เที่ยงวันเมื่อได้คนงานตามที่้าหลี่จงจึงขอตัวกลับ ทว่าสืออิงสงสัยว่านาง้าคนงานชายไปทำอะไรจึงได้ตามไปดูด้วย ขากลับหลี่จงก็ควบม้านำทางรถม้าของสือไท่และรถเกวียนของคนงานจนมาถึงที่บ้านที่มีคนกินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย ลูกค้าพากันให้ความสนใจว่าบ้านหลี่จะทำอันใดกันแต่ก็ต้องยอมรับว่ารสชาติของอาหารมันเชิญชวนให้น่าสนใจมากกว่าจึงพากันรีบเร่งกินให้ทันเวลา
"แม่ใหญ่"
หลี่หลิวกำลังจะเรียกหาเ้าเล็กเห็นแม่ของสือไท่มาด้วยจึงเอ่ยทักทายท่านก่อน
"ข้าแค่แวะมาเที่ยวเล่น ไม่ได้มาหาเ้าสองอาทิตย์แล้วด้วย ว่าแต่เ้าจะทำอันใดหรือให้แม่ช่วยอะไรไหม"
สืออิงเดินอุ้ยอ้ายมาหาหลี่หลิวและสวมกอดนางก่อนจะถามไถ่ว่านาง้าทำอันใด
"ข้าอยากทำลานปูนแล้วมุงหลังคาจากนั้นก็ทำบ่อปูนไว้ใส่กุ้งและปูเ้าค่ะ"
สือไท่ยิ้มน้อยๆให้นางแล้วหันไปคุยกับกับหลี่เฉิน เพราะเขาเอาแต่ชวนพี่สือไท่ไปห้องใต้ถุนเพื่อหาของกิน
"ท่านไปหาอะไรกินก่อนเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าสั่งคนงานเอง ท่านแม่ก็ไปด้วยเถอะเ้าค่ะ"
หลี่หลิวเห็นพวกเขามาด้วยกันคงยังไม่ได้กินอะไรมาอย่างแน่นอน จึงบอกให้พวกเขาไปหาอะไรกินก่อนค่อยออกมาดู
"พวกท่านทำงานก่อสร้างได้หรือไม่"
นั่นคือคำแรกที่หลี่หลิวเอ่ยถามชายหนุ่มร่างบึกบึน
"ได้ขอรับคุณหนู แต่หากท่านอยากได้ช่างฝีมือพวกข้าเกรงว่าคงทำได้ยาก"
"ไม่จำเป็พวกท่านทำได้ก็เพียงพอแล้ว"
หลี่หลิวพูดตัดบทไป
นางบอกรายละเอียดคร่าวๆให้พวกเขาฟังและให้สองในสิบคนไปสั่งอุปกรณ์มาเพื่อก่อสร้าง
คนที่เหลือเมื่อนางรู้ว่าพวกเขากินข้าวปลาก่อนที่จะมาแล้ว จึงให้พวกเขาถางหญ้าหลังบ้านมากกว่าหนึ่งงาน แล้วปรับพื้นให้เท่ากันก่อนจะขุดหลุมแนวยาวห้าหลุม แนวกว้างห่างจากกำแพงห้าเมตรสามหลุม ซึ่งแต่งล่ะหลุมห่างกันแปดเมตร เมื่อขุดเสร็จก็ได้หลุมทั้งหมดสิบห้าหลุม หลี่หลิวได้คิดไว้แล้วว่าจะทำบ่อไว้ใส่กุ้งและปูสามบ่อใหญ่ ส่วนพื้นที่ที่มันเหลือนางก็จะเอาไว้มานั่งเล่นผ่อนคลายใน่ที่ลูกค้ามามากเกินไปนางจะได้มีที่ให้อยู่อย่างสบาย
"ให้พวกเราทำเช่นไรต่อขอรับ"
คนงานชายทำงานเสร็จแล้วจึงได้ถามแม่นางน้อย ว่าขุดหลุมเสร็จแล้วจะให้ทำอันต่อ นี่พวกเขาไม่คิดจะพักกันบ้างหรือไงหลี่หลิวหมดคำจะพูดจึงบอกให้พวกเขาพักก่อนครู่หนึ่ง ไม่นานขบวนขนส่งสินค้าก็มาส่งตามที่นางบอกไป
"เอาวางตรงนี้เลยรึขอรับ"
ร้านอุปกรณ์ก่อสร้างถามนางอย่างสงใส ว่านางคิดจะทำอันใดถึงได้สั่งของมาครึ่งๆกลางๆเช่นนี้ หากจำทำบ้านสักหลังก็ควรสั่งประตูหรือหน้าต่างมาบ้าง แต่นี่นางเล่นสั่งแต่ไม้เนื้อแข็งและอิฐปูนมาเพียงเท่านั้น ส่วนหลังคาก็ดีหน่อยที่แม่นางน้อยสั่งกระเบื้องอย่างดีมา
"ใช่เ้าค่ะ วางตรงนี้เลย"
หลี่หลิวชี้ไปดานหลังสุดของหลุมด้านในที่ถูกขุดไว้ หากจากมาผสมปูนด้านหน้านางก็ี้เีหาคนมาตามเก็บกวาดทีหลัง นางจึงให้พวกเขาขนย้ายไปวางด้านหลังทีเดียวเลย
"ได้ยินแล้วใช่ไหม ยกมาตรงนี้เลย ค่อยๆยกมาล่ะระวังกระเบื้องแตกด้วยนะ"
คนงานของร้านส่งของพากันทยอยยกของลงรถด้วยความเชี่ยวชาญ พอขนลงจนหมดและได้ค่าอุปกรณ์แล้วจึงขอลากลับไปแถมยังทิ้งคำพูดไว้ว่าหากข้าวของอันใดไม่เพียงพอสามารถไปเลือกซื้อที่ร้านของพวกเขาได้ทุกเมื่อ หลี่หลิวยิ้มและตกปากรับคำไป พอพวกเขากลับไปคนงานก็เริ่มลงมือทำเสาปูนที่มีความสูงขนาดสามเมตรห้าสิบตามที่นาง้า หลี่หลิวปล่อยให้สือไท่คอยคุมงานให้เพราะเขาบอกว่างานพวกนี้ควรเป็ผู้ชายที่ควรทำ และอีกอย่างเขาอยากให้นางได้พักบ้าง สืออิงเห็นแววตาของบุตรชายมีประกายแห่งความสุขจึงปล่อยให้เขาได้อยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อยส่วนนางกินอาหารเสร็จจึงขอตัวกลับไปที่ร้านสมุนไพร
่บ่ายหลังจากปิดร้านและคนงานกำลังเก็บกวาดจวนจะเสร็จ หลี่หลิวก็เดินมาดูพวกตระกร้ากุ้งปูที่ถูวางจนเต็มบริเวณข้างสวนผัก หลี่หลิวตักน้ำจากบ่อน้ำและเอาไปตักลาดหลี่หงกับหลี่จงเห็นเข้าก็ไปช่วยนางทำ ตระกร้ากุ้งปูนับห้าสิบตระกร้าถูกวางเรียงเป็แถวไว้อย่างดีจึงทำให้การลาดน้ำเป็ไปได้ด้วยดี
"เ้าจะเอากุ้งปูมาทำอันใดหรือ"
หลี่จงถามขึ้นเมื่อเห็นท่านพ่อเดินไปรดน้ำผักแล้ว
"ข้าจะทำปูผัดใบกระหรี่และปูนึง ส่วนกุ้งข้าจะนำมาผัดซอส"
"พูดไปท่านก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ท่านช่วยไปตามพ่อครัวกับคนงานของเรามาให้ข้าทีนะเ้าคะ"
ในเมื่อสือไท่ก็กลับไปแล้วนางจึงไม่มีคนมาคอยกวนใจตอนนี้นางจึงมีเวลาจัดการกับข้าวของที่รับซื้อมา
นางพูดจบก็หันไปสนใจพวกกุ้งปู หลี่จงจึงเดินเข้าบ้านไปแล้วตามคนงานและพ่อครัวออกมาที่สวนหลังบ้าน พอเดินมาถึงสวนก็มีตระกร้าวางอยู่มากมายทางหน้าด้าน ส่วนด้านซ้ายมือก็มีพวกอุปกรณ์ช่างวางเก็บไว้อย่างเป็ระเบียบ พวกคนงานก็มองหน้ากันอย่างเข้าใจแล้วว่านางต้องวานจ้างพวกเขาให้ช่วยจัดการกุ้งปูพวกนี้อย่างแน่นอน ส่วนคนครัวที่แม่ใหญ่ส่งมาก็อยู่ต่อแถวเรียงหน้ากระดานอย่างอยากรู้อยากเห็น
"เอาล่ะกติกาเช่นเดิมใครอยากทำต่อได้เพิ่ม50อีแปะ ส่วนพ่อครัวทั้งห้าข้าก็ไม่ใช่นายจ้างของพวกท่านแต่พวกท่านสามารถตัดสินใจได้เองว่าจะอยู่ต่อหรือกลับไป"
"แม่นางน้อย้าจะสื่ออะไรหรือ"
หัวหน้าพ่อครัวที่เป็ตัวแทนหมู่บ้านเอ่ยปากถามแม่นางอย่างงุนงง
"ข้าจะบอกว่าต่อไปจะเป็ขั้นตอนการทำความสะอาดกุ้ง ปู เพื่อที่จะเริ่มทำเมนูใหม่ในวันพรุ่งนี้"
"เมนูใหม่"
เสียงฮือฮาในกลุ่มพ่อครัวดังออกมาอย่างน่าสนใจ พวกเขาชอบการรังสรรค์เมนูใหม่ๆอยู่แล้วดังนั้นจึงเข้าทางพวกเขาอย่างเหมาะเจาะ
"พวกข้าอยู่ต่อ"
ห้าเสียงสอดผสานกันดังกึงก้อง
หลี่หลิวจึงเริ่มสั่งงานให้พวกเขาเริ่มจากการล้างกุ้ง โดยแบ่งขั้นตอนการทำออกเป็ส่วนๆ ส่วนที่หนึ่งล้างกุ้งห้าคน ส่วนที่สองตัดหัวกุ้งและดึงหางและขาพวกมันออก เมื่อนางทำให้ดูพร้อมอธิบายขั้นตอนจนเสร็จพวกเขาจึงแบ่งหน้าที่กันทำ งานล้างกุ้งเป็ของคนงานของหลี่หลิวที่เป็สตรีทั้งหกคน ส่วนขั้นตอนต่อไปเป็ของพ่อครัวที่ปราณีตขึ้นมาหน่อย ส่วนป๋ายรุ่ยฉีรับหน้าที่ล้างทำความสะอาดขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะเอาใส่ถังไม้แล้วยกไปเก็บหลังห้องครัวที่อยู่นอกตัวบ้าน เพราะกลัวว่ากลิ่นคาวมันจะรุนแรงจนเกินไป หลี่หลิวบอกว่าทำได้เท่าไหร่ก็เท่านั้นเวลาเลิกงานคือหนึ่งทุ่มหรือยามซวีนั่นเอง
เมื่อเห็นทุกคนเริ่มงาน ป๋ายรุ่ยฉีที่ต้องทำงานอันสุดท้ายจึงเข้าช่วยล้างกุ้งก่อนเพื่อที่จะไม่ต้องนั่งรอคอยงานที่กว่าจะมาถึงเขา เมื่อล้างกุ้งที่เปื้อนดินสองครั้งจนเสร็จก็จะถูกโยนใส่ชามไม้ใบใหญ่เพื่อที่จะให้พ่อครัวเริ่มงานต่อไป พอกุ้งถูกล้างอย่างสะอาดตัดหนวดหน้าและหางขาจนเสร็จไม่น่าเชื่อว่ามันดูดีและน่าอร่อยขึ้นมา พ่อครัวมองหลี่หลิวที่ยกเก้าอี้มานั่งเฝ้าพวกเขาด้วยความชื่นชม
กุ้งที่ตัดหัวดึงหางพร้อมเส้นข้างหลังมันออกถูกล้างด้วยน้ำสะอาดสองรอบก่อนจะวางตั้งไว้ให้สะเด็ดน้ำก่อนที่จะที่จะยกตระกร้ากุ้งไปวางหลังครัว เมื่อถึงเวลาเลิกงานคนงานทำได้ทั้งหมดสี่ตระกร้าเพียงเท่านั้นแต่หลี่หลิวก็ไม่ได้ว่ากล่าวอันใด เพราะนางเห็นแล้วว่าทุกคนตั้งใจทำกันขนาดไหน
"กินเยอะๆนะ คงเหนื่อยกันมากเลยสิท่า"
หวังลู่ทำอาหารมาเตรียมไว้ให้คนงานเสมือนคนในครอบครัว แล้วส่งยิ้มให้พวกเขา ั้แ่หลี่หลิววางระบบงานใหม่เรียกได้ว่านางหวังได้ทำแต่งานหั่นผักในครัวจนนางแทบจะกลายเป็คนว่างงานไปเสียแล้ว นางจึงไปทำอะไรมาให้พวกเขาได้กินบ้างถือเป็การทำงานอย่างหนึ่งสำหรับนาง
"ขอบคุณขอรับ"
พ่อครัวและคนงานที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากครอบครัวหลี่กล่าวขอบคุณนางด้วยความเคารพ ไม่คิดเลยว่าชาวบ้านธรรมดาจะสามารถสอนสั่งให้ลูกๆมีความคิดที่สร้างสรรค์มากเช่นนี้ แม้แต่ของที่ว่าไร้ค่า ไร้ราคานางก็ยังสามารถเอามาทำให้มันดูน่าทานได้ถึงเพียงนี้ ข้าอยากรู้จริงๆว่ากุ้งปูพวกนี้พอทำเสร็จออกมาแล้วจะมีรสชาติเช่นไร พ่อครัวยิ้มอย่างมีความหวังเพราะอาหารที่นี่ก็ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งนั้น หากนางจะเปิดโลกทั้งใบด้วยอาหารคงไม่มีผู้ใดมาต้านทานแม่นางน้อยได้อย่างแน่นอน
"เดินทางปลอดภัยนะ"
หลี่หลิวยืนส่งพวกคนงานที่ต้องกลับบ้านมืดค่ำบางครอบครัวเห็นพวกนางยังไม่กลับก็มาอยู่รอรับกันถึงหน้าบ้านทำให้หลี่หลิวรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก นี่สิถึงจะเป็ยุคแห่งความสุขถึงจะไม่มีไฟฟ้าหรือรถลาที่ล้ำสมัยแต่มันก็ทำให้นางได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆเพิ่มพูนอีกมากมาย เสียก็แต่ครอบครัวข้าที่ดูเหมือนว่ามีปัญหาที่ยังแก้ไม่หายอยู่เล็กน้อย
เช้าวันต่อมาเหล่าพ่อครัวพากันมาก่อนเก้าโมงเช้าเพื่อมาเรียนรู้เมนูใหม่และได้ลิ้มลองรสชาติของพวกมันอย่างพึงพอใจ
"ไม่น่าเชื่อว่ามันจะอร่อยและดูน่ากินได้มากขนาดนี้"
หัวหน้าพ่อครัวพูดออกมาจากความรู้สึกของเขา
แม่นางน้อยผู้นี้เหมาะสมแล้วที่จะเป็ผู้นำทางให้กับข้า ข้าคิดถูกแล้วที่รีบมาคอยช่วยเหลือนางตามคำสั่งของนายท่าน ไม่เช่นนั้นข้าคงจะพลาดโอกาสงามๆไปอย่างแน่นอน
เมื่อหลี่หลิวจัดการเื่ในครัวเสร็จก็ออกไปดูคนงานที่มาดูเสาปูนที่เทปูนใส่ไม้แบบไว้ พวกเขาพากันงวยงงเพราะเสาปูนนี้ที่ใส่เหล็กยึดลงไปอย่างแ่า มันกลับเซตตัวแห้งสนิทได้โดยใช้เวลาไม่ถึงวันเสียด้วยซ้ำ
"แม่นางน้อยพวกข้าเอาเสาปูนที่ทำเสร็จออกมาแล้วขอรับ"
"งั้นพวกท่านก็ยกเสาขึ้นตั้งทำตามปกติได้เลย"
เมื่อได้ฟังคำของหลี่หลิวพวกเขาก็ลงมือทำงานต่อ พวกเขานำเสาที่สมบูรณ์ลงเทปูนลาดตามแนวให้มั่นคงพอยึดเสาปูนเสร็จก็ทำคานวางกระเบื้อง สุดท้ายค่อยเทพื้นปูนแล้วก่ออิฐสูงประมาณเอว ปูนที่ทำมันแห้งได้เร็วมากการทำงานจึงราบรื่นจนไม่น่าเชื่อ หลี่หลิวมองไปยังบ่อขนาดใหญ่ทั้งสามบ่ออย่างพอใจก่อนจะให้คนงานไปซื้อกระเบื้องมาปูที่พื้นในพื้นที่ที่เหลืออีกสิบหกเมตรและยาวยี่สิบกว่าเมตรเป็อันเสร็จสิ้นในเวลา่เย็น นางจ่ายค่าแรงจนเสร็จและมองผลงานอย่างพอใจ เมื่อคนงานกลับไปนางจึงใช้เวลาในการเดินสำรวจงาน
"ใช้ได้เลยนิ"
หลี่หลิวเดินตรวจงานอย่างพอใจ ทีนี้ก็แก้ปัญหาที่เก็บกุ้งและปูได้แล้ว ส่วนอีกบ่อก็เอาไว้ใส่พวกของทะเลจะว่าไปทุกอย่างก็ลงตัวกันหมดแล้วสัปดาห์หน้าก็ได้เวลาจ่ายค่าแรงรายเดือนแล้ว นางมองไปยังเหล่าคนงานและพ่อครัวที่ทำงานล้างพวกกุ้งปูอย่างแข็งขัน พวกเขาดูเหมือนว่าจะเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นและทำงานเข้าขากันได้อย่างดี เกินบ่ายเวลาเลิกงานก็ยังคงมีครอบครัวของคนงานมารอรับหลี่หลิวเลยให้พวกเขามาช่วยล้างกุ้งปู ส่วนคนงานที่รู้งานก็ไปช่วยพ่อครัวทำกุ้งรอ หลี่หลิวยิ้มอย่างพอใจในผลงานครั้งนี้เอาอย่างมาก
สองวันถัดมานางให้เก็บพวกกุ้งปูที่ชาวบ้านเอามาขายใส่ในบ่อจึงไม่มีพวกตระกร้าที่วางขวางหูขวางตาอีกต่อไป ทั้งเมนูกุ้งปูนางก็สอนไปจนหมดแล้วจึงได้เวลาอันควรที่จะไปกอบโกยผลประโยชน์ที่ทะเลอีกครั้ง
"ข้าต้องวานท่านให้ช่วยอยู่ดูแลร้านด้วยนะเ้าคะ ถึงข้าจะอยากพาท่านไปด้วยแต่ข้ามีธุระต้องพาพี่ชายไปด้วยจริงๆ"
หลี่หลิวที่เคยรับปากว่าครั้งหน้าต้องพาป๋ายรุ่ยฉีและครอบครัวไปด้วยกล่าวขอโทษซึ่งเป็คำที่ทำให้เขาฝืนยิ้มออกมา
"ข้าเข้าใจ พวกเ้าไปเถอะข้าจะดูแลร้านอาหารนี้ให้เ้าเอง"
ป๋ายรุ่ยฉีรู้แล้วว่าเขาไม่สามารถที่จะยืนเคียงข้างนางได้อีกต่อไป จึงมุ่งเน้นในการทำงานให้เต็มที่เพื่อให้ท่านพ่อท่านแม่กินดีมีสุข
"งั้นข้าต้องรบกวนท่านด้วยนะเ้าคะ"
ป๋ายรุ่ยฉียิ้มบางแล้วมุ่งหน้าเดินกลับบ้านไป
"พี่รองพรุ่งนี้เราจะไปทะเลกับพี่ใหญ่และพี่สือไท่ใช่ไหมขอรับ"
น้องเล็กที่ได้ยินข่าวมาแต่่บ่ายว่าพี่สาวจะพาตนไปทะเล เขารีบคาบข่าวไปบอกพี่สือไท่และสือไท่ก็รีบร้อนจัดหารถลากไปอีกสามคันรถเพื่อที่จะช่วยนางขนของกลับมา ทั้งยังเตรียมรถม้าสำหรับการเดินทางทางมาอย่างดิบดี ตามที่หลี่เฉินได้บอกกล่าวเขาจึงใช้รถม้าที่แข็งแรงทนทานแต่ไม่หวือหวา ส่วนเสื้อผ้าเขาได้เตรียมแบบกระชับกระเฉงไปด้วยห้าหกชุด
เว่ยหนิงกับจางปิงก็ไม่ต่างกันนักพอรู้ว่าตนจะไปทะเลก็รีบเตรียมตัวกันด้วยความตื่นเต้น
"พี่จางท่านว่าชุดนี้เหมาะกับข้าหรือไม่"
เว่ยหนิงวางชุดที่เขาเลือกให้จางปิงดูอย่างกระตือรือร้น ชุดที่เขาเลือกมานั้นเป็โทนสีฟ้าสว่างทะว่าเรียบง่ายเขามองมันอย่างพอใจ
"เราไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ดูจากนายน้อยของเราที่เตรียมรถลากไปอีกสามคันรถเ้าก็น่าจะรู้แล้วว่าเราต้องเหนื่อยอย่างแน่นอน"
จางปิงยิ้มอ่อนให้น้องชายร่วมห้อง อันที่จริงข้าก็อยากไปเที่ยวเล่นเช่นกันแต่ใดๆคือภาระหน้าที่ต้องมาก่อน
"ข้ารู้ๆ แต่เราเตรียมไปด้วยสักสี่ห้าชุดก็ไม่เสียหายนิขอรับ"
"ก็จริงอย่างเ้าว่า แต่ต้องเป็ชุดที่ใช้งานได้สะดวกที่สำคัญคืออย่าสะดุดตา"
"ขอรับๆท่านจะบ่นไปทำไมกันนายน้อยเราไม่เห็นขี้บ่นเช่นท่านเลย"
เว่ยหนิงรีบเก็บข้าวของพร้อมบ่นให้พี่ชาย
"เ้าก็จะไปด้วยรึ"
สือหานมองภรรยาตนที่เก็บเสื้อผ้าใส่ห่อผ้า ซึ่งแต่ล่ะชุดดูแล้วเหมือนชุดที่พร้อมทำงาน
"ข้าจะให้ว่าที่สะใภ้ของข้าที่เป็หญิงสาวไปเพียงลำพังได้เช่นไร"
"นางยังไม่แต่งเข้าบ้านเราเสียด้วยซ้ำ"
"ท่านนี่ยังไงกัน ข้าจะไปท่านจะห้ามข้ารึ"
"ไม่เลยๆ ข้าไม่ห้ามเมียรักของข้าหรอกในเมื่อเ้าเก็บเสื้อผ้าเ้าแล้วก็เก็บเสื้อผ้าข้าไปด้วยเถอะ ข้าไม่วางใจที่จะให้เ้าไปไกลจากข้าถึงเพียงนั้น"
สืออิงยิ้มหวานก่อนจะเดินไปเก็บเสื้อผ้าให้สามีอย่างเอียงอาย
เช้าวันรุ่งขึ้น ขบวนรถม้ามาถึงบ้านหลี่หลิว่ฟ้าสาง เพราะสือไท่เร่งเร้าจึงทำให้ทุกคนรีบออกเดินทางมา สืออิงหาวแล้วหาวอีกเพราะเมื่อคืนนางกับสามีมอบไออุ่นให้กันมากเกินไปนางจึงดูอ่อนเพลีย
เว่ยหนิงเดินไปเปิดประตูอย่างคุ้นชินและเดินมาวางบันไดให้นายน้อยและนายท่านเพื่อที่จะเดินลงบันไดได้อย่างสะดวก เมื่อเปิดม่านออกมากลิ่นหอมฉุนโปรยมาจนพวกเขาพากันยิ้มอ่อน บ้านหลังนี้ยังคงมีกลิ่นไอแห่งความหอมชวนหลงอยู่เสมอ
"สงสัยนางคงทำอาหารไว้ทานมื้อเช้าอยู่ขอรับนายน้อย"
เว่ยหนิงที่คุ้นชินกับบรรยากาศยามเช้าของบ้านหลี่เอ่ยปากบอกนายน้อยของเขา
"เข้าไปกันเถอะ"
สือหานเห็นบุตรชายเดินนำเข้าไปแล้วจึงพยุงมือภรรยาที่ดูเหนื่อยล้าเข้าไปด้านใน
"พี่สือไท่ล่ะ พี่สือไท่มาแล้วขอรับพี่รอง"
หลี่เฉินที่ตื่นเต้นจึงตื่นนอนแต่เช้าและนั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน พอเห็นสือไท่เดินเข้ามาเขาะโเรียกพี่สือไท่ด้วยความยินดี ก่อนจะหันไปส่งเสียงบอกพี่สาวที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว หลี่จงแบะหน้ามองบนเพราะเขายังคงไม่ชอบชายที่อยากจะกินหญ้าอ่อนอย่างน้อยสาวของเขา
"มาแล้วรึ"
หวังลู่ที่เตรียมข้าวของให้ลูกสาวในห้องครัวเสร็จจึงเดินออกไปต้อนรับ และเชิญพวกเขาเข้ามานั่งโต๊ะไม้ในห้องใต้ถุนบ้านรอก่อน
หลี่หลิวทำอาหารเสร็จก็ทยอยยกอาหารออกมาวางที่โต๊ะไม้พอทานมื้อเช้าเสร็จ หลี่หลิวจึงเรียกเสี่ยวเฮยและเสี่ยวหวงให้พวกมันลากรถลากออกมา
"หลี่หลิวเ้าไม่มานั่งรถม้าบ้านเราหรือ เหตุใดต้องเอารถม้าของพวกเ้าไปด้วย ถึงจะมีหลังแต่มัน..."
"แม่ใหญ่ ม้าของพวกข้าหากไม่ใช้งานเลยมันจะี้เีเอาได้เ้าค่ะ อีกอย่างข้าเตรียมข้าวของไปด้วยมากดังนั้นข้าจึงต้องทำเช่นนี้"
"แต่ว่า"
"ท่านแม่เดี๋ยวข้าไปนั่งกับหลี่หลิว ท่านแม่จะได้พักเสียหน่อย ข้าเห็นท่านยังง่วงอยู่ท่านก็พักผ่อนเถอะนะขอรับ"
สือไท่รีบถูกตัดบทสนทนาเพราะรู้ว่าคนรักตัวน้อยของเขาไม่ชอบการถูกควบคุมนัก หากนางได้เตรียมการไว้แล้วนางจะไม่เปลี่ยนใจอย่างแน่นอนเขาจึงพาหลี่เฉินขึ้นรถม้าไป
"เอาตามนั้นเถอะ เ้าจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่"
สือหานมีดวงตาเปล่งประกายมองภรรยาที่เขินอายก่อนจะพยุงนางขึ้นรถม้าไป
"เดินทางดีดีนะ"
หลี่หงคอยบอกหลี่จงให้คอยดูแลน้องๆ และฝากฝังบ้านสือให้ช่วยดูแลอีกที สือไท่จึงบอกรับปากรับคำว่าจะดูแลพวกเขาอย่างดีใครจะยอมให้แม่นางน้อยเป็อันใดไปได้กันเล่า ขบวนรถม้าเดินทางออกนอกเมืองอย่างช้าๆก่อนจะมุ่งหน้าเร่งความเร็วออกไปด้วยการนำทางด้วยรถม้าของหลี่หลิวโดยมีเว่ยหนิงเป็ผู้ถือบังเหยียนในการเดินทางในครั้งนี้