“คนของอันหยวนถังเหล่านี้สมควรตายนัก บังอาจลงมือทำร้ายคุณหนูใหญ่!”หลิวผิงกัดฟันกรอดด้วยความโมโหสอดมือจับกระบี่แต่กลับไม่กล้าเคลื่อนไหววู่วาม เขาได้แต่จ้องมองด้วยแววตาเ็า
แม้เขาจะพาคนมาด้วยและยามนี้ก็สามารถบุกทำลายเมืองอี๋สุ่ยได้ในทันทีทว่าที่แห่งนี้มีองค์รัชทายาทอยู่ด้วย มีหรือที่เขาจะกล้าทำอะไรตามอำเภอใจ
ดังนั้นเขาจึงต้องหลบเลี่ยงสายตาของโม่อวี้เฉินเสียก่อนจึงจะสามารถลงมือได้ เวลานี้ต่อให้โมโหเพียงใด ก็จำต้องอดทนไว้
แน่นอนว่าก่อนที่ใบหน้าของกู้ตงหลิงจะได้รับการรักษา พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรหุนหันพลันแล่น
กู้ตงหลิงไม่กล้าด่าทอผู้ใดอีกแต่จินซานก็ได้ทราบจำนวนคนและที่ซ่อนตัวของอีกฝ่ายอย่างคร่าวๆเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
กู่จื่อกลับมาพร้อมจดหมายเมื่อนางก้าวเข้ามาในประตู ก็พบว่ามีคนซ่อนตัวอยู่อีกทั้งนางยังรู้จำนวนคนอย่างคร่าวๆ แล้ว
นางยกยิ้มมุมปากเผยให้เห็นประกายสังหารบนใบหน้า
ส่วนหมอหญิงกู้ก็กำลังตั้งใจรักษาาแให้กู้ตงหลิงอย่างพิถีพิถัน
าแของนางมีอยู่มากทั้งกระดูกและเส้นเอ็นต่างก็ได้รับาเ็ อีกทั้งยังสาหัสอยู่ไม่น้อย
ยังดีที่กู้ชิงเฉิงได้ป้อนยาเม็ดหนึ่งให้แก่นางระหว่างทางมิเช่นนั้นนางคงมีชีวิตไม่ถึงวันนี้เป็แน่
ที่จริงแล้วยาเม็ดนี้มีค่าพันตำลึง
เพียงแต่นางไม่สามารถปล่อยให้กู้ตงหลิงตายในเมืองอี๋สุ่ยได้อีกทั้งนางยังได้ให้สัญญากับโม่อวี้เฉินไว้ ดังนั้นจึงต้องเสียสละยาเม็ดนี้ไป
ข้อดีของยาเม็ดนี้ก็คือในตอนที่กู้ชิงเฉิงรักษาาแ จะไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ อย่างน้อยความเสี่ยงก็ต่ำมากและทำให้นางไม่จำเป็ต้องระมัดระวังจนเกินไปนักในระหว่างการรักษา
โม่อวี้เฉินก็รีบรุดมาเช่นกันแม้เขาจะไม่สนใจความเป็ความตายของคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ ทว่านางมากับเขาจะอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้นางตายอยู่ข้างนอกได้
เขาเองก็รู้จักกู้ตงหลิงเป็อย่างดีนางจะต้องไม่ยอมแพ้เป็แน่ หากมีเขาอยู่ กู้ตงหลิงก็ไม่กล้าทำสิ่งใดหุนหันพลันแล่น
กู่จื่อต้อนรับโม่อวี้เฉินนางไม่มีความประทับใจที่ดีต่อบุรุษผู้นี้เลยแม้แต่น้อย จึงแสดงท่าทีไม่ค่อยดีนัก
นางไม่เคยมองคนที่รูปร่างหน้าตาแม้จะรู้สึกว่าโม่อวี้เฉินรูปงามอย่างแท้จริงก็ตามแต่ใบหน้านี้กลับดูคุ้นเคยอย่างประหลาด
เพียงแต่ในชั่วขณะนั้นนางนึกไม่ออกว่าเคยพบที่ใดมาก่อน และนางก็ไม่ได้คิดมากไปกว่านั้นเพราะคนอย่างองค์รัชทายาท ไม่ใช่สิ่งที่นางจะกล้าคิดฝันถึงได้
เวลานี้นางเพียงแค่ไล่คนเหล่านี้กลับไปก็พอแล้ว
แม้จะหลอกเงินกู้ตงหลิงมาได้จำนวนไม่น้อยแต่อันหยวนถังก็ยังคงต้องสร้างขึ้นมาใหม่และคนของอันหยวนถังที่าเ็ต่างก็มีไม่น้อยพวกเขาก็เกลียดชังคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้ผู้นี้เข้ากระดูกดำ
คงเป็เพราะฐานะและเื้ัของกู้ตงหลิงจึงทำให้นางมีชีวิตรอดมาได้จนถึงวันนี้
เมื่อหมอหญิงกู้จัดการาแเล็กใหญ่ทั่วร่างของกู้ตงหลิงเรียบร้อยแล้วก็ป้อนยาแก้พิษให้นาง และพันผ้าที่ใบหน้าจนเรียบร้อยจากนั้นก็ส่งต่อนางให้อันอี้ฝานและหมอท่านอื่นๆ ช่วยดูแล
เพราะที่เหลือพวกเขาก็สามารถจัดการได้เอง
เมื่อเห็นหมอหญิงกู้ที่สวมชุดสีขาวสวมผ้าปิดหน้าสีขาว และหมวกประหลาดที่เผยให้เห็นเพียงดวงตาออกมาโม่อวี้เฉินก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย และเผยรอยยิ้มบางๆ ปรากฏที่มุมปาก“ท่านหมอเทวดากู้สมกับคำร่ำลือยิ่งนักสามารถดึงคนที่ใกล้ตายและใบหน้าเสียโฉมกลับมาจากประตูยมโลกได้เร็วเพียงนี้”
กู้ชิงเฉิงไม่ได้ตอบคำของเขาแต่นางกลับกำชับว่า “คุณหนูกู้ยังไม่สามารถเดินทางไกลได้าแจำเป็ต้องตัดไหมและเปลี่ยนยา อีกทั้งกระดูกก็จำเป็ต้องได้รับการผ่าตัดพวกท่านคงต้องอยู่ที่นี่พักหนึ่งเพคะ”
การทำเช่นนี้นางถึงจะสามารถหยั่งรู้กำลังของกู้ตงหลิงได้อย่างทั่วถึงและสามารถตอบโต้กลับไปได้อย่างเต็มที่
กล้ามาสร้างปัญหาในเมืองอี๋สุ่ยช่างไม่กลัวตายเสียจริง แค่กู้ตงหลิงเพียงคนเดียวกู้ชิงเฉิงแทบไม่เห็นนางอยู่ในสายตาเลย
“ดีเลย” โม่อวี้เฉินยังคงสำรวจกู้ชิงเฉิง
“เช่นนั้นท่านหมอจะยังรับตรวจในอีกไม่กี่วันนี้หรือไม่?” เฟิงเจ๋ออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม
“ไม่แล้ว!” กู้ชิงเฉิงปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “อันหยวนถังก็ยังไม่ได้ซ่อมแซมอันใด ข้าจะรับตรวจได้อย่างไรกันเมื่อใดที่อันหยวนถังกลับมาเป็เช่นเดิม เมื่อนั้นข้าจึงจะรับตรวจ”
เดิมทีเฟิงเจ๋อโกรธมากแต่เมื่อคิดได้ เขาจึงโทษทุกอย่างไปที่กู้ตงหลิง
หากไม่ใช่เพราะกู้ตงหลิงคลุ้มคลั่งและทุบทำลายอันหยวนถังเวลานี้องค์รัชทายาทก็คงได้ตรวจแล้ว แม้จะต้องเข้าแถวก็ตามแต่ยามนี้กลับต้องรอคอยอย่างไม่มีกำหนด
“ท่านหมอกู้ พวกเราสามารถจ่ายค่ารักษาให้เป็สองเท่าได้” เฟิงเจ๋อพูดขึ้นมาโดยพลการ เขาคิดว่าผู้อยู่ตรงหน้าคงชอบเงินมาก
“ไอ๊หยา!” ดวงตาของกู้ชิงเฉิงหรี่ลง “หากองค์รัชทายาทสามารถจ่ายค่ารักษาได้เป็สองเท่า ข้าก็อาจจะพิจารณา”
“หรือว่าเ้าอาจจะไม่คิดเก็บค่ารักษาของข้าก็ได้” โม่อวี้เฉินยิ้มบางเบาก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น ท่าทางนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างยิ่ง
กู้ชิงเฉิงกลอกตาเล็กน้อยพลางกวาดสายตามองโม่อวี้เฉินั้แ่หัวจรดเท้า “หากองค์รัชทายาทเสด็จมาเพื่อรักษาอาการในวันที่เปิดให้รักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายข้าคงไม่เก็บค่ารักษาของท่าน”
“ฝ่าา...” เฟิงเจ๋อร้อนใจขึ้นมาเล็กน้อย “วันนั้นมีผู้คนมาต่อแถวรอการรักษามากมายนะพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ก็เป็วิธีที่ดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียค่ารักษา” โม่อวี้เฉินพยักหน้า
ท่าทางของโม่อวี้เฉินในยามนี้ทำให้กู้ชิงเฉิงหมดคำกล่าว
“เอาเถิด อีกสักครู่องค์รัชทายาทก็สามารถไปพบคุณหนูกู้ว่าที่พระชายาของท่านได้แล้วเพคะ” กู้ชิงเฉิงไม่อยากเสียเวลากับเขาอีกต่อไปนางหันหลังเดินจากไปทันที
“ที่จริงแล้ว ข้ามีเื่หนึ่งอยากสอบถามท่านหมอกู้อยู่บ้าง!” โม่อวี้เฉินปรับสีหน้าให้จริงจังยิ่งขึ้นพลันลุกขึ้นเดินมายืนขวางทางของกู้ชิงเฉิง
กู้ชิงเฉิงมองใบหน้าอันงดงามของเขาและอดไม่ได้ที่จะมองอีกหลายครั้ง ช่างเป็ใบหน้าที่งามล่มเมืองโดยแท้จริงถึงจะกินแทนข้าวปลาอาหารไม่ได้ แต่ก็ยังเป็อาหารใจได้อยู่ดี
ไม่แปลกใจเลยที่เ้าของร่างเดิมถึงกับวางแผนอย่างไม่เลือกวิธีการใดๆเพื่อให้ได้สมรสกับเขาและกู้ชิงเฉิงก็ไม่แปลกใจเลยที่กู้ตงหลิงจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้แต่งงานกับเขาอีกครั้งเช่นกัน
ไม่ว่าจะฐานะพลังอำนาจ หรือรูปลักษณ์ ล้วนหาผู้ใดเทียบเทียมเขาได้ยากเขาเป็ดั่งวีรบุรุษในฝันของสตรีทั่วหล้า
ดวงตาของกู้ชิงเฉิงเต็มไปด้วยประกายวิบวับร้อนแรงแม้จะจ้องมองโม่อวี้เฉินอย่างเปิดเผย แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแม้แต่น้อย
เขาจึงมองนางเช่นเดียวกัน
ดวงตาของนางคล้ายจะซ่อนเร้นบางสิ่งไว้ทำให้ผู้คนอยากจะค้นหาความจริง
ทว่าในวินาทีถัดมาดวงตาของนางก็เปล่งประกายสดใสราวกับแสงตะวันช่างงามเกินบรรยายและทำให้ผู้คนใจเต้นระรัว
“องค์รัชทายาทมีอะไรโปรดกล่าวมาตามตรงเถิดเพคะ” กู้ชิงเฉิงเอ่ยเสียงต่ำ
“สวนหรูอี้อยู่ที่ใด?” โม่อวี้เฉินยิ้ม พลางเอ่ยถาม
รอยยิ้มนั้นอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทำให้กู้ชิงเฉิงอดไม่ได้ที่จะหลงใหลราวกับถูกมนต์สะกดอีกทั้งมนต์สะกดนั้นเป็สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ดวงตาของโม่อวี้เฉินกลับสามารถสะกดจิตใจผู้คนให้เต็มใจหลงใหล
ทว่าเพียงแค่สามคำว่า‘สวนหรูอี้’ ก็ทำให้กู้ชิงเฉิงตื่นจากภวังค์ใบหน้าของนางพลันซีดเผือด และถอยหลังหนึ่งก้าวพลางจ้องมองโม่อวี้เฉินอย่างระแวดระวัง “ท่านว่าอะไรนะ?”
นางระมัดระวังตัวเป็อย่างยิ่งแต่ไม่คิดว่าจะถูกเปิดเผยเข้าจนได้
เพื่อความปลอดภัยของบุตรชายกู้จิ่งเซวียน นางตั้งใจให้เขาอยู่ที่สวนหรูอี้แม้แต่การส่งจดหมายก็ยังระมัดระวังอย่างยิ่ง
โม่อวี้เฉินยิ้มพลางกล่าว“อันหยวนถังรักษาผู้ป่วยช่วยชีวิตผู้คนแต่ในสวนหรูอี้กลับเต็มไปด้วยยาพิษที่สามารถปลิดชีวิตผู้คนได้ ท่านหมอกู้ข้าอยากจะรู้ว่า ที่จริงแล้วเ้าเป็ผู้ช่วยชีวิตคนมากกว่าหรือเป็ผู้ปลิดชีวิตผู้คนมากว่ากันแน่!”
อันที่จริงแล้วสวนหรูอี้แห่งนี้เดิมทีชื่อว่าสำนักหรูอี้ เป็ที่ตั้งของลัทธิมารแห่งหนึ่งผู้คนในลัทธิต่างก็เชี่ยวชาญด้านยาพิษและมีจิตใจโเี้อำมหิต
ไม่มีผู้ใดในยุทธภพกล้าหาญมาต่อกรกับพวกเขาทุกผู้คนล้วนพากันหลีกหนีให้ห่างไกล
หยวนจิ่วเ้าสำนักหรูอี้เป็บุคคลที่โหดร้ายและชั่วช้าอย่างยิ่งอาจกล่าวได้ว่าทุกคนต่างหวาดกลัวเขา
สำนักใหญ่เล็กในยุทธภพล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของตำหนักหรูอี้ไม่กล้าต่อต้าน หากต่อต้าน มีแต่ความตายเท่านั้น
ทว่านับั้แ่หยวนจิ่วเ้าสำนักหรูอี้ได้พบกับกู้ชิงเฉิงทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป
เขาไม่เพียงแต่ยุบตำหนักหรูอี้โดยสมัครใจเท่านั้นแต่ยังเปลี่ยนนามเป็สวนหรูอี้อีกด้วย
นับั้แ่นั้นมาตำหนักหรูอี้ก็หายไปจากยุทธภพ ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็ภัยต่อโลกอีก
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครล่วงรู้ผู้คนต่างเข้าใจผิดคิดว่าหยวนจิ่วเปลี่ยนไปก็เท่านั้น
“ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังพูดเื่อันใด!” กู้ชิงเฉิงใในตอนแรกจนเกือบจะเผยพิรุธออกมา แต่แล้วใจของนางก็โล่งอก โม่อวี้เฉินถามเช่นนี้แสดงว่าเขายังไม่รู้เื่สวนหรูอี้ในปัจจุบันมากนัก
ยิ่งไปกว่านั้นการดำรงอยู่ของสวนหรูอี้ยังคงเป็ปริศนา ไม่มีผู้ใดสามารถค้นหาได้ดังนั้นนางจึงสงบจิตใจลงได้มาก
เมื่อเห็นสายตาของกู้ชิงเฉิงที่เปลี่ยนแปลงไปไม่หยุดหย่อนโม่อวี้เฉินก็รู้ว่าสตรีผู้นี้ฉลาดเฉลียวเกินไปยากยิ่งนักที่จะล้วงเอาความลับจากนางได้
นับว่าเขาได้พบกับคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อแล้ว
แม้กู้ชิงเฉิงจะแสดงความสงบออกมาแต่นางก็ยังคงกังวลเล็กน้อยนางเดินอ้อมโม่อวี้เฉินกลับไปยังห้องของนางอย่างรวดเร็ว
“ทางสวนหรูอี้ ปลอดภัยดีใช่หรือไม่?” กู้ชิงเฉิงมองไปทางกู่จื่อ
“นายหญิงวางใจเถิด คุณชายน้อยอยู่ที่นั่นปลอดภัยดีเ้าค่ะ” กู่จื่อพยักหน้า “แต่ว่า นายหญิงท่านรู้สึกหรือไม่ว่า…คุณชายน้อยหน้าตาคล้ายกับองค์รัชทายาทนิดหน่อยเ้าคะ”ในที่สุดภายในใจของกู่จื่อก็นึกบางอย่างออกแล้ว