แสงจันทร์ส่องลอดผ่านปากถ้ำให้แสงสลัวในยามค่ำคืน เสียงลมที่พัดผ่านป่าเขาทำให้บรรยากาศยิ่งหนาวเย็นลง
หยางลี่เจินที่นอนอยู่บนพื้นหินเรียบในถ้ำขยับตัวเล็กน้อย ดวงหน้าของเธอแสดงออกถึงความไม่สบาย
“หนาว…” เสียงพึมพำแ่เบาดังขึ้นจากริมฝีปากของเธอ
เหวินเจาเหยียนที่นั่งพิงผนังถ้ำอยู่ใกล้ๆ หันมามองเธอ ใบหน้าของเขายังคงนิ่งเรียบ แต่สายตาของเขาแฝงไปด้วยความกังวล
เขาขยับเข้าไปใกล้ พลางวางมือบนหน้าผากของเธอเพื่อตรวจดูว่าเธอมีไข้หรือไม่ เมื่อััได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่เย็นผิดปกติ เขาจึงดึงเสื้อคลุมของตัวเองมาคลุมให้เธอแต่หยางลี่เจินยังคงพึมพำเบาๆ พร้อมขยับตัวเหมือนยังไม่รู้สึกอุ่น
เหวินเจาเหยียนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆ เธอ เขามองเธออยู่นาน ก่อนจะเอื้อมมือดึงเธอเข้ามาใกล้
“เ้าไม่รู้เลยว่าเ้าเป็ภาระขนาดไหน” เขาพึมพำเบาๆ ขณะโอบร่างของเธอไว้ในอ้อมแขน
หยางลี่เจินที่กำลังหลับสนิทขยับตัวเล็กน้อยเมื่อััถึงความอบอุ่น เธอพิงตัวเข้ากับอกของเขาโดยไม่รู้ตัว
เหวินเจาเหยียนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเธอที่แนบอยู่กับอกของเขา เขามองใบหน้าของเธอที่ดูสงบในยามหลับไหล
ดวงหน้าที่ไร้ความระแวงและความกังวลทำให้เธอดูเหมือนคนละคนกับหญิงที่เขาเคยรู้จัก
“บางทีเ้าอาจจะเปลี่ยนไปจริงๆ” เขาพึมพำกับตัวเอง
ในยามนั้น ความเย็นของลมภายนอกไม่สามารถเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาได้ อ้อมกอดที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจกลับทำให้ทั้งคู่รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ยากจะอธิบาย
แสงแรกของวันส่องเข้ามาในถ้ำ หยางลี่เจินลืมตาขึ้นช้าๆ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่โอบรอบตัว เมื่อหันไป เธอก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในอ้อมแขนของเหวินเจาเหยียน
เธอเบิกตากว้างทันที ใบหน้าแดงก่ำ “คุณ… คุณทำอะไร?”
เหวินเจาเหยียนลืมตาขึ้นอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะปล่อยมือและลุกขึ้นยืน “เ้าเป็คนพึมพำว่าหนาว ข้าก็แค่ทำให้เ้าหยุดบ่น”
“แต่ว่า…” หยางลี่เจินพยายามหาเหตุผลโต้แย้ง แต่ใบหน้าที่แดงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เธอพูดไม่ออก
“ถ้าเ้าจะขอบคุณก็พูดมา” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“แต่ถ้าไม่ เ้าก็ไม่ต้องพูดอะไรเลย”
หยางลี่เจินหลบสายตา พึมพำเบาๆ “ขอบคุณ…”
เหวินเจาเหยียนเพียงแค่พยักหน้าก่อนจะเดินออกไปจากถ้ำ
หลังจากพระอาทิตย์ขึ้น แสงอ่อนๆ ของวันใหม่ส่องเข้ามาในถ้ำ ทำให้บรรยากาศที่หนาวเย็นเมื่อคืนเริ่มอุ่นขึ้น หยางลี่เจินยังคงนั่งอยู่ในถ้ำ เธอพยายามตั้งสติหลังจากพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมแขนของเหวินเจาเหยียนเมื่อคืน
เธอมองออกไปนอกถ้ำ เห็นเหวินเจาเหยียนกำลังตรวจดูอาวุธและเส้นทางสำหรับการเดินทางต่อไป ท่าทางของเขาดูสงบนิ่งเหมือนทุกครั้ง แต่สำหรับหยางลี่เจินแล้ว เธอกลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่แตกต่าง
“เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?” เธอพึมพำเบาๆ
เมื่อคืน ความอบอุ่นจากอ้อมแขนของเขาทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย แม้ว่าเธอจะไม่อยากยอมรับความรู้สึกนี้ แต่ในใจลึกๆ เธอรู้ว่ามันไม่ใช่เื่ง่ายที่จะมองข้าม
ไม่นานนัก เหวินเจาเหยียนเดินกลับเข้ามาในถ้ำ เขามองมาทางเธอด้วยสายตาที่นิ่งเรียบ
“ตื่นแล้วหรือ?” เขาถาม
หยางลี่เจินพยักหน้าเล็กน้อย “คุณ… คุณออกไปตรวจอะไรเหรอ?”
“เส้นทาง” เขาตอบเรียบๆ “เราจะต้องออกจากที่นี่ในอีกไม่กี่ชั่วโมง”
เธอพยายามหลบสายตาเขา แต่กลับรู้สึกว่าเขากำลังจ้องมองเธออย่างพิจารณา
“เ้าดูไม่ค่อยสบายใจ” เขากล่าวขึ้น “หรือยังรู้สึกเจ็บแผลอยู่?”
“ไม่… ไม่ใช่แผล” เธอตอบพลางก้มหน้า “ฉันแค่…”
“แค่?” เขาถามต่อ น้ำเสียงนิ่งแต่แฝงความสงสัย
“แค่รู้สึกแปลกๆ” เธอพูดเบาๆ
เหวินเจาเหยียนขยับเข้ามาใกล้เธอ ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“อย่าคิดมากเื่เมื่อคืน ข้าแค่ทำเพื่อให้เ้าหยุดหนาว ข้าไม่มีความคิดอื่น”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ เธอไม่ได้คาดหวังให้เขาคิดอย่างอื่น แต่คำพูดที่ตรงไปตรงมาแบบนั้นกลับทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
“ฉัน… ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น” เธอตอบเบาๆ
เหวินเจาเหยียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากถ้ำอีกครั้ง “ดี ถ้าอย่างนั้นเตรียมตัว เราจะเดินทางต่อ”
หยางลี่เจินพยายามตั้งสติ เธอรู้ว่าเธอไม่ควรให้ความรู้สึกแปลกๆ นี้มีผลต่อการเดินทางและแผนการข้างหน้า
“เขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ” เธอพึมพำกับตัวเอง “แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนี้?”
ขณะที่เธอเก็บของเตรียมตัวเดินทางต่อ ใจของเธอยังคงเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่สามารถหาคำตอบได้
หลังจากเก็บสัมภาระเสร็จ หยางลี่เจินหันมามองเหวินเจาเหยียนที่กำลังเตรียมดาบและตรวจสอบเสื้อคลุมของเขา
“แล้วเราจะเดินทางไปยังไงล่ะ?” เธอถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย “แล้วคนอื่นๆ ล่ะ? พวกเราก็แยกกันมาั้แ่เมื่อคืน…”
เหวินเจาเหยียนหยุดมือ ก่อนจะเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาที่สงบนิ่ง “ข้าตกลงกับพวกเขาไว้แล้ว หากเกิดปัญหาแบบนี้ พวกเราจะเข้าไปเจอกันในเมืองหยางโจว”
“คุณมั่นใจเหรอว่าพวกเขาจะปลอดภัย?” เธอถามต่อ
เขายกมุมปากเล็กน้อยเป็รอยยิ้มที่เยือกเย็น
“พวกเขาไม่ใช่เด็กอมมือ คนของข้ารู้วิธีเอาตัวรอดดี”
หยางลี่เจินพยักหน้าช้าๆ แม้จะยังไม่สบายใจเต็มร้อย
แต่ความมั่นใจในน้ำเสียงของเขาทำให้เธอรู้สึกสงบลงเล็กน้อย
“แล้วเราล่ะ? เราจะเดินทางต่อยังไง?” เธอถามต่อ
“เราทั้งสองาเ็ และไม่มีพาหนะ…”
“ข้าไม่ได้คิดจะเดินเท้าตลอดทาง” เขาตอบเรียบๆ
“เราจะหาพาหนะที่หมู่บ้านใกล้ๆ นี้ และเดินทางต่อ”
“คุณดูเหมือนจะวางแผนทุกอย่างไว้หมดแล้ว” เธอกล่าว พลางยิ้มเล็กน้อย
“การวางแผนคือสิ่งที่ข้าทำมาตลอด” เขาตอบนิ่งๆ
“โดยเฉพาะเมื่อข้ามีคนที่ต้องคอยระวังไม่ให้เป็ภาระ”
คำพูดนั้นทำให้หยางลี่เจินขมวดคิ้ว
“นี่คุณกำลังหมายถึงฉันใช่ไหม?”
“แล้วเ้าคิดว่าข้าหมายถึงใครล่ะ?”
เขายิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
หยางลี่เจินถอนหายใจ ก่อนจะพูดเบาๆ
“ฉันไม่ได้อยากเป็ภาระของคุณหรอกนะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ฟื้นตัวให้เร็วที่สุด” เขาตอบทันที
“ข้าคิดว่าเ้าคงไม่อยากได้ยินคำนี้อีก”
เธอเม้มปากแน่น แต่ในใจลึกๆ เธอรู้ว่าเขาพูดถูก
หลังจากตรวจสอบทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย
เหวินเจาเหยียนพยักหน้าให้เธอ “ไปกันเถอะ ถ้าเราช้ากว่านี้ พวกโจรอาจจะตามเราทันอีก”
หยางลี่เจินพยักหน้าก่อนจะเดินตามเขาออกจากถ้ำ ความเงียบระหว่างทั้งสองยังคงมีอยู่ แต่ลึกๆ ในใจของเธอ เธอรู้ว่าความเงียบนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อาจอธิบายได้
“ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค พวกเขาจะสามารถเอาชนะทั้งอันตรายและความไม่ไว้วางใจกันได้หรือไม่?”