“อุ๊ย เ้าหญิงน้อยของหมู่บ้านยอมออกงานแล้ว” เสียงกระเซ้า เสียงเหน็บแนมดังลอยมากระทบหูระหว่างที่ดวงตาและดวงฤทัยจูงมืออัญจรีเดินเข้ามาในงานแต่งงานวันรุ่งขึ้น
ดวงตากำมือแน่นด้วยความโมโห แต่ก็ฝืนข่มใจไว้ด้วยไม่อยากมีเื่ในวันดี ๆ แบบนี้
อัญจรีเหลียวมองคนพูดก็จำได้ว่าเป็คนเดิมกับที่พูดไม่เข้าหูตรงร้านขายของชำเมื่อวันก่อน เธอจึงสะบัดมือออกจากมือของแม่และยาย จากนั้นก็วิ่งตรงไปหาต้นตอของเสียงในทันที
อัญจรีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานและรอยยิ้มเปื้อนหน้า “น้าอย่าพูดแบบนั้นอีกเลยนะคะ น้องอัญไม่อยากให้พ่อแม่และยายเสียใจ พวกท่านแค่รักน้องอัญมากเลยตามใจทุกอย่าง แต่น้องอัญก็ไม่เอาแต่ใจนะ น้องอัญจะเป็คนดีให้พ่อแม่และยายภูมิใจ แล้วน้องอัญก็ไม่อยากเป็เ้าหญิงของใคร แค่เป็ลูกสาวของพ่อตรีกับแม่ดวงฤทัย เป็หลานของยายดวงตา เท่านี้น้องอัญก็มีความสุขม้ากมากแล้ว” เธอยกมือไหว้หญิงคนนั้นหนึ่งทีก่อนจะวิ่งกลับไปหาแม่และยาย
หญิงคนนั้นมีสีหน้าเจื่อนลงทันทีเมื่อโดนเด็กเข้ามาพูดตรง ๆ ต่อหน้าคนนับสิบที่มาช่วยงานแต่งงาน
ดวงตาและดวงฤทัยต่างยิ้มกว้างอย่างไม่ยอมปกปิดใด ๆ หลังจากนั้นก็พากันจูงมือเล็ก ๆ ของอัญจรีเดินไปหลังบ้านที่เป็ส่วนของโรงครัวที่ใช้ทำอาหารเลี้ยงแขกในวันนี้
อัญจรีอมยิ้มกริ่ม เธอเชื่อว่าคงไม่ได้ยินคำพูดทำนองนี้อีกแล้วหลังจากนี้
“พี่ตา หลานพี่ฉลาดพูด ทำเอานังแมวไปไม่ถูกเลย”
“นี่เองหรือน้องอัญ น่ารักจริง”
“นั่นสิดวง คราวหน้าพาน้องมาวิ่งเล่นนอกบ้านบ่อย ๆ จะได้มีเพื่อนเล่น เด็กวัยเดียวกับน้องอัญมีเยอะแยะ ลูกจะได้ไม่เหงา”
เสียงทักด้วยไมตรีจากสมาชิกโรงครัวดังมาไม่ขาดสาย ดวงตาและดวงฤทัยต่างยิ้มรับ พลางบอกให้เด็กหญิงยกมือไหว้ทุกคนเพื่อฝากเนื้อฝากตัว
“เป็ความผิดของดวงเองน้า ่ก่อนเพราะลูกยังเล็ก แต่หลัง ๆ ก็ยุ่งกับการหาเงินเลยไม่ได้พาลูกออกมาให้รู้จักใคร น้องอัญจะออกมาเองก็ไม่กล้า เลยกลายเป็เด็กไม่มีเพื่อนแบบนี้”
แผ้วถอนหายใจ “มันว่าไม่ได้จริง ๆ นะ ทุกวันนี้ถ้าขาดเงินไปก็ทำอะไรไม่ได้ ยิ่งคนจน ๆ อย่างพวกเราด้วย”
“นั่นสิแผ้ว พี่ก็อยากจะถูกรางวัลที่หนึ่งสักใบเสียจริง ครอบครัวจะได้ลืมตาอ้าปากได้ น้องอัญก็จะได้เรียนที่ดี ๆ นี่ก็ห้าขวบแล้วแทนที่จะได้เข้าอนุบาลอย่างเด็กทั่วไป กลายเป็ว่าต้องรอเข้า ป. 1 เลย” ดวงตาทอดถอนใจ
“เด็กทั่วไปที่ไหน เด็กในหมู่บ้านเรามีใครได้เรียนอนุบาลบ้าง มีแต่เด็กรวย ๆ ในเมืองเท่านั้นที่เข้ากัน ไม่ต้องห่วงหรอก น้องอัญท่าทางหัวดี เข้า ป.1 ก็เรียนทันเขา”
อัญจรีนั่งฟังผู้ใหญ่พูดกันเงียบ ๆ แล้วก็แอบถอนใจ นั่นสิ...ทำไมเธอไม่จดจำรางวัลที่หนึ่งมาสักงวด ครอบครัวจะได้สบาย แต่...ถึงจะจำแล้วไปหาซื้อที่ไหนได้ รางวัลที่หนึ่งแต่ละงวดอยู่มุมไหนของประเทศก็ไม่รู้ ยุคนี้มีสลากออนไลน์แบบเลือกจิ้มเลขเรียงกันได้ทุกหลักเสียเมื่อไหร่
เธอถอนหายใจอีกเฮือก การได้มาอยู่ในวัยเด็กอีกครั้งดูเหมือนไร้ประโยชน์จริง ๆ
“น้องอัญนั่งช่วยแม่เด็ดถั่วฝักยาวให้เป็ท่อนสั้น ๆ นะลูก อย่าวิ่งเพ่นพ่านไปเกะกะผู้ใหญ่” ดวงฤทัยหันมาบอกลูกพลางเลื่อนถาดใส่ถั่วฝักยาวมาไว้ตรงหน้า ส่วนเธอนั้นหันไปเตรียมส่วนผสมที่จะทำน้ำพริกต่อไป
อัญจรีนั่งทำงานตามแม่สั่งอย่างว่าง่าย ความตั้งใจและความมีสมาธิของเธอทำให้ผู้ใหญ่โดยรอบต่างหันมามองด้วยความเอ็นดูอยู่บ่อยครั้ง เพราะภาพนี้นี่เองที่ทำให้ภาพจำที่ไม่ค่อยดีของอัญจรีในใจชาวบ้านได้หายไปเป็ปลิดทิ้ง
“ธรรมมาแล้วหรือ” แผ้วหันไปทักเด็กชายเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามายังโรงครัวใน่สายของวัน “น่ากลัวจะยังไม่ได้กินมื้อเช้ามาล่ะสิ มีกับข้าวอยู่ตรงฝาชีครอบ กินให้อิ่มก่อนแล้วค่อยมาช่วย”
“ครับ” ธรรมรับคำอย่างว่าง่าย เขาไปล้างมือให้สะอาดแล้วก็กลับมานั่งกินอาหารอย่างไม่รอช้า เด็กชายเพิ่งกลับมาจากตามหลวงพ่อไปบิณฑบาต และเห็นว่าสายมากแล้วกลัวจะมาช่วยงานแต่งไม่ทันอย่างที่รับปากแผ้วไว้ จึงไม่ได้กินมื้อเช้าก่อนที่จะออกมา
“น้องอัญหิวไหม นั่งเด็ดผักตั้งนานแล้ว ไปกินข้าวกับพี่ธรรมสิ” แผ้วชักชวนต่อ
อัญจรีหันมามองแม่ ที่จริงเธอยังอิ่มอยู่ แต่เพราะเห็นธรรม เธอเลยอยากไปนั่งด้วย
“ไปเถอะลูก อย่าลืมล้างมือก่อนนะ” คนเป็แม่อนุญาต
ทันทีที่อัญจรีมานั่งข้าง ๆ ธรรมก็เลื่อนจานใบเล็กใส่ปลาดุกปิ้งที่เลาะก้างออกเรียบร้อยแล้วให้ พร้อมกับแบ่งข้าวเหนียวเป็คำเล็ก ๆ ที่สามารถหยิบเข้าปากเป็คำได้เลยเอาไว้ด้วย
อัญจรีอมยิ้ม เธอหยิบข้าวเหนียวและเนื้อปลาเข้าปากแล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย ธรรมเป็คนใจดีั้แ่เด็กจนโตเลยทีเดียว สมแล้วที่เติบโตมาในวัด
ในชีวิตก่อนหน้าของเธอ ธรรมเป็คนเดียวในหมู่บ้านที่ไม่เคยพูดตำหนิหรือประณามเธอเลย