ความเงียบเข้าปกคลุมตรอกแคบหลังร้านสเปราท์ ชั่วขณะมีเพียงเสียงหยดน้ำจากชายคาที่ตกลงกระทบพื้นปูนดัง แปะ... แปะ... ประสานกับเสียงลมหายใจที่ติดขัดของสิงห์นักเลงเ้าถิ่นที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนเห็นผี
สิงห์มองดูมีดพับในมือที่สั่นเทาแสงสะท้อนจากคมมีดวูบวาบตามจังหวะมือที่คุมไม่อยู่เขาไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวใครขนาดนี้มาก่อนโดยเฉพาะกับเด็กส่งของที่เขามักจะรังแกเป็ประจำ
"เ้าจะใช้เหล็กสั้นนั่นทิ่มแทงข้าหรือ?" จะเด็ดในร่างกล้าเอ่ยขึ้นพลางสืบเท้าเข้าหาช้า ๆแต่ละก้าวที่เหยียบลงบนพื้นแฉะดูมั่นคงและทรงพลังราวกับเสียงกลองศึกที่รัวกระหน่ำอยู่ในใจของศัตรู"ในสมรภูมิที่ข้าเคยผ่านมา ศัสตราที่ร้ายกาจกว่านี้ยังมีรอยบิ่นเมื่อต้องคมดาบของข้า...แล้วเ้าเป็ใคร ถึงกล้าชูคอต่อหน้าข้าเช่นนี้!"
"มึง...มึงอย่าเข้ามานะไอ้กล้า!" สิงห์ตัดสินใจพุ่งมีดเข้าใส่กลางลำตัวด้วยความลนลาน
จะเด็ดไม่หลบ แต่เขากลับ 'รุก' สวนเข้าไปในจังหวะที่สิงห์ชักมือกลับไม่ทันเขาใช้มือซ้ายคว้าข้อมือที่ถือมีดไว้แล้วบิดออกไปด้านนอกตามวิชาสะบัดชัยพ่ายพร้อมกับใช้สันมือขวาฟันเข้าที่ก้านคอของสิงห์อย่างรุนแรงและแม่นยำตามศาสตร์การจู่โจมจุดตาย!
พลั่ก!
ร่างั์ของสิงห์ทรุดลงไปนอนคว่ำหน้ากับพื้นถนนมีดพับกระเด็นไปตกในท่อระบายน้ำนักเลงผู้ยิ่งใหญ่ประจำซอยบัดนี้หมดสภาพไม่ต่างจากสุนัขที่โดนตีจนขวัญหนีดีฝ่อจะเด็ดก้มมองศัตรูที่แทบเท้าด้วยสายตาที่เ็า ก่อนจะพึมพัมกับตัวเองด้วยความฉงน
"โลกนี้แปลกนัก...นักรบช่างอ่อนแอ แต่กลับมีจิตใจที่คดเคี้ยวยิ่งกว่าเถาวัลย์"
ขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับแสงประหลาดวูบวาบจากวัตถุสี่เหลี่ยมเล็ก ๆที่ตกอยู่ข้างกายสิงห์ก็ดึงดูดสายตาของเขา มันคือ 'สมาร์ทโฟน' ของสิงห์ที่หน้าจอสว่างขึ้นพร้อมเสียงเตือนจะเด็ดหยิบมันขึ้นมาพิเคราะห์ด้วยความระมัดระวัง
เขามองเห็นภาพเคลื่อนไหวและตัวอักษรที่เรืองแสงออกมาจากแผ่นกระจกเล็กๆ นั้น "อาคมชนิดใดกัน? เหตุใดจึงกักขังผู้คนไว้ในแผ่นแก้วได้เช่นนี้" จอมทัพผู้ยิ่งใหญ่พยายามทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าไปหลายร้อยปีเขาเผลอใช้นิ้วแตะที่หน้าจอเบา ๆ ภาพในนั้นก็ขยับเปลี่ยนไปตามใจนึกสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ดวงจิตโบราณไม่น้อย
แต่ก่อนที่เขาจะได้สงสัยไปมากกว่านั้นความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในร่างของกล้าก็แล่นเข้าสู่สมองภาพของหญิงวัยกลางคนที่กำลังนั่งร้องไห้รอเขากลับบ้านปรากฏขึ้น... 'แม่'
จะเด็ดสะบัดหัวไล่ความสับสนเขาหันไปจัดการเก็บกวาดรถเข็นขายของของแม่ที่พังทลายอย่างคล่องแคล่วแม้ร่างกายของเด็กหนุ่มจะยังมีรอยฟกช้ำแต่พลังจิตที่ตื่นขึ้นกลับช่วยระงับความเ็ปไว้ได้จนหมดสิ้นเขาใช้พละกำลังที่เกินตัวยกของที่หนักอึ้งขึ้นมาวางบนรถเข็นราวกับมันเบาหวิว
เขาลากรถเข็นที่ชำรุดออกไปจากตรอกมืดมุ่งหน้าสู่บ้านไม้หลังเล็กท้ายซอยที่เขาจำได้ดีในหัวพยายามประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับโลกที่เขาเพิ่งมาจุติใหม่ ทั้งตึกสูงระฟ้าแสงไฟไฟฟ้า และยานพาหนะที่วิ่งเร็วดุจอาชาฝีเท้าจัด
"หากจะปกครองแผ่นดินนี้...ข้าคงต้องเรียนรู้ตำราของยุคนี้เสียใหม่" จะเด็ดพึมพำกับตัวเองแววตาคมกล้าจ้องมองไปข้างหน้าอย่างมีจุดหมาย เขาไม่ได้เพียงแค่้าแก้แค้นแต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้าง "อาณาจักร"ของเขาขึ้นมาใหม่อีกครั้งในโลกสีเทาใบนี้