น้ำเสียงของเมกัสเรียบเย็นและไม่ดังมากแต่กลับชัดเจนพอให้คนทั้งลานพิธีได้ยินทั่วกัน
เปลวเพลิงจากเชิงตะกอนกระทบบนเกราะสีดำขลิบแดงของเขาทำให้ดวงตาคู่นั้นคล้ายลุกไหม้ไปด้วย
โจเวลไม่ตอบทันทีเพียงยืนหลังตรงไม่สั่นคลอน ปล่อยให้ความเงียบกินพื้นที่อยู่ระหว่างพวกเขา
“แต่ถึงอย่างนั้น…”เมกัสเอียงศีรษะเล็กน้อย “ข้าก็ต้องยอมรับ ว่าเ้าทำในสิ่งที่หลายคนทำไม่ได้”
สายตาหลายคู่แสดงชัดเจนว่าไม่พอใจคำพูดดูิ่ของลูกชายตระกูลแบล็กธอร์น
“หากเป็คำชม ข้าขอรับมันไว้แล้วกัน”
“ออร์คระดับจ่าฝูงไม่ใช่ของเล่นสำหรับมือใหม่ เ้าใช้วิธีอะไรถึงฆ่ามันลงได้”
“ถ้ามีอะไรจะพูด ก็พูดมาตรงๆ”ดวงตาสีเงินสบเข้ากับดวงตาสีเข้ม
บรรยากาศรอบลานถูกดึงตึงขึ้นอีกระดับมุมปากของเมกัสยกขึ้น
“ตรงดี ข้าชอบ”
เขาก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าวระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่่แขน
“เ้าคิดว่า…สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่เป็เพียงกองทัพออร์คธรรมดาทั่วไปงั้นหรือ”
โจเวลขมวดคิ้วแน่นเช่นเดียวกับเอเมอร์ด้านข้างที่สีหน้ามืดลง
เมกัสหัวเราะในลำคอ “รูปแบบทัพการจัดค่าย รวมถึงมีสายบัญชาการ”
“มันเหมือนมนุษย์เกินไปใช่ไหมล่ะ”
เงียบ ไม่มีใครกล้าพูดแทรก
น่าแปลกที่เื่พวกนี้จะไปถึงหูของเมกัสได้ไม่รู้ว่าที่นี่มีคนของแบล็กธอร์นแฝงอยู่หรือฝั่งนั้นส่งคนไปลาดตระเวนเช่นเดียวกัน
“…”
“ข้าจะบอกอะไรให้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก”เสียงของเขาต่ำลง
ดวงตาหลายคู่เบิกกว้างโรเบิร์ตขยับเล็กน้อย แต่ยังคงนิ่ง
“มีใครบางคน…กำลังสอนพวกมันอยู่เก่งเสียด้วย” เมกัสเอ่ยต่อ
คำพูดนั้นตกลงกลางลานหนักหน่วงราวหินก้อนใหญ่
โจเวลกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวเริ่มประติดประต่อคำพูดของคนตรงหน้าได้แล้ว
“หรืออาจจะมากกว่านั้น”เมกัสจ้องลึกเข้ามา “บางที…คนที่ยืนอยู่ในกำแพงนี้อาจรู้เื่นี้ดียิ่งกว่าข้าเสียอีก”
[ ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์จำนวนมาก ]
[ความหวาดระแวงภายในอาณาเขตของท่านเพิ่มขึ้น ]
อัศวินหลายคนขยับดาบตั้งท่าโจมตีแรงกดดันแผ่กระจาย ทั้งสองฝ่ายจ้องกันนิ่ง
“คิดให้ดี…ก่อนท่านจะพูดประโยคถัดไป”โรเบิร์ตเอ่ยขึ้นเป็ครั้งแรก น้ำเสียงหนักแน่นเฉียบขาด
เมกัสไม่หันไปมองสายตายังจับอยู่ที่โจเวล
“จะร้อนตัวกันไปทำไมข้ายังไม่ได้พูดอะไรล่วงเกิน…แค่ไม่เชื่อในความบังเอิญ”
ท่าทีเล่นทีจริงของเมกัสกระตุ้นความโมโหของใครหลายคน
โจเวลก้าวเข้าหาคนตรงหน้าหนึ่งก้าว
“แล้วเ้าล่ะ” เสียงเขากดต่ำลง“มาที่นี่เพื่ออะไร ้ายั่วโมโหเพียงเท่านั้นหรือไม่บางที…แบล็กธอร์นกำลังวางแผนอะไรอยู่ ถึงต้องถ่อมาไกลถึงที่นี่”
เสียงกระซิบดังขึ้นเป็ระลอกแววตาหลายคู่เปลี่ยนจากระแวดระวังเป็สงสัย และบางส่วนเริ่มหวาดระแวง
สองสายตาปะทะกันโดยไม่มีใครถอย
วินาทีนั้น แม้แต่เสียงไฟก็พลันเงียบงัน
เมกัสยิ้มกว้างขึ้นผิดกับดวงตาที่จ้องจะกินเืกินเนื้อ
“เ้ากล้าขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่น้องข้า”
คำเรียกนั้นเฉือนกลางลาน
[ หัวใจแห่งผู้ท้าทายตอบสนอง ]
โจเวลกลืนเสียงหัวเราะลงคอพลางขยับนิ้วเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
“อย่าเรียกข้าแบบนั้น มันน่าขยะแขยง”
มุมปากของเมกัสกระตุกขึ้นไปอีกท่าทีพึงพอใจ
“ควรเป็คำพูดของข้าในเมื่อพวกเ้าเป็ฝ่ายแย่งมันไปแท้ๆ”
“งั้นหรือ คิดไปเองหรือเปล่า”
คำพูดของโจเวลทำให้เส้นเืบนใบหน้าของคนตรงหน้าปูดชัดขึ้น
เมกัสถอยออกไปหนึ่งก้าวอย่างไม่เร่งรีบก่อนจะหมุนตัวหันไปมองรอบลานราวกับเพิ่งนึกได้ว่ามีคนอื่นอยู่
“เอาล่ะข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อทะเลาะกับเด็ก” เสียงของเขากลับมาเรียบเฉยอีกครั้ง“ข้ามาเพราะคำสั่ง”
คำว่า คำสั่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที
โรเบิร์ตหรี่ตาเล็กน้อย “คำสั่งจากใคร”
ไม่มีจดหมายหรือข่าวสารใดส่งมายังปราการเลยแม้แต่ฉบับเดียว
เมกัสเหลือบมองเขาเพียงครู่เดียวก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่แยแส
“จากคนที่อยู่สูงกว่าท่าน…มากเกินคาดเดา”
จดหมายประทับตราราชวงศ์ถูกคลี่โชว์ให้ทุกคนได้เห็นไม่มีใครพูดอะไร
“ั้แ่นี้เป็ต้นไป” เมกัสเอ่ยต่อ“หน่วยอัศวินของข้า จะเข้าควบคุมพื้นที่ของป่าด้านตะวันตกทั้งหมดรวมถึงทุกเส้นทางที่พวกเ้าเคยดูแล ส่วนที่ไม่ได้กล่าวไว้พวกเ้าจัดการได้เช่นเดิม”
‘ทำไมถึงเป็จุดนั้น’ โจเวลคิดในใจเป็จุดเดียวที่เขาเพิ่งไปลาดตระเวนและพบเจอกลุ่มออร์คมา มันประจวบเหมาะเกินไป
การยึดอำนาจเฉพาะจุดอย่างเบ็ดเสร็จ
เสียงอุทานและสบถไม่พอใจดังขึ้นเป็ระลอกพร้อมกิริยาหยาบกร้านที่พุ่งใส่ผู้มาเยือน
เมกัสยกมือขึ้นเล็กน้อย หยุดทุกเสียง
“ข้าไม่ได้มาขออนุญาต”บรรยากาศรอบกายเขาบิดเบี้ยวตามพลังที่ปลดปล่อย “ข้ามาแจ้งให้ทราบ”
พลันสายตาจองหองคู่เดิมเลื่อนไปหยุดที่โจเวลอีกครั้ง
“โดยเฉพาะเ้า” รอยยิ้มยียวนแสยะเหยียด“ต้องเข้าร่วมภารกิจกับข้า”
[ เส้นทางเหนือราชันถูกกระตุ้น ]
[ ภารกิจบังคับถูกสร้างขึ้น ]
[ ภารกิจ :เดินทางร่วมกับกองอัศวินกุหลาบเพลิง ]
[ ระดับความเสี่ยง : สูงมาก ]
[ ไม่สามารถปฏิเสธได้ ]
หางคิ้วของโจเวลกระตุกอีกครั้งกับการบังคับของระบบที่ยื่นให้
“ไม่” โรเบิร์ตพูดทันที
“เขาไป”เมกัสตัดบทโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง “หรือไม่…ปฏิเสธรับภารกิจของอัศวินไปเสีย”
คำพูดนั้นชัดเจนเกินกว่าจะตีความเป็อย่างอื่นการปฏิเสธคำสั่งจากเบื้องบนรุนแรงมากจนคิดว่าตายไปเสียยังดีกว่าอัศวินที่ถูกตีตรามักลงเอ่ยด้วยสิ่งที่เลวร้ายอย่างถึงที่สุด อัศวินนอกรีต
“ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนชอบบีบให้คนอื่นเดินตามเกมของตัวเอง”
“แล้วเ้าล่ะยังคิดว่าตัวเองเลือกทางเองได้อยู่อีกหรือ” เมกัสตอบกลับทันที
โจเวลยืนนิ่งสายตายังตรึงอยู่ที่อีกฝ่าย ทว่าในความเงียบงันนั้น บางสิ่งกำลังไหลวนอยู่ภายในเขา
“ข้าไม่เคยคิดแบบนั้นั้แ่แรกข้าแค่เลือก…โดยไม่ยอมอยู่ภายใต้เงาของใคร”
คำตอบดังกล่าวทำให้รอยยิ้มของเมกัสหุบลงเล็กน้อยคำพูดเรียบง่ายนั้นแทงลึกเข้าใจกลางความรู้สึก
“ฝีปากเก่งขึ้นเยอะขอให้เ้ามีชีวิตที่ยืนยาวแล้วกัน หรือไม่…ก็ถูกบดขยี้ด้วยมือข้า”
ลมเย็นพัดผ่านลานฝึกเสียงเกราะกระทบกันเบาๆ ดังขึ้นจากทหารรอบด้านแต่ไม่มีใครกล้าขยับออกจากจุดของตัวเอง
โรเบิร์ตก้าวเข้ามาอีกครึ่งก้าวสายตาคมกริบ
“เหตุผลใดจึงเลือกเขา”
เมกัสเงียบไปชั่วอึดใจแล้วตอบปัดแบบรำคาญ
“ท่านคิดว่าข้าเลือกงั้นหรือ”
คำตอบนั้นทำให้หลายคนชะงักเมกัสยกมือขึ้นแตะอกคนตรงหน้าแล้วเคาะสองครั้ง
“คำสั่งระบุชื่อชัดเจน โจเวลดูในจดหมายได้เลย”
โรเบิร์ตเดินเข้าไปยังอัศวินผู้ถือจดหมายประกาศพบว่าเป็เช่นนั้นจริง
เอเมอร์ขยับตัวเหมือนอยากพูดอะไรแต่สุดท้ายก็เงียบไป แซมสบถใต้ลมหายใจ
โจเวลรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังความบังเอิญไม่มีอยู่จริง
พวกมันตั้งใจ แล้วเหตุผลคืออะไรหากเป็การยึดครองอำนาจ คงไม่ใช่…เพราะขาดเขาไปยังมีจาเร็ตกับพี่สาวที่ศึกษาอยู่ในสถาบันอีกคน
หรือไม่ทั้งสองคนก็กำลังอยู่ในอันตราย
ทำไมตระกูลแบล็กธอร์นถึงกล้าลงมือได้อุกอาจซึ่งถือเป็ฏต่อจักรวรรดิได้เลย
ยกเว้นแต่…
“น่าสนใจใช่ไหมล่ะ”เมกัสฉีกยิ้มรับรู้ว่าโจเวลกำลังคิดอะไร
“คนที่เพิ่งเคยออกภาคสนามดันมีชื่ออยู่ในคำสั่งจากเบื้องบน”
เขาขยับเข้ามาอย่างเชื่องช้า ไม่รีบร้อนเหมือนรู้ว่าฝ่ายตรงหน้าหนีไม่พ้น
“…”
“หรือเ้าจะบอกว่า…เ้าไม่รู้เลยว่าตัวเองไปเตะอะไรเข้า”
โจเวลจ้องกลับ ไม่มีการหลบเลี่ยง
“ถ้ารู้ข้าคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้ให้เ้าถาม”
“ข้าอยากเลาะฟันของเ้าออกให้หมดปากจะได้เลิกส่งกลิ่นเหม็นเสียที”
“พอได้แล้ว”
เสียงของโรเบิร์ตดังขึ้นตัดบทอย่างเฉียบขาด ยืนคั่นทั้งสองคน
เพียงคำพูดนั้นแรงกดดันที่กดทับลานพิธีก็เริ่มสั่นไหวรุนแรง
“ไม่ว่าเบื้องบนจะคิดอะไรแต่ที่นี่คือหน่วยอัศวินภายใต้บัญชาการของข้า”
เมกัสมองคนที่แทรกเข้ามาอย่างเงียบนิ่งเป็ครั้งแรกที่สายตาของเขาหันไปหาโรเบิร์ตอย่างจริงจัง
“ท่านจะทำอะไรได้” เขาตอบเรียบ“เพราะพรุ่งนี้เช้า ข้าจะเคลื่อนกำลัง”
คำว่า พรุ่งนี้ ทำให้หลายคนหน้าถอดสี
เร็วเกินไปไม่มีเวลาให้วางแผนหรือทำความเข้าใจถึงเจตนาแฝงเลยด้วยซ้ำราวกับถูกบังคับให้ก้าวเข้าสู่บางสิ่งที่ถูกเตรียมไว้แล้ว
“เตรียมตัวให้ดีพรุ่งนี้อาจเป็วันสุดท้ายของเ้าแล้วก็ได้ น้องข้า”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะเอียงตัวไปข้างหน้าแล้วกระซิบเบาสุดที่มีเพียงโจเวลได้ยิน
[ ตรวจสอบจิตสังหารระดับสูง ]
[ หัวใจแห่งผู้ท้าทายลดทอนจิตสังหารลง ]
“ถ้ารู้จักหัดเจียมตัวสักหน่อยคงไม่เป็เช่นนี้ ไอ้หนูสวะ”
รอยยิ้มเหี้ยมถูกหยิบใช้แววตาของโจเวลเปลี่ยนไป นิ่งลง ลึกจนอ่านไม่ออก บางอย่างภายในคลายตัวแต่หนักพอจะกดอากาศรอบตัวให้หยุดนิ่ง
เมกัสผละออกไปในที่สุดหมุนตัวเดินผ่านแถวของอัศวินราวกับไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
ผู้ติดตามของเขาเคลื่อนตามทันทีทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิม
[ ท่านต้านทานผลกระทบทางจิตสำเร็จ ]
[ ค่าความมั่นคงทางจิตเพิ่มขึ้น ]
[ความสามารถในการควบคุมอารมณ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ]
ทันทีที่กองอัศวินกุหลาบเพลิงเคลื่อนพลออกไปเสียงพูดคุยก็ะเิขึ้น
“นี่มันเื่บ้าอะไร”
“คำสั่งจากเบื้องบนจริงเหรอ”
“ทำไมต้องเป็นายน้อยโจเวล”
โรเบิร์ตยกมือขึ้น ทุกเสียงหยุดลงทันที
เขาหันกลับไปมองโจเวลสายตาไม่มีความดุดันหรือแข็งกร้าว แต่เป็ความห่วงที่ไม่เคยมีมา
“ท่านไม่จำเป็ต้องไปข้าจะหาทางแก้ไขเื่นี้เอง”
“เวลาเพียงแค่หนึ่งวันเราคงทำอะไรไม่ได้มาก ไม่เป็ไร…ข้าเองก็อยากรู้ว่าทางนั้นวางแผนอะไรไว้”โจเวลเข้าใจถึงความหมายคำพูดของรองผู้บัญชาการหน่วยอัศวินแห่งลาเมทัส
“หรือแบล็กธอร์นจะเกี่ยวข้องกับเงาปริศนาที่ท่านพูดถึง”
โรเบิร์ตกล่าวหลังจากสั่งให้อัศวินที่เหลือดำเนินพิธีกรรมต่อ
“เป็เพียงแค่ลางสังหรณ์แต่ข้าคิดว่ามีส่วนเป็ไปได้มาก” โจเวลมองท่าทีของเมกัสตลอดการสนทนา
[ระดับความเชื่อมั่นของโรเบิร์ตเพิ่มขึ้น ]
ฝ่ายนั้นท่าทีร้อนรนผิดปกติแม้จะพยายามถ่วงสถานการณ์ด้วยคำพูดยืดยาวอีกทั้งกองอัศวินดูเร่งรีบในการเดินการทางไม่น้อยสังเกตได้จากความอิดโรยของทั้งคนทั้งม้ารวมถึงคราบดินโคลนที่เกาะตาม่ล่างทั่วตัว
แม้จะพยายามทำความสะอาดเพื่อกลบเกลื่อนไว้แล้ว
“แต่ท่านคนเดียวอันตรายเกินไป”
“ใครว่าข้าจะไปคนเดียว”ดวงตาสีโลหะหันมองข้าง
“เอ่อ…ข้านึกขึ้นได้ว่ายังมีคนเจ็บอยู่ขอรับ”
คนหนึ่งในสายตาสะดุ้งใพยายามบีบตัวเองให้เล็กลงพลางย่องเบาหลบหนี
“แซม”
“ขอรับ บอส”กล้ามแขนอันแข็งแกร่งล็อกคอผู้คิดหนีได้ทันท่วงที
“ท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้ ข้าไม่ไป!ขอให้เทพีเดลฟีอาลงโทษพวกท่านอย่างหนัก!” เอเมอร์ร้องท้วงโหยหวนสุดเสียง
ทุกคนต่างไม่รู้เลยว่า…เส้นทางเดินทัพของวันพรุ่งนี้จะนำพาไปยังสิ่งที่ยิ่งกว่าหายนะเสียอีก