“ค่ะ งั้นมัทจะรีบออกมานะคะ”
มัทรีรู้ดีว่าการจะขัดคำแนะนำของเขานั้น คงไม่เข้าท่านัก อีกอย่างจะได้รอให้ฝนซาลงก่อน เพราะตอนนี้ตกหนักขึ้นกว่าเดิม แถมคำรามร้องน่ากลัว เลยรีบเดินเข้าห้อง พร้อมกระเป๋าที่จะเอาเสื้อผ้าของตัวเองใส่เข้าไปด้วย
ส่วนผู้บริหารหนุ่มนั้น เดินไปนั่งรอตรงชุดรับแขกหวาย แล้วส่งไลน์บอกคนทางบ้านว่าจะกลับช้า บอกประมวนให้ช่วยสั่งอาหารเย็น แบบเบาๆ มารอ พอเสร็จก็คว้านิตยสารตรงโต๊ะกลาง ขึ้นมาเปิดอ่าน และมั่นใจว่ายังไปไม่ถึงหน้าสองด้วยซ้ำ ก็ต้องแปลกใจกับคนเดินออกมาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าแล้ว
“เสร็จแล้วเหรอครับ”
เขาพยายามมองสำรวจคนยืนอยู่ตรงหน้า ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าแบบไม่ให้โจ่งแจ้งนัก ก็เห็นว่าอยู่ในสภาพพร้อมไปแล้ว รวมเวลาที่ใช้ไปทั้งอาบน้ำแต่งตัว กับเก็บเสื้อผ้า ไม่น่าจะเกินสิบห้านาที ซึ่งถือว่าน้อยมาก ขนาดเขาเป็ผู้ชาย อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ
“ค่ะ แต่ฝนกำลังตกหนักอยู่เลย คุณเกียร์แน่ใจนะคะ ว่าจะไม่ให้มัททำมื้อเย็นให้กินก่อนค่ะ” เพราะคิดว่ารถคงติดหนึบไม่ต่างจากขามาแน่ๆ
“อย่าเลยครับ มัทเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อีกอย่างผมเพิ่งไลน์บอกมวนให้สั่งมารอเราแล้ว งั้นไปเลยนะครับ ให้ผมช่วยถื...”
‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’
‘ตู้ม!!!’
‘พรึบ!’
“ว๊าย!!!!”
ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างะเิขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็หม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงใ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วะโเข้ามากอดเขาทันที
“ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ”
และด้วยสัญชาตญาณของผู้ถือว่าตัวแข็งแกร่งกว่า สองวงแขนของเขาก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลัง้าที่พึ่งพิง
ต่อมานั้นมีความ้าด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แแ่มากกว่าเก่า
‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’
เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็ครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกใไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้
ปลายคางมนของคนใ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็ฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็เขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา เพราะยากจะหักห้ามใจให้นิ่งเฉยเหมือนที่เคยทำมา
และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้
ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เื่รักๆ ใคร่ๆ หรือเื่ผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้
ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็ภรรยา ให้เป็แม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้
รู้แต่ว่ากำลังเป็สุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเขากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว
ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายกำยำของเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นไปด้วยความใระคนเป็สุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน
และถ้าฝัน ก็คงจะเป็ฝันอันแสนหวาน และทำให้สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้
กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้นช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้
ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ ใจนั้นก็อยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน
และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติแบบนี้กับหญิงที่คัดสรรไว้เป็ภรรยา เป็แม่ของลูกหากยังไม่แน่ใจนั้น ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง
‘เปรี้ยง!!!’
สองกายกอดเกี่ยวและกำลังอิงไออุ่นจากอีกกายกันและกันอยู่นั้น ต่างสะดุ้งน้อยๆ กับเสียงฟ้าคำรามร้อง บวกกันสายฟ้าแลบแปลบปลาบลงมา ราวกับจะส่งสัญญาณาว่า เวลาที่ใกล้ชิดกันได้จบสิ้นแล้ว
ฝ่ายชายผู้มีประสบการณ์อันช่ำชองในเื่เหล่านี้มากกว่า ดูเหมือนจะตั้งสติที่พลั้งเผลอกลับเข้าตัวได้ก่อน เลยจำใจต้องต้องสั่งให้กายร้างลากลีบบุปผาอันหอมหวานไป
ส่วนฝ่ายหญิงผู้ที่เพิ่งจะได้พานพบกับประสบการณ์ครั้งแรก นับั้แ่แตกเนื้อสาวจนย่างเข้ายี่สิบสิบหกนั้น ก็เพิ่งดึงสติสตังอันล่องลอยกลับเข้ามาอยู่กับตัวได้ เรือนกายยังคงยืนแข็งทื่อ ด้วยทำอะไรไม่ถูก หูก็อื้ออึงไม่ได้ยินเสียงใดๆ ดวงตาก็พร่าเลือนมองไม่เห็นอะไร ดีที่สองเท้ายังก้าวตามเขาไปได้ ด้วยแรงรั้งจากมือของเขา
จักรภัทรรีบคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อม ที่ตกลงไปหาพื้นตอนเ้าของกระเป๋าผวาเข้ามากอดเขา คว้ากุญแจที่วางอยู่โต๊ะหน้าบ้านมาคล้องกับประตูเสียเอง เมื่อเห็นหญิงสาวยังมีอาการงงนิดๆ แล้วจูงมือบางเดินตรงไปยังประตูรั้ว ล็อกอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็บ้านของตัวเอง
จากนั้นก็ใช้แขนแข็งแรงข้างที่ถือร่ม รั้งให้ร่างเล็กขยับเข้ามาใกล้ๆ กัน จะได้ไม่เปียกฝน เขาเปิดประตูให้อย่างสุภาพบุรุษ ก่อนจะเก็บกระเป๋าใส่ท้ายรถ แล้วอ้อมกลับไปตรงตำแหน่งคนขับ
ไม่กี่วินาที รถก็เคลื่อนออกไปจากหน้าบ้าน หลังจากเลี้ยวออกถนนใหญ่แล้ว เขาหันไปหาคนข้างๆ ก็เห็นว่านั่งนิ่งแทบไม่ไหวติงด้วยซ้ำ อยากจะเอ่ยถามออกไป แต่ก็ไม่กล้า
ลองคิดทบทวนเื่เมื่อครู่ดู ว่าจะเป็ต้นเหตุให้เธอโกรธบ้างไหม แต่คิดยังไงก็มองไม่เห็นทางด้วยซ้ำ ในเมื่อเธอเองก็เหมือนเต็มใจจะอยู่ใกล้ชิดเขา แม้เธอจะไม่ได้ตอบสนองเหมือนหญิงหลายคน
แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนหรือห้ามปรามใดๆ เขาเลยเดาเอาว่า เธออาจจะอายมากกว่า เลยยิ้มน้อยๆ ด้วยความเป็สุขใจ ไม่รู้ว่าการจราจรเบาบางลง หรือเพราะยังตื่นเต้นกับห้วงเวลาอันแสนหวาน เข้ามามีบทบาทในหัวใจกันแน่ ทำให้รู้สึกว่า ถึงที่หมายเร็วกว่าขามา
ประมวนสั่งอาหารมารอในห้องตามคำบอกแล้ว จากนั้นก็ออกจากห้องลงไปรอเขาในรถตามระเบียบ ส่วนเขาก็นั่งกินและคุยกับยายตามปกติ จะมีผิดปกติ ก็ตรงที่หลานสาวยายไม่ค่อยคุยอะไรเลย ถ้ายายไม่เอ่ยถามก็จะเงียบ พออิ่มแล้วเขาเลยรีบลาทั้งสองคนกลับ กลัวจะรบกวนเวลาพักผ่อน
“มัทไปส่งคุณเกียร์ที่รถแทนยายด้วยนะ”
ยายบุญมีเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่ากลับทำให้คนถูกสั่งว้าวุ่นใจไม่น้อย ด้วยไม่คิดว่าตัวเองจะกล้ามองหน้าเขาได้ในตอนนี้
“ไม่เป็ไรครับคุณยาย ส่งกันไปส่งกันมา เลยจะไม่ได้พักผ่อนกันพอดี ส่งแค่ในห้องนี้ก็พอครับ งั้นผมลานะครับ”
ชายหนุ่มผู้พอจะอ่านใจอีกฝ่ายออกรีบห้ามไว้ แล้วรีบยกมือไหว้ยาย แล้วหันมายกมือรับไหว้หลานสาวยาย ที่ยืนส่งตรงหน้าประตูห้องตามคำบอก เขายิ้มให้น้อยๆ แล้วรีบผละจากไป และไม่ได้หันหลังกลับมามองอีกคนเลย
“ถ้าเหนื่อยก็นอนเลยนะมัท ยายก็จะนอนแล้ว ไม่รู้ทำไมง่วงจัง” คนเป็ยายรับผ้าห่มที่หลานดึงขึ้นไปคลุมให้จนถึงคอ ปากก็สั่งไป
“จ้ะ”
ส่วนหลานก็รับคำอย่างว่าง่าย เพราะใจให้ว้าวุ่นจนไม่อยากพบเ้าหน้าใครด้วยซ้ำ ไม่นานห้องก็มืดสลัวเรียบร้อยแล้ว แต่ดวงตาคู่สวยยังคงสุกสดใส ไร้วี่แววว่าจะปิดลงได้ง่ายๆ เลยสักนิด
ด้วยในห้วงความคิดนั้น มีเขาเข้ามาโลดแล่นอยู่ทุกพื้นที่ มีรสััจากริมฝีปากของเขา อ้อมกอดของเขา แผงอกอุ่นๆ ของเขาเข้ามาก่อกวนหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรัก จนไม่อาจจะข่มตาให้หลับลงได้
ใบหน้าสวยใสนั้นยิ้มบางๆ คนเดียวในความสลัว เมื่อรู้สึกเป็สุขใจอย่างล้นเหลือที่ได้เขามาเป็คนมอบจุมพิตแรกในชีวิตและอย่างไม่คาดคิดด้วยซ้ำ และไม่เคยรู้มาก่อนว่าอานุภาพของมันจะทำให้สุขได้ขนาดนี้ จนไม่แน่ใจว่าค่ำคืนนี้จะหลับตาลงได้ตอนไหนกัน
+++++
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น







































