เมื่ออัสดงท่อแสงสีเหลืองนวลเจิดจ้าส่องสว่างให้แก่โลกเหมือนสัญญาณของวันใหม่ที่แสนจะเต็มไปด้วยความหวัง และการเริ่มดำเนินชีวิตตามครรลองที่ควรจะเป็อีกครั้ง แสงสีแดงจากรถยนต์หลายสิบคันยังคงจอดแน่นิ่งอยู่บนท้องถนนเป็ภาพที่คุ้นชินสำหรับคนเมืองกรุงทั่วไปที่ต่างเร่งรีบไปทำงานั้แ่เช้าตรู่ แต่ดูเหมือนความวุ่นวายเบื้องล่างและแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเล็ดลอดมาจากผ้าม่านสีฟ้าอ่อนตรงหน้าต่างบานใหญ่จะทำให้สองร่างที่กำลังหลับใหลสู่ห้วงนิทราไม่อาจรู้สึกตัวและรับรู้ถึงเื่ร้ายแรงที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้าได้
ปัง !
เสียงเปิดประตูห้องนอนดังขึ้นทันทีที่บานประตูเคลื่อนออกก็ปรากฏร่างสองร่างของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง เมื่อคราแรกสมองยังไม่อาจประมวลภาพบนเตียงกว้างได้ สายตาคมยังคงทอประกายอบอุ่นและเชื่อมั่นอยู่อย่างแรงกล้า แต่เมื่อยามที่สมองเริ่มทำการประมวลภาพเบื้องหน้า สายตาคมสีนิลที่เคยส่อแววอบอุ่นก็พลันเปลี่ยนแปลงเป็สายตาแห่งความโกรธกริ้ว ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มเปลี่ยนเป็เคร่งเครียด ก่อนที่ไม่นานจะระงับอารมณ์ปรับใบหน้าให้ดูนิ่งสงบแม้ภายในใจจะร้อนระอุดั่งธารราวาที่ไหลทะลักเอ่อล้นูเาไฟ แม้อยากจะเข้าไปกระชากร่างบางที่นอนอยู่และต่อยไอ้ผู้ชายชั่วที่มันบังอาจมามีอะไรกับคนรักเขาแต่ดูเหมือนสองขาของชายหนุ่มจะไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้ดั่งใจ ต่างกับหญิงสาวที่เดินเข้ามาพร้อมเขาเมื่อเห็นภาพตรงหน้าแล้วก็ต้องคลี่ยิ้มสวยออกมาพร้อมทั้งเหล่มองชายหนุ่มข้างกายที่ตีสีหน้านิ่งสงบเอาไว้ แต่เธอรู้ดีว่าสีหน้าแบบนี้มันอันตรายแค่ไหน !
ร่างบางของอภิสราเดินไปยังเตียงขนาดใหญ่กลางห้องซึ่งมีร่างสองร่างกำลังนอนเปลือยกายภายใต้ผ่าห่มผืนหนาผืนเดียวกัน แค่นี้ก็ชี้ชัดถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคนแล้ว หญิงสาวเอื้อมแขนขึ้นไปเขย่าตัวขวัญฤทัยแรง ๆ ให้อีกฝ่ายรู้สึกตัว แต่ก็ต้องแปลกใจที่อีกฝ่ายดูจะหลับลึกซะเหลือเกินและไม่นานเกินรอร่างบางของขวัญฤทัยก็เริ่มรู้สึกตัวทำให้ร่างหนาที่คว่ำหน้าอยู่ข้าง ๆ รู้สึกตัวตาม
“ตื่นได้แล้วหน้าด้านจริง” อภิสรากระแทกเสียงใส่ขวัญฤทัยทำให้หญิงสาวที่เพิ่งตื่นจากห้วงนิทราอันยาวนาน ต้องแปลกใจที่อีกฝ่ายเข้ามาถึงห้องนอนเธอได้
“คุณไหม ! นี่คุณเข้ามาในห้องนอนฉันได้ยังไง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อตื่นเต็มตา และยิ่งต้องใเข้าไปใหญ่เมื่อเห็นร่างสูงสง่าของชายคนรักยืนหน้านิ่งอยู่ที่ประตูห้องนอนของตัวเอง
“วี !”
“อืมม เสียงดังอะไรกันเนี่ยคนยิ่งง่วง ๆ อยู่” เสียงทุ้มต่ำของร่างหนาที่เปลือยเปล่าดังขึ้นเรียกความสนใจของคนทั้งสามได้เป็อย่างดีและยิ่งเมื่อทุกคนเห็นใบหน้าที่เงยขึ้นมาจากเตียงนอนยิ่งทำให้ทุกคนตื่นตะลึง !
“พี่ภาคิน !!”
“คุณภาคิน !!”
“ไอ้ภาคิน !!” สามเสียงดังประสานกันลั้นห้องทำให้คนที่กำลังสะลึมสะลือลืมตาโพร่งขึ้นมาทันทีก่อนที่สายตาคมของชายหนุ่มจะสบกับสายตาคมของเพื่อนรัก
“อ้าวไอ้วี...เฮ้ย ! คุณขวัญ !!” เสียงทุ้มของภาคินดังขึ้นอย่างใเมื่อเห็นสภาพตัวเองที่นอนเปลือยเปล่าและยังมีขวัญฤทัยคนรักของเพื่อนนอนร่วมเตียงกับเขาในสภาพที่ไม่ได้ใส่อะไรเลย !!
“ไอ้คิน !!” ณัฐวีณ์ครางขึ้นอย่างเจ็บแค้นใจเมื่อไอ้ผู้ชายชั่วที่นอนร่วมเตียงกับคนรักเขามันคือเพื่อนรักของตนเอง !! ร่างสูงไม่อาจควบคุมตนเองได้อีกต่อไปรีบตรงเข้าไปหาร่างหนาของภาคินที่นอนอยู่อย่างเคียดแค้นและยังไม่ทันที่ใครจะตั้งตัว
“เฮ้ย !”
ผัวะ !!
หมัดหนัก ๆ ของณัฐวีณ์ก็กระแทกเข้าเต็มใบหน้าของเพื่อนรักอย่างจังจนภาคินหน้าหัน อภิสราเห็นดังนั้นหญิงสาวรีบเข้าไปห้ามณัฐวีณ์อย่างใเช่นเดียวกับขวัญฤทัยที่แม้จะมีเพียงผ้าห่มผืนหนาห่อหุ้มอยู่ก็ยังเข้ามาห้ามคนรักด้วย และนั้นก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มเสียใจมากขึ้นไปอีก
“ทำไม ! ทำไมแกถึงหักหลังฉัน ! ทำไมขวัญบอกผมมาสิว่าทำไม ! ผมรักคุณไม่พอดูแลคุณไม่ดีหรือไงถึงต้องมาสวมเขาให้ผมแบบนี้ ! แล้วทำไมต้องเป็แกไอ้คิน ทำไมคนที่รวมหัวกับขวัญหลอกฉันต้องเป็แก เป็เพื่อนของฉันวะ !” ณัฐวีณ์พูดขึ้นอย่างเสียใจภายในหัวใจเหมือนถูกฉีกออกเป็ชิ้น ๆ เมื่อคนที่เขารักกับเพื่อนรักร่วมกันหลอกเขาเช่นนี้ ! ร่างสูงกำลังจะลงหมัดที่สองไปบนใบหน้าของภาคินหากแต่คราวนี้ชายหนุ่มอีกคนรู้ตัวจึงไม่ปล่อยโอกาสให้เพื่อนชกตัวเองทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด !
“แกฟังก่อนสิไอ้วี ! ขวัญกับฉันไม่ได้มีอะไรกันแล้วทำไมเราถึงอยู่ในสภาพนี้ฉันเองก็ไม่รู้ แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันยืนยันได้ก็คือขวัญกับฉันไม่มีทางหักหลังแก !”ภาคินร้องเตือนสติเพื่อนหวังจะให้เพื่อนใจเย็น หากแต่อภิสราที่ยืนฟังอยู่ก็แทรกขึ้น
“หลักฐานเต็มตาแบบนี้คุณยังจะมาปฏิเสธอีกหรอคุณภาคิน ยอมรับซะเถอะว่าคุณกับขวัญฤทัยหลอกสวมเขาให้พี่วี”
“หยุดพูดไปเลย ! อ๋อ ! ผมรู้แล้วคนที่จัดฉากทุกอย่างขึ้นมาคือคุณใช่ไหม ! ” อภิสราหันควับมาทางภาคินทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ
“คุณจะบ้าหรอ ! ตัวเองทำผิดไม่อายฟ้าอายดินแล้วยังคิดใส่ร้ายคนอื่นอีกไม่อายบ้างหรือไง !” ภาคินมองอภิสราด้วยสายตาหยามเหยียด เขารู้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าผู้หญิงคนนี้จ้องแต่จะทำลายความรักของเพื่อนเขา แต่เพราะว่าสองคนนี้รักกันมากอภิสราเลยไม่มีโอกาส แล้วอยู่ดี ๆ เหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้ก็เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเกินเลยกับขวัญฤทัย เพราะอย่างนั้นตัวการที่เขาสงสัยที่สุดจะหนีพ้นผู้หญิงตรงหน้าไปได้อย่างไรกัน
“จะอายทำไมในเมื่อผมกับคุณขวัญไม่ได้ทำอะไรผิด คุณต่างหากที่ต้องละอายใจแย้งไอ้วีซึ่ง ๆ หน้าไม่ได้เลยต้องใช่วิธีสกปรกทำให้คนรักกันมาแตกคอแบบนี้ !” คราวนี้คนที่เืขึ้นหน้ากลับมาเป็อภิสรา หญิงสาวยกมือขึ้นชี้หน้าคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่อย่างไม่พอใจ
กล้าดียังไงถึงได้มากล่าวหาเธอ !! และยังสายตาเหยียดหยามของเขาอีกเล่า ! ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ที่เธอเห็นสายตาแบบนี้ของผู้ชายตรงหน้ามันยิ่งทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลก ๆ ในหัวใจ หรือมันอาจจะเป็อาการเจ็บใจก็เป็ได้
“มันจะมากไปแล้วนะคุณภาคินนี่คุณยังเป็ลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่าถึงได้พูดอะไรแบบนี้ออกมา อ๋อ ! หรือไม่รู้จะหาข้อแก้ตัวให้ความผิดของตัวเองยังไงเลยหันมาพูดจาหยาบ ๆ ใส่ฉัน หวังจะกลบเกลื่อนอย่างนั้นหรอ !” ภาคินมองหญิงสาวปากจัดตรงหน้าอย่างไม่พอใจเขาอยากจะลุกขึ้นไปกระชากร่างบางแล้วลากออกไปให้พ้นหูพ้นตาเสียจริง แต่ก่อนยังแค่ไม่ชอบขี้หน้าธรรมดาแต่ยังไม่ถึงกับไม่อยากทนมองแบบนี้ และตอนนี้แม่คุณคนนี้กลับทำให้เขารู้สึกเหลืออด ยิ่งตอนนี้สถานการณ์มันแย่อยู่แล้วยังมาเจอคุณเธอใส่ไฟไปอีกแล้วแบบนี้ไอ้วีมันจะคิดไปถึงไหนต่อไหนกันเนี่ย !
“ไอ้วี ! แกเชื่อฉันเถอะว่ะและอย่าไปฟังผู้หญิงคนนั้นนะ เราสองคนไม่มีทางมีเื่อย่างว่ากันแน่ ๆ ถ้าแกไม่เชื่อใจฉันแต่อย่างน้อยแกก็น่าจะเชื่อใจคุณขวัญนะ !”
“หุบปากไปเลย !!! แกยังจะให้ฉันเชื่ออะไรได้อีกวะ !” ณัฐวีณ์พูดจบสายตาเ็าปนความเ็ปใจจนปิดไม่มิดก็กวาดไปมองร่างเพื่อนรักของเขาที่มองเขาอย่างหัวเสียและเลยไปยังร่างบางของใครบางคน ใบหน้างามสวยที่เขาทั้งรักทั้งหวงแต่บัดนี้เธอนอนอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเพื่อนของเขาโดยไม่มีอะไรปิดบังร่างกาย
สายตาสองสายสอดประสานสบกันอยู่คนหนึ่งผิดหวัง ร้าวรานแทบคลั่ง ส่วนอีกคนสับสนและยังมีแววแห่งความหวังว่าเขาจะไม่เข้าใจผิด เขาจะเชื่อมั่นในเธอแม้ว่ามันจะเลือนลางจนแทบมองไปเห็น แต่ไม่ว่าดวงตาทั้งสองสายจะสื่อออกมาอย่างไรสิ่งที่ออกมาจากสายตาทั้งสองคู่เหมือนกันในตอนนี้ก็คือ ‘ความเ็ป’
เมื่อภาพทุกอย่างมันฟ้องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนเสียจนไม่ต้องมีใครมาเอ่ยอะไรอีก ร่างหนาของณัฐวีณ์ก็ไม่อาจทนอยู่มองเห็นเพื่อนกับแฟนสาวที่เขารักสุดหัวใจในสภาพนี้ได้ ชายหนุ่มหันตัวกลับไปยังประตูห้องนอนที่เปิดค้างเอาไว้ทันทีข่มกลั้นความเ็ปไม่ให้สายน้ำหยดเล็กที่ตอนนี้แทบจะทะลักออกมาจากดวงตาของเขาได้ไหลออกมาประจานความอ่อนแอของลูกผู้ชายอย่างตนเอง และเรียวขายาวแต่มั่นคงของณัฐวีณ์ก็ก้าวเดินออกไปพร้อมทั้งเสียงทุ้มที่สะกดอารมณ์โกรธออกมากับสายลม
“เราจบกันแค่นี้เถอะ” โดยไม่รอฟังคำตอบจากหญิงสาวแผ่นหลังของเขาก็เลือนหายไปจากสายตาของขวัญฤทัยแล้ว เมื่อเห็นว่าณัฐวีณ์จากไปแล้วอภิสราจึงเพียงแค่หันมายิ้มเยาะให้กับร่างบางของขวัญฤทัยที่มีน้ำตานองหน้า
“เื่นี้คุณขวัญจะโทษใครได้ล่ะคะนอกจากความมักมากของตัวคุณเอง” จบประโยคภาคินที่ฟังอยู่ยิ่งไม่พอใจหญิงสาวตรงหน้ามากขึ้นและขวัญฤทัยยังไม่โต้ตอบแต่กลับก้มหน้าปล่อยให้น้ำใส ๆ ไหลจากดวงตา
“คุณหุบปากแล้วรีบกลับไปเลย ! และคอยดูว่าผมจะหาหลักฐานมาเปิดโปงคุณให้ได้ !!” ภาคินมองหญิงสาวอย่างแค้นเคืองแต่อีกฝ่ายกลับยิ้มกลั้นหัวเราะส่งมาให้เขาแทนจนชายหนุ่มแทบควันออกหู ก่อนไปอภิสราไม่ลืมหันกลับมามองคนทั้งคู่อีกครั้ง
เมื่อตอนนี้ภายในห้องเหลือเพียงแค่สองคนภาคินที่ทำอะไรไม่ถูกเลยได้แต่ถอนหายในเฮือกใหญ่และพยายามตั้งสติ เขามองไปยังร่างบางที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้แล้วสงสารจับใจไม่รู้ว่าจะช่วยหญิงสาวตรงหน้าอย่างไรดี
“พี่ว่าเราแยกกันไปแต่งตัวให้ดีก่อนดีกว่านะครับแล้วเราค่อยมาคุยกันอีกที” ขวัญฤทัยเพียงแค่พยักหน้ารับพร้อมกับริมฝีปากบางสวยที่เอ่ยเพียง
“ค่ะ”
ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงร่างบางของขวัญฤทัยก็เดินออกมาจากห้องนอนของเธอด้วยชุดใหม่ กระโปรงสีขาวที่ยาวเท่าเข่าพร้อมทั้งเสื้อสีฟ้าอ่อนยิ่งขับความหวานสวยของหญิงสาวตรงหน้าแม้เธอจะไม่ได้แต่งหน้าก็ตาม ภาคินที่นั่งจิบกาแฟอยู่หันมายิ้มให้กับขวัญฤทัยหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเขาแอบปลื้มเธอ แต่มันก็นานมาก มากจนตอนนี้ความรู้สึกที่เขามีให้หญิงสาวเป็เพียงความรู้สึกแบบพี่น้องเท่านั้น และเขาก็รู้ดีกว่าหญิงสาวตรงหน้าเห็นเขาเป็เพียงพี่ชายมาแต่ไหนแต่ไร
“พี่คินคิดว่าเขาจะเชื่ออะไรเราอีกหรอคะ ถึงเราจะไม่มีอะไรกันจริงแต่ก็ต้องยอมรับว่าภาพที่ออกมามันช่วยให้เข้าใจว่าทุกอย่างมันบริสุทธิ์ไม่ไหว” ภาคินที่นั่งจิบกาแฟอยู่หันมายิ้มให้กับขวัญฤทัยหญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตรงข้ามกับชายหนุ่ม
“พี่ถามหน่อยได้ไหม เมื่อคืนขวัญอยู่ที่ไหนจำอะไรได้บ้าง” ภาคินเปิดประเด็นทันที เขาเองพยายามนึกถึงความทรงจำว่าตนเองเข้ามาอยู่ภายในห้องนอนของแฟนเพื่อนได้อย่างไร แต่ความทรงจำสุดท้ายที่หวนกลับเข้ามาในห้วงความทรงจำที่พยายามขุดมีเพียงแค่่เวลาที่เขากำลังกำลังจะ ‘ไปต่อ’ กับสาวสวยหุ่นเซ็กซี่ที่เจอในผับหรูหลังจากที่มาปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อน ในความทรงจำที่หลงเหลือเขาและเธอคนนั้นยังไม่ทันออกจากผับด้วยซ้ำ อาการสุดท้ายที่มีคืออาการมึนหัวและง่วงนอนแปลกๆ ซึ่งเกิดขึ้นฉับพลัน จากนั้นเมื่อลืมตาตื่นอีกครั้งสิ่งที่อยู่ทรงหน้าคือห้องนอนสีขาวบนเตียงกว้างกับผู้หญิงที่กำลังนั่งหน้าซีดตรงหน้าตนเอง
“ขวัญนัดทานข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหารจำได้ว่ารู้สึกมึนหัวเหมือนจะไม่สบายก็เลยขอกลับก่อน แต่...” คิ้วสวยบนใบหน้าหวานผูกกันเป็ปม
“แต่ระหว่างทางเหมือนขวัญจะหน้ามืดจำได้ลางๆ ว่ามีคนมาช่วยพยุง จากนั้น...จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้แล้วค่ะ” ฟังจบภาคินพยักหน้ารับคำของขวัญฤทัย ชายหนุ่มคิดว่าเื่นี้ต้องมีคนอยู่เื้ัอย่างไม่ต้องสงสัยและคนคนนั้นก็น่าจะเป็นางเเบบสาวที่ยืนอยู่เคียงข้างณัฐวีณ์เมื่อเช้าที่เขาลืมตาตื่นขึ้น
อภิสรา!!!
“พี่คิน เราจะทำยังไงกันดีคะพี่วีไม่เชื่อขวัญเลย ทำไมต้องเป็แบบนี้” เสียงหวานสั่นเครือพร้อมกับดวงตาที่ตอนนี้มีรอยน้ำตาประดับบนใบหน้าแสดงถึงความเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ขวัญไม่ต้องห่วงนะ เื่นี้เราเป็ผู้บริสุทธิ์พี่เชื่อว่าพี่หาหลักฐานมาเปิดโปงคนผิดไม่ยาก ตอนนี้ไอ้วีกำลังโกรธต่อให้เราอธิบายจนปากฉีกมันก็ไม่ฟังทางเดียวคือเราต้องหาหลักฐาน” ใบหน้าคมของภาคินนิ่งขรึมขึ้น ดวงตาที่มักมีเเววขี้เล่นกลายเป็สงบนิ่งั้แ่เขาเกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าลูบคมได้เจ็บแสบขนาดนี้ ไม่ว่าตัวการของเื่จะเป็ใครแต่คนคนนั้นคิดผิดมหันต์ที่ดึกเสือร้ายเช่นเขาเข้ามาในเกมนี้
เมื่อชายหนุ่มออกมาจากคอนโดของขวัญฤทัยเพียงไม่นานรถยุโรปคันหรูก็เคลื่อนมาจอดตรงหน้า พร้อมกับร่างสูงของชายหนุ่มหน้าตี๋ที่คลี่ยิ้มออกมาชวนให้ดูเป็คนขี้เล่นรีบก้าวเดินมาเปิดประตูให้ภาคิน เมื่อรถเคลื่อนตัวออกจากคอนโดคนที่ทำหน้าที่เป็เลขาควบสารถีก็เริ่มกวนโมโหเ้านายทันที พอดีกับที่ภาคินกำลังจะเอ่ยปากเพื่อสั่งงานลูกน้อง
“เมื่อคืนหนักจนวันนี้อยากจะเลื่อนประชุมหรือเปล่าครับนาย” ยังไม่ทันที่คนเป็นายจะสั่งอะไรดั่งที่ตั้งใจไว้ ก็แทบอยากจะเปลี่ยนคำสั่งเป็การเปลี่ยนเลขาแทนเสียแล้ว
“อย่ามากวนไอ้ต้น ไม่เห็นหรือไงว่านี่คอนโดนใคร” ตรีศูลมองคอนโดที่ตนเพิ่งจะเข้าไปรับภาคินผ่านทางกระจกหลังพร้อมตอบพาซื่อ
“ไม่ใช่คอนโดสาว ๆ ของนายซักคนที่หิ้วกลับเมื่อคืนหรอครับ” คนพูดยังคงมีรอยยิ้มยียวนประดับใบหน้า ทำให้ภาคินอยากหารองเท้าซักคู่มาอุดปากลูกน้องคนสนิท ชายหนุ่มเล่าเื่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคร่าวๆ ให้ตรีศูลฟัง
“เมื่อคืนผมไม่น่าปล่อยนายไว้คนเดียวเลย” ฟังจบจากสีหน้ายียวนก็กลับกลายเป็จริงจังสำนึกผิด ยังดีเื่ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เื่ร้ายแรงถึงชีวิตของเ้านายเพราะหากเกิดอะไรไม่ดีขึ้นทุกอย่างถือเป็ความผิดของเขา แม้ตรีศูลจะยียวนกวนบาทาคนเป็นายแทบทุกเวลา แต่สำหรับเลขาหนุ่มคนนี้ความปลอดภัยของเ้านายถือเป็สิ่งสำคัญที่ไม่ควรผิดพลาด
“ผมจะหาหลักฐานเองครับ ภายในหนึ่งอาทิตย์ทุกอย่างจะคลี่คลาย” ภาคินพยักหน้าให้กับความรู้งานของลูกน้อง ตรีศูลอยู่กับเขามานานเกือบเท่าอายุของชายหนุ่มเพราะตรีศูลเป็ลูกชายของเเม่บ้านเก่าแก่ในบ้าน แน่นอนว่าหน้าที่ดูเขาก็เป็ของตรีศูลมาแต่ไหนแต่ไร
“ขอโทษนะครับนายที่เมื่อคืนผมไม่ได้ตามไปด้วย” ภาคินมองสีหน้าจริงจังของลูกน้องกึ่งเพื่อนจากระจกหน้ารถ เมื่อคืนเขาต่างหากที่สั่งไม่ให้ใครตามไปด้วย เเม้ว่าปกติเวลางานมักจะมีคนติดตามแต่นิสัยส่วนตัวกลับไม่ชอบให้ใครมาตามมากมายจึงเป็ปกติที่นอกจากเวลางานชายหนุ่มจะไปไหนมาไหนคนเดียว
“อย่ามาดราม่าไอ้ต้น แล้วเื่นี้นายไปจ้างนักสืบมาจัดการแทนแล้วกัน ยังไงเื่งานที่บริษัทก็สำคัญกว่า ่นี้สินค้าใหม่กำลังจะเปิดตัวด้วย”
“ครับนาย”
“ไปเอาเหล้ามาอีกสิ ! ทำไมช้าอย่างนี้วะ !!” เสียงทุ้มตวาดดังลั่นพร้อมกระแทกแก้วที่อยู่ในมือกับบาร์จนเสียงดังสนั่นทำให้เด็กรับใช้ที่อยู่แถวนั้นต้องรีบกุลีกุจอไปนำเหล้าที่เ้านายสั่งมาให้โดยเร็วที่สุด ณัฐวีณ์กระดกเหล้าในแก้วทีเดียวราวกับมันเป็น้ำเปล่าตอนนี้ชายหนุ่มเพียง้าลืม ลืมเื่ราวเมื่อหลายวันก่อนวันที่เขารับรู้ว่าตัวเองโดนสวมเขา !!
เพล้ง !!!
ชายหนุ่มคว้างแก้วราคาแพงในมือลงกับพื้นอย่างแรงจนเศษแก้วกระจายไปทั่วบริเวณทำให้สาวใช้ที่อยู่บริเวณนั้นต่างสะดุ้งไปตาม ๆ กัน หลายวันมานี้แทบไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เ้านายหนุ่มเลยหากเขาไม่ได้เรียกหา เสียงแก้วแตกนี้เองทำให้คุณนวลจันทร์ผู้เป็มารดาต้องเดินเข้ามาดูลูกชายในส่วนของบาร์ที่นั่งด้วยสายตาเห็นใจ ไม่รู้ว่าเื่อะไรทำให้ลูกชายผู้สุภาพแสนอบอุ่นของนางกลายเป็ผู้ชายที่เห็นสุราเป็น้ำเปล่าแถมยังหยาบคายในเวลาไม่กี่วัน และเท่าที่นางคาดเดาเื่นี้คงเกี่ยวกับขวัญฤทัยว่าที่ลูกสะใภ้ของนางในอีกไม่กี่เดือนแน่นอน
“ชัย ดูแลคุณวีด้วยนะลุกไม่ขึ้นเมื่อไหร่ก็ลากไปบนห้อง” คุณนวลจันทร์เอ่ยกับคนขับรถคนสนิทที่ทำงานให้กันมากว่าสิบปีชัชชัยตอบรับคำของนายหญิงของบ้าน แล้วคอยดูแลนายน้อยของตนแบบห่าง ๆ ต่อไป หลายวันมานี้หน้าที่ของเขาอีกอย่างก็คือจัดการลากณัฐวีณ์ที่เมาไม่ได้สติขึ้นไปนอนบนห้อง
เมื่อสั่งเสร็จนางก็เดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อพักผ่อนบ้างนี่ก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว ใช่ว่านางไม่อยากเดินเข้าไปบอกให้ลูกชายหยุดดื่มแล้วไปนอนซะ แต่รู้ดีว่าลูกคนนี้ดื้อแค่ไหนยิ่งเวลาแบบนี้แล้วด้วยบอกไปก็เท่านั้น ขนาดคนเป็พ่อไปเตือนั้แ่เมื่อวานวันนี้ยังเหมือนเดิม ทางเดียวก็คือรอให้เ้าตัวได้สติกลับมาเป็คนเดิมเท่านั้นและนางเชื่อว่าณัฐวีณ์มีความรับผิดชอบมากพอที่จะไม่ทำตัวแบบนี้นาน
“โถ่เว้ย !”
ทำไมกันทำไมในหัวของเขามันยังคงนึกถึงและมีแต่ภาพผู้หญิงคนนั้น ยิ่งเป็ภาพที่ยัยนั้นไปนอนกกนอนกอดอยู่กับเพื่อนของเขาอีก
“ทำไม ! ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้ขวัญ ทำไมถึงหักหลังผม !”
น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาเป็ทางมันทั้งรักและแค้นในเวลาเดียวกัน ยิ่งรักมากเท่าไหร่ก็แค้นมากเท่านั้นผู้หญิงแบบนี้น่ะหรือที่เขาเคยคิดจะเอามาเป็แม่ของลูกให้เกียรติสารพัด ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยจริงใจกับใครแต่กับเธอ เธอคนที่เขารักและไว้ใจขนาดจะแต่งงานด้วยกลับมาหักหลังเขาอย่างไร้ยางอายร่วมกับเพื่อนรัก ผู้หญิงแบบนี้ไม่สมควรและไม่มีค่าพอที่เขาจะรักหรือดูแลอีก ใช่ !! พอกันที่กับผู้หญิงตีสองหน้า !!
อย่าหวังเลยว่าเธอจะได้ไปมีความสุขกับไอ้คิน ! ให้มันจบกันไปเสียทีกับความรักของเราและเขาจะทำให้เธอรู้รสชาติของความเ็ป เจ็บที่โดนหักหลังเหมือนกับที่เขากำลังเป็อยู่ตอนนี้ !!!