ทั้งกลุ่มได้เดินลึกเข้าไปในป่า เดินทางมาอีกสักระยะหนึ่งก็เจอกับทางแยกอีกสองทาง ลักษณะเหมือนครั้งแรกด้านหนึ่งมีซากสัตว์รอยเท้าสัตว์ป่าขวางทางเต็มไปหมด ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง กลับโล่งไปหมด
มากัส เสนอว่า เราไม่ควรเดินตามรอยสัตว์ป่า คีแวนที่ ครุ่นคิดอยู่สักพักก็นำทีมหน้าเดินต่อ หลังจากนั้นไม่นานตลอดทางเดิน ทั้งกลุ่ม เริ่มเห็นหินเท็นซี่กระจัดกระจายตามข้างทาง
“ฮ่าๆ โชคดีจริงๆ พวกเราเจอหินสีอีกแล้วคราวนี้แหละเราจะโชคดีกันใหญ่แล้ว เสียวหมานกล่าวอย่างดีใจ “หัวหน้าหินพวกนี้ขนาดเล็กเกินไปเราควรเก็บหินพวกนี้ดีหรือไม่? “อย่าเพิ่งรีบร้อน ยังมีเวลาก่อนมืด ลองเดินสำรวจไปลึกอีกสักหน่อย
ทั้งกลุ่มเดินลึกผ่านป่าใหญ่ มาสักระยะก็ปรากฏถ้ำใตู้เาแห่งหนึ่ง
ทั้งกลุ่มหยุดขบวนอยู่ที่หน้าปากถ้ำรอคำสั่งของ คีแวนแต่ไม่ทันที่หัวหน้ากลุ่มจะเอ่ย “ซูิ ที่ท่าทีร้อนรนเอ่ยขึ้นก่อน “หัวหน้าเราไม่ควรจะเดินเข้าไปข้าเกรงว่าอาจมีอันตราย “แต่เราอาจจะได้โชคชั้นใหญ่ภายในนั้นนะ!มากัสพูดขัดซูิทันที คีแวนมีสีหน้ากังวลครุ่นคิดบางอย่าง “ฉันคิดว่ามันแปลกๆ ตลอดทางที่เรามาเหมือนมีคนนำให้เรามาทิศทางนี้
คีแวน หันมองบริเวณรอบๆ “เอาอย่างนี้ มากัสกับข้าจะเข้าไปสำรวจในถ้ำเอง “ซูิ เสี่ยวหมาน เสี่ยวซูพวกเ้าคอยเฝ้าระวังสัมภาระอยู่ด้านนอก
ทันที ที่ได้ยินคำสั่งเสี่ยวหมาน เสี่ยวซู ชักดาบจากหลังกระเป๋า ยืนล้อมรถเลื่อนไว้ทันที
“หวังว่าพวกท่านจะเจอสมบัตินะ และที่สำคัญพวกท่านจะไม่ยักยอกเก็บไว้เองใช่หรือไม่?
เ้าซูินี่เ้า! กล้าพูดจาแบบนี้กับหัวหน้ารึ หนอย!
คีแวนขว้าแขนของมากัสไว้
“เหมือนเดิมตามที่ตกลงแบ่งตามสัดส่วน แต่ถ้าเกิดเ้ากลัวพวกข้าเก็บสมบัติไว้เองเ้าสามารถตามพวกข้าเข้าไปข้างในได้
“เชอะ! ซูิเดินขยับมายืนล้อมรถเลื่อนไว้ คีแวนหันหน้าไปมองทั้งกลุ่มสักพักแล้วพยักหน้าให้มากัส ก่อนจุดคบเพลิงเดินเข้าไปในถ้ำ
ภายในถ้ำเป็เหมือนห้องโถงขนาดใหญ่มีหินงอกธรรมชาติเรียงรายอยู่เต็มพื้นที่ มองแล้วทั้งสับสน วกวนไปหมด มีแสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาในถ้ำเล็กน้อยมองไปส่วนลึกๆ เห็นทางแยกอยู่ภายในถ้ำ
“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเหมือนมีบางอย่างจัดแจง ให้เหมือนจะเป็ธรรมชาตินะ
” หัวหน้าอาจจะคิดมากเกินไปก็ได้ จากที่ข้าดู ถ้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยหินเท็นซี่ขนาดใหญ่อยู่หลายชิ้น แต่ละชิ้นล้วนสีเข้มกว่าปกติ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะหัวหน้า หวังว่าพวกเราจะเจอก้อนสีอื่นๆ บ้าง “แล้วเอายังไงดีครับ?
“มากัส นายไปทางแยกซ้าย เดี๋ยวฉันไปทางขวาเราเก็บเฉพาะหินสีที่มีความใหญ่มากกว่า 1 กำปั้นขึ้นไปเอาเท่าที่ได้ แล้วกลับมาเจอตรงนี้ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงนับจากนี้ถ้าเกิดเหตุอันตรายให้คำนึงถึงชีวิตตนเองก่อนให้รีบหนีเอาตัวรอด
“ตกลงครับหัวหน้า!
ภายนอกถ้ำกลุ่มของซูิเริ่ม ก่อกองไฟกันสัตว์ร้ายขนาดใหญ่เข้ามาในบริเวณ ซูิ ที่ยังอารมณ์เสียอยู่ ก็เดินรอบๆ กองไฟ “ถ้าคราวนี้ ไม่ได้ค่าตอบแทนอย่างที่ว่าไว้ฉันไม่ยอมแน่
ในขณะนั้น จู่ๆ มีเสียงจากพุ่มไม้ด้านข้าง “ฟึบ! ๆ เป็เสียงลักษณะของสัตว์ป่าบางชนิด เดินส่ายไปมาอยู่
“พวกนาย 2คนอยู่ตรงนี้เดี๋ยวข้าไปจัดการเอง กำลังอยากระบายอารมณ์อยู่พอดี ซูิเดินไปทางหลังพุ่มไม้ เห็นหมูป่าดำตัวเล็กอยู่ไกลๆ แต่ลักษณะเหมือนดิ้นรนออกไปไหนไม่ได้เหมือนติดอยู่กับอะไรสักอย่าง ซูิไม่เข้าไปใกล้มาก
ย่อตัวลงพยายามหาจุดซุ้มยิงทันที เมื่อเจอตำแหน่งที่พอเหมาะ เตรียมอาวุธเอาลูกศรประทับคันธนูอย่างคล่องแคล่วเตรียมยิง ขาขวานั่งยองลง ขณะที่ทิ้งน้ำหนักไปด้านหน้าเล็กน้อยทันใดนั้นจู่ๆ เสียงดัง “แคร็ก! พื้นดินทรุดตัวลง“โครม! ซูิ ร่วงหล่นลงไปในหลุมอย่างรวดเร็วไม่ทันได้เอ่ยปากใดๆ
ภายในถ้ำมากัส เร่งจัดแจงเก็บหินสีทั่วทุกมุมของถ้ำ มากัสที่เพิ่งเคยเห็นหินเทนซี่ที่ใหญ่ขนาดนี้เป็ครั้งแรกเลยอดตื่นเต้นดีใจไม่ได้ ลดความระมัดระวังตัวลงอาวุธที่วางไว้เริ่มอยู่ห่างไกลตัว บางส่วนของถ้ำมีแสงส่องเข้ามาทำให้บาง่มีแสงสว่าง มากัสเหลียวมองไปทางด้านลึกของถ้ำเห็นกลุ่มหินสีเขียวสีฟ้าขนาดเท่ากำปั้นวางกองอยู่ มากัสดีใจ รีบเดินเข้าไปเก็บ
ขณะเดินเข้าไปอย่างไม่ระวัง “แคร็ก!” มีกลไกบางอย่างทำงานทั้งฝั่งซ้ายขวา มีตาข่ายเถาวัลย์ พุ่งออกมา ปกคลุมตัว มากัสทันที
มากัสพยายามจะส่งเสียงร้อง อยู่ๆ มีมือเข้ามาปิดปากใช้ของแข็งทุบไปที่ด้านหลังศีรษะ “โผรก!” สลบลงอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปราวชั่วโมงกว่าๆ คีแวนที่กลับมายังจุดที่นัดพบพร้อมกับถุงใบใหญ่ แต่คีแวน สังเกตเห็นว่ามีสิ่งผิดปกติ “มากัส น่าจะมาถึงก่อนตนเอง เพราะตัวเองได้เดินเข้าไปลึกกว่าควรใช้เวลานานกว่า คีแวน วางสัมภาระไว้ข้างตัว กระชับ เครื่องยิงปืนกลไกไว้ในมือขวา มือซ้ายถือดาบหัวตัดขนาดใหญ่ มองไปรอบๆตัว
ณ มุมหนึ่งของถ้ำคีแวนสังเกตเห็น เด็กหนุ่มคนหนึ่งใส่ เสื้อ ผ้าลักษณะคล้ายๆ ตน เป็เสื้อผ้าขนสัตว์ ทำขึ้นเอง ร่างกายสูงโปร่ง ผมดำ หน้าตา คมคายผิวขาวเป็เด็กหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่งเท่าที่เคยเห็นมา อายุน่าจะสัก 17-18ปี
“อืม!” คงเป็เ้าสินะดูท่าแล้วกำหนดเส้นทางให้กลุ่มของฉันมาที่นี่ เ้า้าอะไร!
เด็กหนุ่มมองชายวัยกลางคน อย่างสนอกสนใจ นี่นับเป็กลุ่มคนกลุ่มแรกที่เขาเห็นั้แ่เขาตื่นขึ้นมา
“ทำไมพวกเ้าถึง้าหินพวกนี้! คีแวน แปลกใจครุ่นคิดว่าทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ไม่รู้ถึงประโยชน์ของหินเหล่านี้ แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่
“พวกข้าเป็กลุ่มสำรวจเก็บเกี่ยว ของแคมป์ 13แห่งแดนนอก ข้าชื่อ คีแวน เป็หัวหน้ากลุ่มนำทีมมาในครั้งนี้ ส่วนเศษซากลูกไฟั์ที่เรียกว่าหินสีพวกนี้ พวกข้าจะนำไปเพื่อแลกเปลี่ยนกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ
“เด็กหนุ่มจับจ้องฟังน้ำเสียงของคีแวนที่เอ่ยด้วยความ มั่นคง ไม่มีการตื่นตระหนกกลัวแต่อย่างใดเด็กหนุ่มรู้สึกว่าสิ่งที่พูดมาล้วนเป็ไปได้
“ฉันไม่รู้นะว่าทำไมเ้าถึงมาอยู่ที่นี่แต่พวกข้าไม่มีเจตนาร้ายพวกข้ามาเพื่อมาเก็บเกี่ยว อาวุธเหล่านี้ที่พวกข้าถือมาก็เพื่อป้องกันตัว
เด็กหนุ่มเริ่มเดินเข้ามาใกล้ โยนเชือกเถาวัลย์ออกมาข้างหน้า คีแวน
“โยนอาวุธของเ้าออกมา และ มัดตัวเองซะ!เด็กหนุ่มสั่งการอย่างจริงจัง
“น้องชาย เ้าคิดยังไงถึงจะเอาของเหล่านี้ไปจากข้า แค่ข้าประทับกลไกปืนแล้วยิง เ้าก็ไม่อาจรอดแล้ว
เด็กหนุ่มกระตุกเชือกเถาวัลย์ในมือซ้ายเหมือนดึงอะไรสักอย่าง“ซู่!”เกิดช่องแสงส่องมายังถ้ำบริเวณที่ทั้งสองยืนอยู่ คีแวนเห็น มากัส กับ ซูิ ทั้งคู่ถูกพันธนาการอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มไม่รอช้า จับคบเพลิงจุดไฟขึ้นชี้ไปยังคนทั้งสอง “คีแวน มองสถานการณ์ตรงหน้า วิเคราะห์เหตุการณ์ออกในทันที คลายดาบและปืนในมือ ก่อนโยนไปข้างหน้า“ตุบ!” ซูิในสภาพโดนพันธนาการมีเชือกเถาวัลย์มัดอยู่ที่ปาก มองสายตาแดงก่ำขึงขังไปที่เด็กหนุ่ม ส่วน มากัส มองไปรอบๆอย่างมึน งง
“คีแวน ก้มหยิบเชือกเถาวัลย์มามัดใส่มือตนเอง เด็กหนุ่มเดินเข้ามาหยิบ อาวุธ เหลือบไปมองปืนกลไกโบราณเกิดความสนใจในสิ่งนี้ขณะกำลังพินิจพิเคราะห์ปืนด้ามนั้น ทำท่าจะก้มหยิบ