‘พี่รายงานให้รู้ทุกเรื่องเลยไม่ดีเหรอ’
‘ดีค่ะ น่ารักมากรายงานขนาดนี้มีพิรุธหรือเปล่าคะ’
อัคนีอมยิ้มกำลังคิดว่าจะตอบเธอว่าอย่างไรดี เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเขาลุกจากเตียงไปเปิดประตู
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูก็คือปานวาด “คุณอัคปริมอยากลงไปเดินเล่น คุณอัคไปเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหมคะ”
อัคนีมองผู้หญิงตรงหน้าไล่ตั้งแต่บนลงล่างปานวาดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ตอนนี้เธออยู่ในชุดเสื้อคลุมลูกไม้ตัวยาวแค่เข่า ผูกเอวเอาไว้หลวมๆ
“คือว่า...”
อัคนีคิดหาทางปฏิเสธปกติเพื่อนร่วมงานมาด้วยกัน ต้องมีลงไปเดินเล่นทำกิจกรรมกันอยู่แล้วแต่นี่จะให้ไปกับเธอสองคน เขารู้สึกว่าไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนัก เขาไม่ใช่ชายโสดอีกทั้งแฟนสาวของเขาก็ขี้หึงเก่งมาก
ปานวาดเห็นว่าเขาอึกอักจึงคิดว่าเขาคงกำลังเขินอยู่อีกแล้วจะให้ไปกับสาวสวยแบบเธอสองต่อสอง เขาคงกลัวว่าตัวเองจะรู้สึกหวั่นไหว
“ไปเป็นเพื่อนปริมหน่อยนะคะตอนนี้เริ่มเย็นแล้ว ไปเดินเล่นกว่าจะกลับก็คงค่ำๆ ถ้าจะไปคนเดียวปริมก็กลัวค่ะ” เธอเอ่ยปากเพิ่มทำให้เขาปฏิเสธได้ยากเขาจะกล้าปล่อยให้เธอไปเดินเล่นเสี่ยงอันตรายคนเดียวได้เชียวเหรอเธอไม่คิดอย่างนั้น
สิ่งที่ปานวาดคิดนั้นถูกต้อง
ที่บ้านของอัคนีอบรมลูกหลานมาว่าให้รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษ อะไรที่พอจะยื่นมือช่วยเหลือคนอื่นได้ก็อย่าดูดาย
“ได้ครับ รอแป๊บนะ”
เขางับประตูแล้วไปส่งข้อความบอกธารทิพย์
‘เดี๋ยวพี่ลงไปเดินเล่นกับเพื่อนร่วมงานแป๊บนะครับกลับมาแล้วพี่จะรายงาน’
ธารทิพย์ที่อยู่อีกด้านกำลังสงสัยว่าทำไมเขาไม่ตอบข้อความของเธอพอได้รับข้อความบอกกล่าวจากเขาก็เข้าใจได้ว่าเขาคงกำลังคุยกับเพื่อนร่วมงานอยู่
ถึงจะบอกว่าไปทำงานแต่ก็ต้องมีการไปสังสรรค์ผ่อนคลายกันบ้างเธอเข้าใจในเรื่องนี้ จึงไม่ได้สงสัยอะไร
‘อย่าดื่มจนเมานะคะ’
‘ครับผม วันนี้พี่ไม่ดื่ม’
รอบนี้เขาตอบกลับมารวดเร็วเธอจึงไม่ได้ส่งข้อความกลับไปอีก มัวแต่ส่งกันไปมา เขาคงไม่ได้ไปกับเพื่อนสักที เธอเป็นห่วงว่าเพื่อนร่วมงานจะหาว่าเขาไม่มีมารยาทเอาแต่เล่นโทรศัพท์เธอไม่อยากเป็นต้นเหตุให้เขาถูกคนอื่นมองไม่ดี
ปานวาดพาเขาเดินเตร็ดเตร่มาได้สักพักเธอก็บอกว่าอยากเล่นน้ำ แต่ว่าท้องฟ้าเริ่มมืดแล้วเธอเลยขอให้เขาพากลับโรงแรมและขอให้เขาไปนั่งเฝ้าเธอเล่นน้ำที่สระของโรงแรม
อัคนีไม่ได้คัดค้านอะไรเขาเองก็รู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน ถ้ากลับโรงแรมก็จะได้สั่งอาหารมากินได้
พอมาถึงอัคนีก็มุ่งความสนใจไปที่การสั่งอาหาร มาทะเลทั้งที มีอาหารทะเลสดใหม่ให้กิน เขาเลยคิดว่าต้องกินให้เต็มที่ ชิมดูหลายๆ อย่างว่าอะไรอร่อย ครั้งหน้าจะได้พาธารทิพย์มาบ้าง
“คุณปริม สั่งอาหารไหมครับ”เขาสั่งเสร็จก็เอ่ยถามเธอ
“ไม่ล่ะค่ะ ปริมไม่ค่อยหิวเท่าไร”
ความจริงแล้วปานวาดก็อยากจะกินอาหารทะเลสดใหม่แต่ว่าเธอตั้งใจไว้ว่าจะเล่นน้ำเพื่ออวดเรือนร่างให้เขาดูเธอจึงไม่คิดจะกินอะไรในตอนนี้เพราะกลัวว่ารูปร่างจะไม่สวย กินเยอะๆ เอวและหน้าท้องก็จะหนาขึ้น
นี่เป็นครั้งแรกที่จะให้เขาได้เห็นรูปร่างของเธอเพราะฉะนั้นจะต้องทำให้เขาประทับใจ แค่อดทนต่อความอยากอาหารนิดหน่อยแต่แลกกับผลลัพธ์ที่ได้เธอคิดว่าคุ้มค่า
ที่สระของโรงแรมเป็นสระน้ำขนาดใหญ่สามารถเล่นได้ถึงสี่ทุ่ม รอบสระมีโต๊ะชายหาดเอาไว้นั่งและสามารถสั่งอาหารมาทานได้
ปานวาดลุกขึ้น ส่งเสียงกระแอมเพื่อเรียกร้องความสนใจเธอถอดเสื้อคลุมลายดอกออกแล้ววางพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ตอนนี้ร่างกายมีเพียงชุดว่ายน้ำทูพีชปกปิดไว้เท่านั้น โชว์แผ่นหลังและสะโพกงอนงามอวดสายตาผู้คนเธอเดินนวยนวดเชื่องช้าไปที่ขอบสระ
เธอทอดเวลาเดินให้นานขึ้นเพื่อให้อัคนีมองเห็นเรือนร่างของเธอได้ชัดเจน
เธอแน่ใจว่าหลังจากวันนี้เขาจะต้องมองเธอไม่เหมือนเดิม