อาคารไม้แบบห้องแถวทรงทันสมัยย่านแหล่งการค้าสะอาดตาของเมืองหลวงด้านหน้าร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ดอกไม้ผลิบานสะพรั่งตลอดเส้นทาง พลุกพล่านไปด้วยชนชั้นสูง
อาคารร้านค้าหลังหนึ่งติดกรอบป้ายสี่เหลี่ยมตรงกลางอาคารขอบประตู้านามว่า เฟิ่งหง ในร้านตกแต่งแปลกตาน่าเข้าชมเป็ร้านขายเครื่องประดับหลากรูปแบบ หลากผลิภัณฑ์เป็เอกลักษณ์ ทั้งเครื่องไม้ หยกหรืออัญมณีหายาก บ่งบอกได้ถึงรสนิยมของผู้สวมใส่และราคาที่คนธรรมดาอาจยากจะเอื้อมถึง
โฉมสะคราญเดินเข้าออกภายในร้าน เดินเลือกสรรเลือกชมสินค้าบนตั้งไม้เพลิดเพลิน คนงานทั้งหลายเข้าบริการขยันขันแข็ง
อวี่ซีซวนเดินสง่าเข้ามา นางกวาดสายตาถ้วนทั่วบริเวณมุมปากยกยิ้มบางเบา ดวงตาเปล่งปรายยามมองสิ่งงดงามเช่นเดียวกับเหล่าสตรีทั้งหลายอย่างกลมกลืน
ดวงตากลมโตหยุดอยู่ที่บุรุษร่างท่วม ใบหน้าผ่องใสเป็มิตรแต่ก็เต็มไปด้วยความระแวดระวังดูเท่าทันคน เดินดูตรวจตาร้านค้าน่าเกรงขาม เขาคือเสี่ยวเอ้อหรือผู้ดูแลร้านเครื่องประดับแห่งนี้
เสี่ยวเอ้อของร้านหยุดเดินรับรู้ถึงสายตาจดจ้องมองมา หันไปเห็นดรุณีสราญตาตรงหน้าส่งรอยยิ้มบาง ค้อมศีรษะก้มลงเล็กน้อยคล้ายทำความเคารพก่อนจะหันกลับไปชมเครื่องประดับบนตั้งไม้ตรงหน้านาง คิ้วหนาขมวดมุ่นแปลกใจเค้นความคิดความทรงจำหาความรู้จักหรือเกี่ยวข้อง เหตุใดนางทำกิริยาเช่นนี้ส่งมาแต่แล้วกลับไม่พบ ทุกอย่างหยุดลง
หน้าร้านปรากฏกลุ่มบุรุษ หนึ่งคนตรงกลางเดินนำอีกสองคนคล้ายองครักษ์เดินตามท่าทางองค์อาจเต็มไปด้วยอำนาจเดินเข้าร้านมา เสี่ยวเอ้อเร่งเดินไปทำความเคารพนอบน้อม
“สวัสดีทุกท่านขอรับพวกท่านคือ....”
บุรุษคนหนึ่งตรงกลางดูเป็ผู้นำกลุ่มเดินเข้าหาเสี่ยวเอ้อ ท่าทีวางอำนาจ แต่เต็มไปด้วยมารยาทที่พึ่งมีแบบผู้ได้รับการอบรมมาอย่างดี
พูดกระซิบใกล้เสียงเบา
“สวัสดีเสี่ยวเอ้อ ข้าคือ เกาไท่เจี้ยน[1] เป็ตัวแทนพระองค์มาจากตำหนักองค์ชายห้าหลงเหยียน”
เสี่ยวเอ้อถามกลับไปคล้ายแปลกใจด้วยใบหน้าอันสงบนิ่ง“ตำหนักองค์ชายห้าหลงเหยียน?”
“ใช่”
เสี่ยวเอ้อพูดด้วยความนอบน้อม “ข้าขอทราบรายละเอียดได้หรือไม่ท่านมาด้วยธุระเื่ใดขอรับ หรือท่าน้าเครื่องประดับพิเศษ”
“ที่นี่คนพลุกพล่านนักท่านมีที่สถานที่เป็ส่วนตัวพูดคุยหรือไม่”
“ห้องรับรอง...มีขอรับ เดี่ยวข้าจะนำพวกท่านไป”เสี่ยวเอ้อหยุดชั่วครู่ “ท่าน้าเครื่องประดับแบบใดหรือ้าสั่งทำแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะข้าจะได้ให้คนงานไปเตรียมแบบตัวอย่างมาให้ท่านขอรับ”
“ไม่ใช่ข้าไม่ได้มาสั่งซื้อเครื่องประดับหรอก ท่านเป็คนของร้านนี้มานานใช่หรือไม่”
“ใช่ขอรับ”
“เช่นนั้น ก็ย่อมรู้ว่าร้านนี้เป็ร้านของพระชายาองค์ชายห้าพระชายาเอกลี่หลินหราน”
เสี่ยวเอ้อทำหน้าลำบากใจ “เื่นี้ข้าเกรงว่าต้องมีการเข้าใจผิดบางประการ เช่นนั้นข้าจะนำท่านไปห้องรับรองนะขอรับ”
อวี่ซีซวนทำทีท่าเลือกเครื่องประดับอยู่เห็นเหตุการณ์ั้แ่แรกที่กลุ่มคนขององค์ชายห้าเข้าร้านหัวคิวสวยขมวดลง ท่าทางครุ่นคิด มุมปากสวยยกขึ้นเล็กน้อย ั์ตาเ้าเลห์เมื่อนึกถึงบางสิ่งได้
“จินถิง เจียหน่าย”
“เ้าคะ คุณหนู”
“ข้าเอากำไรชิ้นนี้ เ้าจัดการที”
“เ้าค่ะ”
อวี่ซีซวนเดินมาคอยสาวใช้หน้าร้าน “ข้าหิวแล้วเราไปหาอะไรอร่อยกินกันเถอะ”
ตำหนักองค์ชายห้าเหยียน
เพล้งงงง
ถ้วยชาใบสวยถูกขว้างลงพื้นรุนแรงด้วยโทสะขององค์ชายห้าหลงเหยียนสร้างความตื่นตระหนกใแก่ผู้ที่อยู่ในห้องจนใบหน้าไร้สีเื เศษกระเบื่องแตกกระเด็นออกไปสร้างาแใหกับนางกำนันที่นั่งรอรับใช้บนพื้น
เกาไท่เจี้ยนใบหน้าซีดเซียว ร่างกายสั่นเทาหวาดกลัวโทสะที่มากล้นของเ้าตำหนักที่ตอนนี้ไม่เหลือคราบขององค์ชายผู้สุภาพรักความสงบเพียงนิด เขาจึงรีบบอกถึงข้อมูลตามที่ได้รับมาออกไป
เสียงทุ้มต่ำถามย้ำพยายามข่มอารมณ์ “นางขายไปแล้ว”
“พะยะค่ะ องค์ชาย” เกาไท่เจี้ยกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น“ตามคำบอกของเสี่ยวเอ้อ ร้านเฟิ่งหงถูกพระชายาเอกขายทรัพย์สินเป็เวลาหลายเดือนแล้วพะยะค่ะ
ผู้ที่มารับ่ต่อนั้นเป็คหบดีต่างถิ่นไม่ทราบที่มาที่ไปนาน ๆ ครั้งจะเข้ามาดูที่ร้าน เพราะทำการค้าหลายแห่ง ต้องติดต่อการค้าเดินทางไกลบ่อยๆ
ตอนแรกกระหม่อมก็ไม่ปักใจตามคำบอกของเสี่ยวเอ้อจึงเข้าไปตรวจสอบข้อมูลกับทางการทะเบียน พบว่า มิใช่มีเพียงหนึ่ง....”
เกาไท่เจี้ยนเงียบลงอึกอักจนองค์ชายหลงเหยียนยิ่งเพิ่มโทสะ ตวาดเสียงดังลั่นตำหนัก “แล้วอย่างไร”
เกาไท่เจี้ยนเสียงสั่นเครืออธิบายต่อ“มิใช่มีเพียงหนึ่ง แต่ยังมีทรัพย์สินหลายรายการที่เปลี่ยนมือไป รวมทั้งที่พระชายาเอกได้มาใหม่ในส่วนของสกุลเฉินฝั่งมารดาด้วยพะยะค่ะ
บางรายการทำการซื้อขายเปลี่ยนมือไปบางส่วนที่เป็ทรัพย์สินของสกุลเฉิน พระชายาเอกทำการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่คุณชายลี่หลี่หมินบางส่วนทำการบริจาคแก่ราชสำนัก
ตอนนี้ที่เหลืออยู่ ก็มีเพียงทรัพย์สินการค้าที่ทำกำไรให้ไม่มากนักพะยะค่ะ”
องค์ชายห้าสีหน้าดุร้ายราวกับจะกินเืกินเนื้อดูไม่ได้ยิ่งกว่าเดิมในอกเต็มไปด้วยอารมณ์อัดแน่นจนแสบร้อน
ลี่อิ้งเย่วเบื่อนหน้าหนีอย่างหงุดหงิด สองมือกำมือแน่นม่สยหน้าร้าน้าจัดการทีาไปหาอะไรกินที่เ่าทางครึ่นใดนางทำกิริยาเช่นนี้ส่งมาอย่างเจ็บใจนั่งอยู่บนตั้งไม้ด้านข้างองค์ชายห้าหลงเหยียน อารมณ์ขุ่นเคืองไม่ต่างไปจากผู้เป็สามีของตัวเองพยายามควบคุมอารมณ์ใช้น้ำเสียงออดอ้อน ท่าทีอ่อนหวานใจเย็นกล่อมเกลาให้องค์ชายห้าอารมณ์สงบลง
นิ้วเรียวถือถ้วยชาใบใหม่ส่งให้อย่างเอาใจ “พระองค์ใจเย็นๆ ก่อนนะเพคะ”
ร่างสูงรับชามาจิบเพียงนิด เค้นเสียงในลำคอ หันกลับมามองใบหน้าอ่อนหวานของลี่อิ้งเย่วก่อนจะก้มหน้าลงหนี ระงับอารมณ์พลุ่งพล่านของโทสะตนเองที่อาจมากกว่าเดิม
เขาได้เห็นเงาของลี่หลินหรานสวมทับบนใบหน้างดงามเย้ายวนของลี่อิ้งเย่วยามมองมาต่อให้เป็พี่น้องต่างมารดา แต่ก็ย่อมคล้ายคลึงกันหลายส่วน
“ลี่หลินหราน! นางทำให้ข้าเสียแผนไปหมด” องค์ชายห้าเงยหน้าขึ้นหันกลับไปถามลี่อิ้งเย่ว
“เย่วเอ๋อ พวกเครื่องประดับ สิ่งของมีค่าของนางมีเหลืออะไรบ้าง”
“เครื่องประดับเหลืออยู่พอสมควรเพคะแต่ก็หายไปหลายรายการ หม่อมฉันได้ตรวจสอบกับรายการบันทึกสินสมรสและรายการทรัพย์สินใหม่ทั้งหมดแล้วพี่หญิงทำการขายออกไปจำนวนไม่น้อยเลย นางทำรายละเอียดไว้แต่บันทึกพวกนั้นไม่ครบถ้วน มีบางส่วนหายไป สิ่งของบางส่วนจึงมิอาจรู้ได้ว่าเป็ผู้ใดรับซื้อ”
“นางฉลาดและรอบครอบเสมอ” ใบหน้าองค์ชายห้าปรากฎความยุ่งยากใจ“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง”
เกิดความสงสัยมากมายในการกระทำของลี่หลินหรานทั้งสองพยายามนึกคิดคำนวณต่าง ๆ เพื่อหาคำตอบ
ั้แ่ก่อนแต่งงานเข้าตำหนัก เขารู้มาโดยตลอดว่าหรานเอ๋อเป็สตรีที่น่าดึงดูด เพราะเขาชื่นชอบความฉลาดหลักแหลมของนาง จึงขอพระราชทานสมรสจากเสด็จพ่อหวังใช้ความสัมพันธ์ค่อย ๆ ล่อลวงให้นางเดินทางเดียวกับเขาน่าเสียดายที่ไม่เป็เช่นนั้น
นางมักทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดีเสมอ เมื่อนางแต่งเข้างานกับเขาแล้วบ่อยครั้งบางเื่ของงานหลวง เขามักได้รับคำแนะนำที่ดีจากนาง
จากรายงานที่ได้รับมาโดยตลอดนางมักชื่นชอบอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเพียงในตำหนัก ใช้ชีวิตเรียบง่ายจัดการเื่ภายในตามสมควรและก็ทำได้อย่างดี
นอกจากเข้าวังหลวง นางแทบจะไม่ได้ออกไปที่ไหน หากเื่ร่วมงานเลี้ยงวังหลวงหรืองานบ้านขุนนางก็ไปเพียงครั้งคราวเช่นนั้นนางจะไปที่ใดอีกบ้าง เพราะแม้แต่บ้านเดิมนางก็กลับไปนับครั้งได้
“หรานเอ๋อ อยู่ในวังหลวงแทบตลอดน้อยครั้งนักที่นางจะออกไปด้านนอก นางจัดการอย่างไร”
“ทุกสิ่งย่อมมีหนทางมากวิธีการหม่อมฉันคิดว่า พี่หญิงอาจใช้ใครบางทำเื่เหล่านี้ให้”
“คงต้องหาดูแล้วว่าใครในนี้เป็มือเป็เท้าให้นางคนพวกนั้นยามนี้ก็ไม่ต่างกับงูขาดหัว”
“แต่ที่หม่อมฉันสงสัย พี่หญิงนำสิ่งของมีค่าไปขายขนาดนี้เพื่ออะไรแล้วเงินทั้งหมดอยู่ที่ใด”
แววตาสีอ่อนดูกังวล “เกรงว่า ข้าประมาทนางเกินไป”
เพียงชั่วครู่สีหน้าองค์ชายห้าเปลี่ยนไปทวีความยุ่งยากเมื่อคำพูดก่อนจากไปของลี่หลินหรานชัดขึ้นในความทรงจำ
[1] ไท่เจี้ยน หรือ ขันที คือ ข้ารับใช้ในวังหลวงเป็ผู้ชายที่ถูกตัดอวัยวะเพศ